ตอนที่ 10
ไม้เอกได้รับการบอกกล่าวจากคุณวินัยเลขาของคุณครามว่า่นี้คุณครามจะยุ่งกับงานมากและอาจไม่มาที่คอนโดเลยตลอดทั้งเดือน ไม้เอกเข้าใจดีว่าคงเื่เดียวกับที่พูดกับคุณเสือในคืนวันที่ไปทานอาหารค่ำที่บ้าน แต่ถึงจะบอกว่าเข้าใจทว่าทุกครั้งที่กลับมาจากทำงานแล้วเจอเข้ากับห้องที่เงียบเชียบและโต๊ะอาหารที่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่างเปล่าก็ทำให้รู้สึกเหงาขึ้นมาทุกครั้งที่มอง ตระหนักว่าคุณครามกลายเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนั้นเต็มสัปดาห์จนเมื่อเข้าสัปดาห์ที่สองไม้เอกจึงหาเื่โทรหาคุณครามจนได้หลังจากชั่งใจและรวบรวมความกล้าอยู่นาน เพราะคุณวินัยเคยบอกไว้ว่าถ้าไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายไม่ต้องต่อสายตรงหาคุณคราม หากแต่ว่าความคิดถึงก็ทำให้ไม้เอกรวบรวมความกล้าได้ ด้วยการวางแผนจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่โดยใช้บัตรเครดิตคุณครามรูดจึงทำทีโทรไปถาม
“ว่าไง” น้ำเสียงคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานตอบกลับมา ไม้เอกเผลอหลุดยิ้มกับตัวเอง
“ผมโทรมารบกวนหรือเปล่าครับ”
“ไม่นี่ มีอะไรหรือเปล่า”
“คือผมจะใช้บัตรรูดซื้อคอมพิวเตอร์เลย...”
“ซื้อสิ ฉันจ่ายเอง รูดบัตรนั่นได้เลย” ตอบรับมาทันทีโดยที่ไม้เอกยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ
“ขอบคุณครับ”
“เท่านี้ใช่มั้ย ฉันจะวางล่ะ”
“ครับ”
แล้วบทสนทนาก็จบลงอย่างรวดเร็วเพียงเท่านั้นโดยที่คุณครามไม่ได้บอกว่าจะมาหาเมื่อไหร่ และนับจากวันที่ไม้เอกใช้บัตรรูดซื้อคอมพิวเตอร์หลังจากได้รับอนุญาต ก็ไม่มีโอกาสติดต่อคุณครามไปอีกเลยเพราะไม่กล้าและไม่รู้ว่าจะติดต่อไปด้วยเหตุผลอะไรเมื่อชีวิตทุกอย่างถูกอำนวยความสะดวกสบายโดยคุณวินัยอยู่แล้ว ชีวิตไม้เอกตกอยู่ในความว่างเปล่าและเงียบเหงาอีกครั้ง
ห้องนอนใหญ่ไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลยนอกจากทำความสะอาดนับั้แ่คุณครามไม่ได้มาที่คอนโด คืนนี้ฝนตกหนักอากาศด้านนอกลดต่ำ ไม้เอกขดตัวนอนอยู่ที่ห้องนอนเล็กคิดถึงคุณครามจนผล็อยหลับไปในที่สุด
่ใกล้รุ่งสางอากาศยิ่งเย็นลงกว่าเดิมมาก ไม้เอกขยับยุกยิกควานหาผ้าห่มขึ้นมาห่ม แต่ทว่ากลับถูกดึงเข้าไปในอาณาเขตกว้างขวางของแผ่นอกที่แน่นหนั่นไปด้วยกลามเนื้อของคนที่ไม่สวมเสื้อนอนแทน
“ชู่วส์ หลับต่อซะ ฉันเอง” เสียงทุ้มเอ่ยบอกชิดศีรษะขณะที่ไม้เอกกำลังงัวเงียพยายามลืมตามองในความมืด
“คุณคราม”
“หลับซะ เช้าค่อยคุยกัน” แล้วร่างของไม้เอกก็ถูกกอดเข้าไปชิดแผ่นอกกว้าง จนเผลอหลับไปอีกครั้งด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจในรอบสองสัปดาห์เต็ม
เฮือก!
