บทที่ 26 ซิงซิงกับรอยลิปสติกบนใบหน้า
คนที่มีฐานะทางสังคมแบบอินเสิน หากจะแต่งงานมีลูกลับ ๆ หรือมีลูกนอกสมรสสักสองสามคนก็ถือเป็เื่ปกติ
คนขับรถรู้สึกว่าไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมากไปกว่าการคาดเดานี้
ผ่านไปแป๊บเดียวรถก็ถึงใต้ตึกสำนักงานใหญ่ของอินซื่อกรุ๊ป
พอรถของประธานอินมาถึงหน้าประตู ทางแผนกต้อนรับก็มองไปยังหญิงสาวมากมายที่รออยู่ด้านข้าง
คนที่อยากได้ประธานอินมีมากมายเหลือเกิน
ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครกล้าปรากฏตัวต่อหน้าประธานอินแบบตรง ๆ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่คิดหาวิธีต่าง ๆ นานามาปรากฏตัวต่อหน้าประธานอินแบบไม่ตั้งใจ
ทักษะในเื่การแสดงตัวต่อหน้าประธานอินนี่เก่งยิ่งนัก แต่ถ้ามากกว่านี้อีกหน่อย ก็อาจจะได้รับหนังสือไล่ออกแบบไม่ทันตั้งตัว
หากทำตัวโดดเด่นเกินไปก็จะถูกประธานอินมองข้าม
ส่วนคนที่มีความคิดมีประสบการณ์หน่อย ก็มักจะถือกองเอกสาร ทำตัวเหมือนดูยุ่ง และทำเป็เจอกับประธานอินโดยบังเอิญ จากนั้นก็ทักทาย ‘สวัสดีค่ะประธานอิน’
ถึงเวลานั้นประธานอินก็จะมองและพยักหน้าเล็กน้อย
พอเห็นรถของประธานอินมาถึง พวกที่มีความคิดทั้งหลายก็เริ่มอยู่ไม่เป็สุข รีบหยิบกระจกมาส่อง เติมลิปสติก จัดแต่งทรงผม
หลังจากคนขับรถจอดรถแล้ว ก็รีบลงจากรถอย่างกระตือรือร้นเพื่อมาเปิดประตู
อินเสินก้าวออกจากรถ แต่ไม่ได้เดินไปข้างหน้า กลับก้มตัวลงเล็กน้อยและมองเข้าไปในรถ
ในรถยังมีใครอีก?
ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่ารถตู้พิเศษของประธานอินคันนี้ ยังไม่เคยมีใครได้นั่งมาก่อน
คนในห้องโถงล้วนอดไม่ได้ที่จะมองออกไปด้านนอก
เวลานั้นซิงซิงคลานออกมาจากเบาะด้านหลัง แต่ตอนที่กำลังจะลงจากรถกลับลำบากนิดหน่อยเพราะรถตู้คันนี้สูงเล็กน้อย เธอต้องพลิกตัวนอนลงบนเก้าอี้ แล้วค่อย ๆ ยื่นขาสั้นป้อมออกมา
เหมือนกับเต่าโง่น้อยตัวหนึ่ง
อินเสินเงียบไปสักพัก ในที่สุดก็ก้มตัวแล้วอุ้มซิงซิงขึ้นมา
เด็กน้อยเหรอ!!
