บทที่9 ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“รัชทายาท...ท่านยังหงิดหงุดเื่ของนางอยู่อีกหรือ”เสียงหวานดังขึ้นออดอ้อนชายหนุ่มตรงหน้า พร้อมกับเบียดกายเข้าหาเขาอย่างยั่วยวน
“ชิงโหล...เ้าเลิกเอ่ยถึงนางได้แล้ว ข้าไม่อยากได้ยินชื่อของนางในเวลานี้เลย”เสียงทุ้มต่ำดังตวาดขึ้นอย่างนึกอารมณ์เสีย
“ข้าผิดไปแล้ว...ต่อไปข้าจะไม่พูดให้ท่านขุ่นเคืองอีก”โม่ชิงโหลโน้มใบหน้าคลอเคลียที่ลำคอของชายหนุ่มอย่างเอาใจ“ให้ข้าปรนนิบัติท่านดีหรือไม่”
เสวียนเฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะออกมาเรือนร่างที่เย้ายวนตรงหน้าทำให้เืในกายของเขาเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“ข้าก็อยากเห็นว่าเ้าจะปรนนิบัติข้าเช่นใด” เสียงกระเส่าดังขึ้นพร้อมกับอารมณ์ที่ดูเร่าร้อน
ก่อนที่จะได้ยินเสียงที่น่าอับอายมากไปกว่านี้ฉู่อันหลานก็รีบเบียดตัวออกห่างจากผนัง ดวงตาของนางเบิกตากว้างลมหายใจขาด่ไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงเหมือนจะะเิ ใบหน้าซีดเผือดลงราวกับเืไหลย้อนกลับสู่หัวใจ
ภาพในอดีตปรากฏขึ้นซ้อนทับกับเสียงที่เพิ่งได้ยินภาพของเสวียนเฟยหลง ผู้ที่เคยกล่าวคำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลนางไปจนวันตายบัดนี้กลับกลายเป็เพียงเสียงพร่ำบอกรักหญิงอื่นในสถานที่ที่น่ารังเกียจเช่นนี้
หยางตงหยางยังคงโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่นมือเรียวยาวของเขาไล้ไปตามใบหน้าที่บัดนี้มีหยดน้ำไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองอย่างทะนุถนอม
“เ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่” หยางตงหยางคาดคั้นฉู่อันหลานอีกครั้งอย่าง้าให้หญิงสาวยอมรับความจริง
ฉู่อันหลานพยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแต่อ้อมแขนแข็งราวกับเหล็กทำให้นางมิอาจเลี่ยงออกไปได้ หญิงสาวหันหน้าช้าๆ มองสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าดวงตากลมโตของนางคลอด้วยน้ำตา ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีอย่างรวดเร็ว นางกัดริมฝีปากแน่นมือกำสาบเสื้อจนสั่น
“ไม่จริง... นั่นไม่ใช่พี่เฟยหลง...ข้า...ข้าอาจจะฟังผิดไป...พวกเราอาจจะเข้าใจผิดไปเอง”ฉู่อันหลานเพ้อออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาเหมือนคนที่กำลังจะหลุดลอยไปในความฝันร้าย
“เ้า้าคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ” หยางตงหยางกล่าวสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่แววตานั้นมีประกายเย็นเยียบบางอย่างซ่อนอยู่ “หรือว่าต้องให้ข้าพาเ้าเข้าไปภายในห้องนั้นเพื่อให้เห็นกับตาตนเอง”
“ท่าน...”ฉู่อันหลานจ้องมองหยางตงหยางตาเขม็ง ความโกรธเคืองที่มีทำให้นางนึกอยากลงกับชายหนุ่มตรงหน้าเสียให้หมด“เหตุใดท่านจึงพาข้ามาที่นี่”
“เพราะข้าอยากให้เ้ารู้ความจริง” หยางตงหยางตอบตรงๆ“และข้า้าให้เ้าเข้าใจอีกเื่หนึ่งเช่นกัน”
“เื่อันใดอีก” ฉู่อันหลานอ้าปากค้างความจริงที่นางได้เจอในวันนี้ก็หนักหนามากแล้ว ยังมีความจริงอื่นใดอีกหรือ
“ในเมื่อเ้ารู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองแล้วเช่นนั้นเ้าก็ลองเดาสิว่าเหตุใดคืนนั้นพวกเราถึงได้ร่วมหอกันเช่นนั้น”
ฉู่อันหลานเบิกตากว้างอีกครั้งร่างกายเย็นวาบราวกับถูกสายฟ้าผ่าลงมากลางใจใบหน้าซีดเผือดลงพร้อมร่างกายที่สั่นเทาขึ้นมา“ท่านหมายความว่า...เป็พวกเขาทั้งสองเช่นนั้นหรือ”
หยางตงหยางยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย“ข้าก็มิรู้ว่ารัชทายาทมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่แต่ที่ข้ารู้...ย่อมไม่พ้น...แม่นางโม่เป็แน่”
หลังจากออกจากหออี้หรู ฉู่อันหลานก็เงียบงันมาตลอดทางราวกับิญญาของนางล่องลอยออกไปไกลดวงตาของนางมองไปยังพื้นถนนหินหยาบโดยไร้จุดหมาย หยางตงหยางนั่งอยู่ด้านข้างโดยไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
กระทั่งถึงหน้าประตูจวน คนทั้งสองก็ลงจากรถม้าพร้อมกับเดินเข้าไปด้านในโดยไม่ปริปากสิ่งใด
ระหว่างทางที่เดินกลับเรือน ฉู่อันหลานก็หยุดเท้าแล้วหันมามองหยางตงหยางอีกครั้ง“ขอบคุณท่าน... สำหรับวันนี้” น้ำเสียงของนางแ่เบาและแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยความหนักแน่น
หยางตงหยางมองร่างบางตรงหน้าพลางพยักหน้าเบาๆ “ข้ามิได้หวังให้ท่านเสียใจ...ข้าเพียงอยากให้ท่านรับรู้ความจริง...และเลิกปรักปรำข้าเสียที”
ฉู่อันหลานค้อนขวับใส่หยางตงหยางอีกครั้งแม้ภายในใจจะรู้สึกผิดต่อเขาก็ตามแต่เพราะทิฐิที่มีทำให้นางยังคงรักษาท่าทีอยู่เช่นเดิม
เมื่อกลับมาถึงห้องฉู่อันหลานก็สั่งให้สาวใช้ทุกคนออกไป เหลือเพียงนางตามลำพังในห้องเงียบสงัด
ฉู่อันหลานยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองมองเห็นเงาสะท้อนของตนเองที่บัดนี้ไม่เหลือเค้าโครงของหญิงสาวผู้สดใสอีกต่อไป ดวงตาช้ำบวมจากการร้องไห้ใบหน้าของนางเปื้อนคราบน้ำตาที่แห้งกรัง มือบางยกขึ้นลูบแก้มของตนเบาๆ
“พี่เฟยหลง...ท่านทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างใดกัน”ฉู่อันหลานพึมพำออกมาอีกครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก
ฉู่อันหลานหยิบปิ่นหยกขาวที่เป็เหมือนของแทนใจระหว่างนางกับเสวียนเฟยหลงจากนั้นจะปาลงกับพื้นจนปิ่นแตกเป็สองเสี่ยง “นับจากนี้...ท่านกับข้าไร้วาสนาต่อกันอีกแล้ว”
หยางตงหยางยืนอยู่ที่ประตูห้อง เขามองฉู่อันหลานด้วยความสงบนิ่งก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปภายในห้องอย่างเชื่องช้า“คุณหนูฉู่...วันนี้เ้าเหนื่อยมากแล้ว รีบพักผ่อนเสียเถิด”
ฉู่อันหลานเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันมาจ้องมองหยางตงหยางอย่าง้าระบายอารมณ์ “ท่านออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้...ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่านอีก”
หยางตงหยางเพียงทอดถอนหายใจจากนั้นจึงก้าวมาหยุดด้านหน้าของฉู่อันหลาน เขาเอื้อมมือไปแตะไล้ที่ใบหน้าของนางอย่างแ่เบา
ััที่อ่อนโยนดังกล่าวทำให้ทำนบแห่งความเข้มแข็งที่นางพยายามสร้างพังทลายลงไปน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งพร้อมเสียงสะอื้นไห้ที่ดังไม่ขาด
“เพราะเหตุใด...ทำไมเขาจึงทำกับข้าเช่นนี้”น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกำลังกู่ร้องออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ
หยางตงหยางยังคงยืนเงียบเป็ดังที่พักพิงให้หญิงสาวได้ระบายอารมณ์นางเอาแต่ร้องไห้โวยวาย และทุบตีไปที่หน้าอกของเขาอย่างต่อเนื่องชายหนุ่มทำเพียงยกมือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอย่าง้าปลอบประโลม
เนิ่นนานกว่าเสียงโวยวายจะสงบลงหยางตงหยางประคองร่างบางตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะจัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นห่มตัวของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม
ฉู่อันหลานเลือกที่จะปิดตาลงอย่างไม่้ารับรู้สิ่งใดอีกภายในใจของนางร้าวรานจนแหลกละเอียด ทั้งยังอดรู้สึกสั่นไหวไปกับััอ่อนโยนของคนตรงหน้าอย่างไม่อาจห้ามได้