เซียวอวี้ฉีงุนงงไป นี่เขาไปมีชู้รักั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมถึงเพิ่งได้ข่าว?
เอ่อ…คงมิใช่ว่าติงอ๋องเข้าใจว่าบุรุษคนนั้นเป็คนรักของเขาหรอกนะ!?
“ใช่น่ะสิ บุรุษที่อยู่ในห้องคุณชายสูงศักดิ์ ยังไม่ตบแต่งย่อมเป็ชู้รักมิใช่รึ!”
ติงหลินต๋าขบเขี้ยวฟัน คิดว่าตนเกือบถูกความใสซื่อของอีกฝ่ายหลอก
บริสุทธิ์อะไรกัน เื้ัก็พาผู้ชายเข้าห้อง ทำทีเป็สูงส่ง น่ารังเกียจจริง!
“ข้าไม่เข้าใจว่าท่านอ๋องหมายถึงอะไร คืนนั้นอวี้ฉีอยู่ในเรือนไม่ได้ออกไปร่วมงาน เช้ามาก็ได้ข่าวว่าท่านอ๋องได้รับาเ็เท่านั้น”
“นี่เ้าคิดจะบ่ายเบี่ยงรึ?”
ติงหลินต๋าไม่พอใจหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ของอีกฝ่าย
“ไม่ขอรับ ข้าและสกุลเซียวนั้นทราบว่าท่านอ๋องาเ็เป็ห่วงท่านอ๋องอยู่มาก ตอนนี้ได้มาเห็นว่าท่านสบายดีก็โล่งใจ จะนำความไปบอกมารดาว่าท่านไม่เป็อะไรมากขอรับ”
“เ้าอย่ามาทำไขสือ! ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะชู้รักสารเลวของเ้า ข้าหรือจะมีสภาพเช่นนี้ ถ้าเ้าไม่ยอมรับงั้นข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าเ้าพาผู้ชายเข้าห้อง มีสัมพันธ์ผิดจารีต!”
“ท่านอ๋องโปรดระวังวาจา เื่เช่นนี้ผู้เสียหายคือผู้น้อย หากท่านไม่พอใจสกุลเซียวที่ละเลยปล่อยให้ท่านาเ็ เช่นนั้นเื่นี้ควรตกลงกันว่าจะให้ชดใช้อย่างไร หาใช่จะป้ายสีว่าข้าลอบพบบุรุษเพื่อแก้แค้น”
เซียวอวี้ฉีเชิดคางขึ้น ตอกกลับไปสีหน้าสงบ
“ข้าป้ายสีเ้า? ดี ดีนัก! คืนนั้นถึงข้าจะพลาดท่าให้ชู้รักของเ้า แต่ข้าก็ยังเป็พยานเื่คาวๆ ความบัดสีที่บอกใครไม่ได้ของเ้าข้าเก็บไว้ในนี้ เ้าอยากให้ข้าเอาให้ทุกคนดูไหมล่ะ?”
ติงหลินต๋ายกวัตถุเวทขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา เป็กระจกบันทึกเงาทองเหลือง เห็นเช่นนั้นเซียวอวี้ฉีใจกระตุกไปวูบหนึ่ง
กระจกบันทึกเงานี้เป็วัตถุเวทที่ใช้สำหรับบันทึกภาพเหตุการณ์ เมื่อร่ายคาถา ภาพและเสียงจะถูกผนึกไว้ในนั้น วิธีฉายภาพคือ ให้หยดเืของผู้ถือครองลงบนกระจก
นี่คงไม่ใช่ว่า ติงหลินต๋าผู้นี้บันทึกภาพตอนเขากับชายคนนั้น…ทำเื่นั้นไว้หรอกกระมัง!?
บัดซบเอ้ย เซียวอวี้ฉีเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการกระทำชั่ววูบของตนก็ตอนนี้เอง!
ความเงียบนั้นเหมือนเป็การยอมรับกลายๆ ติงหลินต๋าเหยียดยิ้มมองอีกฝ่าย อย่างได้ใจ
“เป็อย่างไร แก้ตัวไม่ได้เสียแล้วหรือไม่ เอาล่ะ ถ้าเ้ายอมรับเสียตอนนี้ ข้าจะไม่เปิดเผยอะไรพวกนี้”
“…”
เซียวอวี้ฉีไม่กล่าวอะไร เพียงนิ่งคิดผลได้ผลเสีย เขาควรจะหนักแน่นยืนกรานความบริสุทธิ์ เชื่อว่าติงอ๋องเพียงข่มขู่ ความจริงไม่มีภาพอะไรบันทึกไว้
แต่ถ้า อีกฝ่ายบันทึกภาพไว้ เขาไม่ยอมรับแล้วถูกหลักฐานมัดตัวกลางสายตาผู้คนเช่นนี้ย่อมหมายถึงหายนะ…
ทำอย่างไร ทำอย่างไรดี!
