ข้อมูลที่ได้รับมาจากเ้าคนที่โดนสอบปากคำแสนจะมีคุณค่าเพราะมันทำให้พวกเขารู้ทั้งตัวตนและที่อยู่ของผู้ที่อยู่เื้ั ไม่รู้จะเรียกว่าหละหลวมหรือไว้ใจลูกน้องมากเกินไปก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆยามนี้พวกเขาต่างได้ที่อยู่ของมันมาเรียบร้อย
“ แล้วทำไมนายถึงมาด้วย? ”
“ เอ้า ข้อมูลเมื่อกี้ตูเป็คนรีดนาเหวยงานนี้คนจัดการก็ควรเป็ตูสิฟะ แกนั่นแหละตามมาทำมะเขือเผาอะไรไม่ทราบ ” คิ้วของคนฟังขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินดังนั้น อาจเหมือนไม่มีอะไรหากเห็นความต่างอย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบการเดินทางของพวกเขา
คาไมทาจินั้นสมกับที่แต่งเป็นินจาเ้าตัวเลือกจะไต่ทะยานไปตามหลังคาตึก ดีดตัวราวกับร่างกายไร้น้ำหนักนำพาร่างของตนไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวว่องไวและเงียบกริบแสดงถึงความสามารถส่วนบุคคล
ตรงข้ามกับริกเนสที่เลือกจะใช้มอเตอร์ไซค์ในการเคลื่อนที่แถมไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ธรรมดายังเป็บิ๊กไบค์ เสียงที่ตัวเครื่องส่งออกมาจึงกระหึ่มจนได้ยินไปทั่วกันความดังของเครื่องยนต์มากในระดับที่ไม่มีทางที่จะหลบซ่อนให้เนียนไปได้
ที่ประหลาดคือทั้งที่การเคลื่อนที่บนหลังคานอกจากจะตัดเป็เส้นตรงยังคล่องตัว กลับไม่อาจสลัดเ้าคนที่ใช้มอเตอร์ไซค์เลาะไปตามตรอกซอกซอยหลุดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“ ถ้าจะไปด้วยกันก็จอดรถแล้ววิ่ง ” ขืนไปทั้งแบบนี้พวกมันคงรู้ตัวกันหมดแล้วแห่กันมาทั้งซอย ไม่ใช่จะจัดการไม่ได้แต่จะเพิ่มความยุ่งยากให้งานขึ้นไปอีก
“ ก็ตลกล่ะตูไม่ได้มีเกียร์แสนสะดวกที่ไต่กำแพงได้เหมือนเอ็งนะเฮ้ย ใครมันจะไปบ้าเสียแรงขนาดนั้นก่อนมีเื่กับชาวบ้านกัน ” คำตอบที่ชวนให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดไม่อะไรให้มากความร่างนั้นพลิกตัวก่อนหมุนกายจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงเ้าคนที่กำลังบึ่งรถเพียงลำพัง
ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจอย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่มิตรหรืออะไรกันมาแต่ต้น ว่าตามฐานะพวกเขาน่าจะเป็ศัตรูเพราะเคยสู้กะเอาตายกันมาแล้ว การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแยกตัวจึงถือว่าเป็เื่ที่แสนปกติ
