" แล้วคำถามของเ้าคือสิ่งใด ? " ตัวตนลึกลับเอ่ยถามหลังจากที่เล่านิทานปรัมปราจบ
นทีที่กำลังตกอยู่ในความงุนงงนั้นก็ไม่สามารถตอบได้ในทันที เขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ของตัวตนตรงหน้านี้เลยแม้แต่นิดเดียว ถึงแม้เื่ราวที่ตัวตนตรงหน้าเล่าให้เขาฟังนั้น จะดูเหมือนประวัติศาสตร์ั้แ่ต้นกำเนิดของมนุษย์แค่จุดที่แตกต่างไปนั้นคือการที่เทพเ้ามีตัวตนอยู่จริง
แต่พวกเขาก็ละทิ้งมนุษย์ไปในท้ายที่สุด ด้วยเหตุผลอันใดนทีก็ไม่สามารถทราบได้ นทีอยากจะถามออกไปเหลือเกินว่า ทำไมถึงตัวตนลึกลบตรงหน้านี้ถึงเล่าเื่ราวเหล่านี้ให้เขาฟัง
" คุณ... " เสียงของนทีเอ่ยขึ้น เขากลับมาพูดได้ตามปกติแล้วและเหมือนเขากำลังจะเอ่ยถามคำถามที่เขามีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น
' คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำถามที่เขาจะถามนั้นคือ ข้าเป็เทพเ้าใช่หรือไม่ ' ตัวตนลึกลับคาดคะเน
" คุณ...คุณเป็ผู้หญิงใช่ไหม ? "
" ........ "
" ........ "
บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มหนักอึ้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความเงียบงันที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนจะดำเนินไปอย่างไม่รู้จบ
" เ้า...เ้าพูดว่าอะไรนะ ? " หมอกสีดำสั่นไหวเล็กน้อย
" คุณคือผู้หญิงใช่ไหม ? " นทีทวนคำถามอีกครั้งอย่างหนักแน่น
" ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! " หมอกควันสีดำนั้นกระเพื่อมไปมาตามจังหวะการหัวเราะของตัวตนลึกลับนั้น
" เ้าสามารถถามสิ่งใดก็ได้ในจักรวาลนี้หากแต่เ้าเลือกที่จะถามว่าข้าคือเพศเมียหรือไม่ ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
“ สุดท้ายแล้วเ้าก็ยังเป็มนุษย์ที่ตกอยู่ในอำนาจของราคะเยี่ยงนั้นสินะ ” ตัวตนลึกลับเอ่ยอย่างเย้ยหยัน
“ ฮืม...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่รู้สึกว่าหากคุณเป็ผู้หญิงแล้วล่ะก็ คุณคงเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก ฟังจากฝีเท้าของคุณล่ะก็นะ ” นทีตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
สำหรับนทีแล้วทุกสิ่งทุกอย่างั้แ่เขาตื่นขึ้นมานั้นดูสับสนและไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลยสักนิด เขาเลยคิดว่ามันคือโลกหลังความตายหรือบางทีเขาอาจจะแค่ฝันไปแล้วอีกเดี๋ยวเขาก็คงตื่นขึ้น เพราะงั้นแล้วเขาเลยคิดว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรือจะถามคำถามที่ไร้สาระแค่ไหน มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเขาอยู่ดี
“ โอ้...นี่เ้าคิดว่าทั้งหมดนี้คือความฝันอย่างงั้นรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตัวตนลึกลับกล่าวพลางหัวเราะ
“ งั้นนี่ก็ถือเป็คำตอบของข้าก็แล้วกัน..”