ทุกคนที่เห็นอย่างชัดเจนต่างพากันเบิกตาโพลง อ้าปากค้าง
ภาพที่ทุกคนเห็นประธานอินอุ้มเด็ก น่าใพอ ๆ กับการที่ประธานอินสวมกระโปรง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ท่าทางของเขาดูไม่คุ้นเลยแม้แต่น้อย
เด็กคนนั้นไม่ได้ดูไม่เป็ธรรมชาติสักนิด เธอโอบคอของประธานอินอย่างคุ้นเคย และมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
อินเสินเดินไปยังประตูใหญ่ เลขาของเขาก็รีบวิ่งออกมา ความเป็มืออาชีพทำให้เลขาซุนสามารถควบคุมสีหน้าของตัวเองได้อย่างดี
เลขาซุนรับกระเป๋าเอกสารจากคนขับรถและตามหลังอินเสินไป พูดด้วยน้ำเสียงที่เงียบสงบที่สุด
“ประธานอิน สัญญาวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณแล้วนะคะ ส่วนอีเมลฉบับนั้นฉันจัดการเสร็จและส่งอีเมลให้คุณแล้วค่ะ”
เลขาซุนเป็หญิงวัย 30 ปีที่มีความสามารถในการทำงาน หลังจากเธอรายงานเื่งานเสร็จ ก็รีบวิ่งไปด้านหน้าเพื่อกดลิฟต์ให้อินเสิน และเวลานี้เธอถึงกล้าที่จะมองหน้าสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของประธานอิน
และสบตากับซิงซิงที่มองมาอย่างประหลาดใจพอดี เด็กหญิงคลี่ยิ้มหวานอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะพี่สาว~”
เลขาซุนมักจะโดนเด็กเรียกว่าป้า พอได้ยินคำว่า ‘พี่สาว’ ก็ยิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“สวัสดีจ้ะสาวน้อย~”
เสียงเล็กเสียงน้อย…
จนอินเสินเหลือบไปมองเธอ
อินเสินไม่เข้าใจว่าทำไมใคร ๆ เห็นเด็กคนนี้ก็จะยิ้มแบบนี้ทุกที เด็กนี่มีอะไรดีกัน ปัญหาก็เยอะ เดินดี ๆ ก็ไม่เป็
เขาพูดอย่างเ็า “ผมรู้แล้ว คุณพาเธอไปที่ห้องพักก่อน”
พูดเสร็จก็ส่งเด็กไปทางด้านหน้า
ซิงซิงถูกยัดเข้าไปในอ้อมอกที่นุ่มและหอมกรุ่น เลขาซุนใจนหน้าซีด ลนลานไปหมด รู้สึกว่าอ้อมอกตัวเองถูกยัดมาด้วยสมบัติล้ำค่าที่บอบบางชิ้นหนึ่ง
เคาะนิดชนหน่อยก็จะตายประมาณนั้นเลย
ซิงซิงไม่กลัวคนแปลกหน้า และไม่ได้ดิ้นเช่นกัน
แต่ก็ยังหันกลับไปมองอินเสิน
“เมื่อไหร่จะมารับหนูอ่า~” เธอพูดเสียงอ่อน ไม่โวยวาย เพียงแต่ตาโต ๆ เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ซิงซิงมักจะเชื่อมั่นในพี่ชายเสมอ เธอรู้ว่าพี่ชายจะไม่มีวันทิ้งตัวเองแน่นอน ดังนั้นเธอจึงไม่เอะอะโวยวาย เธอจะเชื่อฟังและรออย่างเป็เด็กดี
อินเสินไม่อยากพูดเยอะ
เขารู้สึกว่าตัวเองพูดไร้สาระกับซิงซิงในวันนี้ยิ่งกว่าคำพูดไร้สาระของเขาในหนึ่งปีเสียอีก
แต่ว่า—
“จัดการธุระเสร็จแล้วจะไปรับ เธออย่าวิ่งไปทั่วล่ะ”
ซิงซิงพยักหน้าอย่างแรง “ค่ะ!”
พี่ใหญ่นี่ดีจริง ๆ!
แม้จะดูเหมือนว่าเ็า แต่ว่าอ้อมกอดก็อบอุ่นมากนะ!
อีกอย่างเขายังเป็พี่ใหญ่ที่พาเธอออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกด้วย พี่ใหญ่และพี่หกเป็คนที่ดีที่สุดในโลกเลย!
……
เลขาซุนมองประตูลิฟต์ของประธานอินที่ปิดลงด้วยความงุนงง
เธอยืนงงอยู่ที่เดิมสักประเดี๋ยว สมองยังตั้งสติจากอาการใเมื่อสักครู่ไม่ได้ จนกระทั่งเ้าก้อนกลมในอ้อมอกขยับตัว
“พี่คะ ซิงซิงเดินเองได้นะคะ~” ซิงซิงรู้ว่าผู้ใหญ่ก็เหนื่อยเป็
แม้ว่าถูกอุ้มจะมีความสุข แต่ว่าเธอชอบให้คนรอบข้างมีความสุขมากกว่า
เสียงที่ทั้งหวานทั้งนุ่มนวลเรียกสติของเลขาซุนกลับมา เธอก้มหัวลงถึงได้มองเห็นหน้าเล็ก ๆ ของเด็กสาวอายุราวสามขวบได้อย่างละเอียดชัดเจน
ใบหน้าที่สวยงามน่ารักตกเธอได้ทันที
เลขาซุนเป็คนที่มีความคิดว่าจะไม่แต่งงานมีลูก แต่ในเวลานี้คิดดูแล้ว หากเธอสามารถมีลูกสาวแบบนี้ได้ เธอก็ยอม!
