“ฉันมารถของทางทีมงาน พอดีว่าไมค์กับฮอร์นให้ตั๋วพิเศษฉันมาดูการแข่งขัน” ว่าแล้วเธอก็ชูบัตรเข้างานให้กับไวโอลินได้เห็น หญิงสาวยิ้มพิมพ์ใจ
“นี่เธอชอบการแข่งขันความเร็ว เข้าเลือดไปแล้วเหรอ”
“ใช่สิ! ฉันชอบ...เธอเองก็รู้ว่าฉันปลื้ม สตีฟ ฟาน ไฮน์ แล้วก็...เอ่อ!” บราวนี่ไม่พูดต่อ ไวโอลินชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“พันเจีย”
“ใช่ ๆ ๆ เธอคบกับหมอนั่นแล้วเป็นยังไงบ้าง”
“เอ่อคือ...คือ” ไวโอลินอึกอักไม่กล้าพูดความจริงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย
“โรแมนติกหรือเปล่า เขาเทคแคร์เธอดีไหม ได้แอ้มเขาไปแล้วหรือยัง” คำถามหยอก ๆ ของบราวนี่ ทำไวโอลินถึงกับหน้าเปลี่ยนสีจนพูดอะไรไม่ออก เพราะความจริงมันจุกอยู่ในอก
“ฉันล้อเล่นน่า!” บราวนี่หัวเราะร่วน แต่ไวโอลินกลับหน้าเสีย
“เธอกลับไปคบกับฮอร์นเถอะนะ เดี๋ยวฉันช่วยเรื่องนี้เอง ฉันจะช่วยกันพันเจียออกมาเอง” บราวนี่พูดจริงจัง พลางยกมือขึ้นแบบสู้ ๆ ให้เธอรู้สึกฮึกเหิม เพื่อทวงคืนความรักระหว่างเธอกับฮอร์นคืนมาให้ได้
ทว่าไวโอลินกลับก้มหน้านิ่ง คิดสับสนอยู่ภายในใจ บราวนี่ขยับเข้าไปใกล้ ๆ แล้วถามออกไปอย่างสงสัย กับสีหน้า และท่าทางของไวโอลินที่แสดงออกมาอยู่ในตอนนี้
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ...ไวโอลิน" ไวโอลินได้แต่นั่งนิ่ง ก้มหน้าไม่ยอมพูดไม่ยอมจา
"ว่าไงล่ะ เธอกับหมอนั่น คงไม่ได้ชอบกันจริง ๆ หรอกใช่ไหม...หืม (บราวนี่พยายามซักถามเอาความจริงจากเพื่อนสาวของเธอ) หรือว่าเธอ ไม่นะ! ไม่จริงใช่ไหม (บราวนี่ถามเสียงหลง) อย่าบอกนะว่าเธอกับพันเจีย...มีอะไรกันแล้ว” (ตรงนี้พูดเสียงเบา ๆ สุด ๆ) ไวโอลิน พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ สองสามที บราวนี่ที่ได้เห็นแบบนั้นเข่าแทบทรุดถึงกับพูดอะไรไม่ถูก
“ทำไมล่ะ ไวโอลิน...ปกติเธอไม่ใช่คนแบบนี้ ทำไมถึงได้ไปยอมเขาง่าย ๆ แบบนั้น” บราวนี่เข้ามาสวมกอดเธอ ไวโอลินถอนหายใจออกมาเครียด ๆ เธอสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรลงไปบ้าง
“รักเขาเหรอไวโอลิน...รักกันแล้วเหรอ แล้วเขารักเธอด้วยหรือเปล่า หรือ ว่าเขาข่มเหงเธอ หรือยังไง” บราวนี่ซักเธอราวกับจะให้มันกระจ่างแจ่มแจ้งออกมาให้ได้
“เขารักเธอจริง ๆ หรือเปล่า เชื่อได้แค่ไหน...เรื่องนี้เขาต้องรับผิดชอบนะ” บราวนี่ดูท่าจะไม่ยอมเรื่องนี้ง่าย ๆ เธอฉุดแขนของไวโอลินให้ลุกขึ้น แล้วไปหาพันเจียพร้อม ๆ กันกับเธอ
“ไป! ไวโอลิน...เรื่องนี้เขาต้องรับผิดชอบ จะมาบอกว่ารักแล้วทำแบบนี้ แล้วปล่อยผ่านเลยไม่ได้ เขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” บราวนี่บอก ไวโอลินไม่กล้า รั้งแขนของตัวเองไว้แล้วบอกออกไป
