บทที่ 21 พ่อเกิดเื่ขึ้น
ตะกร้าใบหนึ่งที่บ้านก็หนักกว่าสิบจินแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นถือตะกร้าขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เธอดีใจมาก "มันใช้ได้จริง ๆ ด้วย ก่อนหน้านี้ฉันสามารถถือได้มากสุดแค่หกเจ็ดจิน"
นี่เป็การเพิ่มแต้มพลังกายภาพ
ตอนนี้เธอสามารถยกของหนักสิบจินได้แล้ว!
ไปตัดหญ้าเลี้ยงหมู ครั้งหน้าแบ่งเป็สี่ห้ารอบก็ขนกลับบ้านได้แล้ว ไม่ต้องเหมือนเมื่อก่อน ที่ต้องรอแม่มารับ
"การสุ่มรางวัลครั้งนี้ ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก"
"ถ้าครั้งหน้าสุ่มได้แบบนี้อีกก็ดีสิ"
เย่เสี่ยวจิ่นกำมือแน่น
ไม่รู้ว่าเป็เพราะคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนเธอแข็งแรงขึ้นมากเลย
ในเมื่อตอนนี้มีแรง เธอจึงรีบทำอาหารไก่ให้เสร็จ
เมื่อทำเสร็จแล้ว เธอก็สามารถหิ้วมันไปวางไว้ข้างเล้าไก่ได้ด้วยตัวเอง
"มีแรงเยอะแบบนี้มันสะดวกขึ้นเยอะเลยนะ"
"กุ๊ก ๆ ๆ"
แม่ไก่เดินไปเดินมาอยู่ในเล้า ลูกไก่ขนปุยหลายตัวก็เดินตามหลังแม่ไก่ ดูเหมือนแม่ไก่จะกระสับกระส่าย อยากจะออกจากเล้าไก่แล้ว
ลูกไก่มากกว่า 20 ตัว เดินได้อย่างมั่นคง ยังมีอีกหลายตัวที่ยังอยู่ในรังกับแม่ไก่ตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง
ไข่ 40 ฟอง ฟักออกมาได้ไก่ตัวน้อย ๆ 30 กว่าตัว ถือว่าเป็อัตราการฟักที่สูงมาก
เย่เสี่ยวจิ่นเปิดประตูเล้าไก่ ปล่อยให้แม่ไก่พาลูกไก่ออกมาจิกกินหญ้าเล็ก ๆ
เธอลูบลูกไก่เบา ๆ ตัวอุ่น ๆ กลม ๆ
พอโดนเธอจับ ลูกไก่ก็รีบกระพือปีกน้อย ๆ ที่ยังไม่มีขนวิ่งหนีไป
"จิ๊บ ๆ ๆ"
ลูกไก่ดูจะใ ‘สิ่งแปลกปลอม’ อย่างเธอเข้าแล้ว
พวกมันต่างก็วิ่งหนีเธอไปไกล
"ฮ่า ๆ ๆ" เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มพลางนั่งยอง ๆ อยู่ที่ประตูเล้าไก่ มองดูลูกไก่ของเธอ
ความรู้สึกภาคภูมิใจผุดขึ้นมาในใจ
"รอพวกแกโตกว่านี้ ฉันก็จะได้กินไก่สักที"
"ในที่สุดก็มีเื่ให้ตั้งตารอเสียที กินไข่ทุกวันมันก็ไม่ไหวนะ"
เธอน้ำตาแทบไหล "ชีวิตที่ไม่มีเนื้อสัตว์กิน มันช่างจืดชืดเสียจริง"
เหล่าลูกเจี๊ยบคงยังไม่รู้ตัวว่า ในสายตาของเย่เสี่ยวจิ่น
พวกมันกลายเป็กับข้าวไปเรียบร้อยแล้ว
"ไก่ผัดขิงแก่..."
"ไก่ตุ๋นซีอิ๊ว..."
"ไก่เส้นหมาล่า..."
"ไก่ตุ๋นเห็ด..."
