เบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​

    เพื่อนรัก [2]


    “ฉันมารถของทางทีมงาน พอดีว่าไมค์กับฮอร์นให้ตั๋วพิเศษฉันมาดูการแข่งขัน” ว่าแล้วเธอก็ชูบัตรเข้างานให้กับไวโอลินได้เห็น หญิงสาวยิ้มพิมพ์ใจ

    “นี่เธอชอบการแข่งขันความเร็ว เข้าเลือดไปแล้วเหรอ”

    “ใช่สิ! ฉันชอบ...เธอเองก็รู้ว่าฉันปลื้ม สตีฟ ฟาน ไฮน์ แล้วก็...เอ่อ!” บราวนี่ไม่พูดต่อ ไวโอลินชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

    “พันเจีย”

    “ใช่ ๆ ๆ เธอคบกับหมอนั่นแล้วเป็นยังไงบ้าง”

    “เอ่อคือ...คือ” ไวโอลินอึกอักไม่กล้าพูดความจริงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย

    “โรแมนติกหรือเปล่า เขาเทคแคร์เธอดีไหม ได้แอ้มเขาไปแล้วหรือยัง” คำถามหยอก ๆ ของบราวนี่ ทำไวโอลินถึงกับหน้าเปลี่ยนสีจนพูดอะไรไม่ออก เพราะความจริงมันจุกอยู่ในอก

    “ฉันล้อเล่นน่า!” บราวนี่หัวเราะร่วน แต่ไวโอลินกลับหน้าเสีย

    “เธอกลับไปคบกับฮอร์นเถอะนะ เดี๋ยวฉันช่วยเรื่องนี้เอง ฉันจะช่วยกันพันเจียออกมาเอง” บราวนี่พูดจริงจัง พลางยกมือขึ้นแบบสู้ ๆ ให้เธอรู้สึกฮึกเหิม เพื่อทวงคืนความรักระหว่างเธอกับฮอร์นคืนมาให้ได้

    ทว่าไวโอลินกลับก้มหน้านิ่ง คิดสับสนอยู่ภายในใจ บราวนี่ขยับเข้าไปใกล้ ๆ แล้วถามออกไปอย่างสงสัย กับสีหน้า และท่าทางของไวโอลินที่แสดงออกมาอยู่ในตอนนี้

    “เกิดอะไรขึ้นกับเธอ...ไวโอลิน" ไวโอลินได้แต่นั่งนิ่ง ก้มหน้าไม่ยอมพูดไม่ยอมจา

    "ว่าไงล่ะ เธอกับหมอนั่น คงไม่ได้ชอบกันจริง ๆ หรอกใช่ไหม...หืม (บราวนี่พยายามซักถามเอาความจริงจากเพื่อนสาวของเธอ) หรือว่าเธอ ไม่นะ! ไม่จริงใช่ไหม (บราวนี่ถามเสียงหลง) อย่าบอกนะว่าเธอกับพันเจีย...มีอะไรกันแล้ว” (ตรงนี้พูดเสียงเบา ๆ สุด ๆ) ไวโอลิน พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ สองสามที บราวนี่ที่ได้เห็นแบบนั้นเข่าแทบทรุดถึงกับพูดอะไรไม่ถูก

    “ทำไมล่ะ ไวโอลิน...ปกติเธอไม่ใช่คนแบบนี้ ทำไมถึงได้ไปยอมเขาง่าย ๆ แบบนั้น” บราวนี่เข้ามาสวมกอดเธอ ไวโอลินถอนหายใจออกมาเครียด ๆ เธอสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรลงไปบ้าง

    “รักเขาเหรอไวโอลิน...รักกันแล้วเหรอ แล้วเขารักเธอด้วยหรือเปล่า หรือ ว่าเขาข่มเหงเธอ หรือยังไง” บราวนี่ซักเธอราวกับจะให้มันกระจ่างแจ่มแจ้งออกมาให้ได้

    “เขารักเธอจริง ๆ หรือเปล่า เชื่อได้แค่ไหน...เรื่องนี้เขาต้องรับผิดชอบนะ” บราวนี่ดูท่าจะไม่ยอมเรื่องนี้ง่าย ๆ เธอฉุดแขนของไวโอลินให้ลุกขึ้น แล้วไปหาพันเจียพร้อม ๆ กันกับเธอ

