สือชิงจู้แง้มประตูไม้แล้วชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ เขาก็ใจนอ้าปากค้าง
"ข้ายังฝันอยู่หรือ? ไม่อย่างนั้นบ้านคนปัญญาอ่อนจะมีเนื้อกรอบกิน มีโจ๊กข้าวสารกินได้อย่างไร?"
"ใครน่ะ!" หลินอวี่เพิ่งจะกินอิ่มและวางถ้วยตะเกียบลง เมื่อได้ยินเสียงจึงหันไปมอง
เห็นสือชิงจู้ทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ เช็ดน้ำลาย ดวงตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงขณะเดินเข้ามาในลานบ้าน เขาก็โกรธจัดขึ้นมาทันที การที่อีกฝ่ายจ้องมองอาหารบนโต๊ะจนน้ำลายสอเขายังพอทนได้ แต่การที่สายตาคู่นั้นคอยชำเลืองมองหน้าอกของเจียวเหนียงอยู่ตลอดนั้น ทนไม่ได้เด็ดขาด
"สือชิงจู้ เข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญถือเป็โจร ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม หากเ้าไม่ถอยออกไป อย่าบีบให้ข้าต้องลงมือตีเ้า!"
"ฝันจริง ๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นหลินอวี่ที่ปัญญาอ่อนจะหายเป็ปกติ แถมยังกล้าขู่จะตีข้าได้อย่างไร?"
สือชิงจู้คนขี้เมาแสยะยิ้มหื่นพุ่งเข้าใส่เฉินเจียวเหนียงที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร และไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปทางเนื้อกรอบ ไม่เพียงแต่อยากได้ตัวนางแต่ยังอยากกินอาหารด้วย ทว่าหลินอวี่อยู่ที่นี่ จะปล่อยให้เขาได้สมปรารถนาได้อย่างไร เขาคว้าอ้อยป่าที่ปอกเปลือกแล้วท่อนหนึ่ง ฟาดลงบนตัวสือชิงจู้เต็มแรง
"บัดซบ! เจ็บ ๆ ๆ ......"
สือชิงจู้ถูกตีจนหน้าบวมปูด รีบเอามือกุมหัวถอยร่นไปหลายก้าว จึงตระหนักได้ว่าตนไม่ได้ฝันไปแต่เป็เื่จริง! เขาถอยไปจนถึงประตูใหญ่ รู้สึกว่าเกือบจะถูกหลินอวี่ตีจนตาย ขณะที่กำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ ก็ถูกฟาดเข้าที่หลังอีกครั้ง
"เ้าอวี่ เกิดอะไรขึ้น?"
"ลุงสี่สือ มีคนคิดจะแอบเข้ามาขโมยของในบ้านข้า ข้าเลยตีมันออกมา รีบมาช่วยกันหน่อยขอรับ!"
หลินซีเฟิงเพิ่งจะเตือนให้ระวังโจรได้ไม่ทันไรก็มีโจรบุกเข้ามากลางวันแสก ๆ เสียแล้ว นี่เป็การตบหน้าหมู่บ้านสือหลินชัด ๆ !
สือเหลาซื่อที่แบกอ้อยป่ามัดเล็กมาเพื่อช่วยสร้างเตา ลงมืออย่างไม่ปรานี เพียงไม่กี่ที ก็ฟาดหลังสือชิงจู้จนเืซึมเป็ทางแดงฉานน่ากลัว สือชิงจู้ที่ถูกตีจนมึนงงสะดุ้งโหยงด้วยความเ็ป ความเมาหายวับไปทันที
"อาสี่ อย่าตี ข้าเอง ข้าเอง ท่านอยากจะตีหลานชายแท้ ๆ ให้ตายหรือ?"
เขาเอื้อมมือไปคว้ามัดอ้อยป่าที่ฟาดลงมาแรงยิ่งกว่าหลินอวี่ ใบหน้าที่บวมฉึ่งราวกับหัวหมู ทำให้สือเหลาซื่อจำคนไม่ได้ในแวบแรก แต่พอจำได้ สือเหลาซื่อกลับยิ่งโกรธ
"เ้าเด็กชิงจู้? แค่ดื่มเหล้าจนเมามายยังไม่พอ ทำไมถึงยังกล้ามาขโมยของที่บ้านเ้าอวี่อีก?"
"ข้า... ข้าไม่ได้ขโมยของ"
สือชิงจู้คิดในใจว่าเขาตั้งใจมาขโมยจริง ๆ เพียงแต่ตั้งใจมา 'ขโมยคน' สายตาจึงลอกแลก ดูแล้วเหมือนโจรยิ่งกว่าโจรจริง ๆ !
"เ้าเด็กชิงจู้ เ้ามาขโมยของที่บ้านเ้าอวี่ เท่ากับเป็ศัตรูกับคนทั้งหมู่บ้านสือหลิน ข้าต้องสั่งสอนเ้าให้เข็ดหลาบ!"