เย่เสี่ยวจิ่นได้แต่นึกภาพปลอบใจตัวเอง
ในชนบท การได้กินไก่ถือเป็เื่น่าตื่นเต้นมาก
ยิ่งไปกว่านั้น แค่อาหารของคนยังไม่พอ แล้วจะมีอาหารเลี้ยงไก่ได้อย่างไร
ดังนั้น จึงไม่มีใครเลี้ยงไก่
จู่ ๆ เย่จู่ก็เดินผ่านมา เห็นไก่ของเย่เสี่ยวจิ่นเยอะแยะมากมาย ก็รู้สึกประหลาดใจสุดขีด
“เย่เสี่ยวจิ่น แกเลี้ยงไก่ไว้มากมายขนาดนี้จะทำอะไร”
“พวกแก แค่ข้าวปลายังไม่มีจะกิน จะมีอาหารมากมายมาเลี้ยงไก่ได้ยังไง”
เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกถึงคำถามอีกข้อหนึ่ง “แล้วบ้านแกเอาไข่มาจากไหนเยอะแยะ ถึงได้ฟักไก่ได้มากมายขนาดนี้”
“แม่แกคงไม่ได้ไปขโมยไข่ไก่จากฟาร์มไก่มาหรอกนะ!”
“ปากเธอสกปรกนักนะ มองใครก็เป็ขโมยไปหมด” เย่เสี่ยวจิ่นพูดพลางหยอกล้อไก่ตัวเล็ก ๆ “พวกเราได้ลูกไก่มาจากไหน มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”
“ว่าไงนะ หรือว่าปู่ย่าของแกได้ของดีอะไรมาอีกล่ะ?”
เย่จู่โมโหจนพูดว่า “แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ!”
ก่อนหน้านี้ เย่จู่ถูกคนในบ้านด่าอยู่หลายวันเพราะเื่เนื้อตากแห้ง
เธอจะไม่มาคุยเื่นี้กับเย่เสี่ยวจิ่นอีกแล้ว! ครั้งนี้แค่จะมาดูตะกร้าปลาที่เธอวางทิ้งไว้ในลำธาร
“หึ ไก่ที่แกเลี้ยงคงจะอดตายไปด้วยกันหมด”
เย่เสี่ยวจิ่นเห็นเย่จู่เดินไปที่ริมธาร เธอก็เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเย่จู่จับปลาอย่างไร
เห็นเพียงเย่จู่หยิบตะกร้าสานทรงกระสวย ปากกลม ก้นแหลม ออกมาจากลำธาร
ตะกร้านั้นก็ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป
มันมีความยาวประมาณ 50 เิเ หัวของมันกลม ๆ ทำให้ปลาสามารถลอดเข้าไปได้ ส่วนปลายของลอบดักปลาถูกมัดด้วยห่วงไม้ไผ่
ตรงกลางเป็โพรง มองเห็นปลาหลดอยู่ข้างในเลือนราง
เธอประหลาดใจมาก "แค่นี้ก็จับปลาได้แล้วเหรอ มันใช้หลักการอะไร"
"เย่เสี่ยวจิ่น นี่แกโง่หรือไง เื่แค่นี้ยังไม่รู้เื่อีก" เย่จู่มองท่าทางโง่งมของเธอแล้วรู้สึกเหนือกว่า
เธอชี้ไปที่ปากลอบดักปลา "เธอดูสิ ตรงนี้ปลาหลดมุดเข้าไปได้"
"แต่อย่างที่เห็น ปากทางมันจะค่อย ๆ เล็กลง ดังนั้นเข้าได้อย่างเดียว ออกไม่ได้"
เย่จู่เปิดห่วงไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่ปลายลอบดักปลาต่อหน้าเย่เสี่ยวจิ่น
เทปลาหลดจำนวนมากลงในถังไม้เล็ก ๆ ที่เธอถืออยู่
นอกจากปลาหลดแล้ว ในถังไม้ยังมีปลาไหลอยู่ด้วย
ทุกวันเย่จู่จะวางลอบดักปลาไว้ห้าจุดในที่ต่าง ๆ กัน
"อากาศหนาว ๆ แบบนี้ ก็เอาไปวางไว้ริมแม่น้ำ ถ้าโชคดีก็จะได้ปลาน้อยมาบ้าง"
"พออากาศอุ่นขึ้น ก็เอาไปวางไว้ตามคูน้ำเล็ก ๆ ในทุ่งนาได้"
"ปลาไหลนากับปลาช่อนก็ออกมาแล้ว ่นี้ก็ถือว่าเก็บเกี่ยวได้พอสมควร"
เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าแบบนี้น่าสนุกดี
หลี่ชุ่ยชุ่ยกลับถึงบ้าน ก็ถูกเย่เสี่ยวจิ่นรบเร้าถามถึงวิธีทำโพงจับปลาไหลนา
เธอได้แต่ปฏิเสธแบบขอไปที บอกว่าอีกสองวันว่างแล้วจะทำให้เย่เสี่ยวจิ่นสักสองอัน
หลี่ชุ่ยชุ่ยฝีมือสานไม่ค่อยดี
เธอก็ไม่ใช่ว่าจะทำเป็ทุกอย่าง
เย่เสี่ยวจิ่นดีใจมาก "แม่ทำกับข้าวเถอะค่ะ หนูจะไปต้อนไก่เข้าเล้าแล้ว"
เย่เสี่ยวจิ่นรีบไปทำงานของเธอ
หลี่สุ่ยสุ่ยมองตามหลังลูกสาว ภายในใจภาวนาอย่างยิ่งให้สามีกลับมาเร็ว ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาว เธอจะไปเสียเวลานั่งทำอะไรแบบนี้กัน
เธอไม่อยากทำให้ลูกสาวผิดหวัง
“เฮ้อ...”