    “ไป! ไวโอลิน...เรื่องนี้เขาต้องรับผิดชอบ จะมาบอกว่ารักแล้วทำแบบนี้ แล้วปล่อยผ่านเลยไม่ได้ เขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” บราวนี่บอก ไวโอลินไม่กล้า รั้งแขนของตัวเองไว้แล้วบอกออกไป

    “อย่าไปเลยบราวนี่...ฉันอาย!! อย่าไปเลยนะ” ไวโอลินร้องห้าม

    “เห้ย...ได้เหรอ ยอมแบบนี้ไม่ได้นะ มันเรื่องใหญ่มากเลยนะกับผู้หญิงอย่างเรา”

    “ไม่ ๆ ๆ บราวนี่...ฉันยอมเขา” ไวโอลินสารภาพออกมาตรง บราวนี่ถึงกับหน้าเครียด

    “ถึงงั้นก็เถอะ ยังไงเรื่องนี้ เขาก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี เกิดเขาไปหาผู้หญิงคนอื่นจะทำยังไง”

    “เธอหมายความว่าไง...บราวนี่” ไวโอลินจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างอึ้ง ๆ

    “อ่ะเอ่อ...เอ่อคือ” บราวนี่ไม่ตอบ ได้แต่อ้ำอึ้ง

    “ว่าไงล่ะบราวนี่ มีอะไรก็พูดออกมาสิ”

    “พันเจีย...เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเจ้าชู้ แล้วเขาก็เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิง”

    “เธอรู้ได้ยังไง” ไวโอลินถาม ด้วยความอยากรู้สุด ๆ

    “ก็...ฉันเคยอ่านเจอในคอลัมน์ หมายถึงบทสัมภาษณ์นักแข่งอะไรพวกนี้”

    “แน่ใจเหรอ!”

    “ก็...ไม่ค่อยแน่ใจหรอก แต่เธอต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่ทิ้งเธอไปมีคนอื่น” ไวโอลินทรุดตัวกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม

    “ถ้าเขาจะไป มันก็คงไม่มีอะไรมารั้งเอาไว้ได้หรอก” ไวโอลินตัดพ้อ

    “ไม่ได้! เธอต้องมากับฉัน เร็วเข้า!” บราวนี่ยื้อยุดแขนของเธอ พาลากไปที่ห้องประชุมของนักแข่งซึ่งกำลังประชุมเครียดถึงการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า

    ห้องประชุม

    บราวนี่เปิดประตูพรวดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ ขณะที่ด้านในกำลังประชุมกันอยู่ ทั้งหมดหันมามองเธอ และไวโอลินเป็นตาเดียว บราวนี่กวาดสายตามองหาคนที่เขาอยากที่จะคุยด้วย เธอมองเห็น ฮอร์น ไมค์ สตีฟ ฟาน ไฮน์ เพื่อน ๆ นักแข่งชาวมาเลเซีย ญี่ปุ่น และตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขันอีกสี่คน รวมถึงพันเจียที่นั่งอยู่ด้านในสุด

    “ว่าไงกันสาว ๆ ไม่เห็นหรือไงว่าในนี้กำลังประชุมอยู่” ตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขันหนึ่งในสี่คนนั้นบอกออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ฮอร์นเห็นท่าไม่ดีรีบออกรับแทน

    “พวกเธอเป็นคนของทีมเรา คงไม่เป็นไรถ้าจะเข้ามาร่วมประชุมด้วย” ไวโอลินก้มหน้า ก่อนจะชำเลืองตาไปมองหาพันเจียที่นั่งอยู่ในสุด ขณะที่เขานั่งควงปากกาเล่นอยู่ในมือ ดูท่าทางไม่ได้สนใจต่อสถานการณ์รอบข้าง สีหน้าท่าทางของเขาดูเฉยชาอย่างแปลก ๆ