และต่อให้ทางนั้นไม่อยู่ก็ใช่ว่าเขาจะถอดใจหรือถอนตัวแต่อย่างใด
ระยะห่างที่เคยมีหดสั้นด้วยการขับชนิดไม่สนกฎจราจร ระยะเวลาสั้นกว่าที่คาดเพราะพื้นที่เป้าหมายไมได้อยู่ห่างไกลอย่างที่คิด แต่ขนาดเขาเหยียบถึงหลักร้อยทั้งยังลัดเข้าซอยมาตลอดก็ใช้เวลาหลายสิบนาทีอยู่เหมือนกัน
“ หู้ว วันนี้เป็สถิติเลยแฮะ ขับมาโดยไม่กระแทกกับอะไรสักแอะ ฝีมือดีขึ้นแยะ ” ความเร็วเริ่มชะลอไม่ใช่มาจากอาการล้าหากเพราะใกล้ถึงที่หมาย จอดรถไว้ด้านนอกย่อมทำให้เขาเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะง่ายถึงเพียงนั้น
ไวกว่าความคิดร่างของชายหนุ่มกระโจนลงจากรถอย่างปัจจุบันทันด่วน ไม่สนใจอันตรายที่อาจเกิดและรถที่แพงหูดับ นับเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะวินาทีต่อมาะุก็พุ่งผ่าน้าของเขาไปอย่างหวุดหวิด
“ การข่าวพวกมันไวดีแฮะ บ๊ะ เอาเถอะ ” ออกมาต้อนรับได้ปานนี้แสดงว่าพวกมันรู้เื่ที่เกิดแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ต้องแปลกใจ ในเมื่อเขาเป็คนยกหูโทรไปแจ้งตำรวจเองกับมือเมื่อเป็แบบนั้นพวกมันย่อมรู้ ถ้าไม่ทำลายหลักฐานก็คงจะหาทางหนี
ทันทีที่ขาัักับพื้นร่างของเขาก็กลิ้งตัวหลบก่อนทะยานไปด้านหน้า ไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็เป้าอาศัยการก้มต่ำเคลื่อนเข้าไปยังที่กำบัง ก่อนจะทันรู้ตัวก็หายลับไปจากสายตาของคนยิงเป็ที่เรียบร้อย
“ ศัตรูหกอาวุธครบมือ สองคนปืนกลที่เหลือปืนสั้น อืม ” จำนวนศัตรูไม่มากความพร้อมกลับคนละเื่ ฝีมือคนละเื่กับที่เขาเคยเจอมาท่าทางจะเป็ตัวใหญ่ ถ้ายังลุยแบบไม่คิดมีโอกาสสูงที่เขาจะโดนสอยร่วงกลางทาง
“ ถ้างั้นก็ boost ” มือตบลงไปที่เข็มขัดพร้อมคำสั่งเสียงที่ถูกถ่ายทอด พริบตาทุกส่วนในร่างก็ถูกกระตุ้นร่างกายเร่งอัตราการเผาผลาญ ประสารทััถูกปลุกเร้า กล้ามเนื้อทุกมัด เส้นเอ็นทุกเส้นล้วนได้รับอานิสงค์และขยายขอบเขตเช่นกัน
หาใช่ใดอื่นนอกจากเกียร์ประจำตัวของเขาอย่างAura belt หนึ่งในเกียร์ชนิดพิเศษที่แสนหายากหากคนที่ใช้งานมันได้กลับมีน้อยยิ่งกว่า ต่อให้เป็หน่วยรบพิเศษทั้งหลายก็ใช่ว่าจะสามารถใช้งานเ้านี่ได้ราบรื่น
แค่วิธีใช้งานเ้าเข็มขัดเส้นนี้ก็เรียกได้ว่าสาหัสแล้วเพราะมันต้องเริ่มจากการผ่าตัด ฝังอุปกรณ์เข้าไปในขั้วประสารทและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ อาศัยตัวสั่งงานเป็เข็มขัดที่สวมเพื่อรีดศักยภาพของมันออกมาให้มากที่สุด
