บทที่ 22 ั์ตาสลัวในงานวัด
เสียงกลองยาวและเสียงดนตรีรำวงย้อนยุคบรรเลงดังกึกก้องสลับกับเสียงผู้คนพากันพูดคุยเจาะแจ๊ะขวัญขวายต้อนรับงานวัดประจำปีอันครื้นเครงเลื่องชื่อของตำบลเลียบคลองสวนมะพร้าว บรรยากาศภายในลานวัดกว้างขวางถูกประดับประดาตกแต่งอย่างงดงามตระการตาด้วยสายไฟร้อยระย้าสีสันสดใสพาดผ่านกิ่งไม้ใหญ่และซุ้มประตูวัด ส่องประกายวิบวับระยิบระยับตัดกับความมืดมิดยามวิกาลที่ปกคลุมรอบนอก ยามนี้ลานวัดคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนชาวบ้านพากันก้าวเดินลัดเลาะเลือกซื้ออาหารคาวหวานและของเล่นตามซุ้มร้านค้าต่าง ๆ อย่างคึกคักดูลายตารื่นเริง มีทั้งซุ้มยิงปืนจุกน้ำปลา ซุ้มปาลูกโป่ง ซุ้มตักปลาหางนกยูง และร้านขายสายไหมสีหวานชวนให้นึกถึงความสนุกสนานในวัยเยาว์ รวมทั้งกลิ่นลูกชิ้นปิ้งอุ่นร้อนและกลิ่นข้าวเกรียบว่าวหอมฟุ้งลอยอบอวลไปทั่วบริเวณสลับเสียงบ่นร้อนพึมพำของผู้คน เสียงพากย์เชิญชวนเที่ยวชมชิงช้า์ตัวใหญ่ที่หมุนช้า ๆ ส่งแสงสีฟ้าสีส้มสลับไปมาเพิ่มความรื่นเริงหฤหรรษ์ให้กับงานประจำปีที่ทุกคนเฝ้ารอคอยมาตลอดทั้งปีอย่างใจจดจ่อชวนฝัน
เจ๊ส้มก้าวเดินช้า ๆ เคียงคู่กับผู้ใหญ่เฉลิมผู้เป็สามีท่ามกลางฝูงชน โดยคุณนายผู้ใหญ่บ้านแต่งกายสวยงามเป็พิเศษสำหรับงานใหญ่ค่ำคืนนี้เพื่อประคองเกียรติยศชื่อเสียงของสามีให้ดูภูมิฐานสง่างามที่สุดในสายตาชาวบ้าน เธอเลือกสวมเสื้อลูกไม้สีครีมตัวประณีตทอมือลายดอกพุดซ้อนประดับประดาด้วยลูกไม้เนื้อละเอียดรอบคอระหงและชายแขนเสื้อที่โชว์เนียนเนื้อขาวผ่องสะท้อนแสงไฟอย่างหมดจด นุ่งผ้าถุงทอมือขัดเงาสวยงามสีม่วงอมแดงสะท้อนประกายแสงไฟพริ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินอย่างสง่างามชวนสะกดสายตา อีกทั้งกลิ่นแป้งร่ำประทินผิวและแป้งหอมมะลิโชยฟุ้งบางเบาจากกายสาวใหญ่สะพรั่งดึงดูดสายตาชาวบ้านหลายคนให้หันมามองชื่นชมในความงามภูมิฐานที่ยังคงไม่ร่วงโรยตามวัย กลุ่มแม่บ้านและชาวบ้านต่างพากันกระซิบกระซาบชื่นชมความงามสง่าและวาสนาอันดีของคุณนายผู้ใหญ่บ้านที่โชคดีมีสามีเป็ถึงผู้นำ ทว่าในยามที่ก้าวเดินเคียงข้างสามีนั้น เจ๊ส้มกลับรู้สึกได้ถึงความปวดระบมเมื่อยล้าที่สะโพกผายและต้นขาเรียวอวบที่ยังคงตกค้างจากศึกรักหนักหน่วงสองคืนติดต่อกัน ความสยิวซ่านแ่เบายังคงแล่นริกขึ้นมาในอกทุกครั้งที่เนื้อผ้าถุงชั้นเลิศเสียดสีกับผิวเนื้อบอบบางปากทางรักส่วนลึกชวนให้ใจสั่นหวิวและคิดลึกเตลิดไปถึงช่างไฟหนุ่มหนุ่มแน่นผู้อยู่เื้ัความระบมปวดเมื่อยล้าปนแสนหวานรัญจวนใจในยามค่ำคืนที่ผ่านมาจนเธอต้องลอบระบายลมหายใจยาวเพื่อระงับอารมณ์กระสันอยากแสนหวาน
