ควันไฟแห่งสงครามระลอกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ณ มิติพิสมรภูมิอันกว้างใหญ่ไพศาล เสียงกลองศึกและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องไปทั่วทั้งค่ายหลวงของนครเอเลน ปลุกเร้าจิตวิญญาณนักรบให้ลุกโชน
‘ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึง วันที่ข้าจะได้พิสูจน์คุณค่าของตนเองเสียที!’ องค์ชายไท่เซวียนกำหมัดแน่น แววตาฉายประกายมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาแหงนมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ของมิติพิสมรภูมิ ลมหายใจเข้าออกเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามฆ่าฟัน
ราชาคิมสันประทับยืนสง่างามอยู่บนแท่นบัญชาการกลางค่ายหลวง พระพักตร์เคร่งขรึมแต่แฝงความคาดหวัง
"ทหารหาญแห่งเอเลน!" พระสุรเสียงก้องกังวาน "ศึกครั้งนี้มีความหมายยิ่งต่ออนาคตของเรา! ข้ามีบัญชาให้เหล่าทายาทและกองทัพทั้งหมดเข้าสู่สมรภูมิด้วย 'ร่างจริง' พร้อมศาสตราเวทประจำกายครบครัน!"
เสียงโห่ร้องรับคำสั่งดังกึกก้อง!
"กลยุทธ์ของเราคือ 'โจมตีไวดุจสายฟ้า'!" ราชาคิมสันประกาศต่อ "เราจะชิงความได้เปรียบ บดขยี้หน่วยสอดแนมของพวกมัน และยึดครองจุดยุทธศาสตร์สำคัญโดยเร็วที่สุด! ก่อนที่เหล่าพันธมิตรเหนือมังกรอันโอหังนั่นจะทันได้ตั้งตัวหรือส่งกำลังเสริมมาหนุนเนื่อง!"
รอบอาณาเขตของค่ายเอเลนนั้น ปรากฏที่ตั้งของค่ายทหารจากเมืองอื่นๆ ที่เป็นทั้งพันธมิตร (ในนาม) และศัตรู (ที่พร้อมจะแว้งกัด) ปะปนกันไป ได้แก่ ค่ายของเมืองปารูผู้สงบนิ่งและเยือกเย็นดุจสายน้ำ, ค่ายของเมืองเรมิอันลึกลับที่ขึ้นชื่อเรื่องเวทมนตร์มายา, ค่ายของเมืองไกอาผู้แข็งแกร่งและบ้าคลั่งในการรบดุจกระทิงเปลี่ยว, และค่ายของเมืองชาซอนอันป่าเถื่อนที่พร้อมจะปล้นสะดมทุกสิ่งที่ขวางหน้า
การเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่ายถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
"ภารกิจแรก!" ราชาคิมสันกวาดพระเนตรมองเหล่าโอรสธิดา "กำจัดหน่วยสอดแนมของศัตรูที่อาจซุ่มซ่อนอยู่ตามแนวรบ! คิมทัน! คิมบอล! คิมรยา! และ...ไท่เซวียน!" พระองค์หยุดเล็กน้อยเมื่อเอ่ยชื่อโอรสองค์สุดท้อง "พวกเจ้าจงนำกองกำลังส่วนตัวที่ข้าจัดสรรให้คนละหนึ่งหน่วย แยกย้ายกันปฏิบัติการในเส้นทางที่กำหนด! แสดงให้ข้าเห็นถึงความสามารถของพวกเจ้า!"
"พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ เสด็จพ่อ!" องค์ชายองค์หญิงทั้งสาม (คิมทัน คิมบอล คิมรยา) ขานรับอย่างแข็งขัน แววตาเต็มไปด้วยความกระหายที่จะสร้างผลงาน ต่างจากไท่เซวียนที่เพียงก้มหน้ารับคำอย่างสงบนิ่ง
ในหน่วยทหารที่ถูกจัดให้ขึ้นตรงต่อองค์ชายไท่เซวียนนั้น บรรยากาศกลับไม่สู้ดีนัก เสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับองค์ชายผู้ไม่เอาไหนยังคงเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
"เฮ้อ...ไม่รู้ว่าพวกเราจะรอดกลับไปหรือเปล่า ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชาขององค์ชายที่วันๆ เอาแต่เสเพล ไม่เคยจับดาบออกศึกจริงจังกับเขาสักครั้ง" ทหารนายหนึ่งรูปร่างผอมเกร็ง บ่นอุบกับสหายร่างท้วม ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ใช่ๆ" ทหารร่างท้วมพยักหน้าเห็นด้วย "แถมยังพานางในคนสนิทอย่าง 'นานา' มาออกรบด้วยอีก ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเสียจริง! นี่มันสนามรบนะ ไม่ใช่หอคณิกา!"