ความสามารถของมันก็ธรรมดาไม่ได้ไร้เทียมทานเหมือนเกราะของมูนไนท์ ไม่ได้สารพัดประโยชน์เหมือนเ้านินจา อย่างเดียวที่ทำได้คือทลายขีดจำกัดของร่างกายเพิ่มขีดความสามารถทางกายภาพของคนๆนั้น
หูได้ยินเสียงของสี่ในเจ็ดกำลังก้าวเท้าเข้ามาล้อมเขาจากทั้งสองด้าน อีกสามรายที่เหลืออยู่ในระยะห่างเตรียมสนับสนุนในกรณีที่โดนเล่นงาน การเคลื่อนไหวเป็ระบบทำให้ชายหนุ่มผิวปาก มือเอื้อมไปคว้าก้อนหินที่อยู่ใกล้มือมาสองชิ้นก่อนขว้างออกไปในทางด้านซ้าย
พริบตาที่ก้าวเท้าก้อนหินพลันพุ่งเข้าใส่การจู่โจมกะทันหันย่อมสร้างความตระหนกให้คนโดน รายแรกมีฝีมือยังพอจะปัดป้องได้อย่างหวุดหวิดผิดกับอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามา ก้อนหินกระแทกเข้าใส่่ท้องแรงปะทะสร้างความจุกเสียดจนแทบล้มทรุด นั่นทำให้อีกรายที่รับไว้ได้ยกปืนขึ้นเล็งออกไปด้านหน้าหากไร้ซึ่งร่องรอยการโจมตี
คนที่โยนหินกลับเลือกจะพุ่งทะยานไปในอีกทิศทาง ทันทีที่เห็นร่างพวกมันย่อมลั่นไกเข้าใส่มันกลับถูกสกัดด้วยฝาถังขยะโลหะที่ติดมืดมา แรงปะทะส่งให้ฝาถังบุบบี้หากมันยังต้านทานะุเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น
ใช่จะอ่อนด้อยพอเห็นความเปลี่ยนแปลงปากกระบอกก็ลดต่ำเตรียมยิงใส่ขา น่าเสียดายที่ทางเขาเองก็รู้ตัวฝาโลหะฟาดเข้าใส่ท่อนแขนที่ถือปืนของร่างหนึ่ง อีกรายก็ถูกหมัดกระแทกใส่่กรามจนกระดูกส่งเสียงลั่น ดีดร่างนั้นให้ลอยล่องขึ้นไปบนฟ้า
ความผิดปกติย่อมกระตุ้นให้อีกสามร่างที่เหลือรู้ตัวเขาเองก็ใช่จะไม่รู้ ร่างหลบอยู่มุมอับไม่ยอมให้ตนไปอยู่ไปในวิถีการยิงก่อนขว้างโล่ไปหาพวกที่อยู่ด้านหลัง ใช้มันต่างอาวุธบินสกัดการยิงที่กำลังจะเกิดของศัตรู
“ ชักจะเข้าใจว่าทำไมมันมีคนที่ใช้ไอ้โล่นี่เป็อาวุธแล้วขว้างไปมา ใช้สนุกมือดีเหมือนกันนะเนี่ย ” เหมือนคำล้อเล่นการเคลื่อนไหวกลับตรงข้าม พริบตาที่ทางนั้นถูกฝาโลหะดึงความสนใจร่างก็พุ่งทะยาน ระยะห่างสิบกว่าเมตรถูกลบหายท่ามกลางความแตกตื่นของศัตรู
หนึ่งในสองร่างที่เป็เป้าเล็งปืนเตรียมจะลั่นไกแขนกลับถูกบิดหมุน เสียงกระดูกลั่นพร้อมปืนในมือทีร่วงหล่นก่อนเข่าจะกระแทกใส่ชายโครง แรงอัดมากเสียจนทำให้เืแทบทะลักตามด้วยหมัดขวาที่ส่งอีกฝ่ายให้ร่วงลงไปกอง
