ตอนที่20 อาหารของอะนูบิส
ทันใดนั้นหลิวเย่เหลือบเห็นซอกผนังอุโมงค์ที่มีกระดูกสัตว์ยื่นออกมาจากด้านหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปราว200 เมตร
“ไปที่นั่นก่อนแล้วกันหวังว่าในซอกผนังจะมีช่องกว้างมากพอสำหรับตัวฉัน”
หลิวเย่ตัดสินใจไปหลบที่ซอกผนังนั้นก่อน
จากนั้นเขาใช้พลังปราณเต็มกำลังเพื่อดึงตัวเองขึ้นจากสารเหนียวหนึบที่ดูดร่างของเขาไว้อย่างเหนียวแน่น
“อึ๊บๆ”เขาเย่อร่างตัวเองกับสารเหนียวหนึบครู่หนึ่งก่อนดีดตัวเองออกมาได้อย่างทุลักทุเล
หลิวเย่รีบเหินตัวบินตรงไปยังซอกผนังอย่างรวดเร็วเพราะเขาเริ่มทนไม่ไหวกับกลิ่นเหม็นคาวที่โชยมาอีกระลอก
แต่ทว่าเขาไม่สามารถอดกลั้นได้ถึงก่อนซอกผนังทำให้อาเจียนออกมาโดยตรง
“อุ๊บ...แหวะ! เหม็นชิบหาย!มันกินอะไรมาบ้างล่ะเนี่ย?”
เขาสบถเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจพลางรังเกียจคราบสกปรกบนร่างกายของตัวเอง
เมื่อหลิวเย่บินไปถึงซอกผนังเขารีบมุดตัวหลบเข้าไปเมื่อมองเห็นระลอกคลื่นสารเหนียวหนึบเพิ่มมาอีก
“วู้!เกือบไม่ทัน” เขาผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกที่หลบสารเหนียวหนึบได้
เขากวาดสายตามองรอบตัวอย่างยินดี
เพราะพบว่าภายในซอกผนังเป็ช่องขนาดสิบคนซึ่งเพียงพอที่หลิวเย่จะเคลื่อนตัวได้อิสระ
“ช่องกว้างแบบนี้ค่อยยังชั่วอากาศดีกว่าด้านในอุโมงค์นั่นอีกแฮะ” หลิวเย่สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างพอใจ
ภายในซอกเล็กนี้ไม่เหม็นคาวหรือเหม็นเน่ามากเท่ากับภายนอก
ขณะที่หลิวเย่กำลังทำความสะอาดร่างกายด้วยพลังปราณ
พลันมีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นเป็ระยะทำให้หลิวเย่ชะงักและตั้งใจฟังเสียงปริศนาอย่างตั้งใจ
“หือมันมาจากตัวฉันเองหรือ?”เขาอุทานด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าเสียงแหลมเล็กนั้นมีที่มาจากตัวเขาเอง
หลิวเย่จึงสำรวจมิติพื้นที่ทันทีและพบว่ามีการเคลื่อนไหวของตุ๊กตาอะนูบิส
เขาหยิบตุ๊กตาโลหะอะนูบิสออกมาโดยตรงเพื่อพิสูจน์ว่าเสียงแหลมเล็กนั้นมาจากตุ๊กตาตัวนี้
“เยี่ยม!เ้าช่างดียิ่งนักที่สามารถหาอาหารมาเติมเต็มให้ข้าได้”
ตุ๊กตาอะนูบิสกระพริบตาพร้อมกับพูดกับหลิวเย่โดยตรง
“จะ...เ้าพูดภาษาข้าได้ด้วยหรือ?” หลิวเย่พูดตะกักตะกักด้วยความตื่นใ
เขาไม่คิดว่าตุ๊กตาโลหะจะสามารถสื่อสารและมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์หรือสัตว์มีชีวิตได้
“เ้าโง่! ข้าพูดได้ทุกภาษาที่อยากจะพูดไม่เหมือนเ้าหรอก”
ตุ๊กตาอะนูบิสกระพริบตาพร้อมกับด่าหลิวเย่อย่างดูแคลน
หลิวเย่ทำหน้าอึกอักอย่างลำบากใจพลางถามตุ๊กตาอะนูบิสในสิ่งที่เขาสงสัยว่า
“เ้าบอกว่าอาหารนั่นคืออาหารอะไร?”