ไม้เอกผงะออกจากอ้อมกอดของเ้าของแผ่นอกเปลือยด้วยความใ เมื่อพบว่าคนที่โอบกอดไว้ไม่ใช่เ้าของหน้ากากสีดำที่คุ้นเคย กวาดสายตามองคนแปลกหน้าที่ไม่ค่อยแปลกหน้าอย่างที่คิด ด้วยร่างกายและส่วนประกอบอื่นๆ ล้วนชินตานอกเสียจากดวงหน้าหล่อเหลาที่ไร้หน้ากากอำพราง...
“ไง ตื่นแล้วเหรอ”
ไม่ใช่แค่รูปร่างหากทว่าเสียงก็ใช่คุณคราม ไม้เอกมองเ้าของร่างหนาเปลือยท่อนบนที่อยู่ร่วมบนเตียงตาปริบๆ ริมฝีปากเผยอแต่พูดไม่ออก
“ทำไม จำฉันไม่ได้เหรอ หึหึ”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและมีแววหยันในบางทีแบบนี้ก็คือเสียงหัวเราะของคุณคราม
“คุณคราม...” ในที่สุดไม้เอกก็หลุดประโยคหนึ่งออกมาได้
“ใมากเหรอที่อยู่ๆ ก็ได้เห็นหน้าสามีชัดๆ ไง ผิดหวังไหมที่หล่อไม่สู้นายพี่อิฐ”
ไม้เอกยังตกอยู่ในอาการอึ้งแม้คุณครามจะเอ่ยปากถาม ดวงตายังกวาดมองใบหน้าคมสันต์สมบูรณ์แบบผิดกับที่คนลือกันมาตลอดว่าคุณครามกลายเป็คนหน้าอัปลักษณ์ ซึ่งนอกจากจะไม่เป็ความจริงแล้วยังตรงข้ามกับสิ่งที่ไม้เอกกำลังเห็นอยู่ทุกอย่าง ในเมื่อคุณครามคือผู้ชายที่มีดวงตาคมดุ คิ้วเข้มหนา จมูกโด่งคมรับกับใบหน้าคมสันต์ ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบ ไม่ใกล้เคียงหน้าอัปลักษ์เลยแม้แต่นิด
“จ้องนานๆ ฉันคิดค่าจ้องนะ ไม่อยากมีแรงไปทำงานแล้วใช่มั้ย”
“ขะ...ขอโทษครับ” นั่นแหละไม้เอกจึงรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องคุณครามนานเกินไป
“ใมากเหรอ หรืออยากให้ฉันกลับไปใส่หน้ากาก”
“ไม่ครับไม่ ผมชอบแบบนี้” ปฏิเสธออกไปรัวเร็วโดยไม่ทันคิดถึงประโยคที่เหมือนสารภาพกลายๆ ผลคือหน้าแดงขึ้นมาด้วยความอายเมื่อสายตาคุณครามมองจ้องมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก หรือไม้เอกควรตอบใหม่ว่าให้คุณครามกลับไปใส่หน้ากากดี เพราะพอไม่มีอะไรขวางกั้นแบบนี้สายตาที่คุณครามมองจ้องมาชัดมาก และไม้เอกก็รู้สึกใจสั่นทุกครั้งจนต้องหลบตา “ทำไมคุณครามถึง...”