ผู้ใหญ่เฉลิมก้าวเดินยิ้มแย้มทักทายชาวบ้านและหัวหน้าชุมชนคนอื่น ๆ ด้วยความภูมิฐานและเป็กันเองในฐานะแกนนำจัดงานวัด ชายวัยกลางคนบ่นพึมพำกับภรรยาด้วยความเหนื่อยล้าแกมยินดีเมื่อเห็นความสำเร็จของงาน “ปีนี้คนเยอะจริง ๆ ส้มเอ้ย ดีนะที่ระบบไฟในงานวัดปีนี้ อบต. ส่งช่างไฟมาคอยดูแลแผงสะพานไฟใหญ่ข้างเวทีอย่างดี ไม่อย่างนั้นถ้าไฟดับไฟตกกลางงานรำวงล่ะก็คงแย่แน่ ๆ ชาวบ้านคงหมดสนุกกันพอดี งานวัดคงกร่อยหมดตัวเลยทีเดียว” เจ๊ส้มเออออพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่งพยายามประคองตัวทำทีท่าปกติทว่าดวงตาคู่สวยกลับลอบกวาดสายตามองผ่านซุ้มร้านค้าและแผงตั้งวางเครื่องขยายเสียงเพื่อเสาะหาร่างของใครบางคนอย่างโหยหากระสับกระส่ายในอก จนกระทั่งสายตาของเธอเคลื่อนผ่านเวทีรำวงย้อนยุคตัวใหญ่ที่มีนางรำในชุดกระโปรงบานสะพรั่งสีสดใสขยับเยื้องย่างร่ายรำตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนานครื้นเครง โดยมีคณะนายอำเภอและข้าราชการนั่งชมในแถวหน้า และสายตาของเจ๊ส้มก็ไปสะดุดนิ่งลงที่มุมมืดสลัวหลังฉากเวทีซึ่งเป็ที่ตั้งของแผงควบคุมระบบสะพานไฟใหญ่ของงานวัดประจำปีนี้
ที่ตรงนั้นช่างตั้มยืนเด่นอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำทะมัดทะแมงเข้ารูปอวดมัดกล้ามแขนและแผงอกแกร่งหนาแน่นเปี่ยมพละกำลังชายหนุ่มสะดุดตา กางเกงทำงานสีเข้มรัดสะโพกหนาแน่น ตั้มยืนคอยปรับระดับสวิตช์สะพานไฟเวทีด้วยความตั้งใจและระแวดระวัง ผิวเนื้อหนุ่มแน่นซึมชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อระยิบระยับลื่นไหลตามลำคอและแผ่นอกกว้างภายใต้แสงสลัวของหลอดไฟสีส้มหลังเวทีส่งประกายความดิบเถื่อนดึงดูดใจอย่างเปี่ยมล้น ยามเมื่อตั้มหันมาและประสานสายตาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยวาวระริกของเจ๊ส้มพอดี ช่างหนุ่มก็พลันหยุดนิ่งส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแสนเ้าเล่ห์พร้อมยักคิ้วเล็กน้อยดวงตาคมกริบส่งประกายตาแห่งความนัยแสนสวาทที่รู้กันสองคน ตั้มเอื้อมมือหนาไปจับด้ามจับสวิตช์สะพานไฟขยับขันโยกเน้นไปมาประหนึ่งกำลังกวดขันเต้ารับบำรุงหัวใจของคุณนายผู้ใหญ่บ้านอย่างหนักหน่วงลึกซึ้ง ส่งผลให้เจ๊ส้มหน้าร้อนผ่าววูบวาบหัวใจเต้นระทึกรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอรีบหลบสายตาเสมองไปทางอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้ป้าเลี่ยมหรือชาวบ้านแถวนั้นจับพิรุธได้ทว่าไฟราคะส่วนลึกกลับถูกจุดประกายให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้งจนหน้าอกกระเพื่อมไหวแ่เบาด้วยความกระสันอยากที่แผดเผาจิตใจสาวใหญ่
