ตอนที่2
บนเตียงที่มีร่างกายเปลือยเปล่าของบุรุษกับสตรีที่กำลังแสดงบทรักอย่างเร่าร้อนตามแรงปรารถนา ร่างชายกำยำที่ััลูบไล้ร่างหญิงสาวอย่างมิรู้เบื่อ เขาหาความสุขจากตัวนางดมดอมกลิ่นกายสาวครั้งแล้วครั้งเล่า รสรักดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นเหนื่อยหอบจากการพากันขึ้น์หลายรอบ
ทุกส่วนในร่างกายของนางไม่เคยมีใครได้ััมัน แต่มาบัดนี้ชายผู้นี้ เป็คนที่ได้ร่างกายของนางกลับเป็คนที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน ด้วยที่ว่าแค่้าเข้ามาหลบหนีจากการโดนจับกลับไปแต่ไม่คิดเลยว่าการหลบครั้งนี้นางจะได้สามีโดยไม่ได้ตั้งใจ
รุ่งสางเมื่อทุกอย่างไม่อาจที่จะจัดการได้และไม่อาจจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วนางได้แต่ยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดเอง “เื่ที่ผิดพลาดเมื่อคืนเอาเป็ว่าต่างคนต่างไม่ยุ่งเกี่ยวกันถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา ข้าขอตัวก่อน”
คำพูดที่ออกจากปากนางแม้จะฝืนพูดออกมา นั่นก็เป็เื่ที่ถูกต้องแล้ว ซินอี๋ที่นั่งอยู่รีบลุกขึ้นเมื่อได้เอ่ยวาจาที่คิดว่ามันยุติธรรมเมื่อเื่ที่เกิดขึ้นเป็เพราะนางที่เป็คนเข้ามาในห้องนี้เองและเื่นั้นนางก็ยอมเอง ไม่รู้อะไรทำให้นางยอมทำเื่ที่ไม่น่าให้อภัยกับคนแปลกหน้าได้ ถ้าจะมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าเขาก็ไม่สมควรอย่างยิ่งจะให้เขามารับผิดชอบอะไรเมื่อนางยอมเอง
ฟางหรงที่นั่งอยู่บนเตียงกำลังนั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นกับหญิงสาวแปลกหน้าได้เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยจะทำมันมาก่อนหรือว่าเป็เพราะโดนวางยา
ฟางหรงคิดว่าเมื่อคืนนี้เขาต้องโดนวางยาแน่มันไม่ใช่ตัวเขา ทำไปโดยไม่มีสติ แล้วหญิงผู้นี้นางก็เข้ามาอยู่ในห้องอะไรจะบังเอิญขนาดนี้เื่นี้มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ตัวเขาไม่เข้าใจแน่ แล้วที่บอกว่าต่างคนต่างไปเพราะว่าอะไรกัน เขาชักสับสนกับการกระทำของนางเสียแล้ว
และนี่นางกำลังจะชิ่งหนีเขาอีกทั้งที่เื่เมื่อคืนนางเสียเปรียบแต่ทำไมนางจะต้องไปนางควรจะต้องร้องห่มร้องไห้แสดงเป็ผู้หญิงที่อ่อนแอสิให้เขารับผิดชอบ ชายหนุ่มคิ้วขมวดเป็ปมเมื่อไม่เข้าใจได้แต่มองนางที่กำลังเดินออกไป
พอซินอี๋เปิดประตูออกนางถึงขั้นถอยหลังครืด คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือท่านพ่อของนางกำลังยืนหันหลังให้
เสนาบดีจางพอหันมาเจอลูกสาวก็ได้ยกมือฟาดตบหน้านางฉาดหนึ่งด้วยความโกรธที่นางหนีมา พอหนีมาไม่พอกลับพบว่าในห้องมีผู้ชายอยู่ในห้องด้วยก็คิดจะตบนางอีกครั้งแต่ก็รั้งฝ่ามือนั้นไว้
