พี่ใหญ่สกุลติงและแม่นางหลิวที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงท่านแม่ร้องไห้พวกเขาจึงรีบวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วและเมื่อพวกเขาได้รู้ว่าน้องหญิงกำลังจะไปทำงานระยะยาวที่คฤหาสน์สกุลอวิ๋น ทั้งสองจึงพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ไปอย่างเต็มที่ทว่าติงเหว่ยตัดสินใจไปแล้ว สุดท้ายพวกเขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจ
และในค่ำคืนนี้ทุกคนในครอบครัวสกุลติงก็ไม่สามารถนอนหลับได้สนิทพวกเขานอนพลิกไปพลิกมาด้วยความกังวล จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นแม่นางหลี่ว์และแม่นางหลิวพากันเช็ดน้ำตาแล้วช่วยติงเหว่ยจัดกระเป๋าและเก็บเสื้อผ้าไป2 กระเป๋าใหญ่ แล้วยังมีชุดเครื่องนอนชุดใหม่ที่พี่ใหญ่เลือกมาให้ หลังจากนั้นทั้งสองพ่อลูกสกุลติงก็ไปส่งติงเหว่ยที่คฤหาสน์สกุลอวิ๋น
ต้าเป่ายังเด็กอยู่ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่าท่านอาของเขากำลังจะไปคฤหาสน์สกุลอวิ๋นก็ะโโลดเต้น ทั้งยังก่อกวนร้องขอตามไปเล่นด้วยอีกแต่เขาถูกแม่นางหลิวพูดจาหว่านล้อมให้ไปเล่นจับผีเสื้อในสวนผักแทน
แม่นางหลี่ว์จูงมือของลูกสาวแล้วร้องไห้หนักมากราวกับลูกสาวถูกจับไปทรมานไม่ใช่ออกไปทำงาน
ติงเหว่ยก็ยังรู้สึกรับไม่ได้เช่นกันนางฝืนใจกลั้นน้ำตาไว้และพูดปลอบใจหญิงชรา “ท่านแม่ ครอบครัวสกุลอวิ๋นล้วนมีนิสัยใจคอที่ดีโอบอ้อมอารีในตอนที่ข้ากำลังจะคลอดลูกเขาต้องอนุญาตให้ท่านเข้ามาเยี่ยมข้าอย่างแน่นอนพอถึงตอนนั้นพวกเราก็จะได้เจอกันอยู่แล้ว หากท่านแม่พอมีเวลาก็ช่วยข้าทำเสื้อกับเสื้อคลุมตัวเล็กๆสักสองชุด ฝีมือการเย็บผ้าของท่านดีกว่าข้าเป็ไหนๆ หากข้าเย็บเสื้อให้ลูกใส่เกรงว่าคนอื่นๆ จะพากันหัวเราะเยาะแล้วพูดว่าเด็กคนนี้ช่างมีแม่ที่โง่เขลาเสียจริง”
แน่นอนว่าไม่มีทางที่แม่นางหลี่ว์จะรับปากนางเงยหน้าขึ้นมาเห็นเพื่อนบ้านหลายคนที่ชะโงกหัวเยี่ยมๆ มองๆ มาในบ้านของนาง นางจึงอดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรงและรู้สึกเกลียดชังทุกคนในใจหากไม่เป็เพราะพวกฮูหยินปากพล่อยเหล่านี้ที่วันๆ คอยแต่จะหาเื่มีหรือที่ลูกสาวของนางจะต้องเข้าไปหลบในคฤหาสน์สกุลอวิ๋นเดี๋ยวอีกสักพักหนึ่งนางจะเตรียมธูปเทียนไปไหว้ท่านย่าเทวาูเา ขอให้ท่านย่าฯช่วยจัดการพวกคนชั่วช้าสามานย์ที่สมควรตายเหล่านี้ให้โดนฟ้าผ่าตายเสีย!