ตุ๊กตาอะนูบิสพ่นลมหายใจเล็กน้อยอย่างรำคาญหลิวเย่ก่อนตอบเสียงแหลมเล็กว่า
“ก็แกนพลังเ้าวาฬเพชฌฆาตนี่ไงล่ะอาหารแสนอร่อยของข้าเลยเชียว”
“ได้ไง? ข้าถูกเ้านี่กินเข้ามาในท้องแกนพลังก็ต้องเป็ของข้าน่ะสิ” หลิวเย่โวยวายอย่างไม่ยอมแพ้
“เฮ้! เ้าหนุ่ม หากเ้ามอบแกนพลังของวาฬเพชฌฆาตให้ข้าข้าสัญญาว่าจะมอบโชคชะตาให้เ้าหากเ้าได้เดินทางไป
โลกแห่งทะเลทราย”
ตุ๊กตาอะนูบิสต่อรองหลิวเย่อย่างสุดฤทธิ์เพราะเวลานี้พลังของมันอ่อนแอจนไม่สามารถต่อสู้กับหลิวเย่ได้
“ข้าไม่เชื่อเ้าเด็ดขาด”หลิวเย่เหล่ตามองพลางตอบรับเสียงแข็งด้วยความไม่เชื่อใจมัน
“เชื่อข้าสิข้าพูดจริงๆ ไม่ได้โกหกแน่นอน หากโกหกขอให้ข้าพูดไม่ได้อีกเลย”
ตุ๊กตาอะนูบิสยืนยันหนักแน่นเหมือนกัน
เพราะมัน้ากลับไปแข็งแกร่งดังเดิม
โดยเดิมพันกับความช่วยเหลือจากหลิวเย่ซึ่งมันตั้งใจที่จะมอบโชคชะตาให้กับหลิวเย่อย่างแท้จริง
“จริงหรือ?”หลิวเย่ถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นน้ำเสียงเข้มจริงจังของมันที่ดูไม่เหมือนว่าจะโกหกหรือหลอกลวงตนเอง
“จริงแน่แท้”ตุ๊กตาอะนูบิสยืนยันพลางสบตากับหลิวเย่โดยตรง
หลิวเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเดิมพันคำสัญญาของตุ๊กตาอะนูบิสกับโชคชะตาที่เขาจะได้รับในอนาคต
นั่นเป็เพราะว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพิกัดที่กระพริบวาบอยู่ในเวลานี้จะนำเขาไปโผล่ในดาวเคราะห์หรือดาวขยะ
หรือโลกใดกันแน่?
