[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    84 มื้ออาหารเที่ยง

    “พี่แอนคะ ทุกคนมาช้าจังเลยพี่ว่าไหม” แอนเดอร์สันมองน้องสาวที่กำลังใช้คางวางบนโต๊ะอาหารพลางบ่นด้วยท่าทางหิวโหย เขาจึงยิ้มให้เธอ


    “เดี๋ยวทุกคนก็มา รออีกนิด”


    “พี่แอนคะ มีผลไม้กินเล่นไหม”


    “มันจะกินข้าวไม่ได้นะ”


    “แค่ผลเดียว นะคะ นะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังผลไม้ที่เขาเก็บเอาไว้ ผลองุ่นลูกบาศก์เขาจะเก็บเอาไว้ใช้เพราะมันยังมีประโยชน์ในการซื้อใจคน เขาจึงมองไปยังผลไม้ลูกหนึ่งรูปร่างคล้ายกับแอปเปิ้ลแต่เปลือกของมันมีลวดลายเหมือนก้อนเมฆสีฟ้าประดับไปทั่วผล


    “อันนี้น่าจะกินได้นะ”


    ผลไม้ระดับ 5 นำออกมาจากระบบ ไอรีนที่เห็นผลไม้จากพี่ชายจึงเดินเข้าไปส่องด้วยความตื่นเต้น แต่แล้วเธอก็ทำหน้าเซ็งเพราะสิ่งนี้กินบ่อยมาก อย่างไรก็ตามเธอกลับย่นคิ้วเมื่อพบว่าผลไม้ในมือของแอนเดอร์สันมันดูสดมากๆ เธอจึงขอกัดสักคำก่อนจะทำตาโตเพราะมันทั้งหวานและฉ่ำกว่าที่เธอเคยกิน


    “หูว อร่อยกว่าที่บ้านอีกค่ะพี่แอน”


    “พี่ก็ไม่เคยกินด้วยสิ แต่ถ้าชอบไว้พี่เจออีกจะเก็บไว้ให้นะ”


    “ค่า”


    แอนเดอร์สันลูบหัวน้องสาวที่กำลังกลับไปนั่งเก้าอี้ของเธอ ที่อยู่ด้านข้างเก้าอี้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ทันใดนั้นพี่ 10 ก็ได้เดินเข้ามาในห้องพลางมองไปยังเก้าอี้ที่ตั้งห่างจากแอนเดอร์สันไปไม่ไกล


    “อ้าว พี่นึกว่ามาเป็นคนแรก น้อง 10 และไอรีนกลับมาถึงก่อนเหรอเนี่ย”


    โรแลนกล่าวทักทายแอนเดอร์สันและไอรีน แต่ทว่าแอนเดอร์สันไม่ได้สนใจการทักทายเลยสักนิด เขาทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆ ส่วนไอรีนกำลังมีความสุขกับผลไม้ในมือ โรแลนที่เห็นดังนั้นจึงเลือกที่จะเงียบเพราะหากว่าโกรธ มันจะกลายเป็นคนที่ดูไร้ความสามารถในทันที


    “สวัสดีทุกคน ฉันมาช้าสินะ”


    พี่ชายแต่ละคนค่อยๆทยอยเข้ามาในห้อง เป็นธรรมเนียมที่คนอายุน้อยกว่าจะต้องเข้ามารอด้านใน ระหว่างแอนเดอร์สันมองจ้องเหล่าพี่ชายที่มาครบกันหมด ต่อไปก็เป็นภรรยาทั้ง 4 คนของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่อยู่ใกล้กับผู้นำตระกูล


    จากการนั่งนิ่งๆล้อมรอบโต๊ะอาหารตัวยาวใหญ่ แอนเดอร์สันไม่รู้สึกถึงความผูกพันใดๆเลยสักนิด ภรรยาของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทั้ง 4 ที่เป็นแม่แท้ๆของพี่ชายทั้ง 4 คน แม้จะมีตำแหน่งเป็นแม่บุญธรรมของนายน้อยที่แม่เสียชีวิตจากสาเหตุมากมาย กลับไม่มีใครทักทายเลยสักคนเดียว ทุกคนล้วนแล้วนั่งนิ่งไม่สามารถอ่านใจได้ว่ากำลังคิดอะไร 


