นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒
กรรีบมาหากานต์ที่โลเคชั่นถ่ายทำละครที่มาดูเมื่อวานทันที หลังจากที่กานต์ไลน์ไปบอกเขาถึงการปรากฏตัวอย่างเป็ปริศนาของ..‘อินทร’ พระเอกจากพ็อกเก็ตบุ๊ค ‘ทาสรักทาสใจ’ ที่เขากำลังจะต้องเขียนบทละคร
ในไลน์ กานต์ยังกำชับกรอีกว่า..เมื่อมาพบหน้าอินทร อย่าเพิ่งบอกให้อินทรรู้ว่าเค้าเป็ตัวละครที่ออกมาจากหนังสือ แต่ให้บอกอินทรไปว่า.. กานต์และกรเป็ญาติของอินทรที่มาจากเมืองมินซึ่งก็คือ.. มีนบุรีนั่นเอง
“สวัสดีครับ ผมชื่อกรครับ” กรทักทายตัวละครที่เขารักอย่างตื่นตาตื่นใจ
“ผมอินทรครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อินทรพูดพร้อมกับยื่นมือให้กรัั แม้จะรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของกรก็ตาม
กรดูงง งง ที่อินทรยื่นมือออกมาสักครู่ แล้วเขาก็นึกได้ในทันที กรยื่นมือมาััมือกับอินทรกรก็ชอบอ่านพ็อกเก็ตบุ๊คเื่นี้เหมือนกันนี่นา
“เอ.. เมื่อสักครู่ คุณพูดขึ้นต้นประโยคว่าอะไรนะครับผมฟังไม่ถนัด” อินทรถามกรหลังจากที่ััมือกันเสร็จ
“ไม่มีอะไรหรอกครับอินทร” กานต์รีบตัดบทเพราะเขารู้ว่าในห้วงเวลาที่อินทรมีชีวิตอยู่ในโลกวรรณกรรมนั้น ยังไม่มีคำว่า‘สวัสดี’ เกิดขึ้นในสังคมไทย “กรน้องชายผม เค้าชอบพูดอะไรแปลกๆแบบนี้แหละครับ” กานต์พยายามหาข้อแก้ตัวเท่าที่นึกออกบอกอินทรไป พลางยิ้มหวานละมุนให้อินทรไปด้วย
อินทรก็ยิ้มรับกานต์อย่างมีไมตรี
แต่.. กานต์รู้สึกวาบ.. หวาน.. ไปกับรอยยิ้มของอินทร .. และหวานไหวไปจนถึงหัวใจจนรู้สึกร้อนว่าบที่ใบหน้า ด้วยปะสบการณ์ กานต์รู้ทันทีว่าเขากำลังหน้าแดง กานต์พยายามยิ้มตอบไปอย่างปกติที่สุด
แต่สายตาของอินทรที่ฝากส่งไมตรีให้มานั้น .. ยิ่งทำให้กานต์รู้สึกมากมายไปกว่าเดิมจน.. ต้องก้มหน้า.. หลบสายตาอินทรในที่สุด
“ผมเรียก ‘พี่อิน’ ได้ไหมครับ” กรรีบหาเื่คุย เพื่อช่วยพี่ชาย
“ได้สิครับ” อินทรตอบกรอย่างเป็มิตร “เราเป็ญาติกันนี่นา”
กรยิ้มตอบไม่เต็มยิ้มเท่าใดนักก็เขาไม่ได้เป็ญาติอะไรกับอินทรนี่ แต่เป็แฟนคลับที่ชอบพี่อินมาก มากกว่า
อินทรพูดต่อไปเรื่อยๆ “พี่ไปเดินดูรอบๆ บ้านสักครู่นะครับไม่ได้เห็นบ้านหลังนี้ตั้งหลายปี”
สองพี่น้องยิ้มและพยักหน้าให้อย่างสุภาพ
อินทรงงกับกิริยาที่เกิดขึ้น เขาพยายามแปลความเอาเองว่า..นี่เป็การยินดีให้เขาไปเดินชมบ้านตามที่เค้าขอ อินทรจึงค้อมตัวให้อย่างงดงามตามแบบแผนที่ฝึกฝนมาอย่างดีแล้วก็เดินจากไป
“ตัวจริงพี่ ตัวจริงแบบตัวเป็ๆ เลย” กรหลุดปากพูดกบพี่ชายเมื่ออินทรเดินลับตาไป
“ไม่น่าเป็ไปใช่ไหมล่ะกร” กานต์ชวนคุย
“แต่ก็เป็ไปแล้วววววว” กรตอบพี่ชายอย่าลิงโลด