อีกรายตั้งสติได้กระชับปืนและเหนี่ยวไกหากก็ยังถือว่าช้า นิ้วชี้ที่เป็แกนหลักกลับเบี้ยวออกจากที่ควรจะเป็ กระดูกนิ้วถูกหักด้วยความเร็วระดับเหนืุ์ก่อนหมัดลุ่นๆจะกระชากสติของร่างนั้นให้หลุดลอย
“ อีกสอง โอ๊ะโอ ” ่เวลาที่เขาจัดการสองคนนี้อยู่พวกที่เหลือก็เดินไปอยู่ทางด้านหลัง ยามแรกเพื่อเข้ามาดูสถานการณ์แต่ทันทีที่เห็นพวกพ้องทั้งสี่ของตนร่วงก็ไม่ลังเลใจ ปืนในมือกราดยิงจนชายหนุ่มกระโจนเข้าไปกองขยะแถวไม่ทัน
ะุสาดเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ใช่จะบ้าคลั่งหลังกราดเข้ามาได้สิบกว่านัดก็หยุดลง เหมือนไม่อยากวัดดวงว่าจำนวนะุที่มีจะยิงเจาะกองขยะเหล่านี้ได้หรือไม่ แปรเปลี่ยนไปเป็การเฝ้ารอโอกาสหรือความพลั้งเผลอที่อาจจะเกิดและนั่นเป็การกระทำที่ผิด
ในการต่อสู้เราไม่ควรรอโอกาสแต่ต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
สันมือฟาดเข้าใส่ถังขยะส่งมันไปยังทิศทางที่เ้าสองตัวนั่นอยู่ การโจมตีไม่คาดฝันส่งร่างให้หนึ่งในสองที่เล็งปืนเข้ามานั้นล้มกลิ้ง อีกรายแม้จะหลบได้อย่างหวุดหวิดหากความสนใจที่ถูกดึงทำให้การตอบสนองช้าลงไปเสี้ยววินาที
ปืนที่ยกเล็งถูกกระชากจนหลุดมือตามมาด้วยด้ามปืนที่ฟาดเข้าใส่ก้านคอ ก่อนเขาจะอาศัยพละกำลังหักปืนในมือออกเป็สองท่อน สายตาเหลือบไปยังรายสุดท้ายที่ไม่ทันตั้งหลักจากการโดนอัดด้วยถังขยะเมื่อครู่
“ บ้าเอ๊ย!! ” เสียงคำรามในลำคอจากคนที่เหมือนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหากทำไม่ได้อย่างใจ ปืนที่เคยถือหล่นพื้นวินาทีที่คิดจะหยิบปืนสั้นเ้าคนที่เคยอยู่ห่างก็เคลื่อนเข้ามาประชิดเป็ที่เรียบร้อย
“ อย่าหัวเสียไปเลยพวก เอาจริงแกก็มีประสบการณ์และทักษะใช้ได้แล้ว แค่บังเอิญเลือกคู่มือผิดไปนิด ” เท้าฟาดเข้าใส่ยุติการต่อต้านของรายสุดท้ายอย่างเรียบเรื่อย “ ว่าแต่ยิงกันสนั่นขนาดนี้ หวังว่าไอ้ตัวที่เรามาหาคงไม่เผ่นแนบไปแล้วหรอกนะ ”
เป้าการโจมตีของเขาในครั้งนี้คือจางเหว่ยหนึ่งในพ่อค้าข้ามชาติของจีน แต่เอาเข้าจริงหมอนี่คือผู้ที่เข้ามาคอยจัดการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าของธุรกิจสีเทาทั้งหลาย มีส่วนเกี่ยวข้องและพัวผันในหลายคดีแต่เพราะไม่มีหลักฐานตำรวจเลยทำอะไรไม่ได้
แน่นอนเขาไม่ใช่ตำรวจไม่คิดรอหาหลักฐานหรือหมายศาลอะไร ทันทีที่แน่ใจว่าตัวการเป็เ้านั่นเขาก็พร้อมจะตรงเข้าไปกระทืบมันให้ไส้ไหล แต่ก็ใช่จะทำได้อย่างใจไปเสียหมด