“เ้า....ข้าอุตส่าห์หวังให้เ้าออกเรือนกับคุณชายตระกูลมู่แต่เ้าก็เลือกหนีมาอยู่กับชายอื่น ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกับการกระทำของเ้า กำหนดการแต่งงานก็มีแล้วแต่เ้ามาทำกับข้าแบบนี้ ข้าจะบอกกับคนตระกูลมู่ว่ายังไง ตระกูลข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน ซินอี๋เ้าทำให้ข้าผิดหวังมากเลี้ยงเปลืองข้าวสุกจริงๆ”
เสนาบดีจางพูดด้วยอารมณ์โกรธจัด มองคนที่เขาเลี้ยงดูมาั้แ่เด็กไม่คิดว่านางจะทรยศตระกูล เื่นี้เป็เื่ใหญ่ที่ตัวเขาเองจะปรองดองกับตระกูลมู่แต่นางก็มาทำผิด ถ้าทางนั้นไม่ขอมาหมั้นหมายกับนางเขาจะไม่โกรธเลยแต่นี่ทุกอย่างได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะได้เวลาออกเรือนแต่นางกลับหนีมาเสียก่อน
“ท่านพ่อข้า...ข้าขอโทษ ข้าไม่อยากแต่งกับคุณชายตระกูลมู่” หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอมองหน้าบิดาอย่างสำนึกผิดที่หนีมารู้ว่าตัวเองผิด แต่ก็มีเหตุผลที่หนีหวังว่าท่านพ่อจะเข้าใจนาง
“เ้าไม่อยากแต่งกับลูกขุนนางที่ข้าเลือกให้ แต่เ้ากลับมาเลือกชายผู้นี้เป็ใครก็ไม่รู้ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้เหรอกับสิ่งที่เ้า้า เ้าอยากให้ตระกูลข้าพังลงด้วยมือเ้าใช่ไหม”
ท่านเสนาบดีจางกำหมัดไว้แน่นไม่รู้จะจัดการยังไงดีความเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลพังเพราะนางคนเดียว เขามองหน้านางอยากจะฆ่านางทิ้งเสียแต่ก็ทำไม่ได้ เขารักนางเหมือนดั่งลูกแท้ๆ แต่ฮูหยินนี่สิไม่อยากให้เขาให้ความสนใจนาง เขาก็ต้องทำตามนั้น
ฟางหรงที่เดินมายืนอยู่ด้านหลังยังปะติดปะต่อเื่ราวที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ได้ยินคือการสนทนาเสียงเครียดของสองพ่อลูก
เสนาบดีจางหันไปหาชายผู้นั้นที่แต่งตัวธรรมดาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปเขามองดูั้แ่หัวจรดเท้า คิดว่าเป็ใครทำไมลูกสาวถึงหนีมาอยู่ด้วย “เ้าจะเอายังไง จะรับผิดชอบนางยังไง บอกข้ามาสิ” เมื่อเื่มันเลยเถิดแล้วก็ต้องถามหาความรับผิดชอบจากชายผู้นี้
“ข้า...” ฟางหรงอยากพูดกับชายวัยกลางคนแต่ก็พูดไม่ออกเขาไม่รู้จะพูดอะไร เขาได้ยินสิ่งที่พ่อลูกสนทนากันแล้ว เื่นี้มันสำคัญมากเขาไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดีและก็ไม่รู้ด้วยว่าเื่ทั้งหมดถูกจัดฉากขึ้นมาเหรอไม่ เื่นี้ต้องสืบให้รู้แน่ชัด เขายังคงอ้ำอึ้งไม่พูดอะไรออกมา
“เห็นไหมซินอี๋ เ้าเลือกผู้ชายได้ดีมากขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ยอมรับเ้าเป็เมีย นี่เหรอคนที่เ้ามอบกายมอบใจให้”