“กร.. ในเื่.. ตอนที่อินทรกลับมาที่เรือนปาริชาตนี่ ประเทศไทยเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่กี่ปีเองพี่เดาว่าน่าจะ.. ประมาณ่ปี ๒๔๘๐ นะ ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า ‘สวัสดี’ นะ”
“ครับ แล้วเวลาเจอหน้ากัน เค้าทักทายกันยังไงเหรอครับ” กรอดที่จะสงสัยไม่ได้
“ก็ .. ” กานต์นิ่งคิดไปสักครู่ “ไปไหนมา?หรือ ทำอะไรอยู่ หรือชวนคุยในเื่ที่อยากคุย อะไรประมาณนี้แหละแต่การทักทายสวัสดีนี่ มันประยุกต์มาจากการ say hello ของฝรั่ง”
“ครับ ครับ” กรพยักหน้ารับรู้ไปด้วย
“อย่าพูดอะไรที่มันเป็ยุดคเรา หรือที่มันแปลกๆ อีกนะ ถ้าพี่คิดแก้ให้ไม่ทันล่ะแย่เลย” กานต์บอกน้องชาย
กรพยักหน้ารับ
“พี่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยกร ว่าจะเป็เค้า.. ทีนี้เราจะทำยังไงดี?” กานต์ถามน้องชาย เพราะเขาเองก็คิดอะไรไม่ออก
กรสบตาพี่ชาย พลางทำมือโบ๋เบ๋เค้าก็คิดอะไรไม่ออกเช่นกัน
“แต่อย่างหนึ่งนะ” กานต์พูดขึ้น “เราบอกคุณวุธไม่ได้นะ ถ้าเค้ารู้ละก็..เป็เื่แน่”
“นั่นดิพี่” กรเดินคิด “งั้น.. พี่ต้องทำยังงัยก็ได้ .. ให้พี่วุธกลับกรุงเทพไปก่อน”
กานต์ฟังน้อง เขาเองก็คิดแบบเดียวกับที่กรพูด กานต์นิ่งคิดไปชั่วครู่ “ได้” แล้วกานต์ก็ยกมือถือขึ้นมา และโทรไปหาใครบางคน
กรได้ยินเสียงพี่ชายเบาๆ จนไม่อาจเข้าใจได้ว่ากานต์พูดอะไร
สักครู่.. กานต์วางสาย แล้วก็หันมาส่งยิ้มหวานให้น้องชายในมืออีกข้างส่งสัญญาณโอเค
กรยิ้มรับ
...
ไม่นานนัก วรวุธก็โทรศัพท์มาหากานต์ เขาขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่เพราะเขาต้องรีบกลับกรุงเทพด่วน จนไม่อาจอยู่ทานอาหารเช้ากับกานต์ได้
กานต์ได้แต่ตอบไปว่าไม่เป็ไรครับ ไม่เป็ไร พลางยิ้มกับกร ที่กำลังหัวเราะอย่างสาแก่ใจแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
เมื่อกานต์วางสาย สองพี่น้องต่างยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ
พอดีกับที่.. อินทรเดินกลับมาหากานต์และกรพอดี “ทำไมจึงไม่มีใครอยู่บ้านหลังนี้เลยครับ”
กานต์นิ่งคิดหาคำตอบ
“เอ่อ.. หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปครับ.. ” กรพยายามพูดหาทางออก ตามข้อมูลที่รู้มาแต่ก็ไปไม่รอด
อินทรมองกานต์อย่างไม่เข้าใจ
“คือ.. ผู้คนเค้าแยกย้ายกันไปอยู่ที่อื่นน่ะครับ บ้านปาริชาตหลังนี้ไม่มีคนมาอยู่ประจำ ั้แ่คุณไปอยู่กับคุณหญิงย่าครับ” กานต์พยายามใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในหัวตอบอินทรไป
อินทรรับรู้ตามที่กานต์บอก และไม่วายส่งยิ้มหวานให้กานต์รอยยิ้มที่ละลายใจใครหลายคน .. แล้วจะไม่ให้กานต์หวั่นไหวได้อย่างไร?