เมื่อตัวตนลึกลับกล่าวจบม่านหมอกที่ปกคลุมนั้นค่อย ๆ สลายหายไป ปรากฏหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่นทีเคยเห็นมาในชีวิตยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ผมของเธอเป็สีดำราวกับท้องฟ้าในยามค่ำคืนมันยาวสรวยไปจรดเอวของเธอ เธอสวมชุดเกราะสีดำสนิทที่แข็งแรงทว่าสง่างามซึ่งปกคลุมเธอั้แ่หัวจรดเท้า ผิวของเธองดงามราวกับแสงจันทร์และดวงตาของเธอก็สุกสกาวราวกับดวงดาว
เธอดูราวกับผู้หญิงที่พร้อมเผชิญหน้าทุกความท้าทายที่เข้ามาถึงแม้บรรยากาศรอบตัวของเธอจะแผ่ออร่าความลึกลับและน่ากลัว แต่ในความน่ากลัวก็ยังมีแสงอันอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจที่ส่องออกมาอย่างเจิดจ้าราวกับว่าจักรวาลได้อวยพรเธอด้วยปัญญาและความสง่างาม
“ ดูเหมือนว่าคำตอบของข้าจะถูกใจเ้าไม่มากก็น้อยสินะ”
เสียงที่ออกจากริมฝีปากของเธอเป็ท่วงทำนองที่ไพเราะดั่งเสียงประสานของเหล่าเทพธิดา มันเติมเต็มหัวใจนทีด้วยความอบอุ่น ละลายความเศร้าและความสิ้นหวังที่แฝงอยู่ภายในตัวเขาอย่างหมดสิ้น เท่านั้นยังไม่พอ นทียังััได้ถึงความหวังและความกล้าหาญอย่างที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
“ คุณ...คุณคือคนที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเจอมาทั้งชีวิต” น้ำเสียงเรียบราบแต่จริงจังของนทีนั้นออกมาจากภายใต้จิตก้นบึ้งของจิตใจ
“ นั่นไม่ทำให้เ้าสามารถถามคำถามได้เพิ่มหรอกนะ...เอาล่ะเวลาของเราหมดลงแล้ว” เธอกล่าวขึ้นพร้อมจ้องมองมายังใบหน้าของนที
“ เ้าจงจำสิ่งนี้ให้ขึ้นใจ เส้นทางเดียวที่เ้าต้องเลือกนั้นคือ ‘การปกครอง’ เท่านั้น ห้ามเลือกเส้นทางอื่นอย่างเด็ดขาด! มิเช่นนั้นชีวิตที่สองที่ข้ามอบให้เ้านี้ ข้าจะนำมันกลับคืนมาด้วยน้ำมือของข้าเอง! ” น้ำเสียงอันไพเราะแต่ทรงพลังอย่างมหาศาลกระทบเข้ากับร่างของนที
ราวกับว่ามันคือถ้อยคำที่ส่งเข้าไปในทุกอณูเซลล์ในร่างกายและจิติญญา นทีรับรู้เพียงแค่ว่าเขาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้เท่านั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ทันใดนั้นเองสภาพแวดล้อมของนทีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ดำมืดราวกับเขากำลังตกลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิด หลังจากนั้นเพียงอึดใจเขาก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยพร่ำเรียกชื่อของเขา
“ ที...นที! ไอคนตัวเหม็น ฟื้นขึ้นมาสิ!” เสียงหวานใสะโเรียกชื่อเขาอย่างแตกตื่น
" อ๊าก! " นทีกู่ร้องออกมาด้วยความเ็ป
หญิงสาวหัวชมพูนึกไปว่าชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นแกล้งทำเป็เ็ป เพราะั้แ่ที่เธอให้เขาทานขนมปังนั้น สภาพร่างกายของเขาก็กลับมาเป็ปกติราวกับเกิดใหม่ แต่เมื่อผ่านไปสักพักนทีก็ยังแหกปากออกมาอย่างต่อเนื่องจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง
" หมอนั่นเสียสติไปแล้วหรือไง "
" ช่วยไม่ได้…ไม่ใช่ใครก็ตามที่ได้รับการเทเลพอร์ตมาที่นี่จะอยู่ในสภาพปกติเหมือนกันหมดเสียหน่อย "
" ก่อนหน้านี้ฉันเห็นหมอนั่นเหมือนคนใกล้ตาย..ถ้าไม่ใช่เทพธิดาคนนั้นช่วยเอาไว้ เขาคงไม่รอดหรอก.. "
" เหอะ! ก็แค่พวกเรียกร้องความสนใจ "
บรรดาผู้คนรอบข้างตอบสนองต่ออาการของของนทีไปต่าง ๆ นานา แต่ตัวเขานั้นไม่ได้รับรู้เื่ราวเหล่านี้เลยเสียด้วยซ้ำ นทีกำลังเผชิญความเ็ปแสนสาหัสราวกับทั่วทั้งร่างของเขาถูกเข็มเป็หมื่นเป็แสนเล่มทิ่มแทงมายังทุกอณูของร่างกายพร้อม ๆ กัน
ไลล่าที่อยู่ข้างกายนทีนั้น เธอไม่รู้จะทำเช่นไรกับนทีที่เป็เช่นนี้ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงสนทนาของหญิงสาวสองคนที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
" กันยา! ให้ฉันไปช่วยคนเจ็บเถอะ ฉันขอร้องล่ะน้า.. " เสียงอันเล็กกระจิดริดเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
" พิม เธอรู้ได้ไงว่าคนที่ะโนั้นเจ็บจริง เขาต้องเป็พวกหลอกลวงแน่ ๆ " เสียงอันทุ้มลึกและแข็งกร้าวตอบกลับอย่างไม่ลดละ
" ก็ถ้าเราเจอกับพวกหลอกลวงล่ะก็ เธอก็จะจัดการให้ฉันไง ฮิ ฮิ " พิมหัวเราะคิกคัก
" ฮึ่ม! " กันยาพ่นลมหายใจออกมาอย่างยอมแพ้
เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงเขาก็เห็นชายหนุ่มที่มีผมยุ่งเหยิงสีดำหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกำลังอยู่ในฝันร้ายที่ไม่สามารถตื่นขึ้นได้ เขานอนหนุนตักของหญิงสาวผมสีชมพู เธอดูเป็ห่วงเป็ใยเขาราวกับว่าเขานั้นคือแฟนหนุ่มของเธอ
' ว้า...ฉันก็อยากมีแฟนบ้างจังเลยน้า แต่ถ้าให้เลือกระหว่างแฟนกับคนไข้ล่ะก็ฉันขอรักษาคนไข้ดีกว่า ' พิมอมยิ้มกับภาพตรงหน้าแล้วเธอก็เดินตรงเข้าไปหานทีและไลล่า
" สวัสดีค่ะฉันชื่อพิมชนก ฉันเป็อดีตพยาบาล ให้ฉันช่วยดูอาการเขาไหมคะ ? " พิมเอ่ยขึ้นอย่างเป็มิตร
ไลล่าเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็พบกับเ้าของเสียงอันอ่อนโยน ตัวของเธอนั้นเล็กราวกับเด็กสาววัยมัธยม แต่บรรยากาศรอบตัวของเธอที่มีแต่ความอ่อนโยนนั้นทำให้ไลล่ารู้สึกอิ่มเอิบใจ ผมสีน้ำตาลที่เป็ลอนและดวงตาที่มีสีน้ำตาลอ่อนเช่นกันแต่สิ่งที่สะดุดตาไลล่าที่สุดคือเครื่องแบบที่เธอสวมใส่นั้นคือเครื่องแบบสีขาวของพยาบาล
' โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เขารับเด็กไปฝึกงานแล้วเหรอ ? ' ไลล่าคิดอย่างสับสน
" ถึงจะเห็นแบบนี้แต่ฉันอายุ 24 แล้วนะคะ.. " พิมเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ไลล่านั้นขนลุก
" แม้ว่าฉันจะเป็แค่พยาบาลก็จริง แต่ฉันมีทักษะที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอยู่ค่ะ ถ้าคุณไม่รังเกียจล่ะก็ให้ฉันลองดูนะคะ " พิมกล่าวอย่างสุภาพ ความอ่อนโยนที่เธอแสดงออกมานั้นทำให้ไลล่าเผลอคิดไปว่าเด็กสาวตรงหน้าคือนางฟ้าที่มาจากสรวง์