เสนาบดีชี้หน้าลูกสาวด้วยมือไม้สั่นเพราะความโกรธมีเสียงขบกัดฟันกรอดๆ ที่เขารู้คือนางฉลาดนะแต่ไม่คิดว่าจะเลือกสามีได้โง่เพียงนี้แถมไม่รับผิดชอบตัวนางอีก
“ท่านพ่อข้ากับชายผู้นี้ไม่ใช่....” นางไม่รู้จะพูดอะไรดีในเมื่อนางไม่รู้จักชายผู้นี้เลยชื่ออะไรก็ยังไม่รู้จัก มันเกิดเื่เมื่อคืนโดยที่ยังงงกับเื่ที่เกิดขึ้นทำไมกลายเป็อย่างนี้ไปได้
“ไม่ใช่อะไร”
ซินอี๋ไม่รู้ว่าจะบอกพ่อยังไงดี เพราะนางเองก็พึ่งเจอเขาครั้งแรกและก็ไม่คิดว่าจะลงเอยด้วยการนอนด้วยกันมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันแล้ว
และในระหว่างนั้นเองหลินปอองครักษ์ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งก็วิ่งมาดู เพราะเป็ห้องของเ้านายของเขาว่ามีอะไรเกิดขึ้นทำไมมีผู้ชายมายืนอยู่หน้าห้องหลายคน เขามีสีหน้าแตกตื่นว่าได้ทำหน้าที่บกพร่องแล้ว
“นายท่าน นายท่านเกิดอะไรขึ้นขอรับ” หลินปอองครักษ์เข้ามาหาชายหนุ่มในห้องด้วยความงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“อ้าว” หลินปอมองเ้านายอย่างไม่เข้าใจได้แต่ยืนมองสลับซ้ายทีขวาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเ้านายบอกว่าไม่รู้
ฟางหรงมองหน้าชายที่อายุมากกว่า เห็นใบหน้าของชายผู้นี้ที่กำลังโกรธตัวเองจัดก็รู้สึกผิด และเขาคิดว่าเขาไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าชายผู้นี้มาก่อน ทำไมถึงเกิดเื่นี้ขึ้นมาได้ เขาได้แต่หนักใจจะทิ้งเื่ที่เขาก่อก็ไม่ได้ “ถ้าท่านจะให้ข้ารับผิดชอบ ได้ข้าจะรับผิดชอบนาง” ฟางหรงเมื่อคิดว่าทุกอย่างลงเอยแบบนี้แล้ว ถ้าจะทิ้งไม่รับผิดชอบก็ไม่ใช่คนอย่างเขา ส่วนเื่อื่นค่อยตามสืบทีหลัง
“นายท่าน ข้างงไปหมดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ฟางหรงส่งสายตาห้ามปรามให้องครักษ์หยุดเงียบอย่าโวยวาย เขา้าใช้สมาธิคิดวิเคราะห์
จวนท่านอ๋องฉี
“ฟางหรงข้าดีใจมากที่ได้เจอเ้าไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนไปไงมาไงถึงมาหาข้าได้”
เ้าบ้านเอ่ยทักเมื่อมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนานมาหาถึงเมืองหลวง พวกเขารู้จักกันตอนที่อ๋องฉีไปราชการแคว้นเยี่ยได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเสด็จพ่อของฟางหรงหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เป็สหายกันมาตลอดมีติดต่อกันเรื่อยมาเหมือนเป็เพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว
“มันมีเื่เกิดขึ้นกับข้ากะทันหันตอนที่ข้าจะมาหาเ้า ข้าไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่ๆข้าก็ต้องแต่งงาน โดยไม่เต็มใจนัก” แม้ปากบอกว่าไม่เต็มใจ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้างามนั้นแล้วเขากลับหัวใจเต้นแรง จำััจำกลิ่นตัวนางได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ควรหลงเสน่ห์ของนางเพราะอาจจะเป็กับดักก็เป็ได้จึงหยุดคิดเื่นี้เสีย
“ห่ะ...ทำไมเป็อย่างนั้น แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมเ้าถึงจะต้องแต่งงาน” อ๋องฉีมีสีหน้าใเมื่อได้ยินดังนั้น และถามด้วยความร้อนรนด้วยความเป็ห่วงสหาย
“ตอนที่ข้าพักอยู่โรงเตี๊ยมนอกเมืองก่อนจะมาหาเ้า ในห้องข้ามีคนวางยากำหนัดทำให้ข้าได้เสียกับนางผู้หนึ่ง และข้าคิดว่านางน่าจะเป็คนวางยาข้า นางไม่น่าจะบังเอิญมาอยู่ห้องข้าได้ แต่ข้าก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมนางจะต้องจับข้าเป็สามีทั้งที่ข้ากับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
“แล้วนางเป็ลูกหลานใคร”
“ข้าได้ยินว่าพ่อของนางเป็เสนาบดีและได้ยินเื่ที่นางหนี บอกว่านางหนีงานแต่งกับคนตระกูลมู่”
“ถ้าหากเป็อย่างที่เ้าเล่า ลูกสาวที่จะแต่งงานเร็วๆ นี้เป็ลูกสาวท่านเสนาบดีจาง แล้วนางจะจับท่านได้อย่างไร ทั้งที่พวกท่านกับเสนาบดีไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
“นั่นสิข้าก็ชักสงสัยอยู่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่ แล้วก็ไม่มีใครรู้ฐานะของข้าด้วย ข้าว่าข้าเป็คนค่อนข้างจะปิดบังฐานะเวลาออกมาข้างนอกนะ”
“เื่นี้ข้าจะช่วยสืบให้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเ้ามีอะไรให้ข้าช่วยเหลืออีกบอกมาได้เลย”
“ข้าอยากให้เ้าช่วยหาจวนเล็กๆ ให้ข้าหลังหนึ่งไม่ต้องใหญ่มาก และต่อไปเ้าจะรู้จักข้าในนาม ฟางหรงเป็แค่พ่อค้า ไม่มีตำแหน่งองค์ชาย”
“ได้ แต่ว่าเ้าคิดดีแล้วเหรอที่จะออกเรือนกับลูกสาวท่านเสนาบดีทั้งที่นางได้หมั้นหมายกับตระกูลมู่แล้ว”
“จะทำยังไงได้เล่า ข้าได้นางแล้วนี่ แม้ว่าไม่ได้เต็มใจ ที่ทำก็เพราะโดนฤทธิ์ยาก็ตามเถอะ” แม้ว่าฟางหรงจะคิดว่าตัวเองไม่เต็มใจ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกับนางได้ัันางความรู้สึกของเขากลับรู้สึกแปลกๆ
“เ้านี่ช่างเป็ลูกผู้ชายตัวจริงข้านับถือเ้าจริงๆ เื่นี้ถือว่าร้ายแรงมาก เสนาบดีจางเป็คนมีชื่อเสียงที่ฮ่องเต้ทรงไว้ใจแล้วนี่มาเกิดเื่อีกคงอับอายอยู่ไม่น้อยคงจะต้องผิดใจกับตระกูลมู่แน่ๆ นอกเสียจากให้ลูกสาวคนหนึ่งออกเรือนแค่เปลี่ยนตัวเ้าสาวคงไม่เป็ไร เพราะเสนาบดีมีลูกสาวอีก 2 คนที่ยังไม่ออกเรือน”
“เื่นี้ข้าไม่เกี่ยว ข้าไม่ได้แย่งเ้าสาวใคร นางเข้าหาข้าเอง” ฟางหรงรีบแก้ตัวเมื่อเขาไม่อยากให้ฮ่องเต้เข้าใจผิดเดี๋ยวจะทำให้บ้านเมืองต้องเจอปัญหาตามมาทีหลัง