    “คงไม่ดีหรอกมั้ง...เรื่องนี้ไม่ควรเอาผู้หญิงเข้ามาเกี่ยว” ไฮน์เสนอ บราวนี่เบื่อที่จะคอยให้พวกเขาเถียงกันจนจบ เธอพูดออกไปเลยทันทีว่า

    “ฉันต้องการคุยกับพันเจีย ขอคุยกับเขาเลยตอนนี้ได้ไหม” เธอถาม ขณะที่พันเจียไม่ได้หันออกมองนั่งหมุนปากกาอยู่ที่โต๊ะด้านในสุด ฟานเห็นว่าไม่เหมาะสม เลยแย้งออกไปว่า

    “สงสัยจะไม่ได้ เพราะว่าเรากำลังประชุมกัน แล้วอีกเดี๋ยวก็จะพากันไปที่สนามซ้อม พวกเธอออกไปก่อนดีกว่านะ” ไวโอลินเห็นพันเจียยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมหันมามองสักนิด เธออดที่จะนึกถึงคำพูดของบราวนี่ขึ้นมาไม่ได้ว่าเขานั้นรักเธอจริง ๆ หรือเปล่า

    “ออกไปกันเถอะบราวนี่” ไวโอลินกระตุกแขนของเธอเบา ๆ พลางก้มหน้า เพราะอายที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้

    “ขอเวลาแค่เดี๋ยวเดียวไม่ได้เลยเหรอ” บราวนี่ถามกลับ

    “ว่าไง...พันเจีย นายจะออกไปคุยหน่อยไหม” สตีฟหันไปถาม พันเจียชำเลืองสายตาคมกริบมาสบตาของสตีฟ แต่กลับนิ่งไปมีทีท่าว่าจะตอบรับ หรือปฏิเสธ สตีฟจึงบอกออกไปแทน

    “รบกวนช่วยออกไปก่อนนะครับ” สตีฟพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ บราวนี่เห็นอย่างนั้น ก็รีบดึงแขนไวโอลินกลับออกไปโดยเร็ว ปิดประตูดังปังแกมประชด!

    ปัง!

    “ไปกันเถอะบราวนี่ เราไม่น่าเข้าไปเลย” ไวโอลินบอกกับเธอ

    “ไปก็ไป...อารมณ์เสียจริง ๆ” บราวนี่อดหงุดหงิดออกไปไม่ได้

    “เดี๋ยว!” พันเจียเปิดประตูออกมาพร้อมร้องทักทั้งคู่เอาไว้ ไวโอลินหันมาสบตาแล้วยิ้มให้กับเขา แต่พันเจียกับทำสีหน้าเย็นชาใส่เธอราวกับคนไม่รู้จักกัน

    “เธอสองคนมีอะไร” พันเจียถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา หน้านิ่ง ดูไม่เหมือนกับวันก่อนเลยสักนิด (ไวโอลินครุ่นคิด)

    “ฉันว่าพูดตรงนี้ไม่เหมาะ” บราวนี่บอกก่อนจะพาทั้งคู่ออกมาคุยกันที่หน้าระเบียงชั้นสาม ซึ่งเป็นที่สำหรับให้แขกได้พักผ่อน นั่งเล่นนอนเล่น มองทิวทัศน์ในมุมสูง รอบ ๆ รีสอร์ท และมองทะเลได้อย่างชัดเจน ระหว่างที่เสียงเกลียวคลื่นดังเอื่อย ๆ เข้ามากระทบฝั่ง

    “ฉันอยากรู้เรื่องของคุณ กับเพื่อนของฉัน” บราวนี่เปิดประเด็น ไวโอลินเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่บราวนี่กำลังทำอยู่

    “เรื่องของฉันกับเธอน่ะเหรอ” พันเจีย พูดพลางโบ้ยหน้าไปหาไวโอลิน

    “ใช่ค่ะ เรื่องของคุณกับเพื่อนของฉัน” บราวนี่พูดจาฉะฉาน แต่พันเจียกลับมองว่าเธอจุ้นจ้านเสียมากกว่า

    “ก็แล้วทำไม ไม่ถามเพื่อนคุณล่ะ” พันเจียย้อนถามกลับไปพลางกระตุกยิ้มเบา ๆ แล้วมองไปทางไวโอลิน ที่ได้แต่ยืนนิ่ง