หากเขามีวาสนาต่อโชคชะตาที่จะทำให้ตนเองสามารถไปช่วยเหลืออาจารย์ได้
เขาจึงตัดสินใจลองเสี่ยงวัดดวงดูสักครั้งและตอบตุ๊กตาอะนูบิสตามตรงว่า“ตกลง ข้าจะยอมเชื่อเ้าสักครั้ง”
“เยี่ยม! ข้ารับรองว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเ้าอย่างแน่นอน”ตุ๊กตาอะนูบิสส่งเสียงร่าเริงอย่างพึงพอใจ
“ข้าต้องหาทางไปยังแกนพลังของมันให้ได้ก่อน”หลิวเย่พึมพำกับตัวเองพลางคิดหาวิธีการในการเข้าใกล้แกนพลัง
เนื่องจากแกนพลังของวาฬเพชฌฆาตนั้นอยู่ใกล้กับหัวใจของมัน
“ไม่เห็นยากเลยเ้ามีอัสนีแปดพิเคราะห์อยู่นี่นา แค่ใช้เหมันต์พิฆาตทำให้มันชะงักไปครู่หนึ่งก็ได้แล้ว”
ตุ๊กตาอะนูบิสตอบหลิวเย่ด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายกับความโง่เขลาของหลิวเย่ที่มีสมบัติวิเศษอยู่กับตัวแต่ไม่รู้จักใช้
“จริงด้วย!”หลิวเย่ตาโตเบิกกว้างอย่างตื่นเต้นยินดีเมื่อได้คำแนะนำจากตุ๊กตาอะนูบิส
นั่นเป็เพราะว่าตุ๊กตาอะนูบิสอยู่ในมิติพื้นที่ของหลิวเย่และมันสำรวจสมบัติของหลิวเย่ทุกอย่างแล้ว
มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ตุ๊กตาอะนูบิสหวาดกลัวได้นั่นคือ เต่านิรันดร์
แต่โชคดีสำหรับมันที่เต่านิรันดร์มัวแต่นอนโดยไม่สนใจสิ่งใดในมิติพื้นที่
หลิวเย่หยิบเอาอัสนีแปดพิเคราะห์ออกมาแล้วร่ายเวทมนตร์ขยายขนาด
พร้อมกับใช้เวทมนตร์เพื่อเปิดใช้งานของเหมันต์พิฆาตเมื่อเขาไปยืนในตำแหน่งนั้นแล้ว
ทันใดนั้นมีความหนาวเย็นเกิดขึ้นและขยายวงกว้างจากตำแหน่งของหลิวเย่แผ่ขยายออกไปมากขึ้น
“โอย!”
หลิวเย่ได้ยินเสียงร้องของวาฬเพชฌฆาตดังขึ้นเมื่อร่างกายส่วนใหญ่ของมันเริ่มแข็งตัวจนขยับเคลื่อนไหวไม่ได้
เขาคว้าตุ๊กตาอะนูบิสเข้าเก็บในมิติพื้นที่แล้วบินออกไปนอกซอกผนังพร้อมกับอัสนีแปดพิเคราะห์
หลิวเย่ยืนอยู่บนอัสนีแปดพิเคราะห์แล้วบินตรงไปยังตำแหน่งของหัวใจมันโดยตรง
ซึ่งเขาใช้ัั์สำรวจค้นพบตำแหน่งของหัวใจและแกนพลังั้แ่ตัวเขายังจมอยู่ในสารเหนียวหนึบแล้ว
ครู่หนึ่งหลิวเย่มาถึงช่องหัวใจที่เป็เหมือนโพรงถ้ำขนาดใหญ่โดยมีเส้นเืหล่อเลี้ยงมากมาย
แต่เวลานี้โพรงดังกล่าวได้แข็งตัวจากพลังของเหมันต์พิฆาต
“ฮ่าๆ เ้าเสร็จข้าแล้วล่ะตายซะเ้าวาฬเพชฌฆาต บังอาจกินข้าเข้ามาในท้องสกปรกโสโครกของแก”
หลิวเย่หัวเราะชอบใจที่สามารถแก้แค้นวาฬเพชฌฆาตได้
เขาใช้ง้าวจักรพรรดิเสริมด้วยอัสนีพิฆาตจากอัสนีแปดพิเคราะห์พุ่งเข้าตัดเถาใยชีวิตที่ปกคลุมแกนพลังของมันไว้
เถาใยชีวิตนั้นเหนียวและแข็งแกร่งแต่ทว่าไม่ได้แข็งแกร่งไปมากกว่าอาวุธของหลิวเย่
โดยเฉพาะเมื่อได้เสริมพลังด้วยอัสนีพิฆาตทำให้หลิวเย่ทำลายเถาใยชีวิตออกได้จนหมดสิ้น
“โอ๊ย! อย่า!หยุด! ข้ายอมแล้ว!ข้ายอมแล้ว! อย่าเอาแกนพลังข้าไป! อย่า!ได้โปรด! ยะ...อย่า...อย่า........”
