ถังหว่านย่อมจำได้ว่าในสระไป่ฮวาโจวมีเพียงน้ำกับซากกอบัวน้ำจากน้ำพุหลายสายทางด้านใต้เลียบถนนชวีสุ่ยถิงไหลมากันที่นี่ ไหลตามท่อระบายน้ำใต้ถนนไปทางเหนือไหลลงสู่ทะเลสาบต้าิ
“ต้องเป็ภาพหลอนแน่” เธอแน่ใจจุดนี้
เธอมองไปบนถนนต้าิหู โคมไฟริมถนนยังสว่างอยู่มีรถแล่นผ่านเป็ระยะ
ในเมื่อเป็ภาพหลอน เธอเพียงเดินไปทางเหนือไม่กี่ก้าวก็จะออกห่างจากสระไป่ฮวาโจวแล้วก้าวขึ้นไปบนถนนต้าิหู พอเธอคิดเช่นนี้ก็ก้าวเดินทันที เดินไปทางขวาเจ็ดแปดก้าวเห็นชัดๆ ว่าถนนอยู่ตรงหน้า เท้าขยับ ถนนก็ขยับตาม พอเธอหยุดเดินก็ยังคงอยู่ห่างจากถนนต้าิหูสิบกว่าก้าว ไม่ได้เข้าใกล้แม้แต่น้อย
เธอเร่งฝีก้าว เดินเร็วไปข้างหน้าอยากเดินอ้อมสระไป่ฮวาโจวไป เลี้ยวขึ้นบนถนนชวีสุ่ยถิง แต่ไม่ว่าเธอจะเดินไปข้างหน้าเร็วแค่ไหนพอหยุดเดินกลับยังยืนอยู่ที่เดิม
“ผีบังตา!” เธอเข้าใจแล้ว
ไสยเวททั่วแผ่นดินมีจุดกำเนิดจากแหล่งเดียวกันล้วนถือว่าบูรพาจารย์ของตนล้วนเป็ศิษย์ของท่านกุ่ยกู่จื่อซึ่งเป็จอมปราชญ์ประหลาดในสมัยชุนชิวถังหว่านฝึกวิชาคลำกระดูกมาเป็เวลายาวนาน ย่อมรู้ไสยเวทแขนงอื่นบ้างถึงตอนนี้จึงไม่เคลื่อนไหวอย่างหลับหูหลับตา เธอจึงก้มลง คลำม้าหินตัวหนึ่งแล้วนั่งลง
เธอรู้ว่าเมื่อเกิดผีบังตาขึ้นสิ่งที่ตาคนมองเห็นนั้นทั้งหมดเป็ภาพหลอน ที่สูงอาจจะต่ำ ที่ไกลอาจจะใกล้ที่มองเห็นอาจจะไม่มีอยู่ ที่ราบกว้างใหญ่อาจจะมีร่องขวางทางไว้ ดังนั้นเธอจึงเชื่อเฉพาะสิ่งที่สองมือเธอััได้
ถ้าเป็เวลาปกติเธอจะนั่งนิ่งด้วยความสงบรอให้ภาพหลอนหายไปเอง แต่คืนนี้เธอตระหนักว่าเหตุการณ์ประหลาดซึ่งผีบังตาที่สระไป่ฮวาโจวนั้นเป็ไปได้มากว่าเกี่ยวข้องกับบ้านเก่าดังนั้นเธอต้องรีบสลายภาพหลอนโดยเร็ว แล้วกลับไปที่บ้านเก่า
เธอเปิดกระเป๋าสะพายหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาเล่มหนึ่ง
โดยทั่วไปความเ็ปอย่างรุนแรงจะช่วยให้คนหลุดจากภาพหลอนกลับมาสู่โลกแห่งความจริงทันทีเหมือนความเ็ปทางร่างกายช่วยให้หลุดจากฝันร้าย
สิบนิ้วประสานกับหัวใจ เพียงเธอใช้ใบมีดกรีดลงบนนิ้วหนึ่งภาพหลอนย่อมสลายไปเอง
จากนั้นเธอจึงกดใบมีดลงบนท้องนิ้วก้อยมือซ้ายขณะที่เตรียมกรีดมีดลงไปก็มีหญิงในชุดกิโมโนญี่ปุ่นเดินออกมาจากซากปรักหักพังอย่างรวดเร็วสองมือประคองม้วนหนังสือไม้ไผ่ เดินอย่างอ่อนช้อยพร้อมกับอ่านไปด้วย
ถังหว่านชะงัก จ้องมองสองเท้าของหญิงคนนั้น
เธอสังเกตเห็นชัดเจน เมื่อหญิงคนนั้นขยับเท้าสองข้างก็ออกไปจากซากปรักหักพังห่างไปทุกที แสดงว่าหญิงคนนั้นไม่ถูกกักไว้ในผีบังตาเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระตามใจปรารถนา
“ยามพลบค่ำทำลายสายใยแห่งกาลเวลา
เส้นไหมดุจผมดำ
ถักทอเป็ปีกกา
ดำเข้มดุจน้ำหมึก...”
หญิงคนนั้นถือม้วนไม้ไผ่เดินไปอ่านไปจนมาถึงตรงหน้าถังหว่านจึงเงยหน้าขึ้น
เธอหน้าตาสวยมาก ตาโต จมูกโด่งริมฝีปากแดง ฟันขาว เอวบางร่างน้อย เป็สาวงามสมัยใหม่ขนานแท้
“บทกวีไฮกุที่งดงามนี้กลับไม่มีคนตั้งใจชื่นชม นี่ไม่ใช่เื่น่าเศร้าของกวีหรือ” หญิงคนนั้นถาม
ถังหย่วนพอรู้เื่บทกวีไฮกุของญี่ปุ่นบ้างจึงพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ไฮกุไม่ใช่รูปแบบการแสดงออกทางศิลปะที่ดีที่สุดของโลกแต่ไหนแต่ไรคนญี่ปุ่นมักจะคอยชื่นชมสิ่งต่างๆ เพื่อเอาใจคนอื่นจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็เถอะ ถ้าเป็ไฮกุแล้วจะปรบมือร้องชม”
บทกวีไฮกุเป็สิ่งที่ลอกเลียนแบบบทกวีสมัยถังและซ่งกวีชาวญี่ปุ่นยกย่องกันเองว่าสูงส่ง แต่พอมาถึงสายตาชาวจีนที่มีความรู้จะไร้ค่าดังนั้นที่ถังหว่านพูดจึงเป็ความจริง
หญิงคนนั้นไม่โกรธ แต่ทำตาโตมองถังหว่านแล้วยิ้ม “ฉันก็เป็คนประเภทที่ไม่เข้าใจ เพียงแต่รู้จักร้องชมเท่านั้นคุณล่ะเป็คนประเภทไหน”
ลมพัดหอบมา ทำให้ชายชุดกิโมโนขยับ เผยให้เห็นฝักดาบที่ยาวจดพื้นสองฝักลมยามดึกทำให้ถังหว่านหนาวสั่น ขณะที่รอบฝักดาบมีรอยสลักรูปดอกไม้ ทำให้ยิ่งเปี่ยมด้วยไอสังหาร
ถังหว่านระวังตัวทันทีเตรียมป้องกันอีกฝ่ายลงมือฆ่าอย่างกะทันหัน
“ไม่ต้องกลัว ดาบมีไว้ใช้กับศัตรูไม่ใช้กับเพื่อนเด็ดขาด เหมือนเพลงที่พวกคุณคนจีนร้อง เพื่อนมา ต้อนรับด้วยเหล้าดีถ้าศัตรูมาราวี ต้อนรับด้วยปืนล่าสัตว์...” หญิงคนนั้นพูด
ถังหว่านสีหน้ากร้าว เธอบอก“เราไม่ใช่เพื่อนกัน”
เธอไม่มั่นใจว่าจะขัดขวางหญิงญี่ปุ่นคนนี้ไม่ให้ทำร้ายได้หรือไม่แต่เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอทำได้เพียงทำใจดีสู้เสือไม่เผยความหวาดกลัวออกมา
“ฉันรู้ว่าประเทศจีนเป็ระบบประเทศที่เต็มไปด้วยความคิดในเชิงกวีใน่ประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้น มีกวีเกิดขึ้นมากยิ่งกว่าหยดน้ำค้างบนใบหญ้ามากมายนับไม่ถ้วน ฉันหวังจริงๆ ว่าจะเกิดมาเป็คนจีน สามารถแหวกว่ายได้อย่างอิสระในทะเลแห่งบทกวี...”หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ถังหว่านอดยิ้มเยาะไม่ได้ “คุณเล่นเล่ห์กลที่สระไป่ฮวาโจวยังถือม้วนไม้ไผ่เดินอาดๆ ไปมา ควรจะรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ญี่ปุ่นของพวกคุณแต่เป็จี่หนานประเทศจีน”
หญิงคนนั้นยังคงยิ้ม “ญี่ปุ่นกับจีนมีอะไรต่างกันทุกคนต่างหายใจอากาศเหมือนกัน กินอาหารเหมือนกัน อาศัยอยู่ในโลกเหมือนกัน ความแตกต่างประการเดียวคือฉันเกิดที่ญี่ปุ่นประเทศที่เป็เกาะ แต่คุณเกิดที่แผ่นดินใหญ่จีนคนไม่สามารถเลือกชนชาติเกิดของตัวเองได้ เมื่อพิจารณาความหมายนี้แล้วฐานะของคุณกับฉันไม่มีอะไรต่างกัน ไม่จำเป็ต้องคอยพูดจาเยาะเย้ยกันมองกันเป็ศัตรู”
ถังหว่านตะลึง รู้สึกว่าคำพูดทุกประโยคของตนที่แสดงความโกรธและเย้ยหยันต่อฝ่ายตรงข้ามเหมือนกระแทกเข้ากับกำแพงยางที่หนาทึบกระดอนกลับมา ไม่เหลือร่องรอยเลย หญิงฝ่ายตรงข้ามพูดอย่างไม่เร็วไม่ช้าหลักตรรกะชัดเจนมาก ไม่ยอมเสียเปรียบด้านคำพูดแม้แต่น้อย
“ภาพมายาพวกนี้เป็ฝีมือคุณใช่ไหม”ถังหว่านชี้ไปที่สระไป่ฮวาโจว
หญิงคนนั้นพยักหน้า “ใช่แล้ว ที่นี่ลอกเลียนแบบโลกอันน่าเศร้าของศาลเ้าไมซุรุในฮิโรชิมะหลังจากถูกโจมตีด้วยะเิปรมาณูนั่นเป็ความเ็ปตลอดไปของชนชาติยามาโตะเรา ถ้าคุณยินดี ฉันสามารถพาคุณไปเยี่ยมชมได้”
ถังหว่านแปลกใจ่ปลายาโลกครั้งที่สอง อเมริกาทิ้งะเิปรมาณูใส่สองเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นคือฮิโรชิมะและนางาซากิบีบให้พระจักรพรรดิทรงยอมแพ้ในสายตาของประเทศที่ชนะาถือว่าเป็แผนชั้นเยี่ยมที่ทำให้าจบอย่างรวดเร็วแต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วกลับส่งผลกระทบอย่างหนักทำให้ประเทศเป็อัมพาตประชาชาติล่มสลาย เอกสารบันทึกว่าหลังาโลกครั้งที่สองทุกครั้งที่ชนชาติยามาโตะ้าปลุกเร้าขวัญกำลังใจของประชาชนจะยกเหตุการณ์ที่ถูกโจมตีด้วยะเิปรมาณูออกมาใช้ความอับอายของชาติเพื่อเตือนใจคนรุ่นนี้และรุ่นต่อไป ขณะเดียวกันประชาชนระดมกันปฏิสังขรณ์ศาลเ้าในเขตปรักหักพังของทั้งสองเมืองใช้เป็เสาแห่งความอับอายเพื่อสาบานว่าจะฟื้นฟูชาติ
ศาลเ้าไมซุรุแรกสร้างในสมัยราชวงศ์ถังของจีนเมื่อพระอาจารย์เจี้ยนเจินข้ามทะเลมายังญี่ปุ่น ยังมอบภาพอักษรศิลป์เขียนข้อความว่า“ภูผามหานทีสั่นะเื กระเรียนเคลื่อนบินสู่ยอดเมฆา” ชาวเมืองฮิโรชิมะถือเป็ของวิเศษของบ้านเมืองที่ค้ำจุนจิตใจตลอดมา
ถังหว่านตระหนักว่าที่ฝ่ายตรงข้ามสร้างภาพลวงตาศาลเ้าไมซุรุที่สระไป่ฮวาโจวดูเหมือนจะมีความหมายที่ลึกซึ้งยาวไกล
เธอข่มโทสะในใจ แล้วสั่นหัวช้าๆ “มิบังอาจต่อให้ไปเยี่ยมชมก็ต้องเลือกกลางวันที่แดดเจิดจ้า”
หญิงคนนั้นหัวเราะ“ทำไมต้องหลอกคนอื่นและหลอกตัวเองด้วย ขู่ให้ตัวเองกลัวแม้ฉันจะทำค่ายกลผีบังตาก็ตาม แต่ไม่เป็อันตรายต่อคุณแม้แต่น้อย”
รถออฟโรดคาดิลแลกสีดำคันหนึ่งแล่นมาจากทางตะวันตกจอดที่หน้าประตูภัตตาคารเวยซานหูอวี๋ก่วน ชายในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำะโออกมาจากที่นั่งแถวหลังเดินข้ามถนนตรงมาที่สระไป่ฮวาโจว
หญิงคนนั้นเลิกพูดพล่ามกับถังหว่านเดินตรงไปหาชายคนนั้น
ถังหว่านรู้ว่าตัวละครหลักมาถึงแล้ว
เธอเงี่ยหูฟังตามสายลมได้ยินหญิงคนนั้นถามเสียงกร้าว “เยียนเกอสิง คุณมาสายแล้วคืนนี้ฉันอยากดูนักว่าพอออกจากเมืองหลวงแคบๆ นั่น คุณจะเก่งแค่ไหน”
ถังหว่านอยู่ห่างออกไปสิบกว่าก้าว แต่สามารถมองเห็นสีหน้าที่น่าเกรงขามของชายคนนั้น
“ผมไม่เท่าไรหรอกแค่คนที่จะมาขุดหลุมฝังตระกูลไมซุรุเท่านั้น” ชายคนนั้นตอบอย่างแหลมคม
“ฮ่าๆ ที่นี่คือจี่หนาน...”หญิงคนนั้นหัวเราะ
ชายคนนั้นพูดแก้ว่า “คุณเข้าใจผิดแล้วที่นี่ไม่ใช่จี่หนาน ที่นี่คือประเทศจีน แผ่นดินจีนกว้างใหญ่ไพศาล ทุกแห่งล้วนมีดินแดนให้ฝังกลบกระดูกผมเดาว่าคืนนี้คุณเลือกที่ตายที่เหมาะที่สุดแล้ว”
หญิงคนนั้นหมุนตัวอย่างแ่เบาพับเก็บม้วนไม้ไผ่ แล้วชี้ไปที่อีกด้านของสระไป่ฮวาโจว “ตรงนั้นฉันขุดหลุมพรางที่กินคนแล้วไม่คายกระดูกไว้แล้วคุณกล้ามาไหม”
ชายคนนั้นตอบอย่างองอาจ “ทำไมจะไม่กล้าเชิญนำทาง”
ภายใต้สภาพเช่นนี้ถังหว่านกลายเป็คนนอกอย่างสิ้นเชิงเพราะค่ายกลพิสดารที่หญิงชาวญี่ปุ่นวางไว้ใช้เพื่อรับมือกับชายที่หยิ่งผยองผู้นี้นอกจากเขาแล้ว คนอื่นล้วนไม่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ชายคนนั้นเดินผ่านถังหว่านเขาเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็กางสองแขนออกรับลมแรงมืดดำมองไม่เห็นที่พัดมาจากสระไป่ฮวาโจวก้าวยาวไปข้างหน้า
ถังหว่านมองตามหลังชายคนนั้นไปอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งเขาเดินไปถึงริมขอบสระน้ำ
“อย่าไป...” ถังหว่านร้องเตือนเบาๆ
แน่นอนว่าในสภาพที่ชายคนนั้นเดินไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้เธอรู้ว่าการเตือนย่อมไร้ประโยชน์
ชายคนนั้นชูมือขวาขึ้น ไม่ได้หันมาเพียงแต่โบกมือเล็กน้อย
“ไม่กล้ามาหรือไง” หญิงญี่ปุ่นคนนั้นเดินลึกเข้าไปในสระไป่ฮวาโจวแล้วเสียงลอยแว่วมาแต่ไกล
“หล่อนซุ่มรออยู่ วางผีบังตาไว้จากนั้นสร้างภาพลวงตาบนผิวน้ำ อาศัยชัยภูมิที่ได้เปรียบ คุณไปทุ่มสุดกำลังก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้” ถึงถังหว่านจะรู้ว่าคงเตือนไม่ได้ผล แต่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่
“ผีขยาดใตู้เาฟูจิ ยอดนักมายากลญี่ปุ่นโอริทามาชิก็แค่นำค่ายกลผีขยาดที่เธอสร้างอย่างยากลำบากบนูเาฟูจิถึงสิบปีมาสร้างขึ้นใหม่ที่จี่หนานเธอมีความได้เปรียบด้านภูมิประเทศไหม ผมคิดว่าไม่มี ถ้าเอ่ยถึงโอกาสแล้วก็ยิ่งไร้แก่นสารประเทศจีนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด คือัั์บินผงาดขึ้นโจนทะยานพรวดเดียวไปไกลพันลี้ มีแต่ชาวจีนเราจึงจะใช้โอกาสนี้ทะยานขึ้นฟ้าได้ถ้าไม่ใช่คนชาติเรา จะฉวยโอกาสนี้ได้หรือ ส่วนคุณ รู้เพียงด้านเดียว ไม่รู้อีกด้านรู้แต่เปลือกนอก ไม่รู้แก่นแท้... คุณยังห่างไกลจากไสยเวทนัก!” ชายคนนั้นตอบน้ำเสียงราบเรียบ
“ฮ่าๆๆๆ พูดได้ดี พูดได้ดี...ฉันวางค่ายกลผีขยาดบนสระไป่ฮวาโจวเพื่อจับนกกระจอกที่หลงบินมาตอนกลางคืน ไม่ใช่ัที่ทะยานขึ้นฟ้า จะเป็ัหรือนกกระจอกจะตายคาค่ายกลหรือทำลายค่ายกลได้ เข้ามาพูด เข้ามาพูด ฮ่าๆ....”ผู้หญิงคนนั้นยืนหัวเราะบนทางเดินคดเคี้ยว
ถังหว่านเคยได้ยินชื่อของโอริทามาชิยังรู้ว่ามายากลของญี่ปุ่นพัฒนามาจากวิชาการควบคุมจิตใจอย่างวิชาย้ายิญญาและวิชาคร่าิญญาในสมัยถังของจีนผ่านการดัดแปลงของนินจาชั้นครูหลายคนในสมัยบากูฟุกลายเป็วิชาใหม่ที่มีการผสมผสานระดับสูงของสี่สิ่งคือจิตใจ เืเนื้อ ทัศนียภาพและภาพวาดยอดฝีมือขั้นสุดยอดที่เชี่ยวชาญวิชามายากลจึงจะได้รับการยกย่องอย่างมีเกียรติให้เป็นักมายากล
ูเาฟูจิของญี่ปุ่นมีไอทิพย์พิเศษชนิดหนึ่งฝั่งหยาง (ฝั่งเหนือ) ฝั่งหยิน (ฝั่งใต้) ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของูเามีทิศทางลมเนื้อดิน เส้นทางน้ำและไอทิพย์ที่ต่างกัน ช่วยเป็แรงบันดาลใจอย่างดีเลิศสำหรับผู้ฝึกไสยเวทดังนั้นเมื่อยอดฝีมือตามเกาะต่างๆ ของญี่ปุ่นเผชิญกับการติดขัดในการฝึกมักจะเลือกเร้นกายบนเขาฟูจิอยู่ตามลำพัง ใช้ปัญญาไตร่ตรอง เพื่อบรรลุภาวะจิตใจขั้นสูงสุด