คำครหานั้นดังพอที่ไท่เซวียนจะได้ยิน เขานิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งนานาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเด็ดขาด "นานา เจ้าอยู่ที่ค่ายนี่แหละ ดูแลเสบียงและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อย ไม่ต้องตามข้าไป"
นานาก้มหน้ารับคำอย่างนอบน้อม "เพคะ องค์ชาย" แต่ในใจกลับครุ่นคิด 'หึ...คิดจะกันข้าออกไป..ก็เข้าทางข้าพอดี! เจ้ายังไม่รู้จักข้าดีพอ องค์ชายไท่เซวียน'
เมื่อขบวนทัพเริ่มเคลื่อนพล "หม่าเฉา" หัวหน้าหน่วยทหารร่างกำยำ ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าอย่างน่าเกรงขาม ซึ่งไม่พอใจอย่างยิ่งที่ต้องมาอยู่ใต้บังคับบัญชาขององค์ชายผู้ไร้ประสบการณ์และมีชื่อเสียงด้านลบ ก็เริ่มกล่าววาจาประชดประชันไม่หยุดหย่อน
"แหม...องค์ชายช่างทรงพระปรีชายิ่งนักที่เลือกเส้นทางอันคดเคี้ยวและเต็มไปด้วยพงหญ้ารกชัฏเช่นนี้ ไม่ทราบว่าทรงมีแผนการอันแยบยลใดซ่อนไว้ หรือเพียงแค่เดินตามยถากรรมไปเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ? หรือว่า...ทรงโปรดการชมทัศนียภาพอันงดงามของป่าเขาลำเนาไพรมากกว่าการรบพุ่งกันแน่?" น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและไม่เกรงกลัว
ไท่เซวียนหยุดม้า หันกลับไปมองหัวหน้าหน่วยนายนั้นด้วยแววตาเย็นชา "หัวหน้าหน่วยหม่าเฉา" เขากล่าวเสียงเรียบ "ท่านมีหน้าที่นำกำลังพลไปประจำตำแหน่ง ณ จุดนั้นตามที่ข้าสั่งการ และเตรียมพร้อมรับมือศัตรู หาใช่มาตั้งคำถามไร้สาระหรือกล่าววาจาเสียดสีผู้บังคับบัญชาไม่ ปฏิบัติ!"
"แต่พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย!" หม่าเฉายังคงอิดออด ทำท่าจะไม่ยอมทำตามง่ายๆ "เส้นทางที่องค์ชายเลือกนั้นมันอ้อมเกินไป และยังเสี่ยงต่อการถูกซุ่มโจมตีได้ง่ายอีกด้วย หากเราเลือกอีกเส้นทางหนึ่ง..."
ฉับพลัน! ไท่เซวียนชักกระบี่ ที่ท่านอาจารย์เจี้ยนซินมอบแบบแปลนให้และเขาได้ตีขึ้นด้วยตนเองอย่างยากลำบากออกมาจากฝักอย่างรวดเร็ว! ปลายกระบี่อันคมกริบที่ส่องประกายสีเงินยวงจ่อชิดอยู่ที่ลำคอของหม่าเฉา จนมันถึงกับหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก!
"พวกเจ้าไม่ทำตามคำสั่ง ถือเป็นการขัดขืนวินัยสงคราม!" ไท่เซวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดที่พร้อมจะปลิดชีพ
"ตามกฎทัพ ข้ามีสิทธิประหารพวกเจ้าได้ทันที ณ ที่นี้! เลือกเอา...จะทำตามคำสั่ง หรือจะให้กระบี่ของข้าได้ลิ้มรสเลือดของพวกเจ้าก่อนเป็นคนแรก!"