“ถึงหน้าไม่เละ หน้าไม่อัปลักษณ์อย่างที่เขาลือกันน่ะเหรอ” เอ่ยขึ้นพลางยื่นมือมารั้งให้ไม้เอกล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหน้าประจันกันตรงๆ “ก็ฉันไม่ได้ประสบอุบัติเหตุจริงๆ นี่ ที่ทำให้คนเข้าใจแบบนั้นก็เพราะไม่้าให้ใครพยายามพาลูกมาทำความรู้จัก ซึ่งก็ได้ผลแม้แต่ป้าของเธอยังเชื่อสนิทใจ เก็บลูกสาวไว้แล้วส่งเธอมารับชะตากรรมแทน” คุณครามเอ่ยพลางหัวเราะหยัน แต่ไม้เอกไม่ได้สนใจเพราะทุกส่วนบนใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของคุณครามเรียกความสนใจไปหมดแล้ว
“บอกแล้วนะว่าจ้องมากๆ จะคิดค่าจ้อง”
“อื้ม” ไม้เอกร้องขึ้นในลำคอเบาๆ เมื่อถูกคุณครามพลิกตัวมาคร่อมทับและจู่โจมด้วยริมฝีปากที่ทาบทับลงมาปิดริมฝีปาก ก่อนจะบดเคล้าและดูดดึงกลีบปากอย่างเรียกร้องจนต้องเผยอริมฝีปากขึ้นให้ลิ้นร้อนๆ แทรกเข้ามาเกี่ยวพันกับลิ้นของไม้เอก นับเป็ครั้งแรกที่ถูกคุณครามจูบโดยไม่มีหน้ากากขวางกั้น มองจ้องตากันตรงๆ และส่งผ่านความรู้สึกทุกอย่างได้โดยปราศจากสิ่งกีดขวาง และไม้เอกลงความเห็นว่าสายตาคุณครามคมยิ่งกว่ามีดเสียอีก
“ถ้าวันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัท เธอไม่ได้ไปทำงานแน่ เพราะฉันไม่ได้แวะมาตั้งสองสัปดาห์ แต่เอาไว้คืนนี้ก็ได้” เอ่ยบอกทั้งยิ้มหล่อร้ายใส่ ไม้เอกเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นของคุณคราม “แต่ถ้ายังนอนล่อตาล่อใจฉันแบบนี้ ฉันจะเปลี่ยนแผนนะ”
“ไม่ครับ ไม่!” ไม้เอกละล่ำละลักบอก รีบผวาลุกออกจากอาณาเขตลำแขนทั้งสองข้างที่กางกั้นคร่อมทับลงไปยืนข้างล่างเตียง พอออกมายืนมองแบบนี้ถึงได้เห็นว่าเตียงเล็กไปถนัดตาเมื่อมีร่างใหญ่ของคุณครามเพิ่มเข้ามาอีกคน อย่างนี้สิคุณครามถึงชอบนอนเตียงห้องใหญ่มากกว่า
“ชงกาแฟให้หน่อยแล้วกัน”
“ครับ”
ไม้เอกรีบพาตัวออกมาจากห้องก่อนจะทิ้งตัวพิงประตูพักหายใจชั่วครู่ ชักไม่แน่ใจว่าการที่คุณครามถอดหน้ากากเป็เื่ดี เพราะเพียงไม่ถึงชั่วโมงที่เห็นหน้าหัวใจไม้เอกก็ทำงานหนักกว่าวันไหนๆ ที่ผ่านมาแล้ว กว่าที่จะสงบจิตสงบใจและเข้าครัวได้ก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน
เช้านี้แปลกไปกว่าที่เคย เพราะไม้เอกต้องค้นเครื่องชงกาแฟออกมาเปิดใช้งานจากที่ไม่เคยเปิดใช้งานเลยสักครั้งนับั้แ่ที่มาอยู่ที่นี่ เพราะคุณครามไม่เคยค้างถึงเช้าด้วยเลยสักวัน หากไม่นับวันแรกที่เจอกัน
“มีอะไรกินบ้างเช้านี้” คุณครามที่เดินออกไปหยิบหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับภาษาอังกฤษหน้าห้องเดินกลับมาพิงที่กรอบประตูห้องครัวถาม
“เอาขนมปังปิ้ง เบคอน แล้วก็ไส้กรอกมั้ยครับ หรือคุณครามจะเอาข้าวต้ม”
“เอาอันที่เธอทำง่ายๆ เถอะ ไม่ต้องรีบมากหรอก เดี๋ยววันนี้ไปส่ง”
“ครับ” ไม้เอกมองตามร่างสูงที่หันตัวกลับเดินห่างออกไป ก่อนจะก้มหน้าอมยิ้มบางๆ กับตัวเอง
ไม่นานกาแฟก็เสร็จ ไม้เอกรีบเอาไปเสิร์ฟก่อนเป็อันดับแรก คุณครามนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เปลือยท่อนบนอย่างเคยบนโซฟาห้องนั่งเล่น เพียงแต่วันนี้พิเศษตรงที่ไม้เอกได้มองหน้าชัดๆ สักที
“ขอบใจ”
เมื่อเสิร์ฟกาแฟเสร็จไม้เอกรีบกลับเข้าไปทำมื้อเช้าง่ายๆ ในครัวอย่างอารมณ์ดีลืมสองอาทิตย์ที่เงียบเหงาไปโดยสิ้นเชิง
100%
#คุณคราม
….......................................................
เรียบเรื่อยไปก่อน ก่อนที่พายุจะมานะคะ