กานต์ได้แต่หลบสายตาสวยหวานนั่น
กรรีบหาทางช่วยพี่ชาย “พี่อินครับ มาทางนี้ดีกว่า” พูดจบกรก็พาอินทรเดินออกไปหน้าบ้าน
กานต์เดินตามอินทรกับกรไปด้วย
“ทางโน้นนี้มีร้านอาหารอร่อยด้วยนะครับพี่อิน” กรชวนคุย “พี่อินชอบกินไข่กะทะมั้ย”
กานต์รีบกระตุกมือน้องชาย แต่.. ช้าไป
“ไข่กะทะ คืออะไรหรือครับ” อินทรถาม
กรรู้ตัวทันทีว่าเขาพลาดไปอีกแล้วจึงหันหน้าไปสบตาพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ
กานต์สบตาน้องชาย สมองเขาทำงานทันที “ก็.. เป็อาหารเช้าที่คนแถวนี้เพิ่งเริ่มทำกันน่ะครับอินทร ผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาไปเอาแบบอย่างมาจากไหน? คงไม่ใช่อาหารไทยครับอินทร แต่อร่อยมากครับ” กานต์พยายามอธิบายอย่างระมัดระวังที่สุด
อินทรยิ้มให้กานต์ ที่หาคำตอบให้เขาได้ “คุณน่าจะอายุน้อยกว่าผม คุณเรียกผมว่า .. ‘พี่อิน’ .. เหมือนน้องชายคุณก็ได้นะครับ” พร้อมกับส่งสายตาเป็มิตรให้กานต์อีกครั้ง
ทั้งที่ไม่เคยหวั่นไหวแบบนี้กับสายตาใครต่อใครมานานแล้ว แต่กับคนนี้ กับสายตาแบบนี้ .. กานต์รู้สึกแปลบปลาบในใจไปกับสายตานั่นั้แ่ครั้งแรกแล้ว
พอมีครั้งที่สอง กานต์ยิ่งรู้สึกวาบหวามใจขึ้นไปอีก กานต์หลบสายตาคู่งามนั้น หากในใจกลับรับไมตรีที่แฝงมากับสายตาคู่งามนั่น “ครับ พี่อิน”
“พี่คงมีอะไรอีกหลายอย่างให้.. เอ่อ... เราพูดคุยกันมาตั้งนาน พี่ยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย” อินทรถาม และสายตาเขาก็จับจ้องกานต์เพื่อรอคำตอบ
“กานต์ครับ ผมชื่อกานต์” กานต์ตอบได้เท่านั้นจริงๆ ในใจเขาก็เต้นไม่เป็จังหวะ
อินทรมองกานต์อย่างพึงพอใจ “กานต์ที่แปลว่า...ผู้เป็ที่รัก!! ใช่ไหมครับ” คำพูดที่มาพร้อมกับความหวานของสายตาแบบนี้ใครก็คงไปไม่รอด
รวมทั้งกานต์!!