ติงหลินต๋ามองท่าทางนิ่งสงบของอีกฝ่ายทว่าแววตาสะท้อนความกระวนกระวายเด่นชัดพลันหัวเราะหึๆ ย่ามใจจนตัวพอง เ้าตัวชูกระจกขึ้น ประกาศให้ได้ยินกันทั่ว เรียกความสนใจจากแเื่ในหอให้มุงมองมา
“เร่เข้ามาๆ วันนี้วันดี อ๋องอย่างข้าจะเปิดละครรักหักสวาทของคุณชายเซียวให้ทุกคนดู ใครอยากรู้บ้างว่าบุรุษใดกันแน่เป็ชู้รักของเขา เอ้า มุงมาทางนี้ ถ้าอยากดูลีลาเด็ดๆ ของคุณชายเซียวก็มุงเข้ามา!”
หลายคนในที่นั่นไม่น้อยเป็แขกในตระกูลสูง พอได้ยินว่ามีเื่คาวๆ ของพวกเดียวกันมีหรือจะไม่เสนอหน้า แต่ละคนทิ้งเื่ที่ทำค้างไว้ออกจากห้อง เกาะระเบียงดูละครฉากสำคัญที่ด้านล่าง
ยิ่งคนมากยิ่งเสียหายหนัก เซียวอวี้ฉีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่มีเวลาคิดมากอีกต่อไป จำต้องก้าวขึ้นหน้า ผ่อนคลายท่าทาง กล่าวต่อหน้าทุกคนเรียบๆ
“ในเมื่อท่านอ๋องอยากให้ข้ายอมรับ ย่อมได้ ข้ายอมรับ”
“ยอมรับแล้ว เขายอมรับแล้ว!”
เสียงฮือฮาจากคนที่เข้ามามุงเซ็งแซ่ทันทีทันใด ที่แท้เื่ที่เขาลอบพบบุรุษในหอนอนก็เป็ความจริง คุณชายสกุลเซียวยังไม่ตบแต่งก็ข้ามขั้น ทำผิดจารีตจริงๆ!
หลายตระกูลในนั้นทราบว่าแม่ทัพเซียวเคร่งครัดเื่ความบริสุทธิ์ของบุตรชายทั้งสองมาก หากมาได้ยินว่าบุตรชายยอมรับต่อหน้าธารกำนัลว่าทำเื่บัดสีมีหรือจะไม่โกรธา คุณชายคนนี้ไม่กลัวบิดาลงโทษเลยรึไง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม สายตาเหยียดยามดูถูกพุ่งใส่ร่างเซียวอวี้ฉีจนแทบเป็รูพรุน
ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าประจำตระกูลยืนนิ่งดั่งเขาไท่ซาน สีหน้าไม่สะทกสะท้านต่อคำซุบซิบเสียๆ หายๆ เพียงเอ่ยกับติงหลินต๋าที่กำลังทำหน้ามีชัย
“ข้ายอมรับว่าอยู่กับคู่หมั้นของข้าในห้อง”
“คู่หมั้น?”
คนที่ได้ยินทวนคำพร้อมกัน หันไปมองหน้ากันแล้วไปต่อไม่ถูก
หากเป็คู่หมั้นก็ดูเหมือนจะไม่ผิด สองคนมีพันธะผูกพันเปรียบดั่งสามีภรรยา การร่วมห้องหรือแม้เกินเลยไปกว่านั้นก็เรียกไม่เต็มปากว่าผิดจารีตนัก
เื่คล้ายจะพลิกผัน ติงหลินต๋าไม่สบอารมณ์ แย้งเสียงดัง
“เซียวอวี้ฉี เ้าไปมีคู่หมั้นอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ ถ้ามีจริง ทำไมไม่เคยมีใครได้ยินเล่า”
“เื่ในครอบครัวไม่เปิดเผย เื่นี้บิดาข้าเป็คนกำหนด ถึงเวลาเหมาะสมย่อมตบแต่งเขา หากยังมีข้อสงสัยรอบิดาข้ากลับมาก็จะรู้เอง”
เซียวอวี้ฉีอธิบายอย่างใจเย็น แสดงให้เห็นว่าเื่เช่นนี้เป็เื่ส่วนตัว ไม่มีความจำเป็ใด้าป่าวประกาศ
“เื่ในครอบครัวอันใด เ้าคิดว่าเ้าเป็ลูกชาวบ้านธรรมดา จะหมั้นกับใครจะแต่งให้ใครจะไม่มีใครสนใจงั้นรึ? หรือครอบครัวเ้าปกปิดเพราะไม่พอใจการหมั้นอะไรนี่ ที่ไม่บอกใครว่าเ้ามีเ้าของจะได้เร่ขายให้บ้านอื่นไปด้วย!”