ไม่เคยได้ยินว่าเ้านั่นจ้างผู้คุ้มกันมากฝีมือเื่เดียวที่น่าห่วงคือการหลบหนี เกิดมันหนีกลับไปประเทศแม่คงยากที่เขาจะแตะต้อง เป้าหมายของเขามีเพียงหนึ่งนั่นคือจัดการมันก่อนจะหนีออกไปจากเมือง
ถ้ามันหนีไปได้ที่พวกเขาทำกันก่อนหน้านี้ก็แทบจะไร้ความหมาย ที่มันต้องทำก็แค่เฝ้ารอหาจังหวะที่ดีและวิธีการที่แยบคายกว่าเก่า เผลอๆรอบหน้าเขาอาจไม่สามารถโค่นล้มด้วยตัวคนเดียวได้อีกต่อไป
เท้าก้าวเดินไปอย่างเรียบเรื่อยเหมือนไม่ได้สนใจว่าตนกำลังเดินในดงศัตรู หากไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไรสัญชาตญาณพลันร้องเตือนอย่างไม่เคยเป็ ไวกว่าความคิดชายหนุ่มดีดร่างของตนจากตำแหน่งหน้าประตูที่กำลังจะเปิดในอึดใจ
เสี้ยววินาทีต่อมาประตูก็พังทลายพร้อมอะไรบางอย่างที่พุ่งออกมา ชวนให้หวาดเสียวเพราะนั่นคือตำแหน่งที่เขายืนอยู่จนถึงวินาทีเมื่อครู่ มันกลับไม่น่าสนใจมากเท่ากับสิ่งที่พุ่งทะลุประตูบานนั้นออกมา
“ มาจนได้นะริกเนส เกรย์ฮาร์ทแต่อย่าคิดว่าจะจัดการพวกเราได้เหมือนที่เคยทำเชียวล่ะ ”
“ พวกที่นอนกองอยู่นั่นแกไม่ได้นับมันเป็พวกแกหรอกเรอะ แล้วไอ้นั่นมันอะไร? ” ศัตรูที่สมควรจะถูกไล่ล่ากลับมาปรากฏตรงหน้ามันก็ชวนให้ดีใจ ปัญหาคือมันอยู่มันหาได้เดินออกมาตัวเปล่าแต่อย่างใด
ร่างในชุดเกราะสีเงินเหมือนโลหะที่ยังไม่ได้พ่นสีตัวเกราะปกคลุมทั่วทั้งร่างกายหนาหนัก หากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ก็พอจะบอกได้แล้วว่ามันไม่ได้เชื่องช้า ขนาดร่างกายใหญ่โตกว่าสองเมตรดูคล้ายกับอัศวินยุคโบราณอยู่ในที
“ อาวุธที่จะใช้เก็บกวาดพวกเศษขยะที่มาขัดขวางงานของฉันไงล่ะ เกียร์ที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีการทหาร ตอนแรกคิดว่าจะเตรียมไว้ใช้กับมูนไนท์แต่ขอละเลงเืแกเป็การประเดิมสักหน่อยแล้วกัน!! ” ไม่อะไรให้มากความเ้าคนในเกราะก็พุ่งเข้าใส่ ความเร็วไม่ธรรมดามันกลับไม่ได้อยู่ในสายตาของชายหนุ่ม
กำปั้นพุ่งเข้าใส่ไมได้อยู่ในความสนใจเท้าก้าวหลบจนมันเฉี่ยวผ่านปอยผม ทั้งหมดไม่ได้อยู่ในความสนใจร่างทะยานเข้าไปใกล้ก่อนส่งหมัดกระแทกเข้าใส่กลางอก
ไม่มีผลลัพธ์ใดๆเกิดขึ้นการต่อยที่สมควรจะผลักร่างศัตรูให้ล้มกลิ้งกลับไม่ส่งผล แรงหมัดถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อจนชวนให้ทึ่ง หากเวลาในการคิดก็หาได้มีอุ้งมือพุ่งเข้าใส่จนเขาต้องถอยเท้าออกไปจากระยะโจมตี