“ครับ” หากจะบอกว่าตอนนี้ หัวใจของกานต์เต้นไม่เป็ส่ำ ตามคำโบราณก็คงไม่ผิดนัก
“แหม!! พี่อินนี่เก่งจัง คนทั่วไปชอบแปลชื่อพี่ชายผมว่า‘ทอง’ พี่เป็คนแรกเลยนะเนียะ ที่แปลชื่อพี่ชายผมถูก พิเศษจริงๆ” เมื่อกานต์พูดไม่ออกก็เป็หน้าที่ของน้องชายสุดเลิฟ ที่จะช่วยพี่ชาย
“กรจะบอกว่าผมเป็คนพิเศษอย่างนั้นหรือ” อินทรถามกร หากพอพูดจบอินทรกลับตวัดสายตาคมกริบนั่นมาส่งความหวานให้กานต์อีกครา
อย่างนี้ .. หวานอย่างนี้ จะไม่ให้กานต์คิด..ได้อย่างไร
กรเหลือบตาดูอาการพี่ชาย แล้วก็พูดต่อ “อันนั้นผมตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ตอนนี้.. ผมว่า.. เราไปดูหน้าตาไข่กะทะชวนชิมของที่นี่ก่อนดีกว่าว่าจะน่ากินอย่างที่บอกไว้ในเฟสบุ๊คหรือเปล่า?”
“ไปดูหน้าตาอาหารเหรอครับ” อินทรถามขึ้นด้วยความงงอีกครั้ง
“อื้มมมครับ” กรรู้ตัวว่าพลาดอีกแล้วแต่ก็ต้องถูไถไปให้รอด “ไปกันเถอะครับพี่อิน กรหิวววววว” ว่าแล้ว.. กรก็ลากอินทรให้เดินนำไปกับเขาก่อน โดยไม่เปิดโอกาสให้อินทรถามอะไรอีก ปล่อยให้กานต์เดินตามหลังไปไม่ห่างเท่าใดนักก็คงไม่เป็ไร
เ้าของเรือนร่างสูงโปร่งที่เดินนำอยู่เบื้องหน้ากานต์กำลังทำให้หัวใจกานต์หวั่นไหว .. หัวใจที่กานต์ปิดล็อกไว้อย่างแ่าั้แ่ ‘หมอก’ ชายคนรักของกานต์จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อสองปีที่แล้ว
ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามาในชีวิต กระทั่ง.. วรวุธ กานต์ก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลย
แต่นี่.. เพียงแค่เสียงที่นุ่มนวล .. มาพร้อมกับสายตาหวานๆที่แสนอบอุ่นนั่น .. กลับทำให้กานต์หวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้
ไม่จริง! ไม่จริง!! อย่าคิดมาก .. กานต์บอกตนเอง อินทรเป็ผู้ชาย เดี๋ยวเขาจะต้องพบกับวดี และเขาจะต้องรักกับวดี จนกลายเป็รักต้องห้ามที่สุดคลาสสิคในพ็อกเก็ตบุ๊กเื่‘ทาสรัก ทาสใจ’ ที่ .. พรวิษณุ .. เขียนไว้จนโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน
อินทรไม่มีวันมาชอบผู้ชาย .. อินทรไม่ชอบผู้ชาย .. กานต์บอกตัวเองและพยายามหักห้ามจิตใจตนเอง แม้จะทำยากเพียงใดก็ตาม
“ผมสั่งไข่กะทะให้พี่กานต์แล้วนะครับ” กรบอกเมื่อกานต์ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับอินทร แล้วกรก็หันหน้าไปบอกอินทร “พี่อินคอยดูนะ ว่าไข่กะทะหน้าตาเป็ยังไง”
“อาหารมีหน้าตาด้วยเหรอ กร” อินทรถามด้วยความเข้าใจและอธิบายความเข้าใจตนเอง “เวลาที่เราดูอาหารเราจะดูว่า.. อาหารน่ากินหรือเปล่า? ไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ครับ!! แต่ผมชอบพูดแบบนี้แหละ เดี๋ยวพี่ก็ชิน” กรรับคำ และเลือกป้อนข้อมูลที่น่าจะช่วยให้เขาพูดคุยกั่บอินทรง่ายขึ้น
ไม่นานนัก ไข่กะทะวางลงกลางโต๊ะถึง๔ จาน
“ของผมสอง” กรรีบบอกทุกคน “นี่ไงนี่อิน” กรหันไปชวนอินทรคุย ก็กรเห็นแล้วว่า.. ตอนนี้พี่ชายเขายังไม่พร้อมจะคุยอะไร “ทีนี้เราก็ดูหน้าตาอาหารของเรา ถ้ามันสวยน่ากิน เราก็จะถ่ายรูป แล้วโพสลงเฟสบุ๊ค” กรพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดกล้อง แล้วถ่ายภาพไข่กะทะที่อยู่ตรงหน้า
แต่พอได้จังหวะ กรยกมือถือขึ้นสูงอีกหน่อยเขาแอบกดถ่ายภาพอินทรแบบรัวๆ ไว้ด้วย!!