คำแก้ตัวนั้นทำติงหลินต๋าเดือดดาล คืนนั้นเขาออกปากรับอีกฝ่ายเป็อนุลำดับที่สิบแปดก็เพราะฮูหยินใหญ่เซียวคุยว่าบุตรคนโตยังไม่หมั้นหมาย กำลังมองหาบ้านดีๆ ให้ตบแต่ง
“ท่านอ๋องระวังคำพูด สกุลเซียวไม่มีเจตนาหลอกลวงผู้ใด และผู้น้อยหาใช่สินค้าที่จะเอามาเร่ขายตามตลาด บิดาของผู้น้อยอยู่ชายแดนมีสหายมากมาย คู่หมั้นของผู้น้อยหาใช่คนที่นี่จึงไม่มีใครทราบเท่านั้นเอง”
เซียวอวี้ฉีเริ่มเดือดนิดๆ ที่อีกฝ่ายดูถูกกันขนาดเอาไปเปรียบกับสินค้าราคาถูก
“เ้าพูดว่าไม่หลอกลวงก็ไม่หลอกลวงเรอะ แล้วใครกันที่โกหกว่าไม่ได้ซ้อมข้า ไม่ใช่เ้าหรอกรึ! พลิกลิ้นไปมาใครยังเชื่อเ้าก็บ้าแล้ว ไม่รู้ล่ะ คู่หมั้นเ้าทำร้ายข้า วันนี้ไม่เ้าก็มันต้องมารับโทษกับข้า!”
รับโทษ?
คราวนี้เซียวอวี้ขมวดคิ้ว มองติงอ๋องกล่าวเสียงเรียบ
“ท่านบอกว่าเขาทำร้ายท่านในห้องของข้า เรือนนอนของข้าเป็เขตหวงห้าม หมายความว่าเป็ท่านบุกรุกเข้ามามิใช่หรือ? หาไม่แล้วเขาจะทำร้ายท่านทำไม”
จบถ้อยนั้นติงหลินต๋าผงะทันที
พอพูดเช่นนี้เขาก็ดูเป็คนเลวน่ะสิ เข้าไปในหอนอนของบุรุษยังไม่แต่งงาน ไปเห็นพวกเขาพลอดรักกันทั้งยังบันทึกภาพไว้ สองคนนั้นรู้ตัวเขาเลยถูกชายที่เป็คู่หมั้นคนนั้นกระทืบน่วม เช่นนี้มีอันใดแปลก? สรุปใครกันแน่ที่ผิด?
คนที่ยืนฟังเหตุการณ์ปะติดปะต่อเื่ราวแล้วพากันทำหน้าหยี๋ใส่พฤติกรรมโรคจิตแอบดูคนอื่นของติงหลินต๋าทันที
กระนั้นติงอ๋องไม่ยอมรับจะทำไม
“ข้าเป็อ๋องจะเดินไปที่ใดทางใดย่อมได้ทั้งนั้น ในเมื่อคู่รักของเ้าทำร้ายข้าผู้เป็อ๋องยอมต้องถูกโบยจนตาย!”
“งั้นหรือ เช่นนั้นท่านมีหลักฐานว่าเขาทำร้ายท่าน?”
เซียวอวี้ฉีไม่ยอมแพ้ เอ่ยขอหลักฐานยืนยันคำพูดใส่ร้ายของอีกฝ่าย
“หลักฐาน? เ้าดูเบ้าตาข้า ดูรอยช้ำบนตัวข้า นี่มิใช่หลักฐาน?”
ติงหลินต๋าถกแขนเสื้อซ้ายขวาให้ดูร่องรอยที่ยังไม่หายพวกนั้น เซียวอวี้ฉีมองด้วยสีหน้าสงบ ยิ้มขึ้นนิด
“รอยช้ำนี่ใครจะรู้ว่าท่านไปมีเื่กับใครหรือรบราฆ่าฟันกับสตรีใด ได้ยินว่าท่านเมาจนล้มในดงกุหลาบ รอยพวกนี้อาจเป็เพราะท่านทำตัวเอง ใช้เป็หลักฐานไม่ได้หรอก”
“นี่เ้า!”