เหล่าทหารในหน่วย รวมทั้งหม่าเฉาที่ปากดีเมื่อครู่ ต่างตกตะลึงจนตาค้าง! ไม่คาดคิดว่าองค์ชายที่พวกเขาเคยดูแคลนและคิดว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มอ่อนหัด จะกล้าทำถึงเพียงนี้! ไอสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของไท่เซวียนนั้น มิใช่สิ่งที่เสแสร้งทำกันได้ง่ายๆ! ความหวาดกลัวเข้าจับขั้วหัวใจทันที!
"ขะ...ขออภัยพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย! พวกข้า...พวกข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดีพ่ะย่ะค่ะ!" หม่าเฉารีบก้มหัวคำนับจนหน้าแทบจะติดดิน เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
'หึ...ในที่สุดก็สิ้นฤทธิ์เสียที' ไท่เซวียนเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างใจเย็น 'พวกทหารนี่มันต้องเจอไมแข็งเสียบ้าง ถึงจะยอมสงบปากสงบคำ'
บรรยากาศในหน่วยทหารของไท่เซวียนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงฝีเท้าม้าและเสียงเสียดสีของชุดเกราะเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำนินทาหรือแสดงท่าทีแข็งขืนต่อองค์ชายอีกต่อไป
เมื่อหน่วยของไท่เซวียนเดินทางมาถึงจุดซุ่มโจมตีที่เขากำหนดไว้ ซึ่งเป็นเนินเขาสูงที่สามารถมองเห็นเส้นทางการเคลื่อนพลของศัตรูได้อย่างชัดเจน ไม่นานนัก หน่วยสอดแนมของข้าศึกจากเมืองปารูจำนวนสิบกว่านายก็ปรากฏตัวขึ้นตามคาด! พวกมันเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง แต่ก็มิได้คาดคิดว่าจะมีกองกำลังซุ่มรออยู่!
ไท่เซวียนไม่รอช้า เขาชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ทหาร! เตรียมพร้อม! ข้าจะเปิดฉากโจมตีก่อน! พวกเจ้าคอยสนับสนุนจากด้านข้าง! สังหารพวกมันให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียง! ร่างของเขาทะยานลงจากเนินเขาราวกับพญาเหยี่ยวที่โฉบเข้าตะครุบเหยื่อ! เพลงดาบ "อาญาตัดศูนย์" ถูกใช้ออกมาอย่างพลิ้วไหวและเฉียบคม! คมกระบี่สาดประกายสีเงินยวงวูบวาบกลางแสงตะวันอ่อนๆ!
"ศัตรูบุก!" หัวหน้าหน่วยสอดแนมของเมืองปารูตะโกนลั่น มันเป็นจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาว รูปร่างสูงใหญ่ มันเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งลงมาจากเนินเขาด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง!
'รวดเร็วนัก! แต่มีเพียงคนเดียวรึ? หรือว่านี่คือกับดัก!' มันขมวดคิ้วอย่างรวดเร็ว มันตวัดดาบโค้งเล่มเขื่องในมือขึ้นตั้งรับ ปลดปล่อยพลังจากลูกแก้ววิญญาณลูกแรกทันที "ทักษะอัญเชิญ! หมาป่าเงา!"
วูบ! วูบ! เงาสีดำสองสายพลันกระโจนออกมาจากวงเวทย์ข้างกายของมัน กลายเป็นหมาป่าอสูรตาสีแดงก่ำสองตัว พวกมันคำรามอย่างดุร้าย เตรียมเข้าขย้ำผู้บุกรุก!
แต่ไท่เซวียนมิได้ใส่ใจอสูรอัญเชิญเหล่านั้น! เป้าหมายของเขาคือหัวหน้าหน่วยฝ่ายศัตรู! อาญาตัดศูนย์ วรรคที่หนึ่ง สกัดต้นธาร! กระบี่มิได้ปะทะกับดาบของมันโดยตรง แต่กลับตวัดเข้าใส่ข้อมือที่กำลังจะสั่งการหมาป่าเงาของมันอย่างแม่นยำ!
"อ๊ะ!?" หัวหน้าหน่วยฝ่ายศัตรูอุทานด้วยความตกใจ มันรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ข้อมือจนชาหนึบ การควบคุมหมาป่าเงาหยุดชะงักไปชั่วขณะ! 'มัน...มันอ่านการเคลื่อนไหวของข้าออกรึ!'
