ความมืดมิดในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์หลังงามดูเหมือนจะโรยตัวหนาแน่นและหนักอึ้งกว่าค่ำคืนไหนๆ ลมหายใจแผ่วเบาและสม่ำเสมอของเกดที่ซบใบหน้าอยู่กับแผ่นอกของผมดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน ดวงหน้าหวานละมุนของภรรยาผู้แสนดีเวลานี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า และหยาดน้ำตาจางๆ ที่มุมหางตายังคงเป็นเครื่องเตือนใจอันโหดร้าย ยิ่งตอกย้ำความบาปหนาและก้อนความขมขื่นที่เกาะกินใจของผมในค่ำคืนนี้ การยอมเสียสละร่างกายอันล้ำค่าของเธอให้แก่กิตติธัช ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและกุมอำนาจเงินตรา เพื่อปกป้องประคองประคับประคองธุรกิจครอบครัวและชีวิตคู่ของเราเอาไว้ มันเปรียบเสมือนศัสตราคมกริบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีความเป็นชายของผมจนแหลกลาญ ทว่าสิ่งที่น่าเกรงกลัวและทำให้ผมรู้สึกคล้ายกำลังจะขาดใจตายเสียยิ่งกว่า คือกระดานเดิมพันลึกลับที่รอคอยผมอยู่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ผมฝืนเบนสายตาท่ามกลางความมืดสลัว เพ่งมองไปยังหน้าปัดบอกเวลาตัวเลขแสงสีแดงวาวตรงโต๊ะตัวเล็กข้างหัวเตียง ตัวเลขสีชาดส่องสว่างเรืองรองบอกเวลาเกือบจะเที่ยงคืนตรง
ยี่สิบสามนาฬิกาสามสิบห้านาที...
ตัวเลขเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องประหารชีวิตที่กำลังนับถอยหลังอย่างปราศจากความปรานี เหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบห้านาทีเท่านั้นที่ผมจะต้องละทิ้งร่างอุ่นๆ ของเกดเพื่อลอบย่องออกไปเผชิญหน้ากับ นิชา ลูกเลี้ยงคนโตของผม นิชาผู้กุมความลับและหลักฐานทั้งหมดระหว่างเรา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรสเสน่หาอันหวาดเสียวและความพยายามดิ้นรนหลบหนีของผม บัดนี้เธอกำมันไว้ในกำมือและใช้มันบีบบังคับกรรโชกด้วยความลับร้ายแรงจนผมไม่สามารถก้าวถอยหลังกลับได้อีกต่อไป
"ภัทร..." เกดครางแผ่วเบาในห้วงนิทรา เรียวแขนบางขยับโอบกระชับเอวของผมไว้แน่นขึ้นราวกับกำลังหวาดกลัวว่าผมจะอันตรธานหายไปจากชีวิตของเธอ
ผมตัวเกร็งทื่อ ลมหายใจสะดุดหยุดไปชั่วขณะ จิตใจปั่นป่วนด้วยกระแสความขัดแย้งอันรุนแรง ในฐานะนักออกแบบระบบอิสระที่มักจะใช้ชีวิตอยู่กับกฎเกณฑ์ของตัวเลขและชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์อันแม่นยำ ผมมักจะหาทางออกของทุกปัญหาด้วยเหตุและผลที่จับต้องได้เสมอ ทว่าในชีวิตจริงยามนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับบิดเบี้ยวและควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง ผมอยากจะดึงเกดเข้ามากอดไว้ให้แนบแน่น อยากจะกระซิบสารภาพความจริงกับเธอเพื่อขอยอมแพ้และขออภัยในบาปกรรมที่ได้ล่วงเกินทับซ้อน ทว่าดวงหน้าสวยเฉี่ยวปนรอยยิ้มเยือกเย็นของนิชากลับลอยเด่นขึ้นมาในมโนสำนึก สะกดกั้นทุกความกล้าหาญของผมลงสู่หุบเหวไร้ก้น
หากผมบิดพริ้วไม่ไปตามที่เธอนัดหมายในค่ำคืนนี้... ทุกอย่างที่เกดยอมเสียสละเพื่อครอบครัวจะสูญสลายกลายเป็นผุยผง ความรักและความเชื่อมั่นที่เกดมีให้ผมจะพังทลายลงในพริบตา หากเธอรับรู้ว่าสามีรุ่นน้องที่เธอรักสุดหัวใจแอบมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งลับหลังกับลูกสาวคนโตของตนเอง