อินทรงุนงง!! เขางงกับภาษาและทั้งเครื่องมือที่กรใช้ “ทำไมกล้องถ่ายรูปจึงเป็แบบนี้” พร้อมกับชี้นิ้วไปที่โทรศัพท์มือถือของกร
“ใจเย็นครับพี่อิน ค่อยๆ เรียนรู้กันไปนะครับ” กานต์พูดเป็ครั้งแรก หลังจากที่นิ่งเงียบไปนาน “ที่นี่อาจจะมีอะไรหลายอย่างแตกต่างจากที่ที่พี่เคยอยู่และจากมา”
“ครับ พี่คงต้องให้กานต์ช่วยแนะนำพี่ด้วยนะครับ” ที่มาพร้อมกับเสียงนุ่มๆคือสายตาที่แสนอบอุ่นนั่น
ทำเอากานต์หน้าแดง ด้วยความเขินอายไปอีกรอบ
อีกแล้ว.. หยอดอีกแล้ว.. แล้ว.. พี่กูจะไหวมั้ยเนียะ? .. กรคิด แต่ก่อนที่กรจะเลือกว่าจะชวนคุยเื่อะไรต่อเขาก็ได้ยินเสียงพี่ชายตอบโต้พี่อินกลับไป
“ยินดีครับพี่” กานต์เลือกที่จะตอบแบบที่เป็ปกติที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ “พี่อินลองชิมไข่กะทะก่อนนะครับ ไข่กะทะนี่ เราต้องปรุงก่อนนะครับ พี่อินทำตามกานต์นะครับ”
แล้วกานต์ก็หยิบทั้งซอส ทั้งพริกไทยเหยาะลงไปที่ไข่กะทะ
อินทรทำตามอย่างว่าง่าย
กานต์คลุกเคล้าไข่กะทะในจากของเขาจนได้ที่
อินทรก็ยังทำตามอย่างน่ารักน่าชัง และลองชิม “อร่อยครับ คล้ายๆ กับอาหารเช้าของพวกฝรั่ง”
“พี่อินจะลองเอาไข่กะทะ ใส่ไว้ในขนมปังนี่ก็ได้นะครับ” กรรีบช่วยพี่ชายสอน ด้วยการหยิบขนมปังที่มีไส้อยู่แล้วมา แล้วแบะให้เป็สองทางจากนั้นก็ตักไข่กะทะใส่เข้าไปกับไส้ขนมปังนั่นด้วย แล้วก็ทานอย่างเอร็ดอร่อย
อินทรทำตาม “อร่อยมากครับ”
กานต์ยิ้มให้กับความเป็กันเองที่อินทรให้กับน้องชายเขา แต่แค่อินทรหันมาสบตากานต์ กานต์ก็ก้มหน้าหลบสายตานั่น และเผลออมยิ้มละมุนออกไป
เป็รอยยิ้มที่อินทรชอบมอง
จากนั้น สองพี่น้องพาอินทรไปทำบุญไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านไข่กะทะมากนัก อินทรเดินชมความงามของอุโบสถที่ตกทอดมาจากสมัยอยุธยาด้วยความพึงพอใจ
กานต์เดินไปกระซิบกับกร “ที่พาพี่อินเข้าวัดนี่จะพิสูจน์ว่าพี่เค้าเป็ผีหรือคนใช่ไหม”
กรยิ้ม และโชว์ภาพที่เขาแอบถ่ายพี่อินที่โต๊ะอาหารเมื่อครู่ให้พี่กานต์ดู
กานต์มองที่หน้าจอมือถือ .. ภาพอินทรนั่งมองไข่กะทะปรากฏชัด