“ เห นึกว่าเป็แค่เกราะเอาไว้ตั้งโชว์ตามงานวัด เหมือนจะมีน้ำยากว่าที่คิดแฮะ ”
“ อย่ามาดูถูกเกราะนี้ที่มันถูกโค่นลงด้วยฝีมือเ้าศาลเตี้ยนั่นเพราะดันไปสู้กันแถวท่าเรือ แต่ที่นี่ห่างจากของแบบนั้นแกไม่มีทางทำลายมันได้หรอก!! ” เสียงคำรามเปี่ยมด้วยความมั่นใจตามด้วยการพุ่งเข้าใส่ มันกลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกคุกคามอะไรนัก
ว่าตามตรงการโจมตีของมันสำหรับผู้ชำนาญการต่อสู้แล้วแทบไม่ต้องสนใจ การเหวี่ยงแขนเหมือนเด็กเล่นแค่มีพลังและความเร็วการเคลื่อนที่มากกว่าเก่าแต่ไร้ทักษะและชั้นเชิง รวมๆก็เป็แค่พวกโตแต่ตัวที่ไม่มีคุณค่าให้สนใจ
ปัญหาคงมีเพียงความทนทานในการโจมตีเกราะนั่นทำให้ทนแรงปะทะทางกายภาพ แถมการจะหักข้อต่อหรือทำลายกระดูกก็ยังยากจะทำได้ แทนที่จะตระหนกมันกลับทำให้เขายิ้มเสียมากกว่า
“ สวยเซ่ มาลองกันสักตั้งเป็ไง ” แตกต่างจากก่อนหน้าครั้งนี้เขากลับเป็ฝ่ายทะยานเข้าหา การกระทำที่สร้างความแปลกใจหากก็ไม่นานนักลูกเตะพุ่งสวนหมายหยุดยั้งการก้าวเท้าเข้าใส่
เท้าที่พุ่งไม่ได้อยู่ในความสนใจร่างกายดีดขึ้นอาศัยเกราะ่ขาของฝ่ายนั้นเป็ฐาน พาร่างขึ้นสู่มุมสูงลดระยะห่างที่เกิดตามาด้วยกำปั้นที่กระแทกเข้าใส่ แรงปะทะอาจถูกต้านทานกลับไม่ได้อยู่ในความสนใจหมัดที่สองและสามระดมรัวราวพายุ การออกหมัดรัวเร็วจนทำให้ร่างชุดเกราะไม่อาจกระทั่งจะปัดป้อง
อาจไร้แรงกระทบหากความหงุดหงิดนั้นเป็อีกเื่ หมัดเหวี่ยงเข้าใส่หมายจะกระแทกอีกฝ่ายให้ลอยล่องแน่นอนทางเขาเองก็รู้ตัว ร่างทิ้งตัวลงต่ำตามด้วยลูกเตะที่พุ่งสวนกลับใส่ลำตัว อาจไม่สร้างความเสียหายหากก็ทำให้อีกฝ่ายเซไปเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าแรงปะทะส่งต่อไปมากน้อยเพียงไหนหรือบางทีอาจไม่ได้เกิดความเสียหายหากไม่ได้อยู่ในความสนใจ มือตบลงไปบนพื้นดีดร่างและส่งฝ่าเท้าที่สองตามซ้ำอย่างไม่ลดละ
การโจมตีอย่างต่อเนื่องและดุเดือดอาจเหมือนได้เปรียบหากย่อมทำให้เกิดช่องโหว่ เท้ากระแทกเข้าใส่กลางอกซ้ำเป็คำรบที่สองส่งให้ร่างหนักอึ้งนั้นถอยไปอีกก้าว หากมันก็ทำให้ทางนั้นคว้าข้อเท้าของเขาเอาไว้ได้เช่นกัน
“ คิดว่าไอ้ของแบบนี้มันจะทำอะไรข้าได้งั้นเรอะ!! ” เสียงคำรามตามมาด้วยมือที่เหวี่ยงร่างของชายหนุ่มกระแทกพื้น การหมุนเหวี่ยงไปมาราวกับจะขยี้เข้าให้แหลกลาญเสียในครั้งเดียว