ไม่นานนัก ผู้ใหญ่เฉลิมถูกเชิญให้ก้าวขึ้นไปกล่าวเปิดงานรำวงย้อนยุคและประกาศขอบคุณผู้สนับสนุนงานวัด ชายวัยกลางคนก้าวขึ้นไปยืนกลางเวทีหยิบโทรโข่งขึ้นมาพูดและสื่อสารผ่านเครื่องขยายเสียงประจำวัดเสียงดังก้องกังวานไปทั่วลานวัด เฉลิมกล่าวต้อนรับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ และชาวบ้านทุกท่านด้วยน้ำเสียงภูมิใจเอ่ยถึงงบประมาณการบูรณะวัดและการร่วมมือของ อบต. ก่อนจะกวาดสายตามาทางมุมแผงควบคุมระบบไฟแล้วเอ่ยประกาศออกเครื่องขยายเสียงเสียงดัง “งานปีนี้ไฟฟ้าสว่างไสวเรืองรองสวยงามตลอดงานได้ก็ต้องขอบคุณช่างตั้มหนุ่มแน่นจาก อบต. ที่เสียสละเวลามาคอยช่วยกวดขันเต้ารับและสะพานไฟให้เราอย่างแ่า ช่างไฟคนนี้ฝีมือดีจริง ๆ ขันระบบได้กระชับไม่มีไฟรั่วไหลไม่มีขาดตกบกพร่องเลย เมียผมยังออกปากชมบริการกวดขันเต้ารับของช่างตั้มว่าแน่นดีไม่มีตกหล่นเลยใช่ไหมล่ะจ๊ะแม่ส้ม”
คำประกาศเปรียบเปรยสองแง่สามง่ามที่ดังก้องเครื่องขยายเสียงปะทะหูชาวบ้านส่งผลให้เสียงปรบมือและเสียงหัวเราะชอบใจดังเกรียวกราวจากพรรคพวกผู้ใหญ่บ้านที่นั่งล้อมวงดื่มสุราต่างสบตากันแล้วหัวเราะสรวลเสเฮฮา เจ๊ส้มที่ยืนอยู่ด้านล่างหน้าแดงก่ำร้อนซ่านราวกับจะเป็ไข้ระอุในกาย สองมือเรียวกำผ้าถุงทอมือแน่นด้วยความเหนียมอายระคนกระสันสวาทลึกซึ้ง คำพูดของสามีที่เอ่ยชมความแ่าของการกวดขันจากตั้มมันช่างแทงใจดำและกระตุ้นจินตนาการถึงภาพแก่นกายเขื่องขรุขระฝังมุกสามเม็ดที่บดบี้ลึกมิดด้ามคาเต้ารับอุ่นชื้นของเธอในสองค่ำคืนที่ผ่านมาเป็อย่างยิ่ง เจ๊ส้มลอบมองไปทางตั้มและเห็นช่างหนุ่มแอบหัวเราะในลำคอแววตาพราวระยับมองตรงมาที่เธออย่างล้อเลียนหยอกเย้า ยิ่งทำให้เธอรู้สึกรุ่มร้อนใจสั่นระริกอยากหลีกหนีไปจากที่ตรงนี้เพื่อไปซ่อมบำรุงส่วนตัวกับช่างหนุ่มให้เสร็จสมอารมณ์รักระทึกใจ
