อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ทำการใหญ่

    “เจ้าพักผ่อนก่อน ข้าจะกลับเข้าเมืองสักหน่อย” พอต่อกระดูกให้หลูเยี่ยนเสร็จ หลิวเวยอันกล่าวขึ้นเสียงเบา
    “เจ้าจะไปทำอะไร?” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลูเยี่ยนถามขึ้น ในน้ำเสียงของเธอมีความอ่อนแอที่ยากจะเห็น
    “อาวุธเยอะขนาดนี้ เจ้าจะเก็บได้หมดหรอ?” หลิวเวยอันถาม
    “อาวุธ? จะเก็บอาวุธไปทำไมกัน?” หลูเยี่ยนถามด้วยความสงสัย
    “นี่เป็นของรางวัลที่เราได้จากการชนะไง” หลิวเวยอันมองหลูเยี่ยนด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนเลยหรอ?
    “อย่างนี้จะดีหรอ? มันเป็นของของคนอื่นนะ” หลูเยี่ยนพูดด้วยความไม่สงบ
    “ตอนเจ้าฆ่าคน เคยคิดบ้างไหมว่าชีวิตเป็นของคนอื่น” หลิวเวยอันพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก
    หลูเยี่ยนอ้าปากครู่หนึ่ง แต่ก็ปิดปากลงทันที เหมือนจะจริงอย่างที่เขาพูด ไหน ๆ คนก็ฆ่าทิ้งไปแล้ว ถ้าจะยึดอาวุธไว้เป็นของตนเอง ก็เหมือนจะไม่ผิดตรงไหน
    หลิวเวยอันย้ายหลูเยี่ยนไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยก่อน ไม่อย่างนั้นหากโดนผีดิบเจียงซือกัดเข้าละก็ จึงจะถือว่าโชคร้ายจริง ๆ จากนั้นเขาก็เก็บธนูของเจิ้งซิ่วปัวไว้ นี่เป็นถึงธนูชั้นดีเชียวนะ จากนั้นก็ถอดเกราะหนังของเขาออก เกราะหนังเป็นของดี สามารถป้องกันได้ดี แถมยังเบาอีก เหมาะกับมือธนูที่สุดแล้ว
    ร่างกายของเจิ้งซิ่วปัวค่อนข้างผอม หลิวเวยอันในตอนนี้ก็ผอมมากเช่นกัน สามารถใส่กันได้พอดี เพราะเขาวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลัง จึงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงเมืองสือโถวแล้ว เขาไปนำรถวัวที่จอดอยู่ที่ “ซอมบี้เภสัช”มา เจ้าวัวแก่จำหลิวเวยอันได้ จึงเชื่อฟังดีเป็นย่างยิ่ง
    ร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' ในทุกวันนี้ก็เปิดทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงเช่นเดียวกัน คนเฝ้าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาคือลูกศิษย์ของหลงจู๊ซุน เป็นคนอัธยาศัยดี พอได้ยินว่าหลิวเวยอันมีเรื่อง ก็ไปปลุกลูกพี่ลูกน้องคนนึงที่กำลังนอนหลับให้ลุกมาช่วย แต่เรื่องที่หลิวเวยอันทำเป็นการฆ่าคนปล้นของ เขาไม่ชอบให้มีคนมายุ่งเกี่ยวมาเกินไป จึงปฏิเสธไป
    เขาบังคับรถคนเดียวสองคัน ถ้าไม่ใช่เพราะวัวแก่จำคนได้ ต้องทำไม่ได้แน่นอน เมื่อมาถึงจุดหมายก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว ในสุสานเงียบสงัด ไม่มีคนอื่นเข้ามา
    แผลของหลูเยี่ยนหายดีเกินกว่าครึ่งแล้ว แม้จะใช้แรงไม่ได้ แต่แค่เก็บอาวุธเธอก็ยังพอทำได้อยู่ หลิวเวยอันรับหน้าที่เปิดกระโหลกแล้วแยกเมล็ดพันธุ์พลังงานกับขุดถุงเนื้อออก ส่วนหลูเยี่ยนรับหน้าทีเก็บจัดอาวุธ ทั้งสองแบ่งงานช่วยกันทำ แต่เพราะมีคนตายมากเกินไป ตอนพวกขาเก็บของทั้งหมดเสร็จก็ประมาณสามทุ่มแล้ว
    แหวนมิติทั้งสองของหลิวเวยอันใส่ของจนเต็มทังสองอัน แหวนมิติสามวงของหลูเยี่ยนก็เต็มแล้วเช่นกัน รถวัวคันเหลือพื้นที่เกินครึ่ง หลัก ๆ ก็เพราะโล่กินพื้นที่มาก รถที่เหลือก็นำไปใส่ศพผีดิบเจียงซือ ตอนแรกหลูเยี่ยนยังสงสัยว่าจะเอาศพไปทำไม พอเธอรู้ว่าผีดิบเจียงซือสามารถขายได้ ก็เงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดออกมาประโยคหนึ่ง
    “เราร่วมมือกันได้ไหม?”