“อย่าไปเลยบราวนี่...ฉันอาย!! อย่าไปเลยนะ” ไวโอลินร้องห้าม
“เห้ย...ได้เหรอ ยอมแบบนี้ไม่ได้นะ มันเรื่องใหญ่มากเลยนะกับผู้หญิงอย่างเรา”
“ไม่ ๆ ๆ บราวนี่...ฉันยอมเขา” ไวโอลินสารภาพออกมาตรง บราวนี่ถึงกับหน้าเครียด
“ถึงงั้นก็เถอะ ยังไงเรื่องนี้ เขาก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี เกิดเขาไปหาผู้หญิงคนอื่นจะทำยังไง”
“เธอหมายความว่าไง...บราวนี่” ไวโอลินจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างอึ้ง ๆ
“อ่ะเอ่อ...เอ่อคือ” บราวนี่ไม่ตอบ ได้แต่อ้ำอึ้ง
“ว่าไงล่ะบราวนี่ มีอะไรก็พูดออกมาสิ”
“พันเจีย...เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเจ้าชู้ แล้วเขาก็เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิง”
“เธอรู้ได้ยังไง” ไวโอลินถาม ด้วยความอยากรู้สุด ๆ
“ก็...ฉันเคยอ่านเจอในคอลัมน์ หมายถึงบทสัมภาษณ์นักแข่งอะไรพวกนี้”
“แน่ใจเหรอ!”
“ก็...ไม่ค่อยแน่ใจหรอก แต่เธอต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่ทิ้งเธอไปมีคนอื่น” ไวโอลินทรุดตัวกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม
“ถ้าเขาจะไป มันก็คงไม่มีอะไรมารั้งเอาไว้ได้หรอก” ไวโอลินตัดพ้อ
“ไม่ได้! เธอต้องมากับฉัน เร็วเข้า!” บราวนี่ยื้อยุดแขนของเธอ พาลากไปที่ห้องประชุมของนักแข่งซึ่งกำลังประชุมเครียดถึงการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า
ห้องประชุม
บราวนี่เปิดประตูพรวดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ ขณะที่ด้านในกำลังประชุมกันอยู่ ทั้งหมดหันมามองเธอ และไวโอลินเป็นตาเดียว บราวนี่กวาดสายตามองหาคนที่เขาอยากที่จะคุยด้วย เธอมองเห็น ฮอร์น ไมค์ สตีฟ ฟาน ไฮน์ เพื่อน ๆ นักแข่งชาวมาเลเซีย ญี่ปุ่น และตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขันอีกสี่คน รวมถึงพันเจียที่นั่งอยู่ด้านในสุด
“ว่าไงกันสาว ๆ ไม่เห็นหรือไงว่าในนี้กำลังประชุมอยู่” ตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขันหนึ่งในสี่คนนั้นบอกออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ฮอร์นเห็นท่าไม่ดีรีบออกรับแทน
“พวกเธอเป็นคนของทีมเรา คงไม่เป็นไรถ้าจะเข้ามาร่วมประชุมด้วย” ไวโอลินก้มหน้า ก่อนจะชำเลืองตาไปมองหาพันเจียที่นั่งอยู่ในสุด ขณะที่เขานั่งควงปากกาเล่นอยู่ในมือ ดูท่าทางไม่ได้สนใจต่อสถานการณ์รอบข้าง สีหน้าท่าทางของเขาดูเฉยชาอย่างแปลก ๆ
“คงไม่ดีหรอกมั้ง...เรื่องนี้ไม่ควรเอาผู้หญิงเข้ามาเกี่ยว” ไฮน์เสนอ บราวนี่เบื่อที่จะคอยให้พวกเขาเถียงกันจนจบ เธอพูดออกไปเลยทันทีว่า
“ฉันต้องการคุยกับพันเจีย ขอคุยกับเขาเลยตอนนี้ได้ไหม” เธอถาม ขณะที่พันเจียไม่ได้หันออกมองนั่งหมุนปากกาอยู่ที่โต๊ะด้านในสุด ฟานเห็นว่าไม่เหมาะสม เลยแย้งออกไปว่า