สือเหลาซื่อเกรงว่าเพราะเื่ของสือชิงจู้ จะทำให้คนในครอบครัวถูกลากมาเกี่ยวข้องจนไม่สามารถมาทำงานที่บ้านหลินอวี่ได้ เขาดึงอ้อยป่าออกมาท่อนหนึ่ง แล้วฟาดหนักกว่าเดิม ฟาดครั้งใดก็เือาบทุกครั้ง จนสือชิงจู้ต้องเอามือกุมขา กุมก้น ด่าทอพึมพำแล้ววิ่งหนีไปไกลลิบ บนพื้นมีเืกระเซ็นอยู่ไม่น้อย
หลินอวี่ยืนอยู่ที่ประตูใหญ่ เห็นสือชิงจู้เกือบจะถูกตีหัวแตก แต่ไม่มีความสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว
"สวะที่ทุบตีคนในครอบครัวจนตายเช่นนี้ ถ้าถูกไม้ฟาดตายไปสักที จะได้ช่วยประหยัดอาหารของส่วนรวม"
หลังจากสือชิงจู้วิ่งหนีไป ไม่นานนัก คนทั้งหมู่บ้านก็รู้ว่าสือชิงจู้ไปขโมยของที่บ้านหลินอวี่ แล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา จนถูกสือเหล่าซื่อตีจนวิ่งพล่านไปทั่วหมู่บ้าน ต่อให้หนีกลับถึงบ้าน ก็คงลุกจากเตียงไม่ได้ไปอีกสามห้าวัน
เนื่องจากความผิดที่สือชิงจู้ก่อไว้ ญาติพี่น้องในตระกูลเดียวกันที่มาทำงานที่บ้านหลินอวี่ จึงไม่สามารถเงยหน้าสู้หน้าผู้คนได้ ทำได้เพียงแย่งกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพื่อไม่ให้ถูกเหมารวมว่าเป็คนประเภทเดียวกับไอ้ขี้เมาสือชิงจู้
เมื่อทุกคนมาครบแล้ว หลินอวี่จึงแนะนำการแบ่งงานและข้อกำหนดสั้น ๆ
"ในเมื่อมาทำงานที่นี่ ทุกท่านสบายใจได้ ค่าแรงจ่ายรายวัน ยิ่งขยันยิ่งได้มาก"
"หากวันไหนงานยุ่งและต้องใช้แรงมาก ข้าจะเลี้ยงอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ"
เมื่อรู้ว่ามีอาหารเลี้ยงด้วย คนที่มาทำงานก็ยิ่งทุ่มเทแรงกายมากขึ้น หลังจากหลินอวี่จัดสรรตำแหน่งงานเสร็จ เขาก็พาเฉินเจียวเหนียงและหยางเวย ถือผ้าหนึ่งพับและน้ำมันเมล็ดแตงโมหนึ่งโถที่ซื้อมาเมื่อวาน ไปที่เตาของป้าใหญ่
ป้าใหญ่หลินซึ่งอายุเกินห้าสิบปีแล้ว กำลังสั่งการให้เหล่าลูกสะใภ้ในบ้านช่วยกันก่อเตา คนที่มีเื่น่ายินดีมักจะดูสดใส ใบหน้าที่ดำและซูบผอมจึงดูมีเืฝาด
"ป้าใหญ่ ท่านพักผ่อนก่อนเถิด ประเดี๋ยวตอนจุดไฟค่อยช่วยดูระดับไฟของทุกคนก็พอ"
"ชีวิตที่ตรากตรำมาทั้งชีวิต จะพักผ่อนได้อย่างไรกัน"
ป้าใหญ่หลินวางอิฐดินดิบในมือลง แล้วหันมาสำรวจเฉินเจียวเหนียงและหยางเวย วันนี้ทั้งสองสวมกระโปรงตัวใหม่ คนหนึ่งสะโพกผายหน้าอกอิ่ม อีกคนดูน่ารักจิ้มลิ้ม เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มหญิงชาวบ้าน ผิวพรรณของพวกนางจึงดูขาวราวกับไข่มุก ทำให้ป้าใหญ่หลินทั้งอิจฉาและปลื้มใจในเวลาเดียวกัน
"เจียวเหนียงดูมีสง่าราศี เสี่ยวเวยก็น่ารัก เ้าอวี่ เ้าช่างมีวาสนานัก"
ทั้งสองเขินอายจนใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ขานเรียก "สวัสดีเ้าค่ะป้าใหญ่" เบา ๆ พร้อมกับมอบของขวัญแรกพบที่เตรียมมาให้ ของขวัญต้องมีการแลกเปลี่ยน น้ำใจถึงจะไหลเวียน ป้าใหญ่หลินไม่ได้ปฏิเสธ ยิ้มแล้วบอกให้ลูกสะใภ้คนโตที่กำลังตาโตด้วยความตื่นเต้นรับไว้
ลูกสะใภ้คนโตที่สามีตายและต้องเป็หม้าย มักจะบ่นแม่สามีอยู่บ่อยครั้งที่คอยช่วยเหลือเด็กกำพร้าปัญญาอ่อนในบ้านพี่น้องร่วมตระกูล นางรู้สึกมาตลอดว่าเหมือนเอาซาลาเปาไปป้อนสุนัขให้ไปเท่าไรก็ไม่มีวันได้สิ่งใดตอบแทน แต่วันนี้ได้รับผ้าหนึ่งพับที่มีมูลค่าหนึ่งตำลึงเงิน และน้ำมันหมูผสมเนื้ออีกยี่สิบชั่ง ทำให้นางยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู
"ท่านแม่ ตอนเย็นข้าจะแยกเนื้อออกมา ให้หลาน ๆ กินดีหรือไม่เ้าคะ?"