เลขาซุนที่มีระเบียบ ทำงานเก่ง เวลานี้กลับบีบเสียงเล็กเสียงน้อย
“โอ้~ หนูชื่อซิงซิงเหรอคะ ซิงซิงเด็กดีจังเลย~”
“ป้า… ไม่สิ พี่อุ้มหนูไม่เหนื่อยหรอกค่ะ~”
“ซิงซิงสวยมากจริง ๆ เดี๋ยวพี่พาไปกินของอร่อยนะ~”
เธออุ้มซิงซิงไปยังห้องพัก และอยากจะหาคนให้เอาของเล่นมาให้ แต่ยังเดินไม่ถึงสองก้าวก็โดนคนขวางเอาไว้ มีทั้งพนักงานทั่วไป ทั้งระดับผู้จัดการ ทั้งพาร์ตเนอร์…และล้วนแต่เป็ผู้หญิงทั้งสิ้น
เดิมทีพวกเธออยากจะเจอประธานอินโดยบังเอิญ แต่ตอนที่เห็นเด็กที่ประธานอินอุ้ม สมองก็หยุดทำงานไปชั่วขณะ
เวลานี้พอเห็นเลขาซุนอุ้มเด็กเดินไปทางห้องพัก เลยรีบเข้าไปถามในทันที
“เลขาซุน เด็กคนนี้เป็อะไรกับประธานอินเหรอ”
“คิดไม่ถึงว่าประธานอินจะอุ้มเด็ก แต่ว่าก็ยังหล่อเกินไปอยู่ดี…เกินคาดไปหน่อย แต่ฉันก็รักเขา!”
“ว้าว เด็กคนนี้สวยมากเลย! ใช่ดาราเด็กที่เชิญมาเป็พรีเซนเตอร์ของสินค้าใหม่รึเปล่า!”
เลขาซุนเบียดออกมาจากกลุ่มคนอย่างยากลำบาก จากนั้นรีบเดินไปที่ห้องพัก
ซิงซิงเวียนหัวจากกลิ่นหอมของผู้หญิงพวกนั้น แต่ก็รู้สึกดีใจเหมือนได้กินขนมจากการถูกชมเชย ไม่มีใครไม่ชอบการถูกรายล้อมไปด้วยพวกพี่สาวสวย ๆ โดยเฉพาะพี่สาวที่ใจดี
เธอรู้สึกว่าอยากจะทักทายแต่ก็ไม่ทันได้ทักทาย
“สวัสดีค่ะพี่ ๆ สวัสดีค่ะ~” ซิงซิงยิ้มหวานเรียกทีละคน
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะจับหน้าของเธอ “นี่คือนางฟ้าตัวน้อยจากไหนเนี่ย!”
เลขาซุนนำซิงซิงไปวางไว้บนโซฟานิ่ม ๆ ใช้น้ำเสียงหวานและนุ่มนวลของตัวเองถามเธอ
“ซิงซิงอยากกินอะไร ดื่มอะไรจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อให้”
ครั้งก่อนซิงซิงก็เจอคนใจดีแบบนี้ที่บ้านของพี่หลี่หยวน
ใบหน้าของเธอแดงนิดหน่อย “ซิงซิงอยากกินไอศกรีมค่ะ”
“โอเคจ้ะ!” เลขาซุนเต็มไปด้วยพลังฮึกเหิม รู้สึกว่าตอนที่ตัวเองถูกส่งไปเซ็นสัญญาฉบับละสิบกว่าล้าน ยังไม่รู้สึกว่าเป็ภารกิจที่หนักอึ้งขนาดนี้เลย
เธอเดินออกไปพร้อมกับรองเท้าส้นสูง ปล่อยซิงซิงไว้กับกลุ่มผู้หญิงสายตาเป็ประกาย
เด็กน้อยที่ดูดีขนาดนี้ ประธานอินอุ้มมาด้วยตัวเอง แล้วยังพามาที่บริษัทอีก อายุก็ดูเหมือนจะเหมาะสมพอดี…
ถ้าไม่ใช่ลูกสาวแล้วจะเป็ใคร!
