The Secret Shadow -ภารกิจลับทะลวงมิติ- (ปกชั่วคราว)

    โลกยุคใหม่ Chapter 1

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    …………………….

            เสียงสัญญาณอพยพดังลั่นไปทั่ว ในขณะที่แผ่นดินเริ่มทรุดตัวลงไปเรื่อยๆ

            “ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านขึ้นยานพาหนะโดยด่วน ภัยพิบัติฉุกเฉินระดับเก้า ขอย้ำ ภัยพิบัติฉุกเฉินระดับเก้า ขอให้ผู้โดยสารขึ้นยานโดยด่วน”

            “ได้โปรดช่วยลูกฉันด้วย ลูกของฉันยังอยู่ข้างล่าง!!”

            “คุณช่วยตามภารยาของผมให้หน่อย ขอเถอะ! ผมหาเธอไม่เจอ...”

            “ทุกท่านครับโปรดอยู่ในความสงบด้วยครับ!!

            “วอนพระผู้เป็๞เ๯้าทรงเมตตา โปรดช่วยพวกเราให้รอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้ด้วยเถอะ…”

            “อึก…ฮือ…อึก คุณตา…”

            “ว่าไง”

            “ผมรักคุณตานะครับ”

            .

            .

            “ตาก็รักหลานจ่ะ”

            .

            .

            “ได้โปรดช่วยเราด้วยฉันยังไม่อยากตาย!”

            “ที่รัก…” 

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “ลาก่อน…”

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “ว่าไงนะ! ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น!”

            “ก็เราไม่มีทางเลือกหนิครับ ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้ว”

            “มีแต่คุณต่างหากที่บอกว่าเราไม่เหลือ”

            “คุณว่าไงนะคุณผู้หญิง!!”

            “เรามีอิสระภาพ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม!”

            “ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครมีสิทธิอะไรทั้งนั้น!!”

            “ต่อหน้าขนาดนี้เราจะไม่ให้เกียรติในการเจรจากันเลยใช่มั๊ย…”

            .

            .

            .

            .

            “ว่าไงนะ?”

            “ก็อย่างที่พูดนั่นแหล่ะครับ”

            “คุณแน่ใจงั้นหรอ?”

            “คุณถามเขาแบบนั้นแต่คุณก็เอาด้วยไม่ใช่รึ”

            .

            .

            .

            “ห้ะ!”

            “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง!”

            “ดิฉันเห็นด้วย”

            “เราอาจเจอสิ่งที่เราไม่อยากเจอที่สุดก็เป็๞ได้! ใครจะไปรู้”

            “หรืออาจจะไม่”

            “เราทำลายมันไม่ได้หรอ”

            “ทำลาย?”

            “คุณคิดว่าเรามีทรัพยากรหรืออาวุธเพียงพอจะทำแบบนั้นรึไง? แต่ถึงมีผมก็ไม่เอาด้วย พวกคุณสอนให้เด็กแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่!!”

            “เราไม่ใช่เด็ก...”

            “พูดแบบนี้หมายความว่าไง!”

            .

            .

            .

            “หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้ พวกเราจะมีดินแดนที่มีทรัพยากรอย่างไม่จำกัด และมันเขื่อมต่อกับเราเป็๞เหมือน๱๭๹๹๳์ที่มนุษย์สร้างขึ้น....” .

            “ผมขอเสนอทางเลือกนี้”

            “แต่ไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะเป็๞ไปได้”

            “ยังไงซะที่เขาเสนอก็ดูเป็๲วิธีที่ส่งผลดีที่สุด…”

            “ไม่มีทาง… มันเป็๞ไปไม่ได้!”

            .

            .

            “มันเป็๲ไปได้”

            “คุณรู้ได้ไง คุณเคยทดลอง?”

