ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน ในวันเกิดครบรอบ 14 ปีของเฟยหลง
ความเงียบในยามค่ำคืน มีเงาร่างหนึ่งกำลังนั่งเย็บผ้าอย่างตั้งใจ มือหนึ่งถือผ้าไหมสีดำ อีกมือถือเข็มเย็บผ้า มือบางเรียวทั้งสองข้างกำลังเย็บปักอย่างรวดเร็วแม้จะมีแสงไฟจากตะเกียงสลัว แต่ไม่เป็อุปสรรคในการเย็บผ้าของนางเลยแม้แต่น้อย
หลังจากอยู่ในโลกมนุษย์มาหลายปี ฝีมือการเย็บผ้าของป๋ายฮวาก็ดีขึ้น แม้จะไม่สามารถเย็บปักเป็รูปร่างละเอียดอ่อนได้ แต่เพียงแค่ตัดเสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ให้เฟยหลงใส่ในทุกวันก็ยังสามารถทำได้บ้าง หญิงสาววางเสื้อซึ่งถูกเย็บเรียบร้อยแล้วเทียบกับเสื้อนวมกันหนาวอีกครั้ง สีดำของเสื้อผ้าเมื่อถูกถือไว้ในมือนางจึงตัดกันกับอาภรณ์ขาวอย่างลงตัว
“สีดำอีกแล้ว....ควรตัดเสื้ออีกสักตัวให้คุณชายดีหรือไม่นะ” ในหัวจินตนาการถึงเฟยหลงสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นๆ
คิดอยู่นานสุดท้ายก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว สะบัดความคิดไร้สาระทิ้งออกไปจนหมดสิ้นเพราะนางเคยเย็บเสื้อสีน้ำเงินให้เขาแล้ว สุดท้ายเด็กชายในวัย 12 ขวบก็โยนเสื้อสีน้ำเงินไว้ใต้หีบผ้าอยู่ดี ไม่แม้แต่จะหยิบขึ้นมาใช้สักครั้งเดียว
พอเฟยหลงอายุ 13 ปีนางพยายามอีกครั้งเป็อาภรณ์สีเทา เขาเพียงแค่รับไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่กลับไม่เคยสวมใส่เลยสักครั้งนอกจากอาภรณ์สีดำเช่นเคย
แม้จะอยากเห็นเขาสวมชุดสีอื่นบ้าง แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังชอบใส่เสื้อผ้าสีดำเหมือนเดิม แม้แต่นางยังชอบสีขาว หลายพันปีมานี้นางไม่เคยเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าสีอื่นสักครั้ง จะให้สวมเสื้อสีดำนางก็ไม่ชอบเช่นกัน ในเมื่อตนเองยังชอบสีขาวก็ไม่ควรไปบังคับผู้อื่นใส่เสื้อผ้าสีที่เขาไม่ชอบ ใช่หรือไม่
เมื่อหาเหตุผลให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ป๋ายฮวาก็รีบเย็บผ้าต่อทันทีเพราะหากถึงยามอิ๋นก็ต้องรีบเร่งเตรียมอาหารเช้าแล้ว พรุ่งนี้นางจะทำอาหารให้เฟยหลงจำนวนมากเพื่อฉลองวันเกิดให้เขา และนางยังบอกให้เขาลาหยุดไม่ไปสนามฝึกอีกด้วย แม้ตอนแรกเขาจะไม่ยอมแต่พอนางโวยวายและบ่นอยู่นาน สุดท้ายเด็กชายก็ขมวดคิ้วและพยักหน้าด้วยความไม่เต็มใจ
“อึก” เสียงร้องจากห้องด้านข้างทำให้ป๋ายฮวาสะดุ้งทิ้งผ้าลงพื้น
เสียงพลิกตัวด้วยความไม่สบายมาพร้อมกับเสียงทุรนทุรายของเฟยหลง ป๋ายฮวานิ่งฟังครู่หนึ่งก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วเพราะนางรู้ว่าพรุ่งนี้คือวันเกิดของเขา และอาการเ็ปจะมีมากขึ้นในทุกๆ ปี เดิมทีคิดว่ายานอนหลับสามารถบรรเทาอาการเ็ปของเขาได้
“คุณชายเ้าคะ” ป๋ายฮวาร้องถามเพราะไม่อยากเข้าไปในขณะที่เฟยหลงไม่อนุญาต นางรู้ดีว่าแม้สามปีมานี้เฟยหลงจะหลับตาข้างลืมตาข้าง ยอมนางบ้างในบางเื่ แต่หากเื่ไหนที่เขาไม่ยินยอม เขาก็จะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด
“อัก” เสียงร้องเ็ปจากด้านในพร้อมกลิ่นคาวเืที่ลอยเตะจมูกทำให้หญิงสาวซึ่งกำลังจะเคาะประตูชะงักนิ่ง มือเล็กร่ายอาคมอย่างรวดเร็วจนกลอนด้านในหลุดออกจากกัน
เพราะฤทธิ์ยานอนหลับทำให้เขาไม่รู้สึกตัวตื่น แต่ความเ็ปของร่างกายก็มากขึ้นจนเฟยหลงแบกรับไม่ไหว ยานอนหลับและการฝืนความเ็ปขัดแย้งกันในร่างกายวุ่นวายจนทำให้เขากระอักเืออกมาคำใหญ่หลายคำติดกัน
“คุณชายเ้าคะ” เมื่อไร้หนทาง ป๋ายฮวาจึงจับข้อมือของเขาก่อนจะเร่งถ่ายพลังเซียนเข้าไปในร่างเฟยหลงเพื่อช่วยบรรเทาอาการาเ็ในร่างกาย เวลาไม่นานเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น อาการเ็ปของเฟยหลงก็หายไปจนหมดสิ้น
ป๋ายฮวาใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเืบนริมฝีปากให้เด็กชายเบาๆ หลังจากกลับมานิ่งสงบ แล้ว เดิมทีเขาต้องเ็ปทรมานอย่างน้อยครึ่งชั่วยาม แต่หากนางรักษาเขาด้วยตนเองก็เพียงแค่ 1 เค่อเท่านั้น
มือเรียวเหน็บมุมผ้าห่มให้เฟยหลงแ่เบาก่อนจะค่อยๆ เดินออกมาจากห้องนอนเพื่อระวังไม่ให้เขารู้ตัว ก่อนจากไปไม่ลืมที่จะสะบัดมือหนึ่งครั้ง กลอนประตูกลับมาเป็เหมือนเดิมเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ทันทีที่กลับถึงห้องหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ใช้เวลาไม่นานก็นอนหลับ แม้ร่างเซียนจะไม่จำเป็ต้องกินต้องดื่มหรือไม่ต้องพักผ่อน แต่เพราะใช้พลังเซียนรักษามนุษย์จึงทำให้รู้สึกเหนื่อยอยู่เล็กน้อย
เดิมทีคิดว่าการใช้พลังเซียนจะอันตรายมากกว่านี้ ไม่คิดว่านางจะรู้สึกตัวตื่นหลังจากนอนหลับไปเพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น ป๋ายฮวารีบตรวจฐานพลังของตัวเองเมื่อรู้ว่านอนพักก็หายเหนื่อยและพลังยังฟื้นคืนกลับมา ซ้ำเฟยหลงยังไม่เ็ปอีกด้วย
ในใจรู้สึกสับสนเพราะเดิมทีตั้งใจจะปรับสูตรยานอนหลับให้แรงขึ้น แต่เห็นทีนางต้องเปลี่ยนความคิดใช้พลังเซียนรักษาเฟยหลงดีกว่า
หากนางแอบเข้าไปในห้องและออกมาก่อนที่เขาจะตื่น ก็จะไม่ถูกจับได้ใช่หรือไม่ ซ้ำเฟยหลงยังไม่ต้องเ็ปอีกด้วย เพราะยาดีก็ย่อมมีพิษ หากดื่มบ่อยก็ไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายมากเท่านั้น หากเลี่ยงได้นางก็ไม่อยากให้เฟยหลงดื่มยามากนัก
หลายวันมานี้นางจึงปรับยาให้เฟยหลงอยู่นาน ตัดสมุนไพรไม่จำเป็หลายอย่างทิ้ง ขอเพียงเขาไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างนางแอบใช้พลังเซียนก็พอ
“ทำไมยาไม่ขมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เฟยหลงจิบยาในถ้วยอีกคำเมื่อรู้สึกว่ารสชาติของยาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ป๋ายฮวาซึ่งกำลังเหม่อลอยสะดุ้งตัวตื่น รีบตอบว่า “บ่าวปรับสูตรใหม่เ้าค่ะ”
