หลายคืนผ่านไปหลังจากกังหันแสงของนัคส่องสว่างทั่วหมู่บ้าน
ชีวิตของภูตจิ๋วกลับมาอบอุ่นและสงบอีกครั้งทุกค่ำคืนจะมีแสงอ่อนโยนลอยอยู่รอบบ้านเหมือน
หิ่งห้อยกำลังเล่านิทานให้ดวงดาวฟัง
แต่นัคสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่คนอื่นยังไม่ทันรู้
ลำธารน้ำค้าง ที่ไหลผ่านข้างหมู่บ้าน…เริ่มส่งเสียงแ่เบาแปลกไป
คืนหนึ่งขณะนัคกำลังซ่อมเฟืองใบไม้ เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก
“ชรืบชรืบ”
เหมือนเสียงใครบางคนถอนหายใจยาว
นัควางเครื่องมือแล้วเดินตามเสียงไปจนถึงลำธารน้ำใสที่เคยเป็ประกายกลับไหลช้าลง และ
หยดน้ำค้างเริ่มหายไป
“อย่ากลัวเลย” นัคกระซิบกับลำธาร
“ฉันอยู่ตรงนี้นะ”
เขานั่งลงริมตลิ่งเอาหูแนบใกล้น้ำ
และแล้วเขาก็ได้ยินเสียงเล็กจิ๋ว
“พลังของข้ากำลังอ่อนลง ถ้าข้าแห้งเหือด หมู่บ้านจะสูญเสียความฝันยามค่ำคืน”
นัคตาโตเขาเพิ่งรู้ว่า ลำธารนี้ไม่ได้ให้แค่น้ำค้าง
แต่มันหล่อเลี้ยงความฝันของภูตจิ๋วทุกคน
เช้าวันถัดมานัคเริ่มลงมือทันที
เขาประดิษฐ์สะพานเก็บฝันจากใยแมงมุมและกลีบดอกไม้
มันจะรับหยดน้ำค้างส่วนเกินจากกังหันแสงแล้วค่อย ๆ ปล่อยกลับคืนสู่ลำธาร
เมื่อพระจันทร์ขึ้นเต็มดวง
สะพานเรืองแสงอ่อนๆ
หยดน้ำค้างไหลกลับสู่ลำธารอย่างช้าๆ เสียงถอนหายใจนั้นกลายเป็เสียงหัวเราะเบา ๆ แทน
คืนนั้นภูตจิ๋วทั้งหมู่บ้านฝันดีเป็พิเศษ
บางคนฝันว่าบินได้
บางคนฝันถึงขนมหวานไม่รู้จบ
และเด็กภูตหลายตัวฝันว่าได้เป็นักประดิษฐ์เหมือนนัค
นัคนั่งมองลำธารด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เขาเข้าใจแล้วว่า
การประดิษฐ์ที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่ทำให้สว่าง หรือสะดวก
แต่ต้องรักษาสิ่งเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยหัวใจ
ใต้แสงจันทร์นั้น
หมู่บ้านภูตจิ๋วก็หลับใหล
พร้อมความฝันที่ไหลเอื่อยไปกับสายน้ำ