“รูปก็ถ่ายติดแล้ว ถ้าฟังพระสวดได้ ถ้าโดนน้ำมนต์ได้ ก็จบ .. ไม่มีปัญหา” กรบอก
สัญญาณข้อความเข้าดังขึ้นที่มือถือของกานต์ กานต์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง
อินทรมองอุปกรณ์ที่กานต์หยิบออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เค้าเรียกโทรศัพท์มือถือน่ะพี่อิน ใช้สำหรับพูดคุยกันเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆกัน” กรอธิบายอย่างง่ายแต่ชัดเจนพอที่อินทรจะเข้าใจ
กานต์เปิดหน้าจอมือถือ พบว่ามีไลน์จากนิดเข้ามา กานต์เปิดไลน์เพื่อดูข้อความ
.. “รักนะคะคนดี” ..
ข้อความสั้นๆ บนจอมือถือ ทำให้กานต์ยิ้มออก
แต่อีกคนที่เห็นกานต์ยิ้มอย่างเป็สุขเมื่ออ่านบางอย่างจากอุปกรณ์แปลกๆกลับรู้สึกไปในทางตรงกันข้าม
สองพี่น้องพาอินทรเข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ กิริยาการนั่งกราบพระของอินทรงดงามจนคนรอบข้างต้องเหลียวมอง
กระทั่งกานต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็อดที่จะมองกิริยาอันงดงามของอินทรไม่ได้
กรเดินไปหาพระสงฆ์รูปหนึ่งที่นั่งอยู่บนตั่งมีขันน้ำมนต์และอุปกรณ์ประพรมน้ำมนต์อย่างที่กร้า เมื่อกรทำบุญโดยการหยอดเงินลงในกล่องบริจาคแล้ว เขาก็กวักมือเรียกกานต์กับอินทร
อินทรประคองกานต์ให้ลุกขึ้น และเดินมากราบพระสงฆ์
กานต์ได้แต่ยิ้ม ก้มหน้า เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของอินทรในระยะใกล้ชิดแบบนี้
พระสงฆ์สวดให้พร ประพรมน้ำมนต์
กรแอบสังเกตอาการที่ควรจะเกิดกับอินทร อย่างเช่น หนาวสั่นร้อนทุรนทุราย หรือ.. หรือ.. หรือ...
แต่ก็ไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นกับอินทร เมื่อเขาถูกน้ำมนต์ เมื่อไม่เป็อะไรก็.. เป็อันไว้ใจได้ .. กรบอกตัวเอง
เมื่อเสร็จพิธีกรรมทั้งมวล ทั้งสามก้มลงกราบพระ พระสงฆ์ชราเพ่งพินิจมองกานต์และอินทรพลางกล่าวลอยๆ ว่า .. “คนเรานี่ พอมีวาสนาต่อกัน ต่อให้มีอะไรมาขวางกั้น สุดท้ายก็ต้องได้พบกัน แต่จะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่บุญที่กรรมที่ทำกันมา” ..