หญิงสาวผ่อนลมหายใจเพราะในถ้วยยาของเฟยหลงตอนนี้มีแค่ยานอนหลับแล้ว ไม่มียาชาและไม่มีสิ่งอื่นใด มีแค่สมุนไพรทำให้นอนหลับสบายเท่านั้น เด็กชายขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแต่หลายปีมานี้มีเพียงป๋ายเหนียงซึ่งอยู่ข้างกาย ทำให้เขาไม่รู้สึกสงสัยเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงยอมดื่มยาและเชื่อคำตอบของนางไร้ข้อสงสัยใดๆ
ดึกคืนนั้น หญิงสาวในชุดนอนสีขาวคำนวณเวลาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงยามอิ๋นแล้วก็รีบเปิดประตูออกไปและยืนรอหน้าห้องของเฟยหลงเพื่อรอเวลาให้เขารู้สึกเ็ปเสียก่อน เสียงเคาะเวลายามอิ๋นพร้อมๆ กับที่คนด้านในเริ่มขยับตัวเพราะความเ็ปที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
มือบางเปิดประตูเข้าไปด้านในก่อนจะค่อยๆ ดึงม่านมุ้งออกและจับข้อมือเล็กๆ นั้นเริ่มถ่ายทอดพลังเซียนส่งผ่านจากมือเข้าไปรักษาอาการเ็ปในร่างกายของเขา
ใบหน้าแดงก่ำซึ่งกำลังจะทุกข์ทรมานจากรอยแผลเป็สายฟ้าในทุกคืนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบเช่นเดิม คิ้วเข้มขมวดจนชนกันค่อยๆ คลายออกพร้อมลมหายใจที่กำลังเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
“เฮ้อ” หญิงงามทรุดนั่งลงข้างเตียง ดวงตาเริ่มหนักอึ้งคล้ายคนอดหลับอดนอน ป๋ายฮวายกมือขึ้นซับเหงื่อออกให้เด็กชายพร้อมเหน็บผ้าห่มเพื่อป้องกันลมหนาว ใบหน้าของเด็กชายเริ่มมีเค้าโครงชัดเจน คิ้วเข้มเรียวเฉียงดั่งกระบี่ กรามค่อยๆ เน้นชัดมากขึ้น ใช้เวลาอีกสักสี่ห้าปีต้องเติบโตเป็ชายหนุ่มที่รูปงามมากแน่นอน
ป๋ายฮวาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใบหน้านี้คล้ายคลึงกับมหาเทพถึง 4 ส่วน แม้จะถอดออกมาเพียง 4 ส่วนเท่านั้นแต่ก็ยังหล่อเหลาและรูปงามมากอยู่ดี น่าเสียดาย หากไม่มีรอยแผลเป็สายฟ้าสีม่วงอยู่ทั่วหน้า ป่านนี้คงมีหญิงสาวมากมายตกหลุมรักและกลายเป็หนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งของแคว้นไปแล้ว
เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยเสร็จ ร่างกายซึ่งเหนื่อยล้าและ้านอนหลับพยายามลุกขึ้นและย่องออกจากห้องด้วยเสียงที่แ่เบาเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของเฟยหลง แม้เด็กชายจะยังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาแต่นางก็ไม่กล้าสะเพร่า หากเขาตื่นขึ้นมาและเห็นนางอยู่ในห้องนอนในยามวิกาล เด็กชายต้องโกรธนางมากแน่นอน
เช้าของวันถัดไป
เฟยหลงลืมตาตื่นในยามเหมาเช่นทุกวัน “กลิ่นลูกท้อ” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมพยายามสูดลมหายใจดมกลิ่นซึ่งคุ้นเคยดี กลิ่นหอมหวานของลูกท้ออบอวลปกคลุมเตียงนอนของเขา คิ้วซึ่งเคยขมวดยิ่งพันกันจนเป็ปมเพราะรู้สึกคล้ายกับป๋ายเหนียงเข้ามาในห้องนอน
เด็กชายใช้น้ำเย็นเช็ดหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้รบกวนสาวใช้ นับั้แ่เขาอายุ 13 ปีก็ไม่ชอบรบกวนให้หญิงสาวต้องตื่นแต่เช้ามาดูแลเขาแล้ว ั้แ่นั้นนอกจากน้ำร้อนซึ่งถูกเตรียมไว้ในตอนเย็น เขามักจะตักน้ำแบ่งไว้ในอ่างเพื่อใช้ในตอนเช้าอีกครั้ง ใช่ว่าตอนเด็กเขาไม่เคยใช้น้ำเย็นล้างหน้าสักหน่อย ทำให้หลังจากนั้นในทุกเช้าป๋ายเหนียงก็ไม่จำเป็ต้องลำบากต้มน้ำร้อนให้เขาอีกแล้ว นางมีหน้าที่อย่างเดียวคือเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เขา
เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อย เฟยหลงจึงนั่งลงรออาหารมื้อเช้า ดวงตานิลมองดูความวุ่นวายของหญิงสาวด้วยความเคยชินโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปหลายปีการมองตามการกระทำของนางกลับกลายเป็นิสัยของเขาในทุกๆ เช้า
หลังจากมองเห็นเฟยหลงนั่งรออยู่บนเก้าอี้ ป๋ายฮวาจึงวางมือจากงานทั้งหมดและรีบเดินเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว “คุณชายไม่ฝึกวรยุทธในตอนเช้าก่อนหรือเ้าคะ” เสียงหวานร้องทักพร้อมๆ กับนำพากลิ่นหอมของลูกท้อคล้ายมีคล้ายไม่มีมาด้วย
เฟยหลงขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นนี้บนเตียงนอนของเขาเช่นกัน กลิ่นนี้คล้ายมีคล้ายไม่มีแต่เพราะจมูกเขาดีกว่าคนทั่วไป ทำให้เขาได้กลิ่นลูกท้อชัดเจน นี่คือกลิ่นกายประจำตัวของนาง เด็กชายนิ่งเงียบย้อนคิดถึง่เวลาขณะหนึ่งที่ไม่อาจลืมเลือน ตอนนั้นนางสวมชุดสีขาว มือข้างหนึ่งถือตะเกียง ค่อยๆ นำพาแสงสว่างและกลิ่นลูกท้อเข้ามาหาเขาในความมืดของวันนั้น
คิ้วซึ่งเคยขมวดอยู่คลายออกอย่างไม่รู้ตัว ลืมความไม่พอใจจนหมดสิ้น เขาเงยหน้าตอบหญิงสาวเสียงเรียบว่า “ข้าหิวแล้ว”
“บ่าวจะไปเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะให้นะเ้าคะ วันนี้บ่าวทำซาลาเปาและแกงเนื้อแกะให้คุณชายด้วยเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาร้องด้วยความตื่นเต้นก่อนจะวิ่งกลับไปยกอาหารเข้ามาอย่างรวดเร็ว
อาหารสองอย่างถูกวางไว้บนโต๊ะเพราะนับั้แ่เฟยหลงเรียกนางให้นั่งกินข้าวด้วยกัน นางก็นั่งร่วมโต๊ะกับเขามาหลายเดือนแล้ว แม้จะไม่ได้้าให้ท้องอิ่มเช่นมนุษย์ แต่การลิ้มรสอาหารที่ตัวเองทำก็ถือเป็ความน่าสนุกอีกเื่หนึ่งเช่นกัน
“คุณชายทานเยอะๆ นะเ้าคะ” หญิงสาวยื่นแกงเนื้อแกะให้เฟยหลง เด็กชายพยักหน้ารับและใช้ช้อนตักชิม ก่อนจะนั่งกินซาลาเปาเงียบๆ มีบางครั้งที่ดวงตาัแอบชำเลืองมองหญิงสาวข้างกายโดยที่นางไม่รู้ตัว
ป๋ายฮวาหลับตาพริ้มเพื่อละเลียดชิมซาลาเปาฝีมือตนเอง อืม ครั้งหน้านางจะลองใส่เห็ดหอมในซาลาเปาตามคำแนะนำของแม่ครัวจางดู บางทีอาจจะทำให้กลบกลิ่นคาวของเนื้อแกะได้ หญิงสาวกินหมดครึ่งลูกก็รู้สึกอิ่ม เพราะนางกินช้าและเฟยหลงเป็คนกินข้าวเร็ว ในขณะที่เขากินซาลาเปาหมดไปแล้วสามลูกน้ำแกงอีกถ้วยหนึ่ง นางก็เพิ่งกินซาลาเปาครึ่งลูกหมด
เฟยหลงขมวดคิ้วมองหญิงสาวซึ่งกำลังเก็บชามอย่างอารมณ์ดี ดวงตาดอกท้อนั้นโค้งเล็กน้อยคล้ายกับว่าการทำงานเหล่านี้คือความสุขของนาง แต่ทุกครั้งที่กินข้าวพร้อมกันเขาเริ่มสังเกตเห็นว่าแต่ละครั้งนางจะกินอาหารน้อยเหลือเกิน มีเพียงของหวานซึ่งนางซื้อมาจากตลาดที่นางชอบกินและจะกินมากหน่อย เมื่อรู้ว่าเขาไม่ชอบของหวานนางก็จะยื่นให้เขาชิมชิ้นหนึ่ง ส่วนตัวเองกวาดทุกอย่างลงท้องจนหมดสิ้น