    เธอเข้ามายัง ”แดนสัตว์อสูร” ก่อนหลิวเวยอันสองเดือน ใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาโดยตลอด โดยเฉลี่ยแล้วเธอสามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้วันละหนึ่งตัว แต่ส่วนมากจะเป็นมอนสเตอร์ตัวเล็กเป็นหลัก เช่นกระต่ายไก่ป่าเป็นส่วนมาก อย่างหมูป่าที่มีขน เธอก็เพิ่งเคยเจอครั้งแรกเหมือนกัน นับเฉลี่ยในทุกวันแล้วเธอได้เงินประมาณวันละหนึ่งพันเหรียญทองแดง ก็ถือเป็นกลุ่มผู้เล่นที่มีชีวิตที่ดีแล้ว ในเรื่องนี้ ดูจากแหวนมิติขนาดใหญ่สองอันของเธอก็พอจะรู้บ้างแล้ว
    แต่ทว่า หลังจากได้ฟังเรื่องที่หลิวเวยอันฆ่าซากดิบไปขายแล้ว ความภูมิใจทั้งหมดของเธอก็หมดไป เธอได้แค่สิบเหรียญเงินต่อวัน แต่หลิวเวยอันกลับได้สิบเหรียญทองต่อวัน สิบเหรียญทองยังเป็นตอนที่ได้น้อยที่สุดแล้วด้วย มีแค่ตอนดวงไม่ดีหรือมีธุระเท่านั้นที่จะได้เท่านี้ โดยปกติแล้วเขาจะได้ประมาณสิบห้าเหรียญทองต่อวัน
    นี่หลิวเวยอันยังไม่ได้นับเงินที่ได้มาโดยบังเอิญเข้าไป ไม่อย่างนั้น ยังต้องเติมศูนย์ด้านหลังอีกตัว
    “ได้สิ ดีเลย” หลิวเวยอันตอบตกลงด้วยความดีใจ ที่จริงในช่วงเวลานี้ เขาก็พบจุดอ่อนของมือธนูแล้ว สามารถโจมตีระยะไกลได้อย่างเดียว สู้ระยะใกล้ไม่ได้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การฆ่ามอนสเตอร์ในหลาย ๆ ครั้ง ตอนเจอมอนสเตอร์จำนวนมากก็ถอยหลังได้อย่างเดียว หรือเวลามอนสเตอร์เคลื่อนที่เร็ว ก็ยังต้องถอยต่อไปอีก ยิ่งถ้ามอนสเตอร์ทั้งเร็วทั้งมีมาก ก็ทำได้แค่หนีเอาชีวิตรอดได้อย่างเดียว แต่ถ้าในตอนนี้มีนักรบมายื้อมันไว้ล่ะก็ จะสามารถลดเวลาในการวิ่งหนีไปได้เลย
    อีกอย่าง ถ้ามีคนอยู่ด้านหน้า มอนสเตอร์ก็จะอยู่รวมกันมากกว่าเดิม ไม่วิ่งไปทั่ว อย่างนี้ ผลลัพธ์ในการยิงก็จะเพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว
    หอการค้าเหมยฮวา ก็ยังเป็นหอการค้าเหมยฮวาเหมือนเดิม
    มองดูอาวุธและโล่ที่เกือบจะกองเต็มห้องโถงร้านแล้วในที่สุดหลงจู๊ก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา สายตาเขาหยุดชะงักบนตัวหลิวเวยอันครู่หนึ่ง จำเป็นจะต้องพูดว่า ชายหนุ่มคนนี้ทำให้เขารู้สึกทึ่งมาก ใช้เวลาไปสิบนาที จึงจะแยกประเภทอาวุธเสร็จ แต่การประเมินราคาเร็วมากใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็คำนวณเสร็จแล้ว
    “เจ้าหนุ่ม เจ้าก็ถือว่าเป็นลูกค้าประจำแล้วข้าให้ราคาตามจริงกับเจ้าแล้วกัน หนึ่งพันสามร้อยเหรียญทอง เป็นยังไง?”