    “อ้าว มากันหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ”


    เสียงกล่าวทักทายจากผู้เป็นพ่อทำให้บรรยากาศภายในห้องอาหารกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง บนใบหน้าของทุกคนกลับมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกเช่นเคย ต่างจากบรรยากาศก่อนหน้าที่เต็มไปด้วยความกดดัน  แอนเดอร์สันที่เห็นน้องสาวกระโดดเข้าไปกอดพ่อจนทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มนี้เองนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตระกูลนี้ อยู่ยากยิ่งกว่ายืนอยู่ท่ามกลางดงมอนสเตอร์


    การที่เขาคิดแบบนี้ก็เนื่องมาจากทุกคน รู้จักเวลาซ่อนเขี้ยวเล็บของตน ด้วยการที่ทุกคนเก็บอารมณ์ได้ดีนี้เอง จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ทุกคนที่มองเข้ามาในตระกูลสกอร์เปี้ยนส์หวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าใบหน้ายิ้มแย้มและใบหน้าเย็นชาของคนภายในตระกูลนี้กำลังคิดอะไร ในช่วงที่คนในบ้านสกอร์เปี้ยนส์ยิ้มพวกเขาสามารถฆ่าคนได้ ในตอนที่ทำหน้าเย็นชาก็ฆ่าได้เช่นเดียวกัน จึงทำให้คนที่เข้าหาระวังตัวเป็นพิเศษ


    “พ่อคะ หนูหิวแล้ว!” ไอรีนชูช้อนภายในมือ ผู้เป็นพ่อจึงหัวเราะด้วยท่าทางเอ็นดูก่อนจะกวักมือเรียกให้พ่อบ้านนำอาหารเข้ามาวาง ไอรีนที่เห็นอาหารมากมายกว่าปกตินั้นเธอก็แสดงท่าทางร่าเริงออกมาจนทำให้บรรยากาศภายในห้องแห่งนี้เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข เหมือนกับว่าทุกคนพึ่งกลับมาจากเดินทางไปทำงานในสถานที่อันห่างไกลแล้วกลับมารวมตัวกัน


    “เอาล่ะทุกคน วันนี้กินให้อิ่ม กินให้อร่อยเพื่อให้มีแรงในวันนี้และวันต่อไป”


    “ขอบคุณครับ”


    นายน้อยแต่ละคนกล่าวขอบคุณพร้อมกับตักอาหารในส่วนของพวกเขา ระหว่างนี้เองน้องสาวตัวน้องก็พยายามยื่นมือตักอาหารจนผู้เป็นพ่อต้องช่วยเหลือ ด้วยท่าทางของไอรีนทำให้ทุกคนยิ้มอย่างเอ็นดู


    “คุณคะ คุณกินนี่ดูหน่อย”


    ภรรยาลำดับที่ 1 ตักเนื้อกุ้งให้กับผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ แอนเดอร์สันจึงหันไปมองพบว่าพ่อของเขายิ้มอย่างมีความสุขกับกุ้งที่ภรรยาลำดับที่ 1 ตักให้ จากนั้นภรรยาลำดับที่ 2 ก็เริ่มตักอาหารให้ผู้นำตระกูสกอร์เปี้ยนเช่นเดียวกัน โดยภรรยาแต่ละคนนั้นจะต้องทำตามธรรมเนียมของบ้าน ใครที่เข้ามาก่อนจะต้องเป็นคนที่เริ่มทุกอย่าง


    “มาๆ กินกันให้อร่อยเถอะทุกๆคน”


    ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ยิ้มแย้ม กวักมือเรียกให้ทุกคนกินเท่าที่อยากกิน วันนี้เป็นงานเลี้ยงสำหรับคนในตระกูลจึงไม่ต้องมากพิธี แอนเดอร์สันจึงหยิบทุกอย่างเท่าที่เอื้อมถึง อาหารอร่อยและราคาแพงตั้งแต่แม่ของเขาเสียไป เขาไม่เคยแตะเลย ถึงตอนนี้จะมีเงินเยอะเขาก็ไม่มีเวลาไปนั่งร้านอาหารเพราะไม่รู้ว่ามันจะมีการวางยาพิษเกิดขึ้นไหม หากร้านที่เขาไปเป็นร้านที่เข้าร่วมกับพี่ชายสักคน เขากลัวว่าตัวเองจะไม่รอด จึงทำได้เพียงแค่พึ่งบะหมี่จากระบบและอาหารภายในโรงอาหารของวิทยาลัยเท่านั้น


    “ไอรีน นั่นอะไรเหรอ” ทุกคนหันมองไปยังมือข้างซ้ายของไอรีนที่ถือบางอย่างเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยวาง เธอใช้เพียงแค่มือข้างขวาใช้ช้อนตักอาหารทุกๆอย่างต่างจากเดิมที่มักจะใช้สองมือ ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เห็นว่าลูกสาวถือบางอย่างที่ดูเหมือนจะหวงมากๆเอาไว้ จึงสอบถาม


    “ผลไม้ระดับ 5 จากพี่แอนค่ะ”


    “หืม จากพี่แอนอย่างนั้นเหรอ มันอร่อยจนวางไม่ได้ขนาดนั้นเชียว”


    “ค่า หนูให้พ่อกัดหนึ่งคำ” ไอรีนยื่นผลไม้ให้พ่อของตัวเอง เธออยากให้พ่อรับรู้ได้ถึงความสดใหม่และความชุ่มฉ่ำจากมัน ผู้นำตระกูลจึงกัดผลไม้ในมือลูกสาวท่ามกลางสายตาของทุกคนที่หันมองผู้นำตระกูลพร้อมกัน เมื่อเห็นดวงตาที่เบิกตากว้างของผู้นำตระกูลแสดงออกมาให้เห็นว่าผลไม้มันอร่อยมาก ทุกคนจึงฉีกยิ้ม


    “หนูให้คำเดียวนะคะ มันจะหมดก่อน”


    “ฮ่าๆๆ”


    ทุกคนหัวเราะเยาะในท่าทางหวงของกินของไอรีน กระทั่งทุกคนกินอิ่มของหวานและผลไม้ก็ได้นำมาเสิร์ฟพร้อมกับเก็บจานอาหารออกไป


    “พี่แอน”


    แอนเดอร์สันมองน้องสาวที่ขี่กระเช้ามาด้านข้าง ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือไปตักของหวานมาให้แอนเดอร์สันได้กิน


    “หนูให้”


    “ขอบคุณจ้า”  แอนเดอร์สันลูบหัวน้องสาว การกระทำของเธอทำให้พี่ชายของเขามองดูด้วยความวิตกมากกว่าเดิม หากว่าแอนเดอร์สันสนิทกับไอรีนมากยิ่งขึ้น พวกเขาจะเล่นงานได้ยาก 


    “ไอรีน พี่มีอะไรจะให้ด้วยล่ะ”


    “อะไรเหรอคะ” ไอรีนทำสีหน้าตื่นเต้น เธอไม่รู้ว่าพี่ชายต้องการจะมอบอะไรให้อีก ทันใดนั้นเธอก็เห็นการ์ดพลังชีวิตจำนวน 8 ใบยื่นให้เธอ


    “การ์ดชีวิตเหรอคะ ให้หนูทั้งหมดเลยเหรอ”


    “ใช่ พี่ให้หมดเลย รีบใช้เร็วเข้าเดี๋ยวมันจะสลายไปก่อน”