ริมฝีปากอ้ากว้างก่อนจะปิดลงและอ้าอีกครั้งก่อนจะเม้มแน่น แม้จะอยากบอกให้นางกินข้าวมากขึ้นอีกสักหน่อย แต่ปากที่หนักเกินไปและไม่ชอบพูด ทำให้กว่าเขาจะรวบรวมความกล้าบอกนางได้สักคำ หญิงสาวก็เก็บถ้วยชามเสร็จแล้ว
“ข้าไปจะห้องหนังสือ” เด็กชายลุกขึ้นยืนก้าวเดินไปห้องหนังสืออย่างรวดเร็วเพื่ออ่านตำราให้จิตใจสงบเพราะนับวันยิ่งมีเื่มากวนใจมากขึ้น
ป๋ายฮวาชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว มองตามอย่างมึนงง “คุณชายมีเื่อะไรเคร่งเครียดงั้นหรือ”
เพราะการใช้พลังเซียนทำให้เฟยหลงไม่เ็ปจากรอยแผลเป็สายฟ้าอยู่หลายเดือน แม้เขาจะมองนางด้วยความสงสัยแต่เพราะนางหลบหนีออกมาทุกครั้งที่แอบเข้าไปได้ รวมถึงเพราะฤทธิ์ยานอนหลับทำให้เฟยหลงไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเขาอายุ 15 ปี
เพราะความเ็ปมีมากขึ้นในทุกๆ ปีทำให้หลังจากอายุ 15 ปีนางต้องใช้พลังมากกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างกายซึ่งเหนื่อยล้าจากการใช้พลังพยายามเดินออกจากห้องเพื่อไม่ให้เขารู้ความลับของนาง เมื่อกลับเข้ามาในห้องก็ล้มตัวลงนอนหลับไปกว่าครึ่งชั่วยาม
เดิมทีร่างกายเซียนไม่ต้องนอนพักผ่อน แต่หลายเดือนมานี้นางเริ่มนอนหลับคล้ายมนุษย์ขึ้นไปทุกที บางครั้งตื่นนอนในยามเหมา โชคดีที่เฟยหลงมักออกกำลังกายฝึกวรยุทธในตอนเช้าและกินอาหารเช้าในยามเฉินก่อนจะเก็บตัวอ่านตำราจนถึงเที่ยง ทำให้นางไม่จำเป็ต้องตื่นเช้าจนเกินไป เมื่อก่อนเฟยหลงยังสงสัยสาเหตุที่ทำให้นางตื่นสายแต่ตอนนี้กลายเป็ความเคยชินของเขาเสียแล้วที่เห็นสาวใช้ตื่นสายกว่าเ้านาย
“อึก” เสียงร้องจากห้องด้านข้างดังขึ้น ป๋ายฮวาซึ่งกำลังพยายามถ่างตารอยามอิ๋นกลับเผลอฟุบหลับไปบนโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงของเฟยหลงทำให้นางสะดุ้งตัวตื่นอย่างรวดเร็ว ร่างบางในชุดนอนสีขาวรีบวิ่งออกจากห้องตัวเองทันที
ป๋ายฮวาเปิดม่านมุ้งคว้าจับข้อมือหนาซึ่งตอนนี้ใหญ่กว่าของนางเท่าหนึ่งไว้แน่น ชายแขนเสื้อสีขาวตัดกับชายแขนเสื้อสีดำจนมองเห็นถึงความแตกต่าง นางทรุดนั่งลงพร้อมหาวเล็กน้อยทั้งที่กำลังถ่ายทอดพลังเซียนให้เฟยหลงช้าๆ
เดิมทีห้องนอนของชายหนุ่มก็เป็สีดำทึบอยู่แล้ว ส่งผลให้สาวงามที่กำลังนั่งกุมมือผิวคล้ำแดดดูโดดเด่นและแตกต่างแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดก็ตาม
ใช้เวลาหนึ่งเค่ออาการเ็ปของเฟยหลงก็หายปลิดทิ้ง ร่างกายซึ่งเหนื่อยล้าฟุบลงด้านข้างเตียงนอนทันทีที่รู้ว่าเด็กชายปลอดภัย “ข้าเดินไม่ไหวแล้ว ขอพักสายตาสักครู่ ขอนั่งพักไม่นาน” ป๋ายฮวาพยายามบอกตัวเอง ใบหน้าหวานฟุบหน้าลงกับเตียงนอนสีดำขอพักสักครู่เดียว
เดิมทีตั้งใจจะเพียงพักให้หายเหนื่อยเท่านั้น แต่เงาร่างอรชรก็นอนหลับไปทันทีที่หาตำแหน่งของตัวเองเจอ เตียงนอนสีดำ ม่านมุ้งสีดำจางๆ รวมถึงชุดนอนของเฟยหลงซึ่งมีสีดำเข้ม ผมดั่งเส้นไหมดำสวยกลมกลืนหายไปกับความมืด กลับยิ่งส่งเสริมให้ร่างในอาภรณ์ขาวโดดเด่นมากกว่าเดิม แม้สีขาวกับสีดำจะดูไม่เหมาะสมกัน แต่เมื่อถูกจับมาวางรวมกันความแตกต่างของสีกลับส่งเสริมให้ทั้งสองโดดเด่นขึ้นมา
ร่างบางพลิกตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปวดต้นคอ ขยับตัวอีกครั้ง เมื่อหาที่วางหัวตัวเองได้ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ดวงหน้าละมุนหลับตาพริ้มคล้ายกับหาตำแหน่งนอนของตนเองเจอแล้ว มือเรียวโอบกอดสิ่งที่คิดว่าเป็หมอนด้วยความพอใจกับความอบอุ่นของเตียงนอนหลังนี้เป็อย่างยิ่ง
“อืม” เสียงทุ้มซึ่งเริ่มแตกหนุ่มดังขึ้นทำลายความเงียบในตอนเช้า เฟยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกไม่สบายตัวคล้ายมีอะไรบางอย่างมารัดตัวและกดทับตัวของเขาเอาไว้
เขาคล้ายรู้สึกว่าสิ่งของบางอย่างกำลังกดทับหน้าอกอยู่ มือหนาซึ่งกำลังจะผลักของสิ่งนั้นออกตามสัญชาตญาณชะงักไปอย่างรวดเร็วเพราะกลิ่นของลูกท้ออันคุ้นเคยวนเวียนอยู่รอบจมูก
ดวงตาันิลลืมตาขึ้นทันทีเมื่อคิดออกว่าสิ่งที่กำลังกดทับหน้าอกของเขาอยู่คืออะไร จากที่เคยสะลึมสะลือก็รีบยกหัวขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อจ้องมองเส้นไหมสีดำซึ่งตอนนี้กำลังสยายเต็มเบื้องหน้าของตัวเขา ศีรษะเล็กๆ เมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวก็พลิกหน้าหาตำแหน่งใหม่ หลังจากได้ตำแหน่งที่้าก็นิ่งเงียบอีกครั้ง
“เ้า.......” เฟยหลงชะงัก อ้าปากกำลังจะร้องโวยวาย ดวงตานิลเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความใ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็าถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ร่างกายคล้ายถูกสาปกลายเป็หินแข็งทื่อจนกระทั่งเกิดอาการเหน็บชา แม้อยากจะร้องโวยวายสักคำแต่พออ้าปากก็ไม่มีเสียงออกมาอีกแล้ว
กลิ่นลูกท้ออบอวลไปทั่วเตียงนอนของเขา อาภรณ์สีขาวโดดเด่นเป็เอกลักษณ์ขึ้นมาเมื่อนอนอยู่บนเตียงสีดำและบนชุดนอนสีดำของเขา ผิวขาวดั่งหิมะยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อมือของนางข้างหนึ่งกำลังวางอยู่บนหน้าอกของเขาเช่นกัน
คิ้วเรียวงามดั่งกิ่งหลิว จมูกโด่งพอเหมาะพอเจาะกับริมฝีปากจิ้มลิ้ม ใบหน้าเล็กเรียวเทียบเท่ากับมือของเขาข้างหนึ่ง ผ่านมาหลายปีเขาเติบใหญ่จนอายุ 15 ปี แต่นางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย ยังคงคล้ายดรุณีอายุ 14-15 เช่นเดิม
เส้นผมสีดำดั่งไหมล้ำค่า ไม่รู้ว่าหากลูบจะนุ่มเหมือนที่คิดไว้หรือไม่ มือหนาคล้ำแดดพยายามจะยกขึ้นแต่ก็ชะงักไปอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ถึงความคิดอันตรายของตัวเอง มือที่เดิมทีอยากยกขึ้นลูบผมสีดำเข้มเปลี่ยนมายันเตียงผุดลุกขึ้นนั่งและผลักร่างบางออกห่างจนหญิงสาวพลัดตกเตียงนอนเสียงดัง
ตุบ-- ร่างเล็กๆ กลิ้งหนึ่งตลบและนอนทรุดลงข้างเตียงนอนจนสะดุ้งตื่น