    “ตกลง!” ราคาที่หลิวเวยอันคำนวณไว้ก็ประมาณนี้ พอเดินออกจากร้าน หลิวเวยอันนำเงินหกร้อยห้าสิบเหรียญทองยื่นให้หลูเยี่ยน ตอนรับเหรียญทองมา มือของหลูเยี่ยนสั่นไปหมดทั้งมือ เวลาฆ่าคนเธอยังไม่เคยกลัวเลย แต่ตอนรับเงินก้อนใหญ่นี้มา กลับทำให้เธอมีความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นโจร
    หลิวเวยอันมองเธอที่ดูไม่สงบ แล้วอยากจะพูดออกมาว่า ทำงานกับพี่ รับรองว่าได้กินดีอยู่ดีแน่นอน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ

    ตอนหลิวเวยอันบังคับรถวัวไปยังร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' หลูเยี่ยนก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เธอบอกลาเสร็จก็รีบออกจากเกมไป หลิวเวยอันไม่ได้ถามอะไร เพราะทั้งสองคนเพิ่งเคยเจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น ยังไม่ได้ถึงขั้นพูดคุยความในใจต่อกัน พอจัดการศพเสร็จ เขาคิดดูแล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำ จึงบังคับรถวัวไปที่สุสานอีกรอบ แล้วขนศพผีดิบเจียงซือ ผีดิบ และซากดิบทั้งหมดกลับมา ถึงจะได้เงินก้อนใหญ่แล้ว แต่จะลืมงานประจำไปไม่ได้ อีกอย่างต้องรีบหาเงินให้มากใครจะไปรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
    ตอนกลับไปถึงที่ร้าน ก็ประมาณเที่ยงคืนแล้ว หลิวเวยอันก็เริ่มรู้สึกง่วงนอนแล้ว แต่เขายังนอนไม่ได้ เพราะยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่ นั่นก็คือการเขียนยันต์
    วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะยันต์ฮู้ปราบผีดิบ ผลที่ตามมาไม่อาจคาดได้ นึกถึงมือศิลาปีศาจของชายวัยกลางคนแล้ว ช่างเก่งกาจจริง ๆ เลย ขนาดผีดิบเจียงซือที่ยิงฟันไม่เข้า มีแรงมหาศาลยังกำบังเขาไม่ได้ การยิงธนูติดต่อกันที่ยิงโดนเขา ก็ไม่มีถลอกเลยแม้แต่นิดเดียว เก่งกาจจนเหลือเชื่อ
    อาจจะเป็นเพราะเคยผ่านความเป็นตายมารอบหนึ่งแล้ว ในใจจึงรู้สึกสงบกว่าปกติมาก เวลาสองชั่วโมงเขียนยันต์ใส่ธนูยี่สิบห้าดอก ล้มเหลวไปหกดอก สำเร็จสิบเก้าดอก แม้อัตราการล้มเหลวจะยังสูงอยู่ แต่ถ้าเทียบกับเมื่อวาน ก็ถือว่าเขาก้าวหน้าขึ้นเยอะมากแล้ว ยันต์ฮู้ปราบผีดิบได้กลายเป็นไพ่ใบสุดท้ายของเขาไปแล้ว ต้องหมั่นฝึกฝนให้มากกว่าเดิม
    พอออกจากโรงเตี้ยม ก็รู้สึกง่วงขึ้นมา ในตอนที่เขากำลังจะออกจากเกม ในสมองก็มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา ทำไมเขาต้องคอยกังวลที่จะโดนขบวนรถเฟยหม่าแก้แค้นอย่างเดียว แต่ไม่คิดที่จะไปแก้แค้นขบวนรถเฟยหม่าบ้างล่ะ ทำไมต้องกลัวคนอื่นตลอดเวลา ทำไมไม่ทำให้คนอื่นกลัวเรา? เขาตกเข้าไปในความคิดผิด ๆ ทำให้ตกเป็นฝ่ายรับมากเกินไป ถ้าเขาเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนเหมือนวันนี้ ก็อาจจะไม่ต้องรู้สึกกังวลเช่นนี้แล้ว ใช้เงินซื้อคนจำนวนหนึ่ง ให้คอยจ้องขบวนรถเฟยหม่าไว้ ถ้าเจอคนก็ฆ่าคน เจอรถก็ยึดของ ก็เหมือนดั่งคำที่ว่าคนเท้าเปล่าไม่กลัวคนใส่รองเท้า ขบวนรถเฟยหม่ามีกิจการใหญ่โต ข้อบกพร่องก็มีมากเช่นเดียวกัน ส่วนเขาอยู่ตัวคนเดียว แค่หนีเข้าไปในป่า ถึงขบวนรถเฟยหม่าจะใช้ทหารและม้าเป็นพันเป็นหมื่นก็หาเขาไม่เจออยู่ดี ตอนนี้มีแหวนมิติอยู่ในมือ ถ้าซื้ออาหารและลูกศรที่มากพอใส่ในนั้น ไม่กลับเมืองสือโถวสักสามถึงห้าเดือนก็ไม่มีปัญหา เขาทนรอได้แต่ขบวนรถเฟยหม่าทนรอไม่ได้ ไม่ทำธุรกิจแค่วันเดียวก็ไม่รู้ต้องสูญเสียเหรียญทองไปมากเท่าไหร่ แค่ไม่เปิดกิจการแค่เดือนเดียวก็จะล้มละลายอยู่แล้ว ถ้าพูดจากด้านนี้แล้วขบวนรถเฟยหม่าตางหากที่ควรจะกลัวเขา
    น่าจะให้ขบวนรถเฟยหม่ามาคุยตกลงกับเขา ไม่ใช่คอยคิดหาวิธีแก้ปัญหาเอาเอง นี่ถึงจะเป็นการจัดการที่ถูกต้อง หลิวเวยอันยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตนควรจะทำเช่นนี้ เขาตีต้นเขาตนเองแรง ๆ หนึ่งที“ปัดโถ่เว้ย ทำการใหญ่กันไปเลย”
    ขบวนรถเฟยหม่าเป็นหนึ่งในอำนาจรองของเมืองสือโถว แน่นอนว่าต้องมีร้านเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ของที่ร้านพวกเขาขายมีประเภทเดียว แต่เป็นประเภทที่ได้กำไรมาก สิ่งพวกเขาขายก็คือเมล็ดพันธุ์พลังงานและถุงเนื้อ
    เมล็ดพันธุ์พลังงานมีมูลค่าสูง เป็นเรื่องที่รู้กันทุกคน แต่เงินมีมูลค่ามากยิ่งกว่า ไม่มีเมล็ดพันธุ์พลังงาน ผู้คนก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็คงมีชีวิตต่อไปไม่ได้แล้ว ผู้คนมากมายที่มีเมล็ดพันธุ์พลังงาน ไม่เลือกที่จะกินเองทั้งหมดแต่เลือกที่จะนำไปขายแลกงินแทน
    เมล็ดพันธุ์พลังงานเม็ดหนึ่ง ถูกที่สุดก็ราคาเจ็ดแปดสิบเหรียญเงิน แบบดีหน่อยก็ราคาหลายเหรียญทอง ที่แพงขึ้นมาอีกหน่อยก็หลายสิบเหรียญทองหรือเป็นร้อยเหรียญทองเลย เมล็ดพันธุ์พลังงานเช่นนี้หากนำไปขายให้พวกชนชั้นสูง ก็จะได้ราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่าในพริบตา ขบวนรถเฟยหม่าใช้การซื้อถูกขายแพง ทำกำไรมาได้มากมาย
    ถุงเนื้อก็ด้วยเช่นกัน แต่ทว่า สิ่งที่ได้กำไรมากกว่าการซื้อราคาต่ำขายราคาสูงก็คือการพนันถุงเนื้อ ขบวนรถเฟยหม่ารับถุงเนื้อมาจำนวนมาก เปิดเล่นตั้งแต่เช่าถึงกลางคืน วิธีการพนันก็มีหลากหลายวิธี แต่สามการเล่นที่พบมากที่สุดได้แก่ พนันของก็คือการพนันว่าของด้านในถุงเนื้อคืออะไร แบบที่สองไม่พนันสิ่งของแต่พนันราคา แบบที่สาม สองฝ่ายพนันกัน เลือกถุงเนื้อมาคนละถุงแล้วดูว่าเปิดออกมาแล้วของใครราคาสูงมากกว่ากัน