อินทรฟังคำพูดที่เป็ปริศนาของพระท่าน ก็ขบคิด แต่กรชวนและลากตัวเขาออกไปข้างนอกเสียก่อน อินทรจึงไม่ได้หาคำตอบจากคำพูดนั่น
กานต์และกรตัดสินใจพาอินทรกลับมากรุงเทพกับเขาด้วยและพวกเขาจำเป็ต้องเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศ
แต่ก่อนที่สองพี่น้องจะพาอินทรออกมาพบโลกใหม่ กานต์ขอร้องอินทรว่า..ถ้าสงสัยอะไรให้ถามกานต์คนเดียว อย่าแตกตื่นใ เพราะที่ที่กานต์จะพาอินทรไปคือบ้านของกานต์เอง
อินทรยิ้มรับ “พี่ยินดีไปทุกที่กับกานต์ครับ”
เท่านี้กานต์ก็เขินอายจนแทบแทรกแผ่นดิน
ั้แ่มาที่ บ.ข.ส. อินทรมองสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ เมื่อกานต์กับกรพาขึ้นไปขึ้นรถโดยสารปรับอากาศ อินทรยิ่งแปลกใจ ทั้งอากาศที่เย็นชื่นใจ ทั้งที่นั่งที่แสนนุ่มสบาย
เมื่อรถขับออกจากชานชาลา อินทรมองดูทุกอย่างระหว่างทาง มีอะไรหลายอย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน อินทรถามกานต์ซึ่งนั่งอยู่ติดกับเขา กานต์อธิบายให้อินทรฟังอย่างดีที่สุด ซึ่งอินทรทั้งชม ทั้งขอบคุณไม่ขาดปาก
อินทรเป็คนเรียนรู้เร็ว รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้า เขาจึงทะยอยถามในสิ่งที่เขาสงสัย และฟังคำตอบจากกานต์อย่างดี อินทรจึงได้เรียนรู้ความแปลกใหม่ต่างๆที่อยู่ตรงหน้าจากข้อมูลที่กานต์บอกเขา
อินทรตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเขาได้นั่งรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เขาเคยอ่านพบแต่ในหนังสือภาษาต่างประเทศ
แม้จะแปลกใจจนแทบจะกลายเป็ความหวาดกลัว แต่อินทรก็ยอมทดลองทำทุกอย่างตามที่กานต์และกรแนะนำ เขาสังเกตทั้งสองพี่น้องนั้นตลอดเวลา
เมื่อทั้งกานต์และกรต่างก็รู้สึกคุ้นเคยจนเป็ปกติกับสิ่งที่อินทรหวาดกลัว อินทรจึงพยายามข่มความกลัว และทำทุกอย่างตามกานต์และกร แต่เขาก็ยังมองว่าทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขานั้นแสนประหลาด
บ้านของกานต์เป็บ้านชั้นเดียว มีห้องนอน ๓ ห้อง กานต์กับกรใช้คนละห้อง อีกห้องหนึ่ง.. กลายเป็ห้องเก็บของไปแล้วเพราะไม่มีคนใช้งาน
มีส่วนของครัวและโต๊ะอาหารที่กลายเป็ที่รับแขกไปในตัว อยู่ที่โถงกลางของบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้เลี้ยงผองเพื่อนของสองพี่น้องที่แวะเวียนมาสังสรรที่นี่เป็ประจำ และมีมุมหนึ่งที่มีชั้นวางหนังสือและเอกสารมากมาย
ข้างๆ ชั้นวางหนังสือคือโต๊ะทำงานของกานต์ ที่มีการจัดวางทั้งข้าวของ หนังสือ รูปถ่ายดอกไม้ และอื่นๆ อย่างลงตัว และงดงามที่สุดของบ้าน