ตลอดเวลาที่หลิวเย่ใช้อาวุธพุ่งเข้าตัดเถาใยชีวิตของวาฬเพชฌฆาตนั้น
มันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปและส่งเสียงร้องอ้อนวอนและขอร้องเขาอย่างน่าสงสาร
แต่หลิวเย่ไม่ยอมอ่อนข้อหรือเห็นใจมันเลยแม้แต่น้อย
เขายังคงมุ่งมั่นที่จะนำแกนพลังมันออกมาให้ได้
จนกระทั่งเสียงของมันแ่เบาลงเรื่อยๆและจางหายไปในที่สุด
..........
หลิวเย่ไม่รู้เลยว่าเสียงร้องโหยหวนของวาฬเพชฌฆาตได้เรียกฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลให้มุ่งหน้าตรงมายังทะเล
นั่นเป็เพราะว่าฝูงซอมบี้รับรู้ได้ว่าภัยอันตรายสำหรับพวกมันถึงวาระสุดท้ายแล้ว
มันกำลังรอคอยหลิวเย่อย่างใจจดจ่อเพื่อนำตัวเขาไปมอบให้กับนายกองตามคำสั่ง
เวลานี้หลิวเย่ถือแกนพลังขนาดใหญ่เท่ากับครึ่งหนึ่งของตัวเขาเอง
เขาโบกมือให้ตุ๊กตาอะนูบิสออกมาจากมิติพื้นที่โดยตรง
“ในที่สุดข้าก็จะได้พลังกลับคืนมาแล้ว”
ตุ๊กตาอะนูบิสมองเห็นแกนพลังของวาฬเพชฌฆาตทำให้มันส่งเสียงตื่นเต้นยินดี
“เ้าจะใช้แกนพลังนี่ยังไงล่ะ?”หลิวเย่ถามด้วยความสงสัยเพราะตุ๊กตาอะนูบิสเป็ตุ๊กตาโลหะ
ทำให้เขาไม่เข้าใจว่ามันจะใช้แกนพลังอย่างไร?
“เฮ้อ! เ้านี่โง่ซ้ำซาก”ตุ๊กตาอะนูบิสส่งเสียงด่าหลิวเย่ด้วยความเบื่อหน่าย
จากนั้นมันเบิกตากว้างก่อนส่งพลังสีขาวพุ่งเข้าใส่แกนพลังโดยตรง
“แว็บ”ครู่เดียวเท่านั้นแกนพลังหายไปจากมือของหลิวเย่อย่างไร้ร่องรอย
“อ๊ะ! เ้ากินแบบนี้หรือ?”
หลิวเย่ตื่นใที่พบว่าตุ๊กตาอะนูบิสไม่ได้กินทางปากแต่ผ่านพลังสีขาวจากดวงตาของมันแทน
“ข้าเบื่อที่จะบอกเ้าแล้ว”ตุ๊กตาอะนูบิสส่ายหัวพลางตอบกลับอย่างรำคาญหลิวเย่
ทันใดนั้นตุ๊กตาอะนูบิสกลายร่างจากโลหะเป็สุนัขท่าทางองอาจตัวสูงใหญ่ซึ่งสูงครึ่งหนึ่งของความสูงหลิวเย่
“นี่คือร่างจริงของเ้างั้นหรือ?”หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจที่พบว่าตุ๊กตาอะนูบิสกลายเป็สุนัขจริงๆ
ที่สำคัญคืออะนูบิสมีความแข็งแกร่งในขอบเขตแกน์ระดับต้นในทันทีทันใด
“ข้าไม่พูดกับคนปัญญาอ่อนอย่างเ้าอีกแล้ว”เทพอะนูบิสส่ายหัวก่อนตอบหลิวเย่
จากนั้นมันพลันกลายร่างกลับเป็ตุ๊กตาอะนูบิสตามเดิมพร้อมกับส่งเสียงบอกหลิวเย่อย่างลึกลับว่า