ก่อนที่ไลล่าจะทันได้ตอบอะไรนั้น หญิงสาวอีกคนก็เดินเข้ามายืนข้าง ๆ กับพิม
เมื่อไลล่าเงยหน้าขึ้นเธอก็ได้พบกับหญิงสาวอีกคนที่เธอต้องชะเง้อหน้ามองมากกว่าปกติ เธอสวมใส่สปอร์ตบราที่โชว์กล้ามหน้าท้องอันสวยงามออกมาอย่างไม่ปิดบัง ผมของเธอเป็สีดำสั้นตัดกับดวงตาสีน้ำตาลคล้ายกันกับพิมแต่ดวงตาของเธอนั้นแตกต่างกันตรงที่มันให้ความรู้สึกที่ตรงข้ามกับพิมอย่างสิ้นเชิง หากพิมคือความอ่อนโยนเธอคนนี้ก็คือความแข็งกร้าว
" เ้าเปี๊ยกนี่มีความสามารถที่รักษาได้จริง ฉันยืนยันได้ " กันยาเอ่ยขึ้น
เสียงทุ้มลึกของเธอนั้นทำให้ไลล่าสั่นกลัวเล็กน้อยแต่เธอก็พยักหน้าอนุญาตให้พิมนั้นลองดู เพราะชายหนุ่มที่ดิ้นไปดิ้นมาในตักของเธอนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าเขาใกล้จะเสียสติเต็มที
พิมเสกหนังสือเล่มหนึ่งออกมากจากความว่างเปล่า ที่หน้าของหนังสือเล่มนี้มีรูปไม้กางเขนประทับอยู่
" ฮีล ! " พิมเอ่ยขึ้น
ทันใดนั้นเองแสงสีเขียววูบวาบก็สว่างขึ้นที่หนังสือเธอและแสงสีเขียวนั้นก็ค่อย ๆ สว่างวาบล้อมรอบตัวนทีเช่นกัน ผ่านไปชั่วครู่ นทีก็ค่อย ๆ สงบลง อาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของเขานั้นบ่งบอกได้เลยว่าการรักษาของพิมนั้นได้ผล
" เวทมนตร์ของเธอนี่ เห็นกี่ครั้งก็รู้สึกมหัศจรรย์จริง ๆ นะ ฉันนึกว่าฉันเล่นเกมอยู่แหน่ะ " กันยาเอ่ยอย่างชื่นชม
" มันไม่ใช่เวทมนตร์นะ นี่คือพรที่พระเ้าประทานมาให้คนที่โอบอ้อมอารีแบบฉันต่างหาก ฮิ ฮิ " พิมกล่าวพลางหัวเราะด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้มหลังจากรักษานทีได้สำเร็จ
" ขอบคุณพวกคุณมากเลยนะ ขอบคุณจริง ๆ " ไลล่ากล่าวพลางก้มหัวเล็กน้อย
" ไม่เป็ไรหรอก ที่ไหนมีคนป่วยที่่นั่นก็ต้องมีฉันคนนี้แหละ ฉันชื่อพิมชนกนะ เรียกสั้น ๆ ว่าพิมได้เลย " พิมแนะนำตัวอย่างเป็กันเอง
" ส่วนเสาไฟฟ้าต้นนี้ชื่อ 'กันยา' น่ะ " พิมเอ่ยพลางเอานิ้วไปจิ้มกันยาแล้วเธอก็ทำเป็ตัวสั่นราวกับโดนไฟช็อต
ป๊าบ
ฝ่ามือพิฆาตแปะลงบนหัวของพิมชนกผมของเธอยุ่งเหยิงด้วยมือของกันยาที่ขยี้ไปมา
" แล้วเธอกับแฟนหนุ่มคนนี้ชื่ออะไรกันล่ะ ? " พิมเอ่ยถามขณะที่มือของเธอก็ยังสู้รบกับมืออันมหึมาที่จู่โจมหัวของเธออยู่
" ฟะ...แฟนหนุ่ม?! ฉันกับหมอนี่ไม่ได้เป็อะไรกันนะ " ไลล่าเอ่ยด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ
ทันใดนั้นเองไลล่าก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอหันซ้ายหันขวาก็พบว่ามีใครหลายคนกำลังมองมาที่พวกเขาด้วยความสนใจ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่สายตาของคนเหล่านี้ที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นนั้นและเมื่อเธอก้มลงมองมายังชายหนุ่มบนตัก เธอก็สบสายตาเข้ากับดวงตาสีฟ้ามหาสมุทรที่จ้องมองไปยังใบหน้าของเธออย่างไม่ละสายตา