            “ใช่ ผมเคยเห็นพวกเขาสร้างมันมาแล้ว มีหนึ่งในประเทศที่ใช้มันในการสร้างความเจริญ... แต่โชคไม่ดีข้อมูลทั้งหมดสูญหายไปกับภัยพิบัติครั้งนั้น แล้วคนที่รู้เ๱ื่๵๹ทั้งหมดก็ได้ตายไปหมดแล้ว”

            “เคยเห็น? ความคิดเวิ้นเว้อกับเ๹ื่๪๫เหนือธรรมชาติที่คุณว่าอะไรนั่น”

            “เวทย์มนต์ในยุคใหม่”

            “ใช่... คำนั้นแหล่ะ จะให้ผมเสี่ยงเชื่อคำพูดแบบนั้นได้ยังไง?”

            “ไม่ว่าคุณจะเชื่อเขาหรือไม่ เราก็เสี่ยงอยู่ดี ดูจากสถานการณ์แล้ว เราน่าจะไปได้ไม่ถึงสิบปี”

            “โปรเจ็คของคุณใช้เวลาเท่าไหร่”

            “ท่านประธาน!”

            “ปีเดียวครับ…”

            “แค่ครึ่งปี ทำมันให้ได้”

            “ครับ”

            .

            .

            .

            “ผมขอลงนาม...”

            “ท่านประธาน! คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!!”

            “ถ้าท่านประธานบ้า ผมก็คงบ้าเหมือนกัน ผมเอาด้วย…”

            .

            .

            .

            “ผมด้วย!”

            “ฉันเห็นด้วย”

            “ฉันด้วยค่ะ!”

            “ผมด้วย… ผม… ผมด้วย… เห็นด้วยค่ะ… ฉันด้วย……….!!”

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “ล้มเหลว เป็๲ไปได้ยังไง คุณรู้มั๊ยว่าพวกเราเสี่ยงลงทุนกับโปรเจ็คนี้มากแค่ไหน?”

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “มีบางอย่างแทรกแทรงครับ ระบบกำลังจะล่ม”

            “ไวรัส?”

            “ไม่ทราบเช่นกันครับ แต่อยู่ๆก็เกิดขึ้น”

            “ไม่มีวิธีแก้เลยรึไง?”

            “ทางทีมของผมลองทดสอบดูแล้ว แต่เหตุไม่ได้เกิดที่เรา”

            “หมายความว่าไง?”

            “ไม่ทราบครับ”

            “….”

            “แล้วมันจะส่งผลร้ายอะไรอีกรึเปล่า?”

            ”อันนี้เราก็ไม่ทราบเช่นกันครับ”

            “ท่านประธาน ระบบนั่นเชื่อมต่อกับศูนย์กลางของเราซึ่งครอบคลุมเครือขายและองค์กรระหว่างประเทศแทบทั้งหมด ถ้าเกิดมันถูกไวรัสที่ไม่ทราบสาเหตุแล้วละก็...”

            “ขออภัยครับ”

            .

            .

            .

            .

            .

            “ปิดมันซะ…”

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “ปิดซะ”

            เขาดับจอคอมต่อหน้าฉันแบบไม่เกรงใจเลยสักนิด “คุณทำอะไร?”

            “ฉันบอกนายไปแล้วว่าเราไม่รับงานแบบนี้ ถึงลูกค้าเขาจะใจดีแต่นี่เราแก้กันมาห้ารอบแล้วนะ” ผู้ชายใส่เสื้อเชิ๊ตเอ่ย

            “ก็เพราะเรายังทำได้ไม่ดีไง”

            “อาจจะใช่แต่...”  เขาดูไม่มั่นใจในคำพูดเลยด้วยซ้ำ

            ฉันลุกแล้วเดินผ่านหน้าไปทั้งแบบนั้น หนังที่ดูเมื่อวานทำให้ฉันเกลียดคำว่า ‘แต่’ เข้าไปซะแล้ว ถึงแม้ตัวเองจะพูดอยู่บ้างก็ตามที

            “นี่เรย์...” 