ป้าใหญ่หลินซึ่งปกติไม่ค่อยมีอำนาจตัดสินใจในบ้าน มองออกว่าลูกสะใภ้คนโตตั้งใจจะเอาอกเอาใจหลินอวี่ จึงไม่ได้ถือสาเื่ที่เคยทะเลาะกันในอดีต และตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"เื่นี้เ้าตัดสินใจเถิด แล้วก็ตัดชุดใหม่ให้ลูกชายคนโตของเ้าด้วย ไว้ใส่ตอนไปเรียนหนังสือ"
ป้าใหญ่หลินยืดหลังตรง รู้สึกสบายใจเป็ที่สุด
หลินอวี่มองออกถึงความคิดของพวกนาง จึงให้เจียวเหนียงไปหยิบเมล็ดแตงโมและถั่วลิสงมาจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้เป็ขนมมงคลแจกจ่ายให้กับคนที่มาทำงาน สำหรับบ้านป้าใหญ่ เขาจัดแยกใส่ตะกร้าต่างหาก โดยเพิ่มลูกกวาดลงไปเป็พิเศษ เพื่อให้นำกลับไปให้เด็ก ๆ ที่บ้านได้กินแก้กระหาย
ในขณะที่แจกเมล็ดแตงโม เขาก็ถือโอกาสแนะนำคนในหมู่บ้านสือหลินให้เจียวเหนียงและคนอื่น ๆ รู้จัก
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ขณะที่หลินอวี่ดื่มน้ำน้ำตาลแดงที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จ และเห็นเจียวเหนียงกับเสี่ยวเวยพูดคุยหัวเราะร่าเริงกับเหล่าหญิงชาวบ้านและหญิงสาวในหมู่บ้านขณะทำงาน จะมีเพียงตอนที่พูดถึงน้องชายที่บ้านเท่านั้น ที่นางจะดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ดีจริง ๆ ดูเหมือนว่าเจียวเหนียงไม่ได้มีดวงกาลกิณีมาแต่เกิด แต่เป็เพราะสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมขึ้นมา"
ไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมในตระกูลเฉินเป็อย่างไร ถึงได้บีบคั้นหญิงสาวที่จิตใจดีและกระตือรือร้น ให้กลายเป็คนอดทนและขี้ขลาดได้ขนาดนี้ ส่วนเื่น้องชายแท้ ๆ ที่ป่วยของเจียวเหนียง ไว้ค่อยถามรายละเอียดอีกที
หากน้องชายคนนี้เป็คนดี การรับมาเลี้ยงดูให้หายดีและสร้างอนาคตให้ สำหรับเขาแล้วไม่ใช่ปัญหาเลย นอกจากจะช่วยขจัดความกังวลในใจของเจียวเหนียง และทำให้เจียวเหนียงตัดขาดจากครอบครัวเดิมได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะได้ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เพิ่มขึ้นอีกคนด้วย
"ส่วนเสี่ยวเวย..." เขามองไปยังภรรยารองที่วัน ๆ เอาแต่กินกับทำงาน จนแม้แต่พี่หลินอย่างเขาต้องต่อแถวเป็อันดับหลัง แล้วเริ่มครุ่นคิดว่าเที่ยงนี้จะทำอาหารอะไรดี? เพราะหากอยากชนะใจเสี่ยวเวยต้องทำให้นางอิ่มท้องเสียก่อน
ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ปกติใน่เที่ยงของวันฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่แสงแดดทำให้น้ำในลำธารอุ่นขึ้นเล็กน้อย เหล่าหญิงชาวบ้านในหมู่บ้านสือหลินมักจะมารวมตัวกันซักผ้าที่ริมตลิ่ง พร้อมกับซุบซิบว่าลูกหลานบ้านไหนหาเงินได้ หรือเมียบ้านไหนแอบมีชู้ ครึกครื้นราวกับฝูงเป็ดนับพันตัวที่กำลังส่งเสียงระงม
แต่ทว่าวันนี้ นอกจากบ้านของผู้นำหมู่บ้านที่มีเสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหวแล้ว รอบ ๆ ริมตลิ่งกลับเงียบเหงา ราวกับถูกโจรบุกปล้นหมู่บ้านไปอย่างนั้น ดังนั้นเสียงะโลั่นของเฉินฟางจวี๋จึงได้ยินชัดเจนเป็พิเศษ