ติงหลินต๋าไม่คิดว่าคุณชายหน้าตาสะอาด ดูไม่มีพิษมีภัยจะฝีปากกล้า กล่าวปัดความรับผิดชอบได้ลื่นไหลปานนี้
ทั้งที่เขาพูดเื่จริงไปมากมายแต่กลับไม่มีใครเชื่อ กลายเป็หันมาระแวงสงสัยเขาเสียอีก รอยแผลเองก็ใช้เป็หลักฐานเอาผิดไม่ได้เพราะไม่มีพยาน น่าตายนัก!
“แต่ข้าว่าท่านอ๋องยังพารอยช้ำพวกนั้นมาหาความสำราญที่นี่ได้ ก็แปลว่าท่านไม่ได้เป็อะไรมากกระมัง”
เซียวอวี้ฉีเอียงคอถามพลางมองไปรอบๆ แล้วหยุดลงที่ประตูห้องชั้นสองที่เปิดกว้าง
หน้าห้องนั้นยังมีหญิงสาวสองสามคนที่บริการติงหลินต๋าเมื่อครู่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วย ทั้งตัวติงอ๋องเองนั้นก็สวมเพียงกางเกงและเสื้อคลุม ร่องรอยกิจกรรมในห้องนั้นเองก็ยังเด่นชัดที่ซอกคอและแผงอก
สภาพเหมือนว่าสนุกสนานรื่นเริงเช่นนี้ ทำให้ทุกคนเห็นว่าติงอ๋องออกจะโวยวายเกินเหตุ
“เ้า… ดีนักนะ! เช่นนั้นข้าจะเอาเ้ามาหาความสำราญชดเชยแทนชู้เลวของเ้า!”
ติงหลินต๋าโมโหหน้าแดงคำราม ลงมือว่องไว ทำมุทราเสกเชือกห้าดอกมัดมารสีทองส่องสว่างเส้นหนึ่งพุ่งออกมารัดร่างเซียวอวี้ฉี กระชากคนอย่างแรงเรียกเสียงร้องจากคนรอบข้าง
ผลั่ก!
“!”
เซียวอวี้ฉีไม่ทันตั้งตัวสักนิดล้มแทบเท้าติงหลินต๋า จมูกกระแทกพื้น ยังไม่ทันเงยหน้าก็ถูกลากขึ้นไปชั้นสอง
เชือกห้าดอกมัดมารที่มัดตัวเขานี้หากไม่ใช้จะเบาดุจขนนก หากใช้เวทผูกขึ้นมาจะหนักดั่งภูผาพันลูก ตัวเชือกเหนียวทอจากแมงมุมปีศาจพันปี หลอมเข้ากับเส้นทอง์ถักเป็ปมห้าบัวตลอดเส้น ถูกมันมัดปราณในร่างจะถูกดูดซับหมดเรี่ยวแรง และหากยิ่งดิ้นปมก็จะแน่นขึ้นเรื่อยๆ อะไรก็ตัดไม่ขาด
“ดูซิ เ้ายังกล้าสามหาวอีกหรือไม่!”
ติงหลินต๋ากระชากตัวคนลอยหวืดเหมือนเส้นบะหมี่ที่ถูกสะบัดขึ้นบันได เซียวอวี้ฉีตั้งตัวไม่ได้โดนเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังจนตาลาย
บัดซบ เกิดอะไรขึ้น!
คนถูกเหวี่ยงมึนงง พยายามทรงตัว ดีที่ก่อนจะถูกพาเข้าประตูห้องเขาเอาเท้ายันขอบประตูไว้ทัน
“ติงอ๋อง! ฉุดคร่าคนเช่นนี้ผิดกฎหมาย!”
เซียวอวี้ฉีะโ กัดฟันขืนไว้ ยังไม่เข้าใจว่าชายชั่วคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ท่ามกลางสายตามากมายยังกล้าฉุดเขาเข้าห้อง!
ติงหลินต๋าไม่คาดว่าเซียวอวี้ฉียังมีแรงสะดุดหน้าแทบคว่ำ หันมาตวาดเกรี้ยวกราด
“กฎหมายบ้าบออันใด ขนาดอ๋องอย่างข้าโดนซ้อมจนน่วมกฎหมายยังช่วยไม่ได้ แล้วเ้าเป็ใครถึงคิดว่าจะมีใครมาช่วย? ถ้าจะเอากฎหมายก็เข้ามานี่ ข้าจะให้เ้าเห็นว่ากฎหมายเป็อย่างไร!”
โดนกระชากอีกรอบประตูที่ถูกเท้ายันอยู่หักดังกร๊อบ เซียวอวี้ฉีหมดแรงเสียการทรงตัวปลิวหวืดเข้าด้านใน ฉับพลันนั้นข้อมือของใครคนหนึ่งพลันคว้าเชือกทองเอาไว้!