“แล้วเื่งานแต่งให้ข้าเป็ฝ่ายจัดการให้หรือไม่” อ๋องฉีเสนอตัวเพราะเขาเป็คนพื้นที่ย่อมรู้จักว่าอะไรคืออะไรเขาน่าจะเหมาะสมกว่าที่จะจัดการเอง
“ถ้าได้ก็ดีแต่ขอเป็ในฐานะพ่อค้าธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวย เ้าคงจะเข้าใจความคิดของข้านะ”
“อืม..ข้าเข้าใจแล้วข้าจะจัดการให้”
“ขอบใจเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรสหายเดือดร้อนข้าต้องช่วยเหลือเพราะเราเป็แคว้นเพื่อนบ้านกันและอีกอย่างข้าต้องดูแลเ้าให้ดีเพราะถือว่าเ้าเป็แขกบ้านแขกเมืองของข้า”
สองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ และทั้งสองคนค่อนข้างมีนิสัยเหมือนกัน ติดดินและ้าให้บ้านเมืองสงบสุขไม่มีา
จวนเสนาบดีจาง
เื่ที่เกิดขึ้นทำให้หลิงเอ๋อ ถูกทำโทษโดยการถูกโบยโทษฐานไม่ดูแลเ้านายให้ดีให้หนีออกนอกเมือง แต่ซินอี๋ขอร้องไว้นางรับผิดชอบเพียงผู้เดียวเพราะเป็คนสั่ง
“คุณหนูท่านจะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักจริงเหรอ”
“ทำไงได้ล่ะก็ข้าเป็เมียเขาแล้วนี่ ที่เขายอมแต่งงานกับข้าก็ถือว่าดีมากอย่างน้อยก็ยังให้เกียรติท่านพ่อ แล้วข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าชายผู้นี้จะเป็คนยังไง หนีเสือปะจระเข้จริงๆ ข้าคงต้องยอมรับความผิดพลาดในชีวิตจำต้องออกเรือนกับชายผู้ไม่เคยรู้จักตัวตนกันมาก่อน หวังว่าคงจะโชคดีนะ” พูดแล้วก็ได้แต่ถอดถอนลมหายใจด้วยความหนักอึ้งไม่รู้ว่าต่อไปชะตาชีวิตจะเป็ยังไง
“ข้าหวังเพียงว่าขอให้ท่านได้เจอคนที่ดีกว่าคุณชายมู่ก็พอ”
สาวใช้ยังคงเป็กังวลเื่นี้อยู่ เพราะนางแท้ๆ ที่เป็คนผลักให้คุณหนูเข้าห้องชายคนนั้น ไม่งั้นเื่ก็คงไม่ต้องเป็แบบนี้หรอกคิดแล้วนางก็หนักใจผลักภาระให้คุณหนูซะงั้นเื่นี้ต้องโทษตัวนางที่ทำผิด แต่คุณหนูก็ไม่ว่าอะไรเลย
“เมื่อเ้าเอาชื่อเสียงของตระกูลข้าไปทำลาย งานแต่งงานของเ้าข้าก็จะจัดตามมีตามเกิดให้เ้า แล้วต่อไปก็ไม่ต้องกลับมาที่จวนนี้อีกแล้ว”
“ท่านพ่อ!!” ซินอี๋นางใเมื่อได้ยินเช่นนั้นไม่คิดว่าเื่แค่นี้จะตัดพ่อตัดลูกกันได้
“เพราะเ้าคนเดียวซินอี๋ ข้าจำต้องออกเรือนแทน เ้าทำลายชีวิตข้า ข้าเกลียดเ้านัก ข้าอยากจะฆ่าเ้าแล่เนื้อออกมาเป็ชิ้นๆเพื่อระบายความแค้นในใจข้า” อ้ายฉิงหนึ่งในลูกสาวแท้ๆ ของเสนาบดีจางพูดด้วยความเคียดแค้นที่ผลักภาระมาให้ทั้งที่ใจนางก็ยังไม่พร้อมที่จะออกเรือนกับใคร
นี่สินะที่ท่านพ่อท่านแม่้าคือ อยากให้ข้าออกจากเรือน นางได้แต่คิดในใจเพราะเื่วุ่นวายทั้งหมดก็เป็เพราะตัวนางที่ทำให้ตระกูลมีคนพูดถึงแต่เื่ที่ไม่ดี