    “ค่า” 


    ทุกคนเห็นของขวัญที่แอนเดอร์สันมอบให้ไอรีน ต่างรับรู้ได้ถึงอันตรายเพราะกลัวผู้นำตระกูลจะให้ค่าแอนเดอร์สันมากไปจนไม่มีใครสามารถแตะต้องแอนเดอร์สันได้ การที่แอนเดอร์สันเป็นคนเดียวที่ทำให้พลังชีวิตของไอรีนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 30 ปี ทุกคนจึงกลัวว่าผู้นำตระกูลจะมองเขาใหม่ ถึงตอนนี้ทุกคนจะรู้ว่าไอรีนเป็นตัวอันตรายที่ทำให้แอนเดอร์สันได้รับการคุ้มครอง กลับไม่มีใครกล้าที่จะแตะต้องเธอหรือวางแผนฆ่าเธอ สาเหตุเป็นเพราะว่าผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์รู้เห็นทุกอย่าง จึงไม่มีใครกล้าแตะต้องสิ่งที่เขารักมากที่สุดอย่างไอรีน 


    “พ่อคะ หนูไปเล่นที่ศาลาก่อนนะคะ”


    “จ้าๆ ระวังสะดุดล้มนะ”


    “ค่า”


    ไอรีนกระโดดขึ้นกระเช้าแล้วลอยออกไปจากห้องอาหาร ทุกคนจึงมองตามเธอที่ออกไปพร้อมกับแม่บ้าน กระทั่งภายในห้องไม่มีไอรีนที่ทำให้ทุกคนยิ้มแย้มแล้วนั้น บรรยากาศก็เริ่มกลับมาเย็นเหยียบอย่างกับนั่งอยู่ท่ามกลางห้องบัญชาการที่กำลังทำสงคราม 


    “เอาล่ะ วันนี้เราก็อยู่ด้วยกันมามากพอแล้ว”


    แอนเดอร์สันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าการ์ดชีวิตที่ให้ไอรีนไปพอจะทำให้เขามีช่วงเวลาที่พอจะหายใจได้บ้าง ในช่วงนี้พี่ชายของเขาคงจะระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่กล้าที่จะโจมตีเขาอย่างโจ่งแจ้งแน่นอน การที่เขาทำให้ผู้นำตระกูลเห็นค่าของเขา ก็เพราะแอนเดอร์สันต้องการเวลาในการทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 8 


    “เจ้าหนึ่ง เข้าไปในพื้นที่คำสาปมาคัสได้เวทย์คำสาปมากี่รูปแบบ” 


    คำถามเอ่ยออกมาจากปากผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ทุกคนจึงเตรียมจะตอบคำถามเกี่ยวกับคำสาปที่ได้รับ


    “ผมได้มาทั้งหมด 3,465 รูปแบบครับ”


    “โห มากกว่าฉัน  1 บทนับว่าทำได้ดี แล้วเจ้า 3 ล่ะ”


    สายตาของทุกคนมองไปยังนายน้อยคนที่ 3 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ 


    “ ผมได้ 2,908 รูปแบบครับ”


    “ก็นับว่าไม่แย่ แล้วเจ้า 4 ได้มาเท่าไหร่”


    “ผมได้คำสาปมาทั้งหมด 2,516 รูปแบบครับ”


    พี่ชายแต่ละคนพูดด้วยท่าทางภูมิใจ แม้ในน้ำเสียงจะรู้สึกเสียใจที่ได้น้อยกว่าพี่ที่เกิดก่อน 1 ปีก็ตาม อย่างไรนั้นคนที่รู้สึกกดดันที่สุดไม่ใช่แอนเดอร์สัน มันกลับเป็นพี่ 10 ของเขาแทน เนื่องจากว่าคำสาปที่พี่ของเขาแต่ละคนได้รับกำลังลดน้อยลง พอเลยผ่านช่วงของมันไปจนถึงแอนเดอร์สัน คำสาปของมันจะถูกมองว่าน้อยที่สุด ด้วยการลดมาถึงลำดับตัวเองแล้วมีการเพิ่มแบบก้าวกระโดดของแอนเดอร์สัน จะทำให้มันเหมือนกับถูกกดทับจากพี่ชายและน้องชายตนเอง