เวลากลืนกินความเงียบสงัดผ่านไปทีละนาทีอย่างเชื่องช้าทารุณ หน้าจอแสดงเวลารูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำสนิทแสดงตัวเลขสีแดงเปลี่ยนเป็นยี่สิบสามนาฬิกาห้าสิบนาที... จากนั้นเป็นยี่สิบสามนาฬิกาห้าสิบห้านาที... และในที่สุด เมื่อเข็มนาทีในห้วงจินตนาการตวัดเข้าสู่จุดกึ่งกลางของราตรีกาลอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีแดงวาบเปลี่ยนเป็นศูนย์ศูนย์นาฬิกาตรง
เหงื่อกาฬไหลซึมตามแนวขมับและแผ่นหลังจนเสื้อคอกลมผ้าเนื้อนุ่มชื้นแฉะ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ขยับแขนออกจากใต้ร่างของเกดอย่างเงียบเชียบและประณีตที่สุด ทุกการขยับกายเตือนตนให้แผ่วเบาดุจผู้ที่กำลังก้าวเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ ผมดึงหมอนข้างใบยาวมากระชับเข้าสู่อ้อมกอดของภรรยาแทนตัวผม หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนข้างหลับสนิทต่อไป ลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอยังคงดังขึ้นในความมืด คล้ายกับสัญญาณเตือนว่าผมกำลังเดินออกจากดินแดนแห่งความปลอดภัย
ผมค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ สวมกางเกงผ้าเนื้อหนาสีเข้มอย่างเงียบกริบ ขยับกายเปิดประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมออกไปยังโถงทางเดินชั้นสองอย่างเบามือที่สุด เสียงสลักประตูปลดล็อกดังขึ้นแผ่วเบาในความเงียบสงัดทำให้ผมสะดุ้งตัวโยนด้วยความระแวดระวัง เมื่อหันไปมองร่างของเกดที่ยังคงสงบและไม่ไหวติง ผมจึงค่อยๆ ก้าวแทรกตัวผ่านช่องแคบของประตูแล้วเลื่อนปิดมันลงอย่างมิดชิด
บรรยากาศภายนอกห้องนอนใหญ่เงียบสงัดราวกับป่าช้า แสงจันทร์ทรงกลดสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดเงาสลัวยาวเหยียดลงบนพื้นไม้ขัดมันเลื่อม ความมืดและความเย็นของอากาศปะทะผิวเนื้อจนสั่นสะท้าน ผมเดินเท้าเปล่าก้าวลงตามขั้นบันไดไม้มะค่าขัดเงาอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวพยายามหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังสะท้อนกังวานในคฤหาสน์ที่หลับใหล
เป้าหมายเดิมของผมคือห้องสมุดชั้นล่างซึ่งตั้งอยู่ในมุมที่มิดชิดที่สุดของตัวบ้าน ที่นั่นเคยเป็นสถานที่ที่เราสบสายตาและเริ่มกิจกรรมต้องห้าม ทว่าขณะที่ปลายเท้าเพิ่งก้าวลงมาถึงกึ่งกลางบันได เครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนแผ่วเบาขึ้นมา
ความรู้สึกคล้ายกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านกระดูกสันหลังทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว รีบล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมาเปิดดูหน้าจอที่ส่องสว่างวาบทำลายความสลัวรอบตัวอย่างรวดเร็ว ข้อความอักษรจากหมายเลขนิรนามที่ผมจำได้ขึ้นใจปรากฏขึ้นกลางจอภาพ
'เปลี่ยนแผนค่ะคุณพ่อเลี้ยง คืนนี้นิอยากได้ความตื่นเต้นมากกว่าเดิม เจอกันที่ห้องเก็บรองเท้าใกล้โถงทางเข้าหลักชั้นล่างแทนนะคะ รีบมาล่ะ ไม่งั้นนิจะเดินไปเคาะประตูเรียกที่ห้องนอนใหญ่เอง'
ใจของผมร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด ห้องเก็บรองเท้าฝังผนังสุดหรูใกล้โถงทางเข้าหลัก! สถานที่ตรงนั้นตั้งอยู่ในมุมที่เปิดเผยเป็นอย่างมาก ใกล้บันไดทางขึ้นลงหลักและโถงกลางชั้นล่าง หากมีใครสักคนตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ว่าจะเป็นคนใช้หรือแม่บ้านที่ต้องตื่นมาเตรียมงานแต่เช้า หรือแม้แต่น้องมีน ลูกสาวคนเล็กผู้อ่อนหวานและไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องราวอันน่าตระหนกใดๆ ทุกคนล้วนต้องเดินผ่านบริเวณนั้นทั้งสิ้น ความเสี่ยงที่จะถูกตรวจพบมีสูงกว่าห้องสมุดหลายเท่าทวีคูณ
แต่นี่คือกติกาที่ถูกเขียนขึ้นโดยนิชา เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของผมคืออะไร และเธอชอบที่จะเห็นผมทุรนทุรายตกอยู่ภายใต้อำนาจการข่มขู่เปิดโปงความลับของเธอ ผมกำเครื่องมือสื่อสารในมือแน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ฝืนก้าวเท้าเดินเปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าไปยังทางเดินฝั่งทิศตะวันออกที่ทอดยาวไปสู่โถงทางเข้าหลักอย่างกระวนกระวายใจ
ประตูห้องเก็บรองเท้าเป็นไม้สีเข้มบานใหญ่สลักลวดลายงดงาม ผมยื่นมือที่สั่นเทาไปผลักมันออกช้าๆ ลมเย็นเยียบที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวพัดโชยเข้ามากระทบใบหน้า กลิ่นพฤกษาหอมหวานสลัวรางผสมผสานกับกลิ่นหนังแท้ราคาแพงจากชั้นวางรองเท้าหรูหรานับร้อยคู่ อากาศภายในห้องเงียบเชียบและมีเพียงแสงสีส้มสลัวรำไรจากโคมไฟดวงเล็กมุมห้องที่ทอดแสงสว่างเพียงพอแค่ให้เห็นทางเดินแคบๆ ระหว่างตู้กระจกเงาฝังผนังที่สูงตระหง่านจรดเพดาน
"มาสายไปสามนาทีนะคะ... คุณพ่อเลี้ยง"
น้ำเสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นเอ่ยขึ้นจากมุมมืด ร่างระหงของนิชาค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากหลังตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ เธออยู่ในชุดนอนผ้าแพรมันลื่นเนื้อบางละเอียดสีแดงก่ำเกือบดำ สายเดี่ยวเส้นบางเบาพาดผ่านลาดไหล่เนียนผุดผ่อง เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างเย้ายวน หน้าท้องแบนราบและสะโพกผายเด่นชัดอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาที่ลู่ไปตามสัดส่วนร่างกาย ดวงตาคู่คมสวยจ้องมองตรงมายังผมด้วยความรู้สึกสนุกสนานราวกับเด็กที่กำลังได้ของเล่นชิ้นใหม่
"นิชา... ทำไมต้องเป็นห้องนี้ มันเสี่ยงเกินไปนะ ถ้ามีใครลงมาเห็น..." ผมพยายามเค้นเสียงให้ต่ำที่สุดจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าบอกถึงความหวาดกลัวลึกๆ ในจิตใจ
นิชาหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอทำให้ผมขนลุกซู่ เธอขยับก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมหวานเย้ายวนจากผิวกายสาว "นิต้องการความเสี่ยงเพื่อความบันเทิงใจไม่ใช่หรือคะ? ดูสิคะ ตอนนี้หัวใจคุณเต้นแรงจนนิแทบจะได้ยินเสียงของมันอยู่แล้ว"
หญิงสาวกวาดสายตาคมกริบมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มสมใจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยของเธอ ก่อนที่เธอจะใช้นิ้วชี้เรียวสวยชี้ลงไปยังรองเท้าส้นสูงสีดำวาววับคู่หรูที่วางอยู่บนเก้าอี้นวมหนานุ่มสีเข้ม
"ช่วยนิถอดรองเท้าคู่เก่าออก แล้วหยิบรองเท้าส้นสูงที่มีสายรัดสีเงินในตู้ชั้นล่างมาใส่ให้นิทีสิคะ คุกเข่าลงสิคะ... คุณพ่อเลี้ยง"
คำสั่งนั้นราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยกระแสแห่งการกดขี่และสถานะที่เหนือกว่าอย่างเด่นชัด ผมจ้องมองดวงหน้าสวยของเธอพลางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกขัดขืนแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่หลักฐานการกระทำบาปครั้งก่อนที่อยู่ในมือเธอบีบบังคับให้ผมต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดลงสู่พื้น ผมค่อยๆ ทรุดกายคุกเข่าลงบนพรมหนานุ่มตรงหน้าเรียวขาสลวยของเธอ
ฝ่ามือสองข้างของผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อค่อยๆ ยื่นออกไปแตะข้อเท้าบางเบา ผิวเนื้อนุ่มละเอียดและอุ่นจัดของนิชาทำให้มือของผมสั่นระริกชวนเสียวซ่าน ผมเอื้อมมือไปปลดสายรัดเส้นเล็กตรงข้อเท้าของเธออย่างเชื่องช้า นิชาก้มใบหน้าลงมามองผมชิดใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอเป่ารดกระหม่อมของผมอยู่ตลอดเวลา
ในจังหวะที่ผมกำลังจะขยับตัวไปหยิบรองเท้าคู่อื่นตามคำสั่ง ทันใดนั้นนิชากลับแสร้งทำเป็นเสียหลักทรงตัวไม่อยู่ ร่างบางโอนเอนกะทันหันก่อนจะโน้มตัวเทน้ำหนักลงมาหาผมเต็มเหนี่ยว หน้าอกอวบหยุ่นคู่สวยบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังและไหล่ของผมอย่างจงใจ ความนุ่มหยุ่นเปี่ยมไปด้วยความอวบอัดสะกดกั้นจนผมตัวเกร็งแข็งราวกับหิน กลิ่นแป้งเด็กและกลิ่นน้ำหอมส่วนตัวของเธออบอวลอยู่รอบตัวในระยะประชิดจนหัวใจผมรัวกระหน่ำราวกลองศึก
"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ พอดีพื้นมันลื่นไปหน่อย" นิชาพึมพำเสียงพร่าข้างใบหู ทว่าไม่มีร่องรอยแห่งความตระหนกแม้แต่น้อยในน้ำเสียงของเธอ ตรงกันข้าม นิชากลับแกล้งใช้แขนเรียวทั้งสองข้างโอบกอดรอบคอของผมจากทางด้านหลัง บีบให้ใบหน้าและศีรษะของผมแนบซบอยู่กับหน้าท้องแบนราบและขอบกางเกงชั้นในผ้าแพรเนื้อนุ่มของเธออย่างพอดิบพอดี
ความตึงเครียดปะทะความเสียวซ่านจนสมองของผมพร่ามัว สัมผัสทางกายภาพของลูกเลี้ยงสาวช่างเร่าร้อนและรุนแรงจนปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่พยายามกดทับเอาไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง นิชาใช้นิ้วเรียวสวยสอดแทรกลูบไล้เส้นผมท้ายทอยของผมอย่างหยอกเอิน ยิ่งทำให้ผมเกร็งสะท้านและพยายามข่มอารมณ์ใคร่ที่กำลังก่อตัว
"ลุกขึ้นยืนเถอะค่ะ" เธอสั่งกระซิบเสียงหวาน
ผมยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ทว่าทันทีที่ยืนขึ้นเต็มความสูง นิชากลับก้าวรุกไล่ดันร่างของผมให้ก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของผมชนเข้ากับตู้กระจกบานใหญ่ฝังผนังจนเกิดเสียงดังแก๊กแผ่วเบา สองมือของเธอโอบกอดรอบลำคอของผมไว้มั่น ร่างระหงของเธอเบียดกระชับเข้าหาจนไร้ช่องว่างระหว่างเรา ปลายจมูกรั้นๆ ของเธอเฉียดแก้มของผมไปมาอย่างจงใจยั่วยุ
"คุณกลัวหรือคะ ภัทร..." นิชาเรียกชื่อจริงของผมด้วยน้ำเสียงสนิทสนมเป็นครั้งแรก ดวงตาของเธอเป็นประกายระยับท่ามกลางความสลัวราง "คุณกลัวนิกดส่งภาพเคลื่อนไหวบันทึกเหตุการณ์ลับนั้นไปให้ภรรยาของคุณ หรือกลัวว่าใจตัวเองจะทนความเร้าใจคืนนี้ไม่ไหวกันแน่?"
"นิชา... อย่าทำแบบนี้เลยนะ" ผมร้องขอด้วยความหมดหนทาง สองมือขยับขึ้นกุมสะโพกผายของเธอไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ากลับกลายเป็นจับกระชับเนื้อนุ่มแน่นผ่านผ้าแพรมันลื่นจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วฝ่ามือ
"ทำไมล่ะคะ? ในเมื่อภรรยาของคุณเขาก็ไปนอนให้คนอื่น..."
ยังไม่ทันที่นิชาจะเอ่ยคำพูดเสียดสีประเด็นของเกดจบ ทันใดนั้นเอง! แสงไฟจากบริเวณโถงทางเดินด้านนอกห้องเก็บรองเท้าก็สว่างวาบขึ้น แสงสว่างลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูห้องเข้ามาฉายให้เห็นร่องรอยบนพื้นห้องอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ก้าวเดินลากแตะและเสียงบ่นพึมพำงัวเงียอันคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"อยู่ไหนนะ... รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่นั้น พรุ่งนี้ต้องรีบใส่ไปทำกิจกรรมกับคณะแต่เช้าด้วยสิ"
เสียงของมีน!
หัวใจของผมเต้นระสับระส่ายกระดอนระรัวแทบทะลุออกมาจากซี่โครง ใบหน้าสลัวของผมซีดเผือดลงทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายของผมเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้าในวินาทีนี้ หากมีนเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าพี่สาวคนโตในชุดนอนบางเบากำลังกอดรัดอยู่กับพ่อเลี้ยงรุ่นน้องในมุมมืดของห้องเก็บรองเท้า ความลับชั่วช้าทั้งหมดจะถูกเปิดโปงออกไปทันที!
ก่อนที่ผมจะทันได้คิดหรือขยับตัวทำอะไร นิชาก็ตระหนักถึงภัยคุกคามนี้เช่นกัน ดวงตาคู่คมสวยของเธอเบิกกว้างขึ้นชั่วครู่ ทว่าแทนที่จะตื่นตระหนก เธอกลับขยับยิ้มพึงพอใจอย่างคนรักในความท้าทาย นิชากวาดมือเรียวมากุมข้อมือของผมไว้แน่นแล้วกระชากตัวผมหลบเข้าไปในซอกลึกระหว่างตู้เก็บรองเท้าฝังผนังตู้ใหญ่กับซอกกำแพงมืดมิดด้านในสุดอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ
ซอกลึกนั้นแคบและอับแสงอย่างยิ่ง อากาศในนั้นหายไปเกือบครึ่ง ร่างกายของเราสองคนต้องเบียดเสียดแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศไหลผ่าน นิชาซึ่งถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้ว ยืนเหยียบอยู่บนหลังเท้าของผมเพื่อไม่ให้เท้าเปลือยเปล่าของเธอแตะโดนพื้นเย็นเยือก ส่งผลให้สัดส่วนโค้งเว้าของเธอทาบทับลงมาบดเบียดกับร่างกายของผมอย่างไร้ที่ติ หน้าอกอวบเต่งหยุ่นนุ่มกดเบียดเข้ากับแผ่นอกกว้างของผมอย่างรุนแรง ขณะที่หน้าท้องและส่วนกลางลำตัวส่วนล่างของเธอเบียดชิดบดแนบกับตัวตนของผมที่แข็งขืนตึงเครียดขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม
ผมสูดหายใจลึกยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองลอดผ่านช่องแคบระหว่างรอยต่อตู้เก็บรองเท้าออกไปภายนอก ลมหายใจร้อนผ่าวของนิชาเป่ารดอยู่แถวต้นคอและแผ่นอกของผม ความร้อนระอุของร่างกายเธอนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าแพรมันลื่นเนื้อบางละเอียดตรงเข้าสู่ผิวเนื้อของผมโดยตรง นิชาจงใจแกล้งขยับตัวบดเบียดนวดเฟ้นสะโพกผายเข้าหากลางกายของผมเบาๆ เป็นจังหวะตอกย้ำกระตุ้นอารมณ์ ท่าทางหยอกเอินปนทรมานในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานทำเอาผมแทบบ้าคลั่ง ผมสะกดลมหายใจเกร็งสั่นไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกเสียวซ่านและหวาดกลัวจนแทบลืมวิธีหายใจ
แกร๊ก...
ประตูไม้ห้องเก็บรองเท้าถูกเปิดออก แสงไฟสว่างจ้าสีขาวภายนอกโถงถูกเปิดสาดส่องเข้ามาทำให้ห้องสลัวเมื่อครู่สว่างขึ้นในทันที มีนก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องเก็บรองเท้า รอยเท้าลากแตะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"จำได้ว่าวางไว้ชั้นล่างๆ นี้นะ..." เสียงหวานใสของมีนพึมพำเบาๆ เดินเข้ามายืนอยู่ตรงข้ามตู้รองเท้าบานที่พวกเราหลบซ่อนอยู่ด้านหลัง ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ระยะที่ใกล้จนผมสามารถได้ยินเสียงสั่นไหวของเสื้อผ้าและเสียงลมหายใจสั้นๆ ของเธอได้อย่างชัดเจน
ผมสะกดกลั้นลมหายใจจนหน้าอกอึดอัดแทบระเบิด มือข้างหนึ่งโอบกระชับแผ่นหลังบางของนิชาเอาไว้แน่นเพื่อประคองร่างของเธอไม่ให้โยกคลอนหรือส่งเสียงดัง ขณะที่นิชาสบสายตาจ้องมองผมในความมืด มุมปากของเธอยกยิ้มยั่วยวน ลิ้นเล็กๆ ของเธอเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ก่อนจะกดน้ำหนักตัวส่วนล่างเบียดแนบเข้าหากึ่งกลางลำตัวของผมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สัมผัสร้อนผ่าวที่บดเบียดและขยับไหวแผ่วเบา นำมาซึ่งความเสียวซ่านสะท้านทรวงจนผมต้องขบฟันแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางสั่นระริกหลุดรอดออกไปจากลำคอ
ในนาทีวิกฤตแห่งชีวิตที่มีนก้าวเดินหาของวนเวียนอยู่รอบๆ ตู้ใบใหญ่ ทุกเสี้ยววินาทีดูยาวนานราวกับแรมปี เสียงหัวใจของผมเต้นกระหน่ำรัวแรงจนแทบเป็นเสียงเดียวกับฝีเท้าด้านนอก หากมีนก้าวเดินอ้อมมายังซอกตู้เพียงสามก้าว ทุกอย่างจะจบสิ้นลงทันที!
"เจอแล้ว! อยู่นี่เอง" มีนอุทานด้วยความดีใจหลังค้นพบรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตามหา
ผมผ่อนลมหายใจออกทางจมูกอย่างแผ่วเบาที่สุด ได้ยินเสียงมีนปัดฝุ่นรองเท้าเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องเก็บรองเท้าไป แสงสว่างจากหลอดไฟภายนอกถูกปิดลง ความมืดมิดและแสงสลัวส้มรำไรจากโคมไฟดวงเล็กมุมห้องโรยตัวกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปิดประตูไม้บานใหญ่ดังขึ้นแผ่วเบาบอกให้รู้ว่าสถานการณ์วิกฤตนี้ผ่านพ้นไปแล้ว
ผมปล่อยมือออกจากแผ่นหลังของนิชาทันที ทรุดกายเอนพิงตู้รองเท้าหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างหิวโหยด้วยความเหนื่อยอ่อนราวก้าวขาผ่านความตายมาได้หวุดหวิด ร่างกายเปียกปอนไปด้วยเหงื่อจากความเครียดบดบังความเสียวซ่านไปชั่วขณะ ผมพยายามก้าวเท้าออกจากซอกตู้เพื่อรักษาระยะห่างจากหญิงสาวตัวแสบ
"นิชา... พอได้แล้ว คืนนี้มันมากเกินไปแล้วจริงๆ ผมจะกลับห้องนอน" ผมพูดพลางขยับตัวจะเดินเลี่ยงไปทางประตู
ทว่านิชากลับไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ลอยนวลไปง่ายๆ ร่างระหงขยับก้าวตามมาประชิดตัวแผ่นหลังของผมอย่างรวดเร็ว สองมือเรียวคว้าแขนเสื้อของผมไว้ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาซบหน้ากับลาดไหล่ กระซิบประชิดใบหูด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ
"นี่เป็นแค่การละเล่นนอกเวลาสนุกๆ ชิมลางเพื่อความตื่นเต้นเท่านั้นเองค่ะคุณพ่อเลี้ยง... แค่ทดสอบว่าหัวใจดวงนี้ของคุณจะทนแรงกดดันของนิได้แค่ไหน" เธอใช้นิ้วเรียวสวยไล้ตามแนวขอบฝีปากของผมอย่างเชื่องช้าแผ่วเบา ทว่าแฝงพลังข่มขู่เอาไว้ชัดเจน "กระดานเดิมพันตัวจริงในวันพรุ่งนี้ นิเตรียมกติกาที่เร้าใจและโหดร้ายกว่านี้ไว้ต้อนรับคุณแล้ว อย่าคิดว่าจะหนีพ้นหรือแกล้งทำเป็นไขสือเด็ดขาดนะคะ เพราะนิมือไวพอที่จะส่งภาพเคลื่อนไหวบันทึกความลับนั้นให้ภรรยาของคุณทันทีที่ถึงเวลา"
คำขู่บีบประสาทข้างใบหูราวกับน้ำแข็งเย็นยะเยือกที่สาดรดลงมากลางกระหม่อม ดับทุกไฟตัณหาความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นให้มอดดับลง เหลือทิ้งไว้เพียงความเหน็บหนาวและตกเป็นเบี้ยล่างอย่างสมบูรณ์แบบ นิชาหัวเราะเสียงแผ่วเบาชวนหลงใหลอีกครั้ง ก่อนจะผละตัวออกแล้วก้าวเดินนวยนาดแช่มช้าจากไป ทิ้งให้ผมยืนจมอยู่กับความมืดสลัวและกลิ่นน้ำหอมชวนทรมานใจเพียงลำพัง
ผมลอบย่องกลับคืนสู่ห้องนอนใหญ่ด้วยหัวใจที่เหน็บหนาวและอ่อนล้าทรุดโทรม ก้าวขึ้นเตียงกว้างนอนลงข้างกายเกดที่ยังนอนหลับใหลโดยปราศจากความระแคะระคายใดๆ ผมสอดวงแขนโอบกอดแผ่นหลังอุ่นๆ ของภรรยาเข้าหาตัวแน่นหนาเพื่อแสวงหาที่พึ่งทางใจที่กำลังจะแหลกสลายลงไปทุกที ทว่าสายตาของผมยังคงเหม่อลอยเพ่งมองหน้าจอแสดงตัวเลขสีแดงบนนาฬิกาหัวเตียงที่ขยับเข็มผ่านไป
ศูนย์ศูนย์นาฬิกาสามสิบห้านาที...
ทุกอย่างผ่านพ้นไปเพียงแค่ยี่สิบนาทีสั้นๆ ทว่ามันกลับเปลี่ยนชีวิตและบดขยี้อนาคตของผมให้ตกอยู่ภายใต้อุ้งมือของนิชาอย่างสมบูรณ์แบบ และผมรู้ดีว่าเมื่อตะวันวันพรุ่งนี้โผล่พ้นขอบฟ้า กระดานเดิมพันกติกาฉบับโหดร้ายบทใหม่กำลังรอคอยที่จะกลืนกินตัวผมให้สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสร้างมาอย่างไม่มีวันกู้คืนกลับมาได้อีกเลย...