ใช่จะอยู่ว่างพริบตาที่โดนเหวี่ยงมือสองข้างก็ประสานกันป้องท้ายทอย อาศัยแขนต้านแรงปะทะที่จะพุ่งเข้ามายังส่วนหัวเท้าก็กระแทกเข้าใส่ข้อมือและแขนของศัตรูหมายจะสลัดการยึดจับ
มันกลับส่งผลร้ายเพราะลูกถีบที่ระดมรัวทำให้ข้อมือผ่อนแรงอย่างกะทันหันแต่การเหวี่ยงหมุนหาได้หยุดไปด้วย ร่างที่ลอยล่องจึงถูกปลิวออกไปไกลนับสิบเมตรปลิวสะบัดไปกับพื้นอย่างไม่อาจเลี่ยง
ใช่จะมีโอกาสให้ได้พักเ้าคนที่อยู่ในชุดเกราะทะยานเข้าใส่พร้อมเงื้อเท้า การกระทืบที่พร้อมจะป่นกระดูกให้แหลกลาญไม่ให้กลับมากำแหงกับตนได้อีก วินาทีก่อนจะได้ปะทะชายหนุ่มกลับดีดร่างหลบเท้าของอีกฝ่ายไปได้หวุดหวิดก่อนส่งขาทั้งสองข้างกระแทกเข้าใส่กลางอกซ้ำอีกครั้ง
รุนแรงกว่าครั้งไหนๆอาจเพราะมันเป็การโถมสุดตัวทั้งยังมาจากสองเท้า แรงเตะผลักร่างหนาให้ซวนเซแรงทำลายอาจไม่มากแต่ก็เพียงพอให้ทางนั้นร่นถอย พอนึกจะคว้าจับเขาก็อาศัยอีกฝ่ายเป็ฐานก่อนดีดตัวและถอยห่างการเคลื่อนไหวลื่นไหลที่มันไม่มีทางเลียนแบบ
“ อึดได้อึดดีจริงๆแต่แกก็น่าจะรู้ ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้ต่อเพราะหมัดกระจ้อยร่อยของแกทำอะไรเกราะนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ” คำพูดที่เต็มไปด้วยความโอหังและดูแคลนหากถ้าได้มาอยู่ตรงนี้ก็คงไม่ใช่เื่ต้องแปลกใจ
เอาตัวรอดและเบี่ยงจุดสำคัญส่วนใหญ่ไปได้ก็ใช่จะไร้รอยแผล เืไหลโกรกหัวผลจากการโดนเหวี่ยงไปกระแทกพื้นหลายต่อหลายครั้ง ป้องกันท้ายทอยไว้ได้ก็จริงแต่มันก็ยังสร้างอาการมึนให้ไม่น้อย ขาที่โดนคว้าเองก็บอบช้ำอาจไม่ถึงขั้นเป็อุปสรรคหากสร้างความรำคาญให้ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
คนอื่นอาจเห็นว่าเขาสภาพดูไม่ได้น่าประหลาดที่ชายหนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น
“ หึๆ ฮะๆ ฮะๆ ฮะๆๆๆๆ ” เสียงหัวเราะลอยลอดอย่างไร้ความหมายดวงตาสีดำอัดแน่นไปด้วยหลากความรู้สึก กระทั่งเ้าตัวก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตอนนี้ตนคิดเห็นหรือรู้สึกอย่างไรอย่างเดียวที่รู้คือสิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าคือรอยยิ้ม
มือปาดเืที่ไหลออกมาจากหัวและมุมปากสายตาจ้องมองไปยังร่างในชุดเกราะ ไม่ได้มาจากความหวาดกลัวหรือพรั่นพรึงสิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดคือจะทำอย่างไรกับเหยื่อตรงหน้า
จะใช้วิธีไหนในการกลบฝังศัตรูของตน