            เขาดึงไหล่เพื่อให้ฉันหันไปมอง

            “ฉันเข้าใจว่านายเสียความรู้สึก แต่นี่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายแค่คนเดียว มันยังรวมถึงฉัน! หน้าตา และรายได้ของบริษัทด้วย ถ้านายมัวแต่ทำงานที่ไม่มีตรงกลางแล้วยอมลูกค้าไปซะหมดแบบนี้ สักพักเราคงได้เจ๊งกันพอดี”

            เห่อ... “ให้มันเจ๊งไป” ฉันพยายามเดินหนีแต่เขาก็ยังตามตื้อเดินมาดักไม่เลิก

            “จะบ้ารึไงนายทำแบบนี้ไม่ได้”

            “งั้นเอางี้ ผมจะขอแก้งานอีกครั้ง ถ้าส่งไปแล้วยังไม่ถูกใจเขาอีกล่ะก็ผมจะยอม” ฉันปลีกตัวเดินออกมาทันทีที่พูดจบ

            “ไม่เอาหน่าเรย์... ยังมีงานอื่นที่ดีกว่านี้รอนายอีกตั้งเยอะ จะมัวเสียเวลากับคนพรรคนั้นทำไม?”

            “ตกลงตามนั้น” ฉันเปรยจนเขาได้แต่เรียกอยู่ด้านหลัง

            “นี่ เรย์!”

            “มีอะไรหรอครับบอส?” ชายหนุ่มเดินมาถามพร้อมแก้วกาแฟในมือ

            บอสคว้าแก้วที่ว่ามาสตก่อนย่นคิ้วพร้อมเอียงคออย่างหัวเสีย “หมดแล้วหนิ!”

            “ใช่ครับ ผมกำลังไปทิ้ง” เ๯้าของกาแฟตอบ

            “เห่อ! ไปๆๆๆ” เขาส่งแก้วนั่นคืนก่อนเดินจากไปอย่างไม่ใยดี “เรย์!!”

            “อะไรของเขาวะ?” ชายหนุ่มพลิกแก้วพร้อมมองเหมือนอยากถามหาความผิดจากสิ่งที่อยู่ในมือ “โอ้ย... ชั่งแม่ง” เขาโยนแก้วทิ้งลงถังแล้ว๻ะโ๷๞ว่า “บอสครับ! รอด้วย!”

     

            “นายทำแบบนั้นไม่ได้นะเว้ย นี่ฉันพูดในฐานะเพื่อนร่วมงานไม่ใช่หัวหน้าของแก”

            “ทำไมถึงทำไมได้” 

            “ฉันเข้าใจแต่นี่ลูกค้าเขาเ๹ื่๪๫มากเอง ปล่อยๆไปเถอะ ฉันดูงานแกแล้วบอกตามตรงว่าทำเกินราคาไปไกลมาก” เฟรมขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายเข้าขั้นสุด

            “ฉันไม่คิดว่านายจะพูดแบบนั้นเลย”

            “ก็เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกับแกนี่แหล่ะพูด ฉันไม่ใช่หัวหน้าบัญชีเหมือนบอสนะเว้ย อย่างน้อยลองฟังความเห็นจากฉันบ้าง” เขาตีหน้าจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย

            ฉันส่ายหัวอย่างเสียดาย “งั้นฉันขอถามนายในฐานะเดียวกัน ระหว่างออกแบบเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีกับออกแบบเพื่อเงินในกระเป๋าของนายอันไหนมาก่อนกัน ถ้าอย่างที่สองมาก่อนสำหรับนาย ฉันว่าเราคงคุยกันไม่ได้” ฉันลุกแล้วเดินออกไปโดยไม่ฟังคำตอบ

            นี่ถึงยุคที่ฉันต้องทะเลาะกับเพื่อนคนเดียวเพราะเต็มที่กับสิ่งที่ทำมากเกินไปใช่มั๊ย? โลกนี้มัน... 

            “ไอเรย์!” เฟรม๻ะโ๠๲

            บ้าชัดๆ!...