เฟยหลงก้าวข้ามตัวนางก่อนจะรีบหยิบเสื้อคลุมด้านนอกมาสวม พร้อมกับดึงอีกตัวโยนไปให้หญิงสาวเพราะนางอยู่ในชุดนอนเช่นกัน “โอ๊ย เกิดอะไรขึ้น ท้องฟ้าถล่มหรือท่านปู่มาหาเื่ข้าอีกแล้วใช่หรือไม่” เสียงใสร้องะโดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ท่านปู่...” เฟยหลงทวนคำพูดของนางอีกครั้งเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินนางเอ่ยถึงคนอื่นต่อหน้าเขา ซ้ำคนนั้นยังเป็ท่านปู่ที่เขาไม่เคยรู้อยู่ด้วย
น้ำเสียงอันคุ้นเคย..... ดวงตาซึ่งเคยหลับใหลเมื่อได้ยินเสียงทุ้มก็รีบลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาดอกท้อจ้องมองเตียงนอนสีดำ สติปัญญาซึ่งเดิมทีมีน้อยก็เข้าใจสถานการณ์เบื้องหน้าทันที นี่นางเผลอหลับไปได้อย่างไรกัน ซ้ำยังหลับจนเฟยหลงตื่นอีกด้วย
“คะคุณชาย....” ป๋ายฮวาเรียกและสวมเสื้อคลุมสีดำโดยไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เฟยหลงจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยความไม่พอใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แม้จะรู้สึกแปลกๆ บนหน้าอกตัวเองแต่กลับไม่เข้าใจมากนัก เขามองร่างอรชรในชุดคลุมสีดำด้วยความรู้สึกประหลาดใจเพราะเดิมทีนางมักจะสวมชุดกระโปรงสีขาวเท่านั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่นางสวมอาภรณ์สีดำ จึงทำให้เขารู้สึกว่ามันแปลกตาไปมาก
“แค่ก เ้าทำไมมานอนอยู่บนเตียงของข้า” เฟยหลงกระแอมไอพร้อมหันไปมองด้านอื่น ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าตัวเองมองข้ามเื่สำคัญและสนใจเพียงเื่ที่หญิงสาวสวมเสื้อคลุมสีดำ
“คุณชายฟังบ่าวก่อนนะเ้าคะ เดิมทียานอนหลับสามารถช่วยให้คุณชายไม่เ็ป แต่ยิ่งนับวันยิ่งไม่ได้ผล บ่าวจึง บ่าว...” ป๋ายฮวาเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าจะหาคำอธิบายใดมาอธิบายดี
“แล้วเื่เหล่านี้เกี่ยวกับการที่เ้ามานอนบนเตียงข้าได้อย่างไร” เฟยหลงขมวดคิ้วถามด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มซึ่งสูงเท่ากับหญิงสาวจ้องมองหน้าสาวใช้นิ่ง
ป๋ายฮวาเมื่อเห็นคนตรงหน้าโกรธจริงๆ ดวงหน้าขาวเริ่มแดงก่ำจนอยากร้องไห้เพราะคิดคำอธิบายไม่ออก หากบอกว่าถ่ายทอดพลัง เฟยหลงต้องถามนางอีกว่าพลังอะไร หากบอกว่ารักษาแล้วจะรักษาอย่างไรเล่าถึงต้องนอนบนเตียงเดียวกัน
“อ้อ เวลาคุณชายทรมานเ็ปคุณชายจะชอบทำร้ายตัวเองเ้าค่ะ เมื่อคืนคุณชายร้องเรียกให้บ่าวช่วย บ่าวเลยต้องคอยกอดไม่ให้คุณชายทำร้ายร่างกายตัวเองเ้าค่ะ” ป๋ายฮวารีบโยนความผิดให้เฟยหลง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใช่ว่าตอนเด็กเขาจะไม่เคยเ็ปจนเผลอจิกเล็บใส่ิัตัวเอง มากสุดเขายังเคยใช้มือตบหน้าตัวเองด้วยซ้ำ แต่เขาคิดไม่ถึงว่าโตขึ้นเขายังละเมอทำร้ายร่างกายตัวเองอีกด้วย
“เ้าสะกิดปลุกข้าก็ได้” เฟยหลงแย้ง
ป๋ายฮวาเม้มริมฝีปากแน่น เริ่มคิดหาคำโกหกอื่น “บ่าวปลุกคุณชายแล้วนะเ้าคะ แต่เพราะยานอนหลับทำให้คุณชายไม่รู้สึกตัวเ้าค่ะ”