    เพราะมีโอกาสเสียมาก ดังนั้นหากพนันได้ถูกต้อง ก็สามารถร่ำรวยได้ภายในชั่วค่ำคืน จึงมีนักพนันมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากทุกวัน แม้แต่คนซื่อตรงอย่างเฮยหนิวยังเคยไปเล่นพนันหลายครั้งเลย แต่พวกเขาพนันเงินไม่มาก เล่นประมาณห้าหกเหรียญทองแดงเท่านั้น แต่ก็แพ้เสียเงินไปหมดอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึง
    ตอนนี้เป็นตอนกลางคืนแล้ว บนถนนเงียบสงัดจนน่ากลัว “แดนสัตว์อสูร” ไม่ใช่โลกมนุษย์ ไม่มีไฟตามถนน ในตอนกลางคืนก็มีแค่ดวงจันทร์เท่านั้นที่ส่องสว่างฉายแสงลงมา
    หลิวเวยอันแอบลอบเข้าร้านของในอุตสาหกรรมของขบวนรถเฟยหม่า โดยปกติแล้ว ร้านที่ไม่ค่อยถูกต้องตามกฏหมายเท่าไหร่จะชอบเปิดร้านตอนกลางคืน แต่ใน “แดนสัตว์อสูร” ไม่เป็นอย่างนั้น ตอนกลางคืนไม่มีผู้คน จึงต้องเปิดร้านในตอนเช้าเท่านั้น ส่วนตอนกลางคืนก็ปิดร้านไว้ ในร้านเหลือเพียงพนักงานสองคนกับหลงจู๊อีกหนึ่งคนเท่านั้น เขาตามหาซ้ำหลายรอบ แต่ก็ไม่เจอคนอื่น หลิวเวยอันจึงชักดาบออกมา จบชีวิตพวกเขาสามคนลง
    แต่ที่หลิวเวยอันไม่รู้คือ โดยปกติแล้ว ในร้านจะมีองครักษ์อย่างน้อยสิบคน อีกอย่างโดยปกติแล้วขบวนรถก็จะนอนที่หลังร้าน แต่ในวันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นสองเรื่อง องครักษ์ทั้งหมดจึงโดนเรียกออกไป หนึ่งคือหัวหน้าใหญ่พาคนไปซุ่มโจมตีหลิวเวยอัน สองคือนายน้อยไปเที่ยวเล่นในเมืองที่ห่างออกไปร้อยกว่ากิโล องครักษ์ของเขาตายแล้ว เขาจึงดึงองครักษ์ทั้งหมดของร้านไปแทน ที่จริง การทำเช่นนี้ไม่ถูกกฏ แต่ใครให้เขาเป็นนายน้อยล่ะ
    เพราะเรื่องบังเอิญพวกนี้ จึงทำให้หลิวเวยอันได้ประโยชน์ไปอย่างง่ายดาย
    เขาเปิดโกดังร้านออก ก็เจอเมล็ดพันธุ์พลังงานที่เหมือนดั่งคริสตัลเต็มไปหมด ทำให้หลิวเวยอันตาพร่าไปเลยทีเดียว เขาใช้ถังไม้ใส่มันเอาไว้ ทั้งหมดมีจำนวนถึงครึ่งถัง แม้ถังไม้จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ใส่เมล็ดพันธุ์พลังงานเป็นหมื่นเม็ดก็ไม่มีปัญหา
    จะรวยแล้ว!
    โกดังอีกอันเป็นที่เก็บถุงเนื้อ จำนวนเป็นหมื่นเช่นเดียวกัน สีดำอัดกันแน่นเต็มโกดังไปหมด หลิวเวยอันใช้แหวนมิติกวาดไปรอบหนึ่งเก็บทั้งหมดเข้าไป
    มาถึงกล่องอันสุดท้ายแล้ว พอเปิดออกดู ก็โดนแสงสีทองประกายทำให้แสบตา แสงนี้ทำให้ห้องถูกสะท้อนกลายเป็นสีทองไปทั้งห้อง เหรียญทอง ข้างในนั้นเต็มไปด้วยเหรียญทอง
    ตอนนำเหรียญทองทั้งหมดเทเข้าไปในแหวนมิติ มือหลิวเวยอันสั่นไปทั้งมือ น่าจะมีประมาณหนึ่งหมื่นหกถึงเจ็ดพันเหรียญได้ ตอนนี้ เขาเข้าใจความรู้สึกของหลูเยี่ยนที่มือสั่นตอนรับเงินหกร้อยห้าสิบเหรียญทองแล้ว
    ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลิวเวยอันเดินออกจากร้านของขบวนรถเฟยหม่าก่อนจะปิดประตูเบา ๆ
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-