    “เจ้า 10 ได้มากี่รูปแบบ”


    “พ่อครับ ผมได้มาแค่ 1,001 รูปแบบครับ”


    “แล้วเจ้า 11 ล่ะ” ไม่มีคำชมใดๆทั้งสิ้น โรแลนคิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าพ่อจะต้องมองข้ามมัน แอนเดอร์สันที่ต้องตอบคำถามเขาจึงวางช้อนที่ตักของหวานพลางบอกความจริงออกไปเหมือนกับบอกทุกคนหน้าพื้นที่ต้องสาป


    “ผมได้คำสาปมาทั้งหมด 13,015 รูปแบบครับ”


    มีคำสาปอีก 1 รูปแบบที่แอนเดอร์สันได้จากการปลุกจิตวิญญาณลูกหลานผู้ต้องสาปของมาคัส เขากลับไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวว่าพ่อของเขาที่ทราบจำนวนคำสาปจะถามเรื่องคำสาปของเขาที่ได้มากเกินกว่าข้อมูลที่พ่อมี


    ด้วยการตอบคำถามของแอนเดอร์สันทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในบ้านตกอยู่ภายใต้ความเงียบ เนื่องจากมันเป็นจำนวนคำสาปที่เยอะมาก ตอนนี้แอนเดอร์สันนับว่าเป็นบุคคลที่น่ากลัวมากสามารถใช้คำสาปโดยไม่ต้องร่ายหรือวาดวงเวทย์ได้ถึง 13,015 รูปแบบ หากว่าเขามีพลังเวทย์มากพอจะใช้งาน เขาจะกลายเป็นนักเวทย์คำสาปที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา


    “นี่คืออะไร”


    แอนเดอร์สันมองไปยังคำสาปที่พ่อร่าย เขาจึงบอกเกี่ยวกับคำสาป ทุกคนที่รู้ว่าแอนเดอร์สันกำลังถูกสอบถามจึงนั่งนิ่งต่อไปปล่อยให้ผู้นำตระกูลได้ทดสอบแอนเดอร์สัน กระทั่งคำสาปเกิน 4,000 รูปแบบพี่ชายของเขาแต่ละคนที่นั่งตอบคำถามภายในใจก็หยุดที่จะตอบเพราะคำสาปเกินกว่าที่เขาจะตอบได้แล้ว แอนเดอร์สันกลับยังไม่หยุดเขาได้ตอบคำถามต่อไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายทุกคำสาปที่เขารู้จักก็ถูกตอบจนหมด


    “มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น สำหรับคำสาปทุกคนสามารถเรียนรู้ได้เพิ่มเติมที่ห้องสมุดของตระกูล”


    เพียงประโยคสั้นๆผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ก็ได้เดินออกไปจากห้องอาหาร แอนเดอร์สันจึงเดินกลับไปยังหน้าบ้านเพื่อจะกลับวิทยาลัยของเขา ระหว่างทางนี้เอง เขาก็พบกับน้องสาวกำลังนั่งกินบะหมี่ที่ศาลาด้วยความสุข 


    “พี่แอน เดินทางปลอดภัยนะคะ” มือน้อยๆค่อยๆโบกลาแอนเดอร์สันด้วยความร่าเริง


    “จ้า อย่ากินเยอะล่ะ”


    “ค่า หนูจะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้ม เขารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่เจอกับน้องสาว เธอนับว่าเป็นคนที่แปลกเพราะไม่เคยเก็บอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้เลย ต่างจากคนอื่นที่จะเก็บความรู้สึกและแกล้งแสดงความรู้สึกปลอมๆออกมา