ติงเหว่ยไม่รู้ว่าความโกรธแค้นทั้งหมดของท่านแม่ล้วนแต่พุ่งเป้าไปที่พวกชาวบ้านติงเหว่ยเดินทางไปกับพ่อและพี่ชายของนาง ในไม่ช้าก็มาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นอาจเป็เพราะท่านลุงอวิ๋นได้แจ้งเอาไว้ล่วงหน้า เสี่ยวฝูจื่อจึงมายืนคอยอยู่ด้านหน้าประตูแล้วเมื่อเขาเห็นครอบครัวสกุลติงทั้งสามคนก็รีบกลับเข้าไปรายงานในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
……
ผ่านไปไม่นานท่านลุงอวิ๋นก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตนเองและด้านหลังยังมีท่านป้าหลี่ตามมาด้วยเมื่อคืนท้องฟ้ามืดแล้วผู้าุโติงกับลูกชายจึงมองเห็นไม่ค่อยชัด ทว่าตอนนี้พวกเขาเห็นแล้วว่าท่านลุงอวิ๋นเหมือนจะได้รับาเ็อยู่ไม่น้อยแต่เขาก็ยังมารับติงเหว่ยที่หน้าประตูด้วยตนเองเช่นเดิม พวกเขาจึงรู้สึกวางใจขึ้นมาสามส่วน
ผู้าุโติงก้มหัวโค้งคำนับแสดงความเคารพอย่างสูงพร้อมพูดขอร้องด้วยความเคารพว่า “ท่านผู้าุโอวิ๋นต่อไปข้าขอฝากเด็กน้อยคนนี้ไว้กับท่านด้วยหากนางมีข้อบกพร่องตรงไหนขอให้ท่านดุด่าและตำหนินางได้เลย ทว่านางเองเป็แม่ม่ายและลูกยังกำพร้าอีกชีวิตนางก็ไม่ง่ายเช่นกัน ขอให้ท่านโปรดช่วยชี้แนะสั่งสอนและดูแลนางให้ดี บุญคุณอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ชาตินี้พวกเราครอบครัวสกุลติงทุกคนไม่อาจลืม”
ท่านลุงอวิ๋นรีบยื่นมือออกไปประคองผู้าุโติงขึ้นมาและหันหน้ากลับไปมองติงเหว่ยและพี่ชายที่ดวงตาแดงก่ำกันทั้งคู่ในใจท่านลุงอวิ๋นเองก็รู้สึกละอายอย่างถึงที่สุดจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ช่วยเหลืออะไรมากไปกว่านี้ “พี่ติงท่านเกรงใจเกินไปแล้ว แม่นางติงสามารถมาที่คฤหาสน์สกุลอวิ๋นได้นับว่าเป็ความโชคดีของพวกข้าทุกคนขอท่านโปรดวางใจ หากมีใครปฏิบัติไม่ดีต่อนาง ข้าจะไม่เพิกเฉยอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลาที่นางคลอดบุตรยังต้องรบกวนให้ฮูหยินของท่านมาช่วยดูแลด้วยพวกเราเองก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เดินทางไปมาก็ค่อนข้างสะดวก”
ไม่ว่าถ้อยคำเหล่านี้จะเป็เื่จริงหรือไม่ก็ตามแต่เมื่อผู้าุโติงได้ฟังแล้วเขาก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้น
ท่านป้าหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆก็มีไหวพริบไม่เบา นางรีบเข้ามาประคองติงเหว่ยเดินเข้าไปในคฤหาสน์จากนั้นก็ทักทายผู้าุโติงและลูกชายพลางยิ้มและบอกว่า“เมื่อคืนท่านผู้าุโให้คนมาจัดเตรียมห้องของแม่นางติงไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็เครื่องใช้เตียง ที่นอน หมอน มุ้ง ล้วนเป็ของใหม่ทั้งหมด หากท่านทั้งสองไม่รีบกลับก็เชิญเข้ามาดูก่อนสักหน่อยเถอะ”
ผู้าุโติงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแม้เขาจะรู้ว่าไม่ค่อยเหมาะสม แต่ใจที่เป็ห่วงลูกสาวก็มีมากกว่า ผู้าุโติงให้ลูกคนโตยืนรออยู่หน้าประตูคฤหาสน์แล้วคำนับขอขมาท่านลุงอวิ๋นจากนั้นเขาก็ลากกระเป๋าตามท่านป้าหลี่เข้าไปในคฤหาสน์
ที่พักอาศัยที่ท่านลุงอวิ๋นจัดเตรียมไว้ให้ติงเหว่ยอยู่ในเรือนเดียวกับห้องครัวเล็กภายในเรือนมีห้องทั้งหมด 3 ห้อง ตรงกลางเป็ห้องโถงเล็กๆ ด้านในห้องสองข้างมีเตียงเตาขนาดใหญ่และอีกฝั่งยังมีเตียงนอนที่สามารถแยกใช้ใน่ฤดูหนาวและ่ฤดูร้อนได้อย่างเหมาะสมเครื่องใช้ทำจากไม้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็โต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะเขียนหนังสือเก้าอี้ รวมถึงฉากกั้น ล้วนเป็ของใหม่เอี่ยมทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีชั้นวางของโบราณที่มีของเล็กๆน้อยๆ และหนังสือสิบกว่าเล่มถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบเรียกได้ว่าทั้งพิถีพิถันและรอบคอบเป็อย่างมาก
แม้แต่เบาะรองนั่งบนเก้าอี้ผ้าม่าน และเครื่องนอนทั้งหมดก็ทำจากผ้าไหมชั้นดีแค่มองครู่เดียวก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งหรูหราและสะดวกสบายจริงๆ
ผู้าุโติงที่ยังมีความวิตกกังวลเหลือในใจอยู่สามส่วนเมื่อเขาเห็นทั้งสามห้องนี้แล้วความวิตกกังวลในใจเ่าั้ก็หายไปอย่างสิ้นเชิงเดิมทีเขาคิดว่าลูกสาวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์สกุลอวิ๋นคงต้องลำบากไม่น้อย ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าลูกสาวของเขาจะได้มาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจริงๆแล้ว
ติงเหว่ยเองก็ไม่คาดคิดว่าท่านลุงอวิ๋นจะจัดเตรียมไว้ให้อย่างพิถีพิถันขนาดนี้แต่นางกลับรู้สึกประหลาดใจจากการได้รับความสำคัญอย่างไม่คาดฝัน แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้ติงเหว่ยประหลาดใจมากขึ้นไปอีกที่ด้านหลังมีผู้หญิงร่างสูงผอมในชุดสีน้ำเงินคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องั้แ่เมื่อไรไม่อาจรู้นางก้มตัวลงโค้งคำนับติงเหว่ย ถึงแม้จะดูเ็าเล็กน้อยแต่คำพูดของนางกลับแสดงความเคารพอย่างถึงที่สุด “แม่นางติงท่านผู้าุโขอให้แม่นางโปรดช่วยลงชื่อในสัญญาจ้างงานฉบับนี้”
หลังจากพูดจบอวิ๋นอิ่งก็หยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อแล้ววางลงไปบนโต๊ะติงเหว่ยรับแท่นน้ำหมึกและพู่กันไปหลังจากที่อ่านรายละเอียดที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างรอบคอบแล้วนางก็ลงชื่อตนเองในสัญญาจากนั้นก็ประทับลายนิ้วมือลงไปด้วย
ผู้หญิงคนนั้นรับสัญญาฉบับนั้นไปก่อนคำนับแล้วพูดว่า “แม่นางติง ข้าน้อยมีชื่อว่าอวิ๋นอิ่งท่านผู้าุโสั่งให้ข้าคอยปรนนิบัติรับใช้ท่านนับั้แ่นี้เป็ต้นไปหากท่าน้าอะไรขอเชิญรับสั่งมาได้เลย”
ติงเหว่ยกะพริบตาปริบๆนางตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจปฏิเสธสิ่งใดต่อไปได้อีกแล้ว ต่อให้ตอนนี้ท่านลุงอวิ๋นจะส่งเงินทองเป็ูเามาให้นางก็ต้องรับไว้แต่โดยดีอย่างไรเสียนางก็ลงชื่อในสัญญาไปแล้ว อีกสามปีต่อจากนี้ก็ถือว่าได้ขายตนเองให้แก่สกุลอวิ๋นไปแล้วต่อให้พวกเขาจะปฏิบัติต่อหน้าเป็อย่างดีเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรบางอย่าง นางก็ทำได้เพียงรอคอยอย่างจำนนเท่านั้น
แต่ผู้าุโติงกลับรู้สึกมีความสุขมากเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในที่ดีๆ และยังมีสาวใช้คอยปรนนิบัติรับใช้อีกปากของเขาจึงยิ้มกว้างไม่หุบเลย
……
ติงเหว่ยทำได้เพียงตั้งสติแล้วส่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูจากนั้นจึงกลับมานางคิดไปคิดมาแล้วก็เปลี่ยนชุดเป็ชุดตุ้ยจินเชิ่นจื่อสีน้ำเงินเก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วไปที่เรือนหลัก ไม่รู้ว่าสาวใช้ที่ชื่ออวิ๋นอิ่งมารอหน้าประตูั้แ่เมื่อไรเมื่อเห็นนางออกมาก็เข้าไปประคองไหล่ของนางโดยไม่ถามอะไรสักคำ
ติงเหว่ยแอบรู้สึกได้ว่ามือของหญิงสาวคนนี้มีแรงค่อนข้างเยอะหลังจากคิดไปคิดมาจึงถามออกไปว่า "เ้าเคยฝึกวรยุทธ์มาก่อนใช่ไหม?"
ดวงตาของอวิ๋นอิ่งฉายแววประหลาดใจขึ้นมาชั่วครู่แต่นางก็พูดด้วยเสียงราบเรียบว่า “ข้าน้อยขอเรียนแม่นางว่า ข้าน้อยฝึกวรยุทธ์อย่างง่ายมาได้หลายวันแล้ว”
“โอ้ถ้าเช่นนั้นก็ดี” ติงเหว่ยพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีกเลยระหว่างทาง นางคิดไปเองว่าอวิ๋นอิ่งคือคนที่ท่านลุงอวิ๋นสั่งให้มาจับตาดูนางส่วนสาเหตุก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก อาจเพื่อป้องกันไม่ให้นางกลายเป็จ้าวหรงคนที่สองนั่นเองแต่ติงเหว่ยกลับไม่รู้ว่านางเข้าใจผิดไปไกล ความจริงแล้วอวิ๋นอิ่งคอยแอบปกป้องนางมาตั้งหลายเดือนแล้ว
……
กงจื้อิยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างเช่นเดิมแต่คราวนี้สิ่งของที่อยู่ในมือเขากลับไม่ใช่หนังสือ แต่เป็มีดเล่มหนึ่ง ด้ามจับของมีดเล่มนี้ยาวกว่ามีดทั่วไปเล็กน้อยและไม่รู้ว่าถูกห่อด้วยผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายจึงทำให้กลายเป็สีน้ำตาลเข้มส่วนใบมีดมีลักษณะค่อนข้างหนา เมื่อคมมีดสะท้อนกับแสงก็ทอประกายวิบวับเมื่อติงเหว่ยได้เห็นในใจก็แอบรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะที่ด้ามมีดเล่มนั้นนางยังได้กลิ่นคาวเืคละคลุ้งออกมาเห็นได้ชัดว่ามันเคยถูกใช้ลิ้มรสเืของศัตรูมาไม่น้อย
“นายน้อยข้าน้อยได้ลงชื่อในสัญญาทำงาน 3 ปีแล้วต่อไปจะดูแลอาหารการกินของท่านทั้งหมดนับั้แ่นี้ไปหากท่าน้าอะไรก็เชิญรับสั่งมาได้เลย”
ติงเหว่ยก้มหัวโค้งคำนับแต่ด้วยความที่ท้องของนางค่อนข้างใหญ่ไปหน่อย มองดูแล้วจึงรู้สึกแปลกๆ ไม่น้อย
กงจื้อิขมวดคิ้วและเอื้อมมือวางมีดลงบนตักของเขาจากนั้นก็ตอบอย่างราบเรียบว่า "เ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ต่อไปพิธีรีตองเหล่านี้ก็ตัดออกไปเถอะ ส่วนเื่การกินทำอย่างที่เ้าเคยทำก็พอแล้วหากวันใดเ้าคิดถึงบ้านก็บอกกับท่านลุงอวิ๋นสักหน่อยแล้วสามารถกลับไปได้ อย่างไรก็ตามจากนี้ไปคงต้องลำบากเ้าแล้ว!”
ติงเหว่ยปรนนิบัติรับใช้นายท่านผู้นี้มาก็หลายเดือนเป็เื่ยากมากที่จะได้ยินเขาพูดอะไรยาวๆ แบบนี้แล้วยังมีการแสดงความห่วงใยซ่อนอยู่ในคำพูดอีก นางอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจจริงๆจึงเผลอเงยหน้ามองเขาโดยไม่รู้ตัว พอดีกันกับที่กงจื้อิกำลังมองนางอยู่ ทั้งสองสบตากันในใจของพวกเขาทั้งสองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย
กงจื้อิกระแอมออกมาหนึ่งทีเขาตั้งใจจะยกมือขึ้นหยิบถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าแขนของเขากลับไม่สามารถควบคุมได้จึงทำให้เขาเหวี่ยงถ้วยชาลงกับพื้นอย่างแรง
ติงเหว่ยถึงกับสะดุ้งและในขณะที่นางกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเก็บถ้วยชาขึ้นมากงจื้อิก็สีหน้าเปลี่ยนทันทีและพูดอย่างเ็าว่า "ออกไป!"
ติงเหว่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากการที่ถูกตำหนิจากนั้นนางก็หันหลังกลับและถอยออกไป อวิ๋นอิ่งที่รออยู่ข้างนอกจึงเข้ามาช่วยประคองแขนของนางทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรและพากันเดินออกไปจากเรือนหลังอย่างรวดเร็ว
พอดีกันกับที่ผู้ดูแลหลินประคองท่านลุงอวิ๋นเดินผ่านมาเมื่อท่านลุงอวิ๋นเห็นติงเหว่ยเพิ่งออกมาจากเรือนหลังก็ยิ้มแล้วพูดว่า “แม่นางติง เมื่อครู่ข้าเพิ่งจะส่งคนไปเรียกเ้าให้มาทักทายนายน้อยนึกไม่ถึงว่าเ้าจะมาด้วยตนเองก่อนแล้ว เป็อย่างไรบ้าง ได้ทักทายนายน้อยแล้วใช่ไหม”
ติงเหว่ยรีบคำนับอย่างรวดเร็วอวิ๋นอิ่งเองก็ก้มศีรษะลงและเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อบุญธรรม
ติงเหว่ยเหลือบมองอวิ๋นอิ่งที่ยืนอย่างเงียบเชียบด้วยความประหลาดใจในใจนางอดรู้สึกตกตะลึงไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงถูกส่งมาจับตามองนางที่แท้ก็เพราะว่านางมีเื้ัที่น่าไว้ใจได้อยู่นี่เอง
ท่านลุงอวิ๋นมองอย่างทะลุปรุโปร่งเมื่อเขาเห็นติงเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาจึงเข้าใจไปเองว่านางไม่สะดวกใจที่มีอวิ๋นอิ่งคอยดูแลดังนั้นจึงพูดว่า “แม่นางติงใกล้จะคลอดลูกแล้วยังขอให้เ้ามาช่วยปรนนิบัติรับใช้ดูแลอาหารการกินของคุณชายอีก นับเป็เื่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆแต่นายน้อยมีนิสัยเลือกกิน อาหารที่เ้าทำเมื่อก่อนก็ทำไว้อย่างพิถีพิถันถึงต้องมาลำบากเ้าอีกครั้งส่วนอวิ๋นอิ่งลูกบุญธรรมคนนี้ของข้า ถึงแม้ว่านางจะพูดน้อยและขี้อายไปหน่อยแต่ยังดีว่านางเชื่อฟังและมีแรงเยอะอยู่บ้าง มีนางอยู่ข้างกายเ้าจะได้ช่วยงานหนักๆได้บ้าง”
“ท่านลุงอวิ๋นท่านดีกับข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็แค่แม่ครัวคนหนึ่ง ขอแค่มีอาหารให้กินมีที่พักที่เงียบสงบให้อยู่ก็เพียงพอแล้ว ท่านลุงอวิ๋นดูแลข้าถึงขนาดนี้ข้าอดที่จะคลางแคลงใจไม่ได้จริงๆต่อไปข้าจะตั้งใจจัดเตรียมอาหารของนายน้อยให้ดีเพื่อตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่าน”
ท่านลุงอวิ๋นยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินดังนั้นเขารีบโบกมือพลางพูดว่า "ั้แ่นี้ไปเ้าก็ถือว่าที่นี่เป็บ้านของเ้าแล้วกันหากมีอะไรไม่สะดวกก็รีบมาบอกข้าได้เลย ข้าแก่แล้วแขนขาไม่ค่อยมีแรง ออกมาเดินสักพักก็ไม่ไหวแล้วข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน เ้าก็กลับไปจัดของให้เรียบร้อยเถอะ”
“ขอบคุณท่านลุงอวิ๋น”เมื่อติงเหว่ยเห็นท่านลุงอวิ๋นเดินจากไปไกลแล้ว นางจึงกลับไปที่เรือนของนางเช่นกัน
……
เสี่ยวชิงรู้เื่ที่ติงเหว่ยจะย้ายเข้ามาอยู่ก่อนหน้านี้แล้วนางคอยยืนชะเง้อมองอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นติงเหว่ยเดินเข้ามาก็แทบจะวิ่งถลาเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“พี่ติงเห็นพวกนางบอกว่าพี่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ ช่างดีจริงๆ เลย!”
ในขณะที่พูดอยู่นางก็จะเข้าไปกอดติงเหว่ยนึงไม่ถึงว่าจู่ๆ ก็มีแขนหนึ่งยื่นออกมาขวางทางนางเอาไว้
อวิ๋นอิ่งเหลือบตามองเสี่ยวชิงอย่างเ็าและตำหนิว่า“แม่นางติงตั้งครรภ์อยู่มิอาจทำให้นางหกล้มได้อย่างเด็ดขาด”
เสี่ยวชิงเองก็รู้สึกว่าเมื่อครู่นางบุ่มบ่ามเกินไปหน่อยนางจึงก้มศีรษะลงด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าอวิ๋นอิ่งเป็ใครแต่แค่มองใบหน้าเ็าของนางครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเข้ากันได้ยากอย่างแน่นอน“ข้า…ข้าก็แค่ดีใจมากเกินไปหน่อยเท่านั้น…”
“เอาเถอะๆ อวิ๋นอิ่ง เสี่ยวชิงเองก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกอีกอย่างนางก็ยังเป็เด็กอยู่” ติงเหว่ยรีบจัดการเกลี้ยกล่อมเื่ต่างๆให้เรียบร้อย แล้วยื่นมือออกไปดึงเสี่ยวชิงให้เดินไปทางเรือนและพูดคุยหัวเราะกันไปด้วย“เมื่อครู่เ้าไปอยู่ที่ไหนมา ข้าหาเ้าจนทั่วก็ไม่เจอ ต่อไปข้าย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วยังต้องให้เ้าบ้านอย่างเ้าแนะนำอีกตั้งเยอะเลย”