ทุกอย่างที่บ้านกานต์เป็สิ่งแปลกใหม่สำหรับอินทรอย่างที่สุด ั้แ่ตัวบ้านที่แม้จะดูแสนจะธรรมดา แต่ก็ดูเป็บ้านทรงยุโรปมากในความรู้สึกของอินทรเมื่อเขายืนมองตัวบ้านนี้จากด้านนอก
“พี่อิน เขาบ้านเถอะ” กรชวน
“บ้านหลังนี้ ดูนำสมัยมาก” อินทรบอกกร
กรงง ก็บ้านหลังนี้ อายุมากกว่าเขาเกิดอีก เมื่อก่อน..พ่อแม่เขาใช้เป็บ้านพักสำหรับทำงานในกรุงเทพ ทั้งกานต์และกรก็ใช้บ้านหลังนี้เพื่อไปเรียนเท่านั้น แต่สองพี่น้องก็คุ้นเคยกับบ้านพักในเมืองหลังนี้ มากกว่าบ้านอีกหลังที่เป็บ้านจริงๆ ที่มินบุรี ที่พวกเขาใช้ชีวิตกับพ่อแม่ใน่เสาร์อาทิตย์เท่านั้น
เมื่อพ่อแม่จากไป ทั้งสองจึงปล่อยบ้านหลังใหญ่ที่อยู่มีนบุรีนั่นให้เช่า และมาอยู่บ้านหลังนี้แทน เพราะที่บ้านนี่อยู่กลางเมือง จะเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกและขนาดก็กะทัดรัด ดูแลรักษาก็ง่าย เพราะเขามีกันแค่สองคน
“พี่อินไม่เคยมาบ้านหลังนี้ เลยไม่คุ้นตามั้งครับ เข้ามาในบ้านก่อนเถอะครับ ข้างนอกร้อน” กานต์บอกอย่างง่ายๆและเดินนำอินทรเข้าตัวบ้านไป
อินทรเดินตามกานต์เข้าบ้านไป
กานต์เดินนำอินทรไปที่หน้าห้องนอนกร “นี่เป็ห้องนอนของกรครับพี่อิน พี่อินพักห้องนี้ไปก่อนนะครับ”
อินทรยิ้ม “พวกคุณต้อนรับพี่แบบฝรั่ง!!”
กรงง
“ที่ยุโรป เค้ามักจะให้คนที่มาหาเขา พักห้องนอนของเ้าของบ้าน” กานต์บอกน้องชาย
“อ๋อ.. ครับ ใช่ครับ” เมื่อเข้าใจกรก็รีบโมเม “งั้น.. ผมจะเข้าไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของของผมและจัดห้องนอนให้พี่อินใหม่นะครับ” ไม่รอใครอนุญาต กรรีบวิ่งเข้าไปเก็บสารพัดข้าวของที่กระจัดกะจายทั้งหนังสือ ชีทการเรียน เสื้อ กางเกง บ๊อกเซอร์ ถุงเท้าที่ใช้แล้ว ทิชชู เศษอาหารบางอย่าง
เมื่อเห็นกรเก็บข้างของวุ่นวายไปหมด กานต์เลยชวนอินทรไปนั่งเล่นรอกรที่โต๊ะอาหาร
แต่พอเดินไปถึงโต๊ะอาหาร อินทรก็พูดขึ้น “กนต์ต้อนรับพี่แบบฝรั่งอย่างนี้ พี่ขอขอบคุณกานต์แบบฝรั่งบ้าง” พูดจบอินทรก็เข้ามาโอบกอดกานต์
กานต์ทั้งใ ทั้งประหม่า นี่เป็อ้อมกอดแรกของกานต์
หลังจากที่ชายคนรักจากไป กานต์ก็ไม่ยอมกอดใครและไม่ให้ใครมากอดเขาอีกเลย แต่อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ ทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวของกานต์ชุ่มชื่นขึ้นและพร้อมที่จะเปิดความรู้สึกพิเศษอีกครา
กานต์ตัดสินใจกอดอินทรตอบหยาดน้ำตาแห่งความปีติคลอรอบดวงตาสวยนั่น
“ขอบคุณกานต์มากนะครับ” อินทรเอ่ย
กานต์ได้แต่พยักหน้าที่ซบอยู่ที่ไหล่ของอินทร สารพัดคำพูดที่กานต์อยากจะพูดมันจุกอยู่ที่คอ ความตื้นตันมันอัดแน่นจนไม่มีคำพูดผ่านลำคอออกมา มีเพียงรอยยิ้มที่แสนละมุนปรากฏชัดบนใบหน้าสวยนั่น
จบตอน ๒