    “ฉันต้องการความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น คุณจะว่ายังไง” บราวนี่พูดจาขึงขัง

    “คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย” พันเจียถามขำ ๆ เพราะดูท่าทางเธอแล้วดูจะหงุดหงิดเอามาก ๆ จนพันเจียนึกไม่ออกว่าตนไปทำอะไรมากมายจนต้องมาแสดงอาการใส่เขาขนาดนั้น

    “ฉันอยากจะบ้าตาย ก็เรื่องที่คุณกับไวโอลิน มีอะไรกันแล้วไง คุณจะว่ายังไง” บราวนี่พูดเสียงเข้ม พลางออกท่าทางจริงจังในคำพูดสุด ๆ พันเจียร้องอ๋อในใจ หันไปสบตากับไวโอลินเล็กน้อย แล้วเบนสายตากลับไปทางบราวนี่ ก่อนตอบ

    “แล้วจะให้ผมว่ายังไง ในเมื่อเพื่อนของคุณเอง เขาก็ยังไม่เห็นจะว่ายังไงเลย” พันเจียพูดพลางหัวเราะออกเล็ก ๆ ไวโอลินได้ยินแบบนั้นก็แทบสะอึก เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป กับเรื่องที่มันเกิดขึ้น

    “ถ้าคุณรักเพื่อนฉันจริง ๆ คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ” บราวนี่กล่าว

    “คุณจะให้ผม รับผิดชอบยังไง” พันเจียถามกลับไปดื้อ ๆ

    “คุณก็ต้องทำอะไรสักอย่างสิ” บราวนี่จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

    “ยังไงล่ะ” พันเจียถามย้ำกลับ บราวนี่ได้แต่ยืนนิ่ง ซึ่งเธอก็ดันไม่รู้ว่าจะให้เขาต้องมารับผิดชอบยังไง เพราะถ้าถึงขนาดที่จะต้องแต่งงานกัน ไวโอลินเองก็คงจะยังไม่พร้อม เพราะเธอนั้นกำลังจะต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ พันเจียเลิกคิ้วเป็นเชิงขอคำตอบอย่างชัด ๆ บราวนี่หันไปหาไวโอลินอย่างขอตัวช่วย แต่ไวโอลินเอง ก็ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น

    “พอเถอะ! เลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว ฉันขอตัวนะ” พูดจบไวโอลินก็เดินเลี่ยงมาจากตรงนั้น โดยไม่รู้ว่าฮอร์น แอบตามพวกเขามาด้วย และได้ยินเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นหมดแล้ว ไวโอลินวิ่งหนีออกมา เพราะดูจากสีหน้า แววตาและท่าทางของพันเจียแล้ว เขาเองก็ดูจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเสียเท่าไหร่ จากการที่ถูกบราวนี่จู่โจมเข้าไปแบบนั้น

    หญิงสาวคิดว่าบางทีแล้วพันเจียอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนอย่างที่เขาพูดออกมาก็ได้ หรือบางทีมันอาจเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของเขา หรือ บรรยากาศที่พาไปทำให้เผลอบอกรักกับเธอ ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น ไวโอลินรีบวิ่งกลับมาที่ห้อง บราวนี่ตามมาด้วย แต่ไวโอลินกลับปิดประตูหนีเข้าไปอยู่ในห้องเพียงลำพัง


    ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

    บราวนี่เคาะประตูร้องเรียกเธอจากด้านนอก

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

    “ไวโอลิน! เปิดก่อน! ไวโอลิน!”

    “ขออยู่คนเดียวนะ” ไวโอลินตะโกนกลับออกมา บราวนี่ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนอยู่ตามลำพัง เพราะกลัวว่าจะคิดมาก รีบแย้ง

    “แต่ว่า!” บราวนี่ไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ไวโอลินก็บอกออกมาว่า

    “ขอร้องล่ะ!” ไวโอลินเน้นย้ำความต้องการ บราวนี่จึงยอมถอยออกมาก่อน เพื่อให้เธอได้คิดทบทวนกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยตัวของตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องเบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663