“สงสัยจะไม่ได้ เพราะว่าเรากำลังประชุมกัน แล้วอีกเดี๋ยวก็จะพากันไปที่สนามซ้อม พวกเธอออกไปก่อนดีกว่านะ” ไวโอลินเห็นพันเจียยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมหันมามองสักนิด เธออดที่จะนึกถึงคำพูดของบราวนี่ขึ้นมาไม่ได้ว่าเขานั้นรักเธอจริง ๆ หรือเปล่า
“ออกไปกันเถอะบราวนี่” ไวโอลินกระตุกแขนของเธอเบา ๆ พลางก้มหน้า เพราะอายที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้
“ขอเวลาแค่เดี๋ยวเดียวไม่ได้เลยเหรอ” บราวนี่ถามกลับ
“ว่าไง...พันเจีย นายจะออกไปคุยหน่อยไหม” สตีฟหันไปถาม พันเจียชำเลืองสายตาคมกริบมาสบตาของสตีฟ แต่กลับนิ่งไปมีทีท่าว่าจะตอบรับ หรือปฏิเสธ สตีฟจึงบอกออกไปแทน
“รบกวนช่วยออกไปก่อนนะครับ” สตีฟพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ บราวนี่เห็นอย่างนั้น ก็รีบดึงแขนไวโอลินกลับออกไปโดยเร็ว ปิดประตูดังปังแกมประชด!
ปัง!
“ไปกันเถอะบราวนี่ เราไม่น่าเข้าไปเลย” ไวโอลินบอกกับเธอ
“ไปก็ไป...อารมณ์เสียจริง ๆ” บราวนี่อดหงุดหงิดออกไปไม่ได้
“เดี๋ยว!” พันเจียเปิดประตูออกมาพร้อมร้องทักทั้งคู่เอาไว้ ไวโอลินหันมาสบตาแล้วยิ้มให้กับเขา แต่พันเจียกับทำสีหน้าเย็นชาใส่เธอราวกับคนไม่รู้จักกัน
“เธอสองคนมีอะไร” พันเจียถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา หน้านิ่ง ดูไม่เหมือนกับวันก่อนเลยสักนิด (ไวโอลินครุ่นคิด)
“ฉันว่าพูดตรงนี้ไม่เหมาะ” บราวนี่บอกก่อนจะพาทั้งคู่ออกมาคุยกันที่หน้าระเบียงชั้นสาม ซึ่งเป็นที่สำหรับให้แขกได้พักผ่อน นั่งเล่นนอนเล่น มองทิวทัศน์ในมุมสูง รอบ ๆ รีสอร์ท และมองทะเลได้อย่างชัดเจน ระหว่างที่เสียงเกลียวคลื่นดังเอื่อย ๆ เข้ามากระทบฝั่ง
“ฉันอยากรู้เรื่องของคุณ กับเพื่อนของฉัน” บราวนี่เปิดประเด็น ไวโอลินเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่บราวนี่กำลังทำอยู่
“เรื่องของฉันกับเธอน่ะเหรอ” พันเจีย พูดพลางโบ้ยหน้าไปหาไวโอลิน
“ใช่ค่ะ เรื่องของคุณกับเพื่อนของฉัน” บราวนี่พูดจาฉะฉาน แต่พันเจียกลับมองว่าเธอจุ้นจ้านเสียมากกว่า
“ก็แล้วทำไม ไม่ถามเพื่อนคุณล่ะ” พันเจียย้อนถามกลับไปพลางกระตุกยิ้มเบา ๆ แล้วมองไปทางไวโอลิน ที่ได้แต่ยืนนิ่ง
“ฉันต้องการความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น คุณจะว่ายังไง” บราวนี่พูดจาขึงขัง
“คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย” พันเจียถามขำ ๆ เพราะดูท่าทางเธอแล้วดูจะหงุดหงิดเอามาก ๆ จนพันเจียนึกไม่ออกว่าตนไปทำอะไรมากมายจนต้องมาแสดงอาการใส่เขาขนาดนั้น
“ฉันอยากจะบ้าตาย ก็เรื่องที่คุณกับไวโอลิน มีอะไรกันแล้วไง คุณจะว่ายังไง” บราวนี่พูดเสียงเข้ม พลางออกท่าทางจริงจังในคำพูดสุด ๆ พันเจียร้องอ๋อในใจ หันไปสบตากับไวโอลินเล็กน้อย แล้วเบนสายตากลับไปทางบราวนี่ ก่อนตอบ