" นะ...นาย! ตื่นแล้วทำไมไม่เรียกกันล่ะ! " ไลล่ามองนทีด้วยสีหน้าบึ้งตึง
" นี่...เธอ..เธอก็ตายแล้วเหมือนกันเหรอ แล้วใครจะดูแลลอเรน่ากันล่ะ? " นทีเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว
" ฉันยังไม่ตายย่ะ อย่ามาแช่งกันนะ ไม่ต้องเป็ห่วงพี่ลอเรน่าไปหรอก ฉันจะดูแลเธอเอง นายน่ะดูแลตัวเองให้ดีเถอะ! " ไลล่าแว้ดใส่เขา
ในตอนที่ไลล่าถูกวาร์ปมานั้นเธอก็พบชายหนุ่มคนนึงในสภาพที่เธอแทบจะจำไม่ได้ เธอกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มคนนั้น แต่เมื่อเธอตั้งสติแล้วสังเกตเขาอย่างถี่ถ้วนเธอก็พบว่าเขาคือ นที เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเขาต้องเผชิญอะไรมาถึงตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แต่สิ่งแรกที่เธอตัดสินใจทำก็คือการนำขนมปังให้เขาทานเหมือนที่เขานั้นทำกับเธอในครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน
' ฉันไม่อยากจะนึกว่าถ้าคนที่มาเห็นสภาพนายในตอนนั้นเป็พี่ลอเรน่าแทนฉันล่ะก็ เธอจะเ็ปขนาดไหน ' ไลล่าคิด
" ถ้าเธอยังไม่ตาย...งั้นก็หมายความว่าฉันก็ยังไม่ตาย ?! " นทีโพล่งขึ้นพร้อมดีดตัวขึ้นมาจากตักของไลล่า
นทีสำรวจตัวเองแล้วก็พบว่าสภาพของเขานั้นอยู่ในสภาพปกติไม่มีร่องรอยของาแใด ๆ ให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่นทีไม่สามารถเข้าใจว่ามันเป็ไปได้อย่างไรเพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นคือเขาถูกกรดกัดกร่อนจนเกือบจะตายไปแล้ว
" เธอ...เธอเป็คนช่วยฉันไว้เหรอ ? " นทีหันมาหาไลล่า
" ก็ใช่น่ะสิ ในตอนแรกฉันให้นายกินขนมปังแล้วเหมือนนายก็จะหายดีแล้ว แต่อยู่ ๆ นายก็แหกปากร้องราวกับว่ามีใครจะฆ่านายอย่างงั้นแหละ ดีนะที่พยาบาลคนนี้เข้ามาช่วยนายไว้ ไม่งั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่านายจะฟื้นขึ้นมาได้หรือเปล่า "
ไลล่าตอบพลางส่งสายตาขอบคุณไปให้พิมอีกครั้ง
ยังไม่ทันที่ไลล่าจะตั้งตัว เธอก็โดนชายหนุ่มตรงหน้าสวมกอดอย่างแแ่อย่างไม่ทันได้เตรียมใจ หน้าของเธอจากสีแดงระเรื่อก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็สีแดงสดราวกับมะเขือเทศ เธอกำลังจะก่นด่าพร้อมผลักเข้าออกแต่ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เมื่อเธอเห็นน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมาจากใบหน้าของนทีอย่างไม่อาจควบคุม
' เขาคงผ่านอะไรที่เลวร้ายมากมาสินะ.. ' ไลล่าคิดพร้อมค่อย ๆ นำมือไปลูบหลังนทีอย่างแ่เบา
' อ๊าาา! ช่างเป็คู่ที่น่ารักอะไรขนาดนี้ ' พิมคิดพลางเขย่าแขนของกันยาไปมา
' น้ำตาลูกผู้ชายงั้นเหรอ... ' กันยาคิดพร้อมเอามือไปบังหน้าพิมแต่ก็โดนคมเล็บของเธอสวนกลับมา
' ไอหมอนั่น!! จะน่าอิจฉาเกินไปแล้ว!! ' ผู้ชายรอบ ๆ นั้นมีความคิดแบบเดียวกัน