ภายนอกหอคอยแห่งการทดสอบเมื่อมองดูสถานการณ์การต่อสู้ของเหล่าผู้ตื่นรู้รุ่นใหม่ที่ถูกคัดออกไปกว่าครึ่งในชั้นแรกอธิการบดีหลินเจิ้งหนานก็ถึงกับขมวดคิ้วจนหน้าย่น “พับผ่าสิ!ปีนี้ใครเป็คนออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบกัน?”
หัวหน้าจางที่อยู่ข้างๆรีบกระซิบเตือนอธิการบดีหลินเบาๆ ว่ากล้องของสื่อมวลชนยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่
อธิการบดีหลินจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าทันควันพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูใจดีและอ่อนโยนออกมา
ขณะนี้ในมุมมองการรับชมของพวกเขาเหล่าผู้ตื่นรู้ที่ผ่านชั้นแรกมาได้สำเร็จ ซึ่งนำโดยสามผู้มีอาชีพในระดับ Sอย่างหวังเปียว หลินเสวียิ และฉินเยียนหรานได้มาถึงโถงถ้ำที่ทั้งมืดมิดและอับชื้นเถาวัลย์นับไม่ถ้วนที่โผล่ขึ้นจากพื้นดินราวกับหน่อไม้เริ่มจู่โจมเข้าใส่หวังเปียวทันที!
ในฐานะนักพรตยุทธ์ัพันซึ่งเป็อาชีพสายต่อสู้ระยะประชิดระดับSหวังเปียวจึงตวัดควงกระบองศึกในมืออย่างดุดัน
ทักษะการต่อสู้ที่แฝงด้วยกลิ่นอายัถูกฟาดออกไปฉีกกระชากเถาวัลย์เ่าั้จนขาดสะบั้นในพริบตา!
“ยังดีที่ชั้นที่ 2 นี้ยังพอมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง...”
หลินเจิ้งหนานเพิ่งจะผ่อนลมหายใจออกมาได้เพียงเฮือกเดียวแต่แล้วเขาก็เห็นว่าหวังเปียวเองก็ค้นพบเส้นใยของเถาวัลย์เหล่านี้ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินและไล่ตามไปจนถึงร่างแม่ของพวกมัน
วินาทีที่รากไม้ที่เป็ร่างแม่ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในกล้องผู้คนรอบข้างที่เฝ้าดูอยู่ต่างพากันอุทานออกมาด้วยความใ!
“์! นั่นมันภูตพฤกษาะไม่ใช่เหรอ?”
“เ้านี่น่ะ ต่อให้เป็ผู้ตื่นรู้ระดับ 10 ก็ยังฆ่ามันได้ยากเลยนะ!”
“ใครมันคิดเอาภูตพฤกษาะมาไว้ในชั้นที่ 2 กัน!”
“ผิดปกติเกินไปแล้ว...”
อธิการบดีหลินเจิ้งหนานเกือบจะหลุดคำสบถออกมาเขารู้ซึ้งดีว่าภูตพฤกษาะนั้นสังหารได้ยากเย็นเพียงใด!
เกรงว่าเพียงแค่ชั้นที่2นี้ก็เพียงพอที่จะคัดเหล่าผู้ตื่นรู้ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งในปีนี้ออกไปได้อีกมากกว่าครึ่งและพวกอาชีพที่ไม่ใช่สายต่อสู้ทั้งหมดคงต้องหยุดลงเพียงเท่านี้...
..........
อีกด้านหนึ่งในมุมลับๆอาจารย์ประจำชั้นถังหว่านเอ๋อร์ก้มหน้าเฝ้าดูสถานการณ์ทางฝั่งของเซียวเยี่ยอย่างใกล้ชิด
แม้เซียวเยี่ยจะอาศัยทักษะการควบคุมอันเหนือชั้นจนสามารถผ่านด่านเผ่าพันธุ์ก็อบลินในชั้นแรกมาได้
ทว่าภูตพฤกษาะในชั้นที่2นี้ไม่ใช่ความต่างชั้นที่สามารถชดเชยได้ด้วยทักษะการควบคุมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
อาชีพของเซียวเยี่ยที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ระดับแบบนั้นต่อให้จะควบคุมการต่อสู้ได้ดีแค่ไหนก็ไม่มีพลังโจมตีเพียงพอที่จะสังหารร่างแม่ได้หรอก!
อย่างไรก็ตามในหน้าจอที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่เฝ้าดูอยู่เซียวเยี่ยกลับเริ่มลงมือกับร่างแม่ของภูตพฤกษาะแล้ว!
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการต่อสู้ถังหว่านเอ๋อร์มองออกในทันทีว่าการเคลื่อนไหวของเซียวเยี่ยดูเหมือนจะรวดเร็วกว่าตอนที่เขาอยู่ในชั้นแรกเกือบเท่าตัว!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?!”
แม้แต่ในใจของถังหว่านเอ๋อร์ก็ยังต้องตื่นตะลึง...
ในเวลานี้เซียวเยี่ยได้เคลื่อนที่วนรอบร่างแม่ของภูตพฤกษาะพร้อมกับระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง!
จะเห็นได้ว่าร่างแม่ของภูตพฤกษาะนี้ไม่มีวิธีการโจมตีด้วยตัวเองเลยการโจมตีทั้งหมดล้วนพึ่งพารากและเถาวัลย์ที่เลื้อยออกมาจากใต้ดินเท่านั้น
ดังนั้นหอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่ 2 นี้แท้จริงแล้วก็คือเป้านิ่งที่ใช้ทดสอบพลังโจมตีต่อเนื่องนั่นเอง!
หอกเหล็กหยาบในมือของเซียวเยี่ยทิ่มแทงลงบนร่างแม่ของภูตพฤกษาะอย่างไม่หยุดยั้ง
[-179!]
[-158!]
..........
ตัวเลขค่าความเสียหายที่สูงเกือบสองร้อยเริ่มปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
และนี่เป็เพราะเซียวเยี่ยได้เปิดใช้งานทักษะเือสูรเดือดพล่านซึ่งช่วยเพิ่มความเสียหายและความเร็วในการโจมตีขึ้นถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์โดยตรง!
ในตอนนี้เซียวเยี่ยสามารถสร้างความเสียหายได้เกือบ 200 แต้มในทุกๆวินาที!
เมื่อหักลบกับการฟื้นฟูพลังชีวิต100แต้มต่อวินาทีของภูตพฤกษาะความเสียหายสุทธิเฉลี่ยในแต่ละวินาทีจึงอยู่ที่70 แต้ม!
แม้ว่าแถบพลังชีวิตรวมของภูตพฤกษาะจะสูงถึง50,000แต้ม แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่โค่นล้มไม่ได้เสียทีเดียว
ทว่าการจะฆ่าภูตพฤกษาะตนนี้ก็ไม่ได้เรียบง่ายเพียงแค่การก้มหน้าก้มตาโจมตีเท่านั้นเพราะบนพื้นดินที่ชื้นแฉะนั้นเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยหนามแหลมที่พุ่งออกมาอย่างไร้รูปแบบในทุกวินาทีเช่นเดียวกัน!
หากไม่รีบกำจัดเถาวัลย์เหล่านี้ทิ้งพวกมันก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ!
แต่ถ้ามัวแบ่งสมาธิไปจัดการเถาวัลย์ก็จะไม่สามารถจดจ่อกับการโจมตีร่างแม่ได้อย่างเต็มที่
นี่คือบททดสอบของผู้ออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่2...
ทว่าสำหรับการควบคุมของเซียวเยี่ยการแยกประสาทเพื่อทำสองอย่างพร้อมกันนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย
เถาวัลย์ที่เติบโตขึ้นรอบตัวเขากลับกลายเป็เป้านิ่งที่ใช้สำหรับยืดระยะเวลาของทักษะเือสูรเดือดพล่านออกไปเสียด้วยซ้ำ!
เซียวเยี่ยโจมตีใส่ร่างแม่ของภูตพฤกษาะไปพร้อมๆกับการใช้หอกเหล็กหยาบในมือสะบัดสังหารเถาวัลย์ที่เพิ่งผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!
[สังหารเถาวัลย์หนาม ผลกระทบเือสูรเดือดพล่านขยายเวลาออกไปอีก 10วินาที!]
ทุกๆสิบวินาทีคือหนึ่งรอบจังหวะ เซียวเยี่ยสามารถควบคุมจังหวะได้อย่างมั่นคงยิ่งนักและเขาสังหารเฉพาะเถาวัลย์ที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งโจมตีของเขาเท่านั้น
ส่วนเถาวัลย์ที่งอกอยู่ไกลออกไปและโจมตีมาไม่ถึงเซียวเยี่ยไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่าขอเพียงสังหารร่างแม่ของภูตพฤกษาะได้ ต่อให้เถาวัลย์จะงอกออกมามากแค่ไหนพวกมันก็จะสลายไปในทันที
ภายใต้การควบคุมจังหวะอันวิจิตรบรรจงของเซียวเยี่ยแถบพลังชีวิตที่สูงถึง 50,000 แต้มของภูตพฤกษาะจึงค่อยๆลดลง...
หนึ่งนาทีสองนาที ห้านาที...การควบคุมที่ใช้สมาธิจดจ่อและความรัดกุมสูงเช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ในที่สุดเมื่อหอกสุดท้ายของเซียวเยี่ยทิ่มแทงลงบนลำต้นของภูตพฤกษาะแถบพลังชีวิตที่ยาวเหยียดจนแทบมองไม่เห็นปลายแถบก็หมดลงในเฮือกสุดท้าย รากของภูตพฤกษาขนาดมหึมาพลันแตกสลายและเหี่ยวเฉาลงกลายเป็ฝุ่นผงปลิวว่อนไปทั่วชั้นบรรยากาศ
ส่วนเถาวัลย์ที่แทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งโถงถ้ำก็สลายกลายเป็ฝุ่นผงไปในพริบตาเช่นกัน
จากนั้นภูตพฤกษาะก็ล้มลงต่อหน้าเซียวเยี่ย!
แสงสีขาวของค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของเซียวเยี่ยโดยตรงบอสที่รับมือได้ยากตนนี้ทำให้ระดับของเซียวเยี่ยยกระดับขึ้น 3ระดับรวด จนเขามีระดับ 8 แล้ว!
ทว่าสิ่งที่เซียวเยี่ยให้ความสนใจมากกว่าคือเพลิงประทีปจำนวนมากที่ภูตพฤกษาะทิ้งไว้บนพื้น“สังเวยเพลิงประทีปของภูตพฤกษาะ!”
ท่าทางการสังเวยของเซียวเยี่ยเริ่มช่ำชองมากขึ้นเรื่อยๆเห็นเพียงเพลิงประทีปที่ราวกับฝูงหิ่งห้อยวนเวียนอยู่รอบปลายหอกของเขา ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป
[สังเวยเพลิงประทีปภูตพฤกษาะสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +20!]
[ได้รับคุณสมบัติเสริมพร์... สังเคราะห์แสงเยียวยา]
..........
[สังเคราะห์แสงเยียวยา]
[ระดับคุณสมบัติ: S]