พวกเธอไม่มีวิธีที่จะเอาใจประธานอิน แล้วยังจะไม่มีวิธีเอาใจลูกสาวเขาเชียวเหรอ!
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กที่สวยขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องอยากเป็แม่!
“ซิงซิงจ๊ะ สร้อยคอนี้สวยไหมจ๊ะ ป้าให้ซิงซิงเอาไว้ใส่ดีไหม”
“สร้อยข้อมือระยิบระยับอันนี้เหมาะกับข้อเท้าซิงซิงมากเลย มา เดี๋ยวป้าใส่ให้นะจ๊ะ”
มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ไปสั่งคน
“รีบไปซื้อของขวัญที่ร้านค้าให้เด็กน้อยหน่อย เร็วเข้า!!”
ซิงซิงถูกรุมจนมึนไปหมด
แม้ว่าการกระทำของพวกพี่สาวจะอ่อนโยน แต่ความใจดีพวกนี้กำลังจะทำให้เธอมึน! และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พี่สาวพวกนี้ยิ่งเบียดยิ่งใกล้—
อ๊าย ซิงซิงถูกจุ๊บแล้ว!
……
หลังจากผ่านไปสามสิบกว่านาที เลขาซุนหิ้วทั้งของกินของเล่นเปิดประตูห้องพักเข้ามา แล้วก็ต้องตกตะลึง
เด็กน้อยสวมของมีค่า ในอ้อมอกกอดของเล่นระดับไฮเอนด์ไว้ แม้แต่บนผมเปียก็ประดับไปด้วยยางรัดผมประดับเพชร และที่สำคัญกว่านั้น บนแก้มขาวนุ่มของเธอเต็มไปด้วยรอยลิปสติก!
ซิงซิงถูกจุ๊บจนมึนไปหมดแล้ว(;`O´)o
เมื่อสายตาของเด็กน้อยมองเห็นเลขาซุน เธอก็ยิ้มโง่งมออกมา “พี่สาวคะ~”
เลขาซุนมือสั่น “พวกเธอ พวกเธอถือโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ นึกไม่ถึงเลยว่า...!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำเื่ที่ฉันอยากทำมากที่สุด!”
เธอวางกระเป๋าเล็กกระเป๋าใหญ่ พุ่งเข้าไปจุ๊บที่แก้มของซิงซิงหนึ่งที
แก้มของเด็กน้อยช่างอ่อนนุ่มเหลือเกิน!!
…
หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง เลขาซุนก้มหน้ายืนอยู่ตรงประตูของห้องพัก ไม่กล้าที่จะหายใจ
ประธานอินมาแบบกะทันหัน เธอยังไม่ทันได้เก็บอะไรให้เป็ระเบียบเลย!
อินเสินผลักประตูเข้ามา มองเ้าก้อนกลมที่กลายเป็แมวน้อยอยู่บนโซฟา เขายืนเงียบอยู่นานแต่ซิงซิงกลับตื่นเต้นอย่างมาก
เธอได้กินไอศกรีมที่อร่อยที่สุด และยังมีของอร่อยอื่น ๆ อีก แถมได้รับของสวยงามมากมาย!
แต่ว่าใบหน้ารู้สึกเจ็บนิดหน่อย…
มองเห็นอินเสิน เธอก็ะโลงจากโซฟาอย่างร่าเริง และพุ่งชนเข้ามาเหมือนกับลูกะุ
“กลับบ้าน…กลับบ้าน!”
เลขาซุนใ!
ถ้ารอยลิปสติกของเด็กน้อยไปเปรอะโดนกางเกงของประธานอินจะทำยังไง!
ประธานอินยิ่งรักสะอาดอยู่ด้วย!
เลขาซุนเสียวสันหลังวาบ อยากจะดึงซิงซิงไว้ แต่แล้วก็เห็นอินเสินยอบตัวลง เอามือยันหน้าผากของซิงซิงเอาไว้
เด็กน้อยถูกกันไว้ ยังไงก็แตะตัวเขาไม่ได้
อินเสินมองซิงซิงที่ใบหน้ามีแต่รอยลิปสติกอยู่ตรงหน้า เห็นท่าทางโบกมือเล็ก ๆ สั้น ๆ ไปมา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม