32 1-2
ตอนที่ 43 ชำระเส้นเอ็นตัดไขกระดูก
“วี๊ดดด!!”
หนึ่งเสียงขับขานของจ้าวอินทรีคราม ทำเอาท้องนภาชั้นฟ้าวิปลาส ม่านชั้นเมฆากว้างไพศาลฉีกกระจาย ตัดแบ่งเป็นสองซีกโดยตรง แม้แต่อุณหภูมิโดยรอบรัศมีนั้นยังตกฮวบลดลงกว่าเดิมหลายขุม
ทันทีที่เหลิงหยุนเจียวได้ยินเสียงกู่ร้องนี้ แผ่นอกของนางพลันบีบรัดตัวแน่นจนแทบหายใจไม่ออก แข้งขาสั่นสะท้านแทบทรงตัวไม่หยุดเสียศูนย์ไปชั่วขณะ
หวู่เหรินกับจ้าวอินทรีกำลังโรมรันประยุทธ์กันอยู่งั้นรึ?
“เหลิงหยุนเจียว”
โม่เฉินหยวนเอ่ยเรียกชื่อของนางเต็มยศ ทันใดนั้นเอง สภาพแวดล้อมรอบตัวก็พลันแปรเปลี่ยนกะทันหัน แล้วพวกเขาก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ทะเลสาบสีมรกตพิสุทธิ์ใส
“จ้าวอินทรีครามกำลังฝ่าฟันทัณฑ์สวรรค์เพื่อทะลวงขึ้นสู่ระดับเก้า คาดว่ารัศมีโดยรอบพันลี้อาจโดนลูกหลงตามไปด้วย หุบเขาถงฉางในยามนี้ไม่ปลอดภัย เจ้าแอบอยู่ในห้วงมิติพื้นที่ของข้าไปก่อน สักครู่หนึ่งค่อยออกไปใหม่”
ห้วงมิติพื้นที่?
สถานที่สวยงามดุจสวรรค์แห่งนี้คือห้วงมิติพื้นที่ของเขา?
ช่างกว้างใหญ่ไพศาลอะไรเช่นนี้!?
เหลิงหยุนเจียวรู้สึกประทับใจต่อสถานที่แห่งนี้มาก อาจเนื่องด้วยนางมิเคยเข้าไปในห้วงมิติพื้นที่ของห้องสมุดสีดำมาก่อน ยามที่นางต้องการหยิบใช้หรือเก็บสิ่งชองบางอย่างภายในนั้น ก็เพียงแค่มุ่งสมาธินึกถึงก็สามารถทำได้ตามใจอิสระ
ส่วนเรื่องที่จะเข้าไปภายในนั้น กลับไม่เคยคิดลองทำมาก่อน
ทันทีที่เห็นสีหน้าแววตาของนางฉายแสดงเช่นนั้น โม่เฉินหยวนก็คล้ายจะทราบทันทีว่า สตรีนางนี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
“เหนียวเหนี่ยวของเจ้าเองก็มีห้วงมิติพื้นที่เช่นกัน ย่อมสามารถเข้าไปได้โดยธรรมชาติ”
เมื่อได้ยินเขากล่าวช่วยยืนยันความคิดอีกแรง เหลิงหยุนเจียวก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น และคิดว่าหากมีโอกาสเมื่อใด คงต้องลองดูสักครั้ง
โม่เฉินหยวนพาเหลิงเจียวเหนียงเข้าไปนั่งพักในหอคอยสูงตระหง่าน และกล่าวอธิบายให้ฟังต่อว่า
“ภายในห้วงมิติพื้นที่ เส้นเวลาจะไหลช้ากว่าโลกด้านนอก เจ้าอาศัยประโยชน์จากจุดนี้ รีบปรุงยาชำระเส้นเอ็นและตัดไขกระดูก่อนเถิด”
หนึ่งความคิดเคลื่อนขยับ ห้องหลังหนึ่งภายในหอคอยก็ถูกเปิดขึ้น ด้านนอกมีฉากม่านกั้นเรียงรายเป็นชั้น ส่วนด้านในเป็นอ่างอาบน้ำไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่
“ข้าไม่แน่ใจว่า โอสถของเจ้าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด แต่การเติมน้ำจากทะเลเขียวมรกตของข้าเพิ่มเข้าไป น่าจะช่วยเสริมสร้างให้สภาพร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นไม่มากก็น้อย”
ทันใดนั้นเขาก็ยกมือประกอบท่าร่าย กระแสน้ำจากทะเลเขียวมรกตที่อยู่ด้านนอก ก็ถูกลำเลียงเข้ามากรอกเติมระลอกใหญ่จนเต็มอ่างกว่าแปดในสิบส่วนอย่างรวดเร็ว
เห็นฝ่ามือนั้นเลื่อนเข้าปิดทาบผสานกัน ทุกอย่างจึงค่อยหยุดนิ่งกลับสู่สภาวะปกติดังเดิม พร้อมกับน้ำสีเขียวมรกตทีทอประกายระยิบระยับในอ่างพร้อมใช้งาน