เมื่อเสียงดนตรีกลองยาวและเพลงรำวงย้อนยุคเริ่มบรรเลงดังกึกก้องสั่นะเืพื้นดินฝุ่นหนาแน่น ชาวบ้านพากันก้าวขึ้นไปรำวงอย่างสนุกสนาน เจ๊ส้มเห็นเป็โอกาสดีจึงหันไปกระซิบกระซาบเอ่ยบอกผู้ใหญ่เฉลิมที่เพิ่งก้าวลงจากเวทีด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนแสร้งทำเป็เพลียและหูอื้อเพราะความวุ่นวายอบอ้าว “พี่เฉลิมจ๊ะ ดนตรีเสียงดังหนาแน่นเหลือเกิน พี่ส้มรู้สึกหูอื้อและเวียนหัวเพราะคนเยอะอบอ้าว พี่ส้มขอตัวหลบออกจากลานวัดเดินไปหาซื้อน้ำมะพร้าวเย็นดื่มและพักผ่อนรับลมสงบ ๆ หลังซุ้มผ้าใบทางนู้นหน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวถ้ารำวงเสร็จแล้วพี่ค่อยตามไปเรียกนะจ๊ะ” เฉลิมซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการพูดคุยต้อนรับแขกผู้ใหญ่และปลัดอำเภอพยักหน้าอนุญาตทันทีโดยไม่ติดใจสงสัยแต่อย่างใด “ไปเถอะส้ม พกยาดมไปด้วยล่ะ อย่าเดินไปไกลนักนะมันมืด เดี๋ยวขโมยขโจรจะทำร้ายเอาได้” เจ๊ส้มพยักหน้ารับคำพลางก้าวเดินช้า ๆ แยกตัวเล็ดลอดออกจากฝูงชนที่ชุลมุนวุ่นวายสายตาเปี่ยมเล่ห์เหลี่ยมลอบเหลือบมองตั้มเป็ครั้งสุดท้ายเป็การส่งสัญญาณลับก่อนก้าวหลบฉากหายตัวไปในความสลัวอย่างรวดเร็ว
คุณนายผู้ใหญ่บ้านก้าวเดินลัดเลาะผ่านซอยร้านค้ามุ่งหน้าไปยังมุมมืดสลัวด้านหลังซุ้มผ้าใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากความพลุกพล่านของฝูงชน บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างมืดและเงียบงันมีเพียงแสงไฟสลัวจากสปอตไลท์ดวงไกลที่ส่องผ่านใบมะพร้าวและกิ่งมะม่วงใหญ่ลงมาเป็เงาม่านไม้เลือนรางขยับไหวโอนเอนตามสายลมยามดึกอันเป็สายลมเย็นโชยมาจากทางลำคลองสวนมะพร้าว เจ๊ส้มหยุดยืนหอบหายใจแ่เบาใต้เงาไม้ใหญ่ สูดกลิ่นอายธรรมชาติผสมกลิ่นน้ำหอมมะลิอ่อนเพื่อระงับความสั่นไหวในอกพลางหันกลับไปส่งสายตาเชื่อมระริกเต็มไปด้วยความนัยและแรงดึงดูดแสนเสน่หาตรงไปยังช่างหนุ่มที่ยังยืนเฝ้าแผงควบคุมระบบไฟ ช่างตั้มผู้มีตาคมกริบมองเห็นสายตาเรียกหาและร่างอวบอัดสะพรั่งที่เล็ดลอดหายเข้าไปหลังซุ้มผ้าใบเงียบเชียบอย่างชัดเจน ช่างหนุ่มไม่รอช้าหันไปสั่งการผู้ช่วยหนุ่มรุ่นน้อง อบต. เบา ๆ ให้คอยเฝ้าสวิตช์สะพานไฟใหญ่ชั่วคราวและระวังไม่ให้มีกระแสไฟขัดข้องกะทันหันในระหว่างการแสดง จากนั้นตั้มปลดผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่โชมกายพาดบ่ากว้างแล้วแฝงกายก้าวเดินอย่างเงียบเชียบเล็ดลอดก้าวเท้าเข้าสู่เงามืดตามทิศทางกลิ่นหอมดอกมะลิของคุณนายผู้ใหญ่บ้านไปทันทีเพื่อเปิดศึกรักกระชับเต้ารับชู้รักในค่ำคืนงานวัดแสนหวานอันเร่าร้อนลุ้นระทึกใจจนแทบสะกดลมหายใจไม่อยู่ลึกล้ำในความสลัวเงียบ
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---