“ต่อไปไม่ต้องดื่มยา”
“ไม่ได้เ้าค่ะ”
“ทำไม” คิ้วเข้มขมวดจนผูกปมเพราะเขาไม่ชอบให้คนอื่นมานอนร่วมเตียงเดียวกับเขา
“คุณชายจำไม่ได้หรือเ้าคะ หากคุณชายไม่ได้ดื่มยานอนหลับจะเ็ปจนร่างกายทนรับไม่ไหว” ป๋ายฮวาแย้ง แม้ในใจจะเริ่มคิด หากเขาไม่ดื่มยาแล้วตอนที่นางกำลังใช้พลังรักษาเขาจนรู้สึกตัวตื่น เขาคงสงสัยอีกว่านางกำลังทำอะไร
“ไม่เป็ไร ข้าจะพยายามไม่ทำร้ายตัวเอง ออกไปได้แล้ว” เฟยหลงเอ่ยและไล่หญิงสาวให้ออกจากห้องตัวเอง การที่ต้องนอนร่วมเตียงเดียวกัน แม้จะต้องเ็ปมากกว่านี้เขาก็ไม่มีทางยอมรับให้ทั้งสองนอนเตียงเดียวกันได้แน่นอน
ป๋ายฮวาเดินหนึ่งก้าวแล้วหันหลังมองเฟยหลงอีกครั้ง หลังจากประสานสายตากับดวงตาเ็าคู่นั้น หญิงสาวก็ทำได้เพียงเบ้ปากน้อยใจและเดินออกจากห้องเงียบๆ คืนนั้นหลังทานอาหารเย็นเสร็จ แม้นางจะพยายามกล่อมอย่างไร เฟยหลงก็ไม่ยอมดื่มยาอยู่ดี
หญิงงามขยี้เท้ากับพื้นหน้าห้องของเฟยหลงด้วยความโกรธ ใกล้ยามอิ๋นแล้วไม่รู้ว่าเฟยหลงจะเป็อย่างไร ยังไม่ทันที่นางจะถอนหายใจอีกครั้ง ดวงตานิลก็ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืดเพราะการเคลื่อนไหวของคนหน้าประตูห้องทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับได้เช่นกัน
ความเ็ปอันคุ้นเคยจู่โจมเขาพร้อมๆ กับเสียงเคาะบอกเวลายามอิ๋น เดิมทีคิดว่าความเ็ปนี้ตัวเองสามารถอดทนได้ แต่ความแสบร้อนตามรอยแผลเป็ความเ็ปคล้ายถูกบีบแน่นทำให้เขาขดตัวเข้าหากันเพื่อหวังว่ามันจะสามารถระงับอาการเ็ปได้ ริมฝีปากเม้มแน่นจนเืซึม
ใบหน้าซีดขาวค่อยๆ แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดวงตาเบลอมัวไม่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ร่างกายคล้ายปิดกั้นความรู้สึกให้เหลือเพียงความเ็ปเท่านั้น เพราะดื่มยาของป๋ายเหนียงมานานจนทำให้เขามั่นใจว่าตัวเองอดทนได้ ไหนเลยจะรู้ว่าความเ็ปเมื่อเขาอายุ 10 ปีเทียบไม่ได้เลยกับความเ็ปตอนนี้ ความรู้สึกเ็ปทำให้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตอนนี้ข้อมือหนากำลังถูกใครบางคนกุมไว้แน่น
ความรู้สึกเ็ปจนอยากทำร้ายร่างกายตัวเองถูกแทนที่ด้วยความเย็นจากข้อมือของป๋ายฮวาค่อยๆ แล่นสู่หัวใจกระจายไปยังแขนขา ดวงตาพร่าเบลอ หูไม่ได้ยินเสียงใด ร่างกายคล้ายล่องลอยอยู่ในความฝันเหลือบมองเห็นเพียงเงาร่างสีขาวและกลิ่นลูกท้อรอบตัวคล้ายมีคล้ายไม่มี ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ตัวเขาก็สลบไปพร้อมๆ กับที่หญิงสาวนอนฟุบลงข้างเตียงของเขาเช่นกัน
ป๋ายฮวาผ่อนลมหายใจโล่งอก นางไม่คิดว่าความเ็ปจะทำให้คนที่เ็าเสมอมาอย่างเฟยหลงใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อหวังให้อาการเ็ปลดลง อาการของเขาทำให้นางรู้สึกปวดใจไม่น้อย ในใจคิดว่าบางทีนางอาจจะทนหน้าหนาเพื่อขอร่วมเตียงเดียวกับเฟยหลงอีกสักครั้ง
ในห้วงความฝันรับรู้ถึงเพียงอ้อมกอด
กลิ่นท้ออบอวลเคียงหมอนคล้ายดั่งฝัน