“ครานี้เจ้าก็ใส่สมุนไพรทั้งหมดเข้าไปได้เลย”
เหลิงหยุนเจียวไม่กล้ารอช้า รีบหยิบสมุนไพรซึ่งเป็นวัตถุดิบทั้งหมดสำหรับการแช่ตัวครานี้ออกมาจากห้วงมิติของห้องสมุดสีดำ แล้วใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในอ่างโดยเร็ว พร้อมปิดท้ายด้วยกล้วยไม้พิรุณบุปผากับเห็ดหลินจือโลหิตหมื่นปี
“เจ้าแช่อยู่ในอ่างน้ำโอสถนี้ได้อย่างไร้กังวล รับรองได้ว่าจะไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวนเจ้าอย่างแน่นอน ส่วนข้ากับเจียวเหนียงจะคอยอยู่ด้านนอก”
โม่เฉินหยวนช่วยจัดการอำนวยสะดวกให้ทุกอย่างเสร็จสรรพ จนกระทั่งเสียงปิดประตูดังปังจากออกไป เหลิงหยุนเจียวจึงเพิ่งได้สติฟื้นขึ้นจากภวังค์ความประหลาดใจ ไฉนจู่ๆ บุรุษผู้นี้จึงได้กลายเป็นคนมีเหตุมีผลขึ้นมาเช่นนี้? และที่สำคัญ นางเพิ่งตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ขอยาแก้พิษจากนางเลย!
เรื่องนี้ไว้ก่อนเถิด อย่างไรเสีย กว่าพิษตัวนั้นจะสำแดงฤทธิ์ก็ยังอีกนาน นางขอชำระเส้นเอ็นและตัดไขกระดูกให้เสร็จสิ้นเสียก่อนค่อยว่ากันใหม่
น้ำในอ่างยามนี้ค่อนข้างร้อนจัด จนเกิดเป็นไอลอยฟุ้งตลบไปทั่วทั้งห้อง แต่ต้องความร้อนระดับนี้ล่ะจึงจะเหมาะสม
แต่คิดไปคิดมาก็แอบแวงเจ้าหมอนั่นอยู่ไม่น้อย มิใช่ว่าข้ากำลังแช่อาบในอ่างอยู่ดีๆก็โผล่พรวดเข้ามาล่ะ
เหตุที่รู้สึกหวาดระแวงเช่นนี้ คงเป็นเพราะรูปโฉมที่สะสวยของนางในยามนี้ จะว่าไป นางชอบที่จะมีใบหน้าแบบเดิมมากกว่า เพราะอย่างน้อยใบหน้านั้นก็ไม่เคยสร้างปัญหาไร้สาระเช่นนี้ให้
เหลิงหยุนเจียวค่อยๆถอดอาภรณ์ชุดเก่า ปลดคลายชั้นในออกทีละชิ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบลงไปแช่ตัวในอ่างสมุนไพรโอสถทันที ขณะเดียวกันก็พลางนึกถึงคำพูดของโม่เฉินหยวนก่อนหน้า ที่พูดเกี่ยวกับสถานการณ์ในหุบเขาถงฉางยามนี้
จะว่าไปแล้ว ไม่รู้ว่าไป๋ซือหมิงจะสามารถหาตัวเถาวัลย์ไม้อสรพิษได้ทันเวลาหรือไม่? หากพบเจอแล้วจะจัดเช่นใดต่อ?
แต่เพียงวันที่สองเท่านั้น คงไม่มีอะไรต้องรีบร้อน
โม่เฉินหยวนเองก็เพิ่งจะบอกว่า กระแสเวลาในสถานที่แห่งนี้เดินช้ากว่าภายนอก เช่นนั้นแล้ว นางจึงสามารถชำระล้างเส้นเอ็นและขัดเกลาไขกระดูกให้บริสุทธิ์ได้ดั่งใจตามต้องการ
หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว ค่อยออกไปช่วยเจ้าหนุ่มนั่นอีกแรงก็ยังไม่สาย
อีกทั้งนางเองก็ยังไม่ลืมเลือนคำพูดของพี่ใหญ่หวังผู้นั้นด้วย เขากล่าวว่าไป๋ซือหมิงกำลังวางแผนที่จะเดินทางไปเซินจิ้งเช่นกัน
หากจัดการเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นางคงมีโอกาสได้เดินทางไปที่นั่นด้วยอย่างแน่นอน
และเมื่อถึงเวลานั้น นางจะไล่คิดบัญชีล้างแค้นเหล่าสมาชิกตระกูลเหลิงสายหลักรายตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเซ่นไหว้ให้กับความอัปยศอดสูที่เจ้าของร่างเดิมเคยได้รับ!