ไท่เซวียนไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย! วรรคที่สอง ทลายจุดศูนย์ถ่วง! กระบี่พลิกตวัดอีกครั้ง คราวนี้มุ่งไปยังข้อเท้าของมันที่กำลังจะก้าวถอยเพื่อตั้งหลัก!
"บ้าน่า!" หัวหน้าหน่วยฝ่ายศัตรูพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ด้วยการเสียจังหวะจากจังหวะแรก ทำให้ร่างสูงใหญ่ของมันเสียหลักเซถลาไปด้านข้างอย่างช่วยไม่ได้! เปิดช่องว่างบริเวณสีข้างอย่างชัดเจน!
'จังหวะนี้แหละ!' ไท่เซวียนคิดในใจ วรรคที่สี่ พันธนาการเงาตามติด! ร่างของเขาเคลื่อนเข้าประชิดมันราวกับเงาที่ไร้รูป!
ฉัวะ! คมกระบี่ตัดผ่านเกราะหนังบริเวณสีข้างของหัวหน้าหน่วยสอดแนมปารูอย่างง่ายดาย! ลึกเข้าไปจนถึงกระดูก! โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็น! มันเบิกตากว้างด้วยความเจ็บปวดและไม่อยากจะเชื่อ! มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะพลาดท่าให้แก่ศัตรูที่ดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าในกระบวนท่าเพียงไม่กี่กระบวนท่า!
'มัน...มันเป็นใครกันแน่! เพลงดาบประหลาดนี่มันอะไรกัน!'
เหล่าทหารในหน่วยของไท่เซวียนที่ตามลงมาสมทบ ต่างอ้าปากค้างด้วยความทึ่งในฝีมือขององค์ชาย! พวกเขาไม่เคยเห็นผู้ใดใช้เพลงดาบได้ร้ายกาจและงดงามถึงเพียงนี้มาก่อน!
ไท่เซวียนสามารถกำจัดหัวหน้าหน่วยของอีกฝ่ายลงได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ถูกรุมล้อมจากรอบทิศ! ศัตรูหลายคนยังไม่ทันได้ใช้ทักษะด้วยซ้ำ ก็ถูกคมกระบี่ของเขาสะบั้นสกัดจุดสำคัญ ทำให้การโจมตีหยุดชะงักหรือไร้ผลโดยสิ้นเชิง!
'นี่มัน...เพลงดาบอะไรกัน! เหตุใดจึงสามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่า!' หม่าเฉาที่ตามมาถึงทีหลังคิดในใจอย่างตื่นตระลึงระคนหวาดเสียว เขาเห็นภาพองค์ชายสังหารหัวหน้าหน่วยศัตรูในพริบตา!
ไท่เซวียนร่ายรำเพลงกระบี่สังหารเหล่าทหารสอดแนมปารูที่เหลือและหมาป่าเงาอีกสองตัวราวกับภูตพราย! ทุกท่วงท่าเฉียบคม แม่นยำ และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ! ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานเพลงดาบอันน่าสะพรึงกลัวของเขาได้!
ความสำเร็จนี้ต้องยกความดีความชอบให้เพลงดาบ "อาญาตัดศูนย์" โดยแท้ มันคือการทำลายกระบวนท่าของศัตรูตั้งแต่ต้นธาร ก่อนที่พวกเขาจะทันได้สำแดงอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่!
ภาพขององค์ชายไท่เซวียนที่สังหารศัตรูอย่างเด็ดขาด สร้างความฮึกเหิมและกำลังใจให้แก่เหล่าทหารในหน่วยเป็นอย่างมาก! ความรู้สึกดูถูกดูแคลนที่เคยมีก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่นและความเคารพยำเกรงในบัดดล!
เมื่อศัตรูคนสุดท้ายล้มลง เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีในชัยชนะนัดแรกก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ!
"องค์ชายจงเจริญ! เอเลนจงเจริญ!" "องค์ชายจงเจริญ! เอเลนจงเจริญ!"
ก้าวแรกสู่อำนาจที่แท้จริงของไท่เซวียน...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ สมรภูมิแห่งนี้!