“ข้ากลับไปรูปร่างเดิมดีกว่ารีบเก็บข้าไว้ในมิติของเ้าโดยเร็ว ข้าไม่อยากเสียเวลาต่อสู้ร่วมกับเ้าอีก”
ตุ๊กตาอะนูบิสเร่งเร้าหลิวเย่ให้เก็บตัวมันเข้าในมิติพื้นที่
เพราะมันรับรู้ได้ว่ามีฝูงซอมบี้รอคอยหลิวเย่บนชายฝั่งจำนวนมหาศาล
ซึ่งตอนนี้ซอมบี้จากที่อื่นได้ตามมาสมทบมากขึ้น
ดังนั้นมันจึงี้เีเกินกว่าที่จะใช้พลังที่เพิ่งได้รับมาไปร่วมต่อสู้กับหลิวเย่
“เอางั้นหรือ? ก็ได้”หลิวเย่ตอบรับอย่างงุนงงก่อนโบกมือเก็บตุ๊กตาอะนูบิสเข้าเก็บในมิติพื้นที่โดยตรง
เขาโบกมือเก็บหัวใจของวาฬเพชฌฆาตเข้าในมิติพื้นที่เช่นกัน
เพราะว่าหัวใจวาฬเพชฌฆาตเป็หนึ่งในส่วนประกอบหายากของยาเลื่อนขั้นสำหรับขอบเขตแกน์
ขณะที่หลิวเย่กำลังเคลื่อนตัวออกจากร่างของวาฬเพชฌฆาตนั้น
เขาพลันรู้สึกไม่สบายใจจากสัญชาตญาณของตนเอง
ทำให้เขาเลือกที่จะเดินทางภายในทะเลด้วยอัสนีแปดพิเคราะห์โดยการเปิดใช้งานสัญวัตรและเกราะนิรมิต
“พรึ่บ” ทันใดนั้นพลันมีโดมโปร่งแสงโผล่ขึ้นมาจากขอบของอัสนีแปดพิเคราะห์ขึ้นมาครอบร่างเขาไว้ภายใน
หลิวเย่เหลียวมองอย่างทึ่งเพราะเขาเพิ่งเปิดใช้งานครั้งแรก
“แค่โดมโปร่งแสงยังแข็งแกร่งถึงขอบเขตแกนะระดับปัจฉิมไม่ธรรมดาจริงๆ”
เขาตัดสินใจใช้หินพลังงานเป็พลังขับเคลื่อนสัญจรวัตรเนื่องจากตัวเขามีความแข็งแกร่งแค่ขอบเขตแกนเทพ
และที่สำคัญเวลานี้พลังปราณของเขาสามารถใช้งานได้แค่หนึ่งในสี่เท่านั้น
ดังนั้นเขาจึง้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงซึ่งความเร็วของสัญจรวัตรโดยใช้หินพลังงานมีอัตรา500,000 กิโลเมตรต่อ
ชั่วโมง
“ฟิ้ว”เมื่อหลิวเย่หยิบหินพลังงานเข้าใส่ช่องหนึ่งในมุมของสัญจรวัตร
อัสนีแปดพิเคราะห์พุ่งตัวบินออกไปจากร่างของวาฬเพชรฆาตโดยมุ่งหน้าไปทิศทางตรงกันข้ามกับชายทะเลที่หลิวเย่ถูก
วาฬเพชรฆาตดูดกลืนกินเข้ามาในท้องมัน
หลิวเย่เหลียวมองทิวทัศน์ใต้ท้องทะเลอย่างตื่นตาตื่นใจและออกคำสั่งให้อัสนีแปดพิเคราะห์ลดความเร็วลงเหลือแค่60
กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือ 32.39 น็อต
ทำให้เขามีโอกาสได้ชื่นชมธรรมชาติในท้องทะเลอย่างอิ่มเอม
สองชั่วโมงต่อมา
หลิวเย่เดินทางมาถึงชายฝั่งทะเลด้านหนึ่งที่เขาใช้ัั์มองเห็นเกาะขนาดเล็กที่มีต้นไม้เขียวขจีและมีผู้คนที่ไม่ใช่