หลี่สุ่ยสุ่ยก่อไฟทำอาหาร เธอตั้งใจทอดไข่ให้เย่เสี่ยวจิ่นหลากหลายแบบ
เด็กกำลังอยู่ในวัยที่้าสารอาหาร จะให้กินแต่ผักทุกมื้อไม่ได้
เย่เสี่ยวจิ่นต้อนไก่เข้าเล้าเรียบร้อยแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ยามพลบค่ำ บรรยากาศในชนบทเงียบสงัดไปทั่ว
ลูกไก่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในเล้า
เย่เสี่ยวจิ่นถอนหายใจ ความจริงแล้วชีวิตแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
น่าเสียดาย ความสงบสุขอยู่ได้ไม่นาน
่เย็น ขณะที่หลี่ชุ่ยชุ่ยกำลังนอนหลับอยู่กับจิ่นเป่า ลูกสาวของเธอ
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากหน้าประตู
"โครม คราม!" เสียงคนทุบประตูจนแทบพัง
"หลี่ชุ่ยชุ่ย! เกิดเื่แล้ว!"
"รีบเปิดประตู!" หลินซิ่วอิงะโอยู่หน้าประตูด้วยความร้อนรน "ผัวเธอเกิดอุบัติเหตุขาหักตรงปากคลอง ถูกหามส่งโรงพยาบาลประจำตำบลไปแล้ว!"
เย่เสี่ยวจิ่นใสุดขีด
"จิ่นเป่า หนูอยู่แต่ในผ้าห่มก่อนนะ แม่จะออกไปดู" หลี่ชุ่ยชุ่ยสะดุ้งตื่น มือไม้สั่นเทาด้วยความใ
เธอรีบลุกขึ้นจุดเทียนไข จากนั้นก็รีบวิ่งไปเปิดประตู
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวล หวาดกลัวกับข่าวร้ายที่กำลังจะมาถึง
หลินซิ่วอิงพูดหอบหายใจว่า "ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์ บอกว่าผัวเธออยู่ที่โรงพยาบาลในหมู่บ้าน"
"เธอเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปเป็เพื่อนเธอที่หมู่บ้าน ไปดูสถานการณ์หน่อย"
หลี่ชุ่ยชุ่ยใกล้จะเป็ลม "เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้รับาเ็ ในเมื่อแค่ขุดคูน้ำเอง"
ถ้าจื้อผิงสามีของเธอเป็อะไรไป เธอคงไม่เหลือใครอีกแล้ว...
"แล้วลูกชายทั้งสามของฉันล่ะ"
หลินซิ่วอิงรีบปลอบโยน "ลูกชายของเธอปลอดภัยดี นี่ก็กำลังจะเลิกงานกลับบ้านแล้ว"
"หัวหน้าหน่วยของพวกเขาไม่ใช่ลู่เฟิงหรอกเหรอ เขาพาจื้อผิงไปะเิหินก้อนใหญ่นั่น..."
"ตอนนั้นควบคุมปริมาณดินะเิผิดพลาด จื้อผิงก็เลยเข้าไปช่วยเขา ถึงได้รับาเ็"
"เธอไม่ต้องห่วง ค่ายาแน่นอนว่าต้องให้ลู่เฟิงเป็คนออก"
ในเวลานี้ หลี่ชุ่ยชุ่ยคิดเื่ค่ายาไม่ทันแล้ว
เธอเพียงแค่กลัวว่าสามีของเธอจะกลายเป็คนพิการ แบบนั้นชีวิตนี้คงจบสิ้นกันทั้งหมด