“แล้วจะให้ผมว่ายังไง ในเมื่อเพื่อนของคุณเอง เขาก็ยังไม่เห็นจะว่ายังไงเลย” พันเจียพูดพลางหัวเราะออกเล็ก ๆ ไวโอลินได้ยินแบบนั้นก็แทบสะอึก เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป กับเรื่องที่มันเกิดขึ้น
“ถ้าคุณรักเพื่อนฉันจริง ๆ คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ” บราวนี่กล่าว
“คุณจะให้ผม รับผิดชอบยังไง” พันเจียถามกลับไปดื้อ ๆ
“คุณก็ต้องทำอะไรสักอย่างสิ” บราวนี่จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
“ยังไงล่ะ” พันเจียถามย้ำกลับ บราวนี่ได้แต่ยืนนิ่ง ซึ่งเธอก็ดันไม่รู้ว่าจะให้เขาต้องมารับผิดชอบยังไง เพราะถ้าถึงขนาดที่จะต้องแต่งงานกัน ไวโอลินเองก็คงจะยังไม่พร้อม เพราะเธอนั้นกำลังจะต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ พันเจียเลิกคิ้วเป็นเชิงขอคำตอบอย่างชัด ๆ บราวนี่หันไปหาไวโอลินอย่างขอตัวช่วย แต่ไวโอลินเอง ก็ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น
“พอเถอะ! เลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว ฉันขอตัวนะ” พูดจบไวโอลินก็เดินเลี่ยงมาจากตรงนั้น โดยไม่รู้ว่าฮอร์น แอบตามพวกเขามาด้วย และได้ยินเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นหมดแล้ว ไวโอลินวิ่งหนีออกมา เพราะดูจากสีหน้า แววตาและท่าทางของพันเจียแล้ว เขาเองก็ดูจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเสียเท่าไหร่ จากการที่ถูกบราวนี่จู่โจมเข้าไปแบบนั้น
หญิงสาวคิดว่าบางทีแล้วพันเจียอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนอย่างที่เขาพูดออกมาก็ได้ หรือบางทีมันอาจเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของเขา หรือ บรรยากาศที่พาไปทำให้เผลอบอกรักกับเธอ ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น ไวโอลินรีบวิ่งกลับมาที่ห้อง บราวนี่ตามมาด้วย แต่ไวโอลินกลับปิดประตูหนีเข้าไปอยู่ในห้องเพียงลำพัง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
บราวนี่เคาะประตูร้องเรียกเธอจากด้านนอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“ไวโอลิน! เปิดก่อน! ไวโอลิน!”
“ขออยู่คนเดียวนะ” ไวโอลินตะโกนกลับออกมา บราวนี่ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนอยู่ตามลำพัง เพราะกลัวว่าจะคิดมาก รีบแย้ง
“แต่ว่า!” บราวนี่ไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ไวโอลินก็บอกออกมาว่า
“ขอร้องล่ะ!” ไวโอลินเน้นย้ำความต้องการ บราวนี่จึงยอมถอยออกมาก่อน เพื่อให้เธอได้คิดทบทวนกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยตัวของตัวเอง