"ฉึก! ~"
ค่าพลังชีวิตของหล่างถูลงไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การลอบโจมตีของกวาจื่อ หลังจากโจมตีแล้วสถานะซ่อนเร้นของกวาจื่อก็ถูกขัดจังหวะ ในเวลาเดียวกัน เยว่เอ๋อ ก็ะโออกมา พร้อมกับยิงศรน้ำแข็งใส่กวางจานเทียนเซี่ย ทำให้ร่างของกวางจานเทียนเซี่ยถูกน้ำแข็งเกาะกุม ติดสถานะชะลอ
พวกหล่างถูพอถูกโจมตีก็รีบล่าถอยอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจงใจเลี่ยงการต่อสู้ แต่เยว่เอ๋อคือใคร ? นักธนูอันดับ 11 ในรายชื่อจัดอันดับแห่งเมืองชิงสุ่ย ในเมืองชิงสุ่ยมีเพียงนักธนูที่ชื่อ ฟ่านหัวเม่ยชิง เท่านั้นที่มีลำดับสูงกว่าเธอ หมายความว่าเธอเป็หนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่ง ดังนั้นจำเป็ต้องออกจากอาณาเขตต่อสู้
"ฟึบ~"
การจะออกจากอาณาเขตต่อสู้ผู้เล่นจะต้องทิ้งระยะห่างมากกว่า 10 หลา ภายในเวลา 5 วินาทีจะไม่สามารถโจมตีหรือถูกโจมตี ในกรณีนี้แม้จะออกจากการต่อสู้ แต่ก็จะสามารถกลับสู่สภาวะซ่อนเร้นได้
ยังไม่ทันจะครบ 5 วินาที สองวินาทีต่อมา เยว่เอ๋อก็ยิงธนูทะลุต้นขาของหล่างถู
"174"
นักฆ่าตัวน้อยถูกโจมตีต่อเนื่องถึงสองครั้งทำให้พลังชีวิตลดลงฉับพลัน สามารถมองออกเลยว่าอีกฝ่ายเป็ผู้เล่นมือใหม่ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรใช้โพชั่นเมื่อไหร่
กวาจื่อเห็นแบบนั้นก็ตรงเข้าหาหล่างถู เวลานี้กริชในมือของเขาสบัดออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พลังชีวิตหลอดสุดท้ายของหล่างถูหมดลง นักฆ่าสามารถซ่อนเร้นได้ดังนั้นจึงต้องกำจัดไปก่อน
หลังจากที่หล่างถูตาย ผลจากสถานะการชะลอของกวางจานเทียนเซี่ยก็เริ่มหายไป เมื่ออีกฝ่ายเคลื่อนไหวได้เขาก็ฝืนยกแขนขึ้นด้วยความเ็ป จากนั้นกวางจานเทียนเซี่ย ก็กระชับขวานั์วิ่งตรงไปหา กวาจื่อ ด้วยแดงตาสีแดงฉาน
เมื่อมองไปยังิัสีเขียว เขี้ยวสีเหลืองของกวางจานเทียนเซี่ย ทันใดนั้น เย่ฮวาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกเผ่าออร์คในตอนแรก!
ขวานั์ถูกฟันออกมา กวาจื่อไม่สามารถหลบได้ทำให้เขาถูกขวานเฉือนร่าง
"161"
พลังโจมตีของนักรบคลั่งเลเวล 15 ถือว่าไม่ต่ำ ขนาดกวาจื่อมีเลเวลสูงกว่ากวางจานเทียนเซี่ยถึงสามเลเวล หนำซ้ำยังสวมใส่อุปกรณ์ดีๆบนร่างกายแต่เขากลับได้รับดาเมจสูญเสียพลังชีวิตมากมายจาก กวางจานเทียนเซี่ย นี่แสดงให้เห็นว่า นักรบคลั่งก็เปรียบเสมือนหมาป่าตัวใหญ่ที่เข้าขย้ำเหยื่อด้วยพลังทำลาย!
กวาจื่อ รีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะการเข้าไปเผชิญหน้าไม่ใช่ความคิดที่ดี อาชีพของกวาจื่อไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักรบคลั่งสายเกราะหนัก แต่ทันใดนั้นลูกธนูของ เยว่เอ๋อ ก็พุ่งออกมา
"137"
การป้องกันของเกราะหนักไม่ได้สมบูรณ์แบบ และค่าร่างกายของนักรบคลั่งก็ต่ำที่สุดในบรรดาอาชีพสายเกราะหนัก ดังนั้น เยว่เอ๋อ จึงสามารถสร้างความเสียหายได้ตามที่คาดหวัง ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป
เห็นได้ชัดว่า กวางจานเทียนเซี่ย ้าจะฆ่า กวาจื่อ เขาจึงหยิบโพชั่นสีแดงออกมาแล้วดื่มมัน หลังใช้งาน พลังชีวิตเขาก็เพิ่มขึ้น 200 หน่วย ระหว่างที่ไล่ล่ากวาจื่อ ทว่ากวาจื่อเป็นักฆ่าที่มีความว่องไวเป็เลิศ ยากนักที่อีกฝ่ายจะตามความเร็วทัน
ทันใดนั้นศรน้ำแข็งของเยว่ก็ปักใส่ร่าง กวางจานเทียนเซี่ย จนติดสถานะชะลอ ด้วยค่าร่างกายของนักรบคลั่งจึงมีค่าพลังชีวิตแค่ 500 หน่วย ด้วยพลังชีวิตที่มีไม่มาก กวาจื่อ จึงทำการปลิดชีพอีกฝ่าย
ผู้บุกรุกทั้งสองคนถูกฆ่าตายโดยกวาจื่อ ทำให้ค่าความชั่วเพิ่มมา 2 หน่วย แต่โชคดีที่ชื่อเขายังไม่แดง จึงยังสามารถฆ่ามอนสเตอร์และกลับเมืองได้
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ปิดแชร์การมองเห็น เย่ฮวาและมู่จื่อหาน จึงรอให้ทั้งสองคนกลับมา
...
พอเห็น เยว่เอ๋อ กลับมาถึง มู่จื่อหานและเขาก็เดินเข้าไปหาเยว่เอ๋อ พร้อมกับปรบมือด้วยรอยยิ้ม: "เป็การฆ่าที่งดงาม"
เขาถามขึ้นว่า "แล้วกวาจื่อล่ะ?"
เยว่เอ๋อ มองไปที่แผนที่ชั้นสองและกล่าวว่า: "เขาบอกว่าเขาจะไปลากมอนสเตอร์มายังปากถ้ำ เพื่อปิดเส้นทางของผู้เล่นจากวิหารสังหาร แต่สุดท้ายด้วยกำลังคนของวิหารสังหารคงซื้อเวลาได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งหากกรณีที่เอาไม่อยู่จริงๆ เราจะล่อให้บอสฆ่าผู้เล่นโดยตรง และเราจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับผู้เล่นจากวิหารสังหาร"
เย่ฮวา พยักหน้าอย่างระมัดระวังแล้ว ก่อน มู่จื่อหาน จะพูดขึ้นว่า: "เยว่เอ๋อ ระดมกำลังคนได้หรือยัง"
เยว่เอ๋อ หัวเราะเบา ๆ : "ทันทีที่ฉันบอกว่าเราอยู่ในป่างูเขียว แล้วถูกผู้เล่นของจากวิหารสังหารปิดล้อม หนำซ้ำพวกเขายังได้รับาเ็จากอุบัติเหตุความผิดพลาด โม่ซางคนนั้นก็รีบนำกำลัง 40 คนมุ่งหน้ามา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ฉันจึงให้พวกเขาเฝ้าอยู่ด้านนอกหุบเขางูเขียว หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆเขาจะรุดหน้ามาก่อน แต่ฉันคิดว่าไม่จำเป็ "
"อืม" มู่จื่อหาน พยักหน้า
พอได้ยินเย่ฮวาก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ: "ตอนนี้ผู้เล่นจากเยว่หานเิ ของเธอ อยู่นอกหุบเขางูเขียวแล้วหรือยัง?"
เยว่เอ๋อยิ้มและพูดว่า "ใช่ หน้าที่หลักของพวกเขาคือการปกป้องเรา ดังนั้นนายสามารถวางใจได้ว่า พวกหัวขโมยจะไม่มีทางมาป้วนเปี้ยน"
มู่จื่อหาน จ้องมองมาที่เขาแล้วพูดว่า "เราจะฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้ด้วยกันก่อน เพื่อเปิดทางระหว่างรอกวาจื่อกลับมา"
เย่ฮวา พยักหน้า และดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อฟังคำพูดของ มู่จื่อหาน ทุกคำ ไม่รู้ว่าเป็เพราะเธอมีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามหรือเพราะเธอเป็ผู้เล่นแนวหน้าหรืออาจเป็เพราะเธอเป็หญิงสาวที่งดงามไร้ที่ติ ลืมมันไปเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น ฆ่ามอนสเตอร์ดีกว่า
หลังจากที่เข้ามาถึงแผนที่แห่งนี้ เขาก็ไม่มัวเสียเวลา รีบทำการเปิดหน้าต่างค่าคุณสมบัติของมอนสเตอร์อย่างรวดเร็ว ——
【งูฟ้าว่องไว】
lv: 23
โจมตี: 223-272
ป้องกัน: 65
พลังชีวิต: 2200
...
แผนที่ชั้นสามนี้เป็สถานที่อยู่ของมอนสเตอร์เลเวล 23 ซึ่งไม่ได้ลำบากสำหรับ มู่จื่อหาน ผู้เล่นอาชีพลับเลเวล 21 แต่สำหรับนักดาบขั้นต้นอย่างเย่ฮวาที่มีเลเวล 18 การจะกำจัดมันคงต้องจริงจังอย่างมาก เพราะถ้าหากประมาทก็อาจถึงตายได้
มู่จื่อหาน ชี้ไปที่แท่นบูชาในระยะไกล จากนั้นก็พูดว่า: "เราจะใช้วิธีเดิม เย่ฮวากับฉันจะเดินนำหน้า เยว่เอ๋อคอยโจมตีจากด้านหลัง "
เยว่เอ๋อ พยักหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ต้องพูดแล้วรีบฆ่ามันดีกว่า"
มู่จื่อหานกับเขา ต่างก็พยักหน้า พร้อมกับกระชับอาวุธขึ้นโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะพุ่งใส่งูฟ้าว่องไว
งูฟ้าว่องไวเลเวลสูงกว่าเย่ฮวา 5 เลเวล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งกว่างูเหลือมเกล็ดดำเล็กน้อย ทว่า มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อ กลับสามารถฆ่ามันได้สบายๆ
เขาเองก็เริ่มศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการที่ใช้ฆ่ามอนสเตอร์ทุกรูปแบบ ทว่าั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ มู่จื่อหาน ก็ยังไม่เคยใช้สกิล เธออาศัยแค่การโจมตีธรรมดาและการเคลื่อนไหวในตัวเกม
เป็ไปได้ไหมที่เธอจะไม่มีสกิล ? คงไม่! ต้องไม่ใช่อย่างแน่นอน ตัวละครอาชีพลับ ในหลิงเกิงไม่ได้ทิ้งข้อมูลข่าวสารใดๆ ให้ ดังนั้นมันจึงยังเป็ปริศนาเกี่ยวกับอาชีพลับ แต่จะมีอาชีพที่ปราศจากสกิลได้ยังไง อาชีพแบบนั้นอาจมีค่าคุณสมบัติที่โกงก็ได้ ไม่งั้นคงไม่มีคุณสมบัติเรียกว่าอาชีพลับ แม้ว่าค่าคุณลักษณะของมู่จื่อหานจะแข็งแกร่งมาก แต่เธอก็คงไม่ประสบความสำเร็จกลายเป็ผู้เล่นระดับสูงโดยปราศจากสกิล ดังนั้นมู่จื่อหานจะต้องมีสกิล แต่การที่เธอไม่ได้ใช้เพราะอาจมีเงื่อนไขบางอย่างหรือเพราะเธอไม่้าให้คนนอกได้เห็นสกิล ?
เขาพยายามคิดเกี่ยวกับมัน และคิดว่าข้อหลังมีแนวโน้มเป็ไปได้มากกว่า แม้ว่าผู้เล่นที่ติดอันดับต้นๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีความแข็งแกร่ง แต่ทว่าตำแหน่งอันดับหนึ่งและอันดับสองนั้นถือว่ายากจะสั่นคลอน ว่ากันว่าการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นชั้นแนวหน้าส่วนใหญ่แล้วต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะของอีกฝ่ายก่อน ซึ่งสกิลเป็เื่พื้นฐานที่ควรต้องรู้ ดังนั้นหากผู้เล่นแนวหน้ามีสกิลใด ๆ พวกเขาก็มักจะซ่อนมันเอาไว้ จะใช้ออกมาก็ต่อเมื่อสถานการณ์วิกฤตที่จะเป็ตัวตัดสินแพ้ชนะ
ผู้เล่นแนวหน้าอย่าง มู่จื่อหาน ย่อมมีหลายคนจับตามอง ตราบใดที่มีการใช้สกิลต่อหน้าคนภายนอกมันก็เท่ากับการเปิดเผยไพ่ในมือให้คนรับรู้ ดังนั้นการจะเป็ข้อหลังก็ไม่ใช่เื่น่าแปลกอะไร
หลังจากที่ฆ่ามอนสเตอร์นานกว่าสิบนาที กวาจื่อ ก็วิ่งกลับมา เมื่อเห็น กวาจื่อ กลับมา เขาก็ถามขึ้นว่า "ทำไมนายถึงช้านัก"
กวาจื่อ เกาหัวของเขา: "ให้ตายสิ ก็พวกเราฆ่ามอนสเตอร์เกือบจะเกลี้ยง พวกมันเลยรีเฟรชไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาเล็กน้อยในการลากมอนสเตอร์ ฉันก็เลยต้องวิ่งอ้อมโลก ลากมันทั้งแผนที่ชั้นหนึ่งและแผนที่ชั้นสอง"
"ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงช้านัก ~" เยว่เอ๋อ พูดขึ้นระหว่างที่ยิงศรในมือ
มู่จื่อหาน พยักหน้าและกล่าวว่า "เื่ที่เราฆ่าพวกหล่างถูสมาชิกของวิหารสังหาร ตอนนี้รู้ไปถึงหูของ จื้อลี่ชาวฉุน แล้ว ทำให้สมาชิกผู้เล่นจากวิหารสังหาร มารวมตัวกันที่หุบเขางูเขียว จากนั้นพวกเขาก็จะเข้ามาในหลุมของแผนที่ลับ อีกอย่างพวกหล่างถูกับกวางจานเทียนเซี่ยก็ได้เข้ามาสำรวจโครงสร้างภายในแผนที่ลับ ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางได้เร็วขึ้น ถ้าคำนวณตามเวลาพวกเขาอาจจะมุ่งหน้ามายังแผนที่ชั้นแรก "
เยว่เอ๋อ บ่นพึมพำ: " กวาจื่อ ลากงูสีชาดไปที่รูในแผนที่ชั้นแรกแล้ว คงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะลงมาในหลุม ถึงต่อให้เข้ามาได้มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะลงถึงพื้นด้วยจำนวนคนทั้งหมด พวกเขาจำเป็จะต้องสลับกันโจมตีงูสีชาด เพราะการลงมาที่นี่ทั้งๆที่มีความแข็งแกร่งไม่พอก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว อีกอย่างกว่าจะมาถึงแผนที่นี้ได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาที ในการวิ่งจากเมืองชิงสุ่ย ดังนั้นพวกเขาคงไม่รอให้ผู้เล่นที่ถูกฆ่ามุ่งหน้ามาใหม่ มั่นใจได้เลยว่าคนที่เข้ามาในแผนที่ชั้นสองจะต้องเป็ผู้เล่นหลักที่ได้รับการว่าจ้างจากจื้อลี่ชาวฉุน เท่ากับไม่มีหัวหน้า และสมาชิกในกิลด์ของพวกเขาทั้งหมดก็มีน้อยกว่า 50 คน กว่าจะมาถึงแผนที่ชั้นสามแห่งนี้ได้ก็คงเหลือคนไม่เท่าไหร่ ตราบใดที่พวกเราทั้งสี่คนร่วมมือกันก็สามารถจัดการกับเื่นี้ได้ไม่ยาก "
กวาจื่อ หัวเราะ: "ฉันไม่สนใจเื่นี้ แต่ฉันรู้สึกละอายใจที่ลากพวกเธอมาเกี่ยวข้อง"
มู่จื่อหาน หันกลับมามองที่พวกเขาด้วยดวงตาอันงดงามราวกับอัญมณีสีดำ ระหว่างที่ยิ้มก็ได้พูดขึ้นเบาๆ : "พวกนายไม่ต้องกังวลเื่ผู้เล่นจากวิหารสังหารเข้ามาในแผนที่ การที่มีคนเข้ามาจำนวนมากอาจทำให้ค้นพบภารกิจ เมื่อมีคนพบภารกิจจริงๆ ย่อมต้องมาล่าบอส ดังนั้นต่อให้พวกนายถอนตัวจากไป ภารกิจก็ยังสำเร็จลุล่วง "
เขายิ้มแล้วพูดกับมู่จื่อหาน: "ยังไงก็ขอบคุณจริงๆ"
มู่จื่อหาน พยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะกลับไปยังด้านหน้า " พวกเรารีบไปฆ่าบอสกันเถอะ"
ในเวลานี้ เยว่เอ๋อ วิ่งเข้ามาหาเย่ฮวา พร้อมกับยกมือป้องกระซิบข้างหู: "นายอย่ามองว่าเธอเป็คนเ็า ในความเป็จริงเธอชอบเก็บตัวเงียบ เพื่อปิดบังความเขินเธอก็เลยทำตัวให้ดูเ็า "
หลังจากได้ยินคำพูดของเยว่เอ๋อ เย่ฮวาก็มองไปที่ มู่จื่อหาน พริบตานั้น มู่จื่อหาน ก็หันควับกลับมา พลางจ้อง เยว่เอ๋อ ด้วยสายตาดุร้ายเต็มไปด้วยจิตสังหาร จนเขาถึงกับตัวสั่นเทาทำอะไรไม่ถูก! นี่เหรอคนเก็บตัว ? เซอร์ไพรส์จริงๆ!