ซอมบี้หลงเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน
หลิวเย่ตื่นเต้นยินดีที่ได้เห็นคนจริงๆไม่ใช่ซอมบี้
“เยี่ยม!หวังว่าพวกเขาจะไม่จับฉันกินนะ”
หลิวเย่พึมพำเบาๆก่อนสั่งให้สัญจรวัตรบินขึ้นเหนือน้ำ
ทันทีที่สัญจรวัตรโผล่พ้นผิวน้ำพลันมีก้อนหินขนาดใหญ่และไม้แหลมคมพุ่งเข้าใส่อัสนีแปดพิเคราะห์โดยตรง
หลิวเย่ไม่ได้กลัวว่ามันจะเสียหายแต่เขา้าสื่อสารเพื่อพิสูจน์กับผู้คนบนเกาะเล็กนั้นว่าตนเองไม่ใช่ซอมบี้
“เฮ้!หยุดก่อน หยุด! ฉันไม่ใช่ซอมบี้นะ”
หลิวเย่ส่งพลังปราณส่งเสียงออกไปหาผู้คนราวหนึ่งร้อยคนที่มีทั้งเด็กชายหญิงและผู้ใหญ่คนชราทั้งหลายให้ได้ยิน
“หยุดก่อน!เขาไม่เหมือนพวกผีดิบนั่น” ชายชราคนหนึ่งส่งเสียงะโบอกคนอื่นอย่างจริงจัง
ทำให้ทุกคนหยุดการโจมตีแต่ยังถือหอกและดาบคอยระวังภัยอย่างไม่ประมาท
หลิวเย่โผล่บนน้ำอย่างสง่างาม
เมื่อสัญจรวัตรแตะพื้นดินแล้วมันหดตัวเล็กลงโดยหลิวเย่เก็บเข้ามิติพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
“เ้าเป็ใคร?มาจากที่ใด? ไม่ใช่พวกเดียวกับผีดิบแน่นะ?” ชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งเครียดคนหนึ่งถามหลิวเย่
“ไม่ใช่ผีดิบแน่นอนข้าก็เพิ่งหนีพวกมันมาเหมือนกัน” หลิวเย่ชูมือสองข้างแสดงตัวว่าไม่ใช่พวกผีดิบ
เขาสังเกตเห็นว่าแต่ละคนแข็งแกร่งในขอบเขตแกนทองคำแกน์ และสูงสุดคือแกนเทพระดับต้น
ซึ่งชายชราเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
“เ้ามาจากที่ใด?”ชายชราถามหลิวเย่ซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ตอบคำถาม
“มาจากดาวเคราะห์เทียนถัง”หลิวเย่ยังไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ใครจึงตอบชื่อสถานที่ที่เพิ่งจากมา
“เราไม่เคยได้ยินชื่อนั้นเ้าเดินทางมากับจานประหลาดนั่นหรือ?” ชายชราส่ายหัวอย่างไม่เชื่อและถามเขาเพิ่ม
“ใช่แล้ว มากับจานนี่แหละแต่ดันมาเจอพวกผีดิบเข้าให้ เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน”
หลิวเย่ได้โอกาสโมเมเื่ไปตามสถานการณ์
“แล้วเ้ารอดจากวาฬเพชฌฆาตมาได้ยังไง?”ชายชราหรี่ตาถามหลิวเย่อย่างไม่เชื่อคำพูดของเขา
“ข้าก็สังหารมันเลยน่ะสิก็แค่วาฬเพชฌฆาต” หลิวเย่คุยโวโอ้อวดทันทีเมื่อมีโอกาส