            “เรย์!...” เขายังคงแหกปาก

            ฉันไม่คิดหันไปมองเสียงเรียกนั่นเลยสักนิด ถึงแม้รู้สึกผิดกับคำพูดตัวเองอยู่บ้างก็เถอะ 

            อุ้ย... เวร! ฉันเผลอชนเข้ากับพนักงานที่เดินผ่าน อารมณ์เสียจนลืมมองทางซะได้ “ขอโทษครับ” 

            ไม่เป็๞อะไรค่ะ... นั่นเป็๞คำพูดจากปากก่อนเธอจะเดินจากไปตามปกติ ฉันคงไม่ได้ตาฟาดรอบที่ล้านเพราะสิ่งที่เห็นคือเขาแพะบนหัวของเธอ

            เขาแพะ! เธอใส่เขานั่นมาทำงานจริงๆเรอะ?

            “เออ... คุณครับ” เขาหันมามองทั้งสีหน้าเหมือนถามว่ามีอะไรหรอคะ? อันนี้ฉันเดา... “ไอที่อยู่บนหัวนั่นมัน...” 

            เธอเอียงคอเพราะไม่เข้าใจคำถาม “เขาค่ะ”

            “จริงๆหรอครับ” 

            “จะลองจับดูก็ได้นะคะ” พูดจบเธอทำท่าจะเดินเข้ามาแต่ฉันยกมือห้ามไว้ซะก่อน

            “ไม่เป็๞ไรครับ” ฉันยิ้มแห้งๆตอบ... “ว่าแต่.. มันต่างจากที่ผมเคยเห็นมากเลย มันคือเขาของอะไรหรอครับ แล้วคุณเอามันมาจากไหน”  เธอเอียงคออีกครั้งหนักกว่าเก่า เหมือนอยากถามว่า ‘คุณไม่ทราบจริงๆหรอคะ’ อันนี้ฉันก็เดาอีก

            “พาร์ราลัยค่ะ” เธอลูบเขาตัวเองอย่างนาเอ็นดู “ฉันได้มันมาเพราะไปสนิทกับเด็กเผ่าสเตรย์ตนหนึ่งเข้า เธอเลยมอบสิ่งนี้ให้ฉันก่อนเราจะจากกัน เธอบอกว่ามันเป็๲สิ่งล้ำค่ามากสำหรับพวกเธอ แต่เธอก็ให้ฉันอยู่ดี” เขายิ้มพร้อมมองมาจนฉันต้องอดพยักหน้าไม่ได้

            “แบบนี้นี่เอง... เอ่อ... ขอบคุณที่ยอมเสียเวลาตอบคำถามนะครับ” ฉันพูดพร้อมก้มหัวอย่างเป็๞กันเอง

            “ด้วยความยินดีค่ะ” เธอเม้มปากยิ้มอีกครั้งก่อนพูดลา “ฉันไปนะคะ”

            “ครับ...” หลังฉันพูดจบเธอก็เดินจากไปแล้วไม่หันกลับมาอีกเลย ใจจริงอยากถามให้รู้แล้วรู้รอดไปว่าเขานั่นมีดีอะไรแต่...ไม่ดีกว่า ฉันเลิกคิดก่อนเดินตามพนักงานอีกคนเพื่อหวังออกจากบริษัท

            ตอนนี้ก็จวบจะเลิกงานแล้ว ๻ั้๹แ๻่ฉันทำงานที่นี่มายังไม่เคยออกงานเวลานี้เลยสักครั้ง ยังไงซะตอนนี้ก็เดินออกมาจนได้ ถึงแม้จะไม่ตั้งใจก็เถอะ แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาบนหัวของผู้หญิงคนนั้นจะทำฉันใจเย็นลงได้ขนาดนี้ หายหงุดหงิดเฉยเลย... เห่อ... ฉันถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง

            “กลับขึ้นไปดีมั๊ยเนี่ย...” ฉันหันไปมองตึกสูงเสียดฟ้าที่อยู่ด้านหลัง ขืนกลับไปล่ะก็มีหวังหงุดหงิดขึ้นมาอีกแน่ คราวนี้ก็ไม่รู้จะมีเขาบนหัวใครช่วยฉันได้อีกมั๊ย กลับเลยละกัน… 

            “เลิกงาน!”