ตอนที่ 19 เลือกพืช
ชิงฉางพาทุกคนกลับไปที่ปราสาทและเข้าไปในห้องนั่งเล่น
เขาช่วยย่าหลี่นานั่งลงในขณะที่จางลี่กำลังยืนอยู่ครั้งนี้เธอไม่ได้ก้มหน้าเหมือนทุกครั้ง แต่กลับมองไปที่ชิงฉาง
ชิงฉางทำหน้านิ่งแต่ในใจของเขานั้นเต้นอย่างรวดเร็ว เพราะความรู้สึกของเขาต่อจางลี่แต่มันยังไม่ใช่เวลาที่จะคิดเกี่ยวกับเื่พวกนี้ เขายังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่ต้องทำมันมีอนาคตของตระกูลเฉินอู้เป็เดิมพัน
หลี่นาเริ่มคุ้นเคยกับการปฏิบัติตัวของชิงฉางแล้วเธอจึงไม่ปฏิเสธที่เขาช่วยเธอนั่ง แต่เธอดูจะตื่นเต้นมากกว่า “นายน้อยพวกเราควรทำอย่างไรต่อไป?” เธอเริ่มที่จะถามหาความเห็นของชิงฉาง
“ย่าหลี่นาช่วยหาทาสที่คุ้นเคยกับการทำฟาร์มมาช่วยงานในแปลงเพาะใหม่หน่อยและช่วยถามพวกเขาด้วยว่าพวกเราควรปลูกพืชอะไรดี โอ้ว!! พวกเรามีเมล็ดพืชพอไหม?”
หลี่นาพยักหน้า“นายน้อยพวกเรามีเมล็ดพืชหลากหลายชนิด เพียงแต่ว่าเมล็ดพืชเ่าั้เป็เพียงธัญพืชและผักธรรมดาทั่วไป แล้วสิ่งที่เรานำมาส่วนใหญ่เหมาะที่จะปลูกบนูเาซึ่งหากใช้ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้เกรงว่ามันจะเป็การเสียโอกาสมากกว่า”
ชิงฉางครุ่นคิดก่อนที่จะตัดสินใจถามว่า “ย่าหลี่นาใน่ที่อากาศหนาว พวกเราใช้อะไรในการก่อไฟ เพื่อทำอาหารและให้ความอบอุ่นอย่างนั้นเหรอครับ?”
หลี่นาตอบอย่างไม่สะทกสะท้านเลยว่า“นายน้อยแม้ว่าเราจะมีเตาพิงเวทย์มนตร์หนึ่งชนิดจากที่เราซื้อมาแต่ตระกูลเราก็ไม่ได้ซื้อของที่หรูหรามา ตอนนี้พวกเราใช้ไม้ที่ตายแล้วไม่ก็พวกวัชพืชที่เติบโตบนูเาเพื่อที่จะสร้างความอบอุ่น และทำอาหาร”
เพราะหลี่นาและฟางเคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่ชนชั้นสูงกับตระกูลเฉินอู้ทำให้พวกเขาไม่อาจตระเตรียมสิ่งของต่างๆ ได้อย่างเพียบพร้อม แต่อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นไม่รู้ว่ามนจีนนั้นมีคำพูดอยู่ เจ็ดคำที่สำคัญคือฟืน, ข้าว , น้ำมัน , เกลือ , ซอส , น้ำส้มสายชู และน้ำชา
เจ็ดสิ่งนั้นเป็สิ่งที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชีวิตของผู้คนมันจึงจัดได้ว่าเป็สิ่งจำเป็ในการดำรงชีวิต ซึ่งฟืนคืออันดับแรก เพราะเธอใช้ชีวิตรวมกับคนชนชั้นสูงถึงแม้ว่าเธอจะนำสิ่งจำเป็อื่น ๆ มามากมายแต่เธอกลับไม่ได้เตรียมสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ฟืน
แม้ว่าหลี่นานั้นเคยได้ยินคำกล่าวว่าแดนทมิฬเป็ดินแดนที่แห้งแล้งแต่เธอไม่เคยคาดคิดว่ามันจะแห้งแล้งจนกระทั่งที่วัชพืชยังไม่สามารถเติบโตขึ้นมาได้ในทวีปคาร์ค ประชาการส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็ที่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่ฟืนเพราะคนรวยหรือขุนนางจะใช้ถ่านหรือเตาเวทย์มนตร์และแม้กระทั่งคนยากจนยังสามารถหาฟืนมาใช้ได้อย่างง่ายได้แต่ในแดนทมิฬนั้นการจะหาต้นไม้ซักต้นเป็เื่ที่ยากมาก จะมีก็เพียงต้นไม้เล็ก ๆ และวัชพืชไม่กี่ต้นส่วนอื่น ๆ ก็ไม่อาจนำมาใช้ได้ แม้ว่าเธอจะคิด และเตรียมตัวมาเป็อย่างดีแต่ในทวีปนั้น ฟืนจัดว่าเป็สิ่งที่ไม่สำคัญเธอจึงพลาดเื่นี้ไป
หลี่นาเห็นชิงฉางไม่ได้ตอบอะไรกับมาจึงถามขึ้นว่า“นายน้อย คุณคิดว่าพวกเราจะเพาะปลูกพืชอะไรในพื้นที่แปลงใหม่งั้นเหรอ?”
ชิงฉางกำลังคิดถึงเื่นี้ในมิติฟาร์มนั้น เขามีเมล็ดพืชอยู่จำนวนหนึ่งที่เหมาะกับการเพาะปลูกนั่นก็คือข้าวสาลีและผักกว้างตุ้งจีน ถึงแม้ว่าพวกมันจะให้ผลิตที่ดี แต่พวกมันก็ยังไม่สามารถที่จะนำมาเป็ฟืนได้ ดังนั้นเขาไม่้าที่จะปลูกมันในตอนนี้นี่ไม่ได้เกี่ยวพันเพียงแค่เขาเป็คนเดียวเขาจำเป็ที่จะต้องคิดว่าทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาของตระกูลเฉินอู้ได้ด้วย
ชิงฉางจึงเหลือเพียงหนึ่งทางเลือกนั้นคือข้าวโพด!
สำหรับเขาข้าวโพดเป็พืชที่คุ้นเคยเป็อย่างดี แม้ว่าเขาจะไม่เคยปลูกเองก็ตาม แต่ในอดีตนั้นเมืองที่เขาเคยอยู่มีการปลูกข้าวโพดเป็จำนวนมาก ถึงแม้ว่าผลผลิตของข้าวโพดจะไม่สูงมากแต่ต้นข้าวโพดสามารถใช้ทำเป็ฟืน เพื่อใช้ในฤดูหนาวได้
แต่ในตอนนี้เขามีเมล็ดข้าวโพดที่จะปลูกได้เพียงสองมู่แต่พื้นที่ที่เขาได้ทำการปรับปรุงไปนั้นมีขนาดถึงสิบมู่ เขายังมีเมล็ดข้าวโพดไม่เพียงพอ
ชิงฉางคิดถึงสิ่งที่เขามีในมิติฟาร์มเขามีสองร้อยเหรียญทอง (ซึ่งไม่สามารถใช้ภายนอก) เมล็ดหญ้าหกถุง (สามารถปลูกได้หกมู่)เมล็ดผักกวางตุ้งอีกสองถุง (สามารถปลูกได้สองมู่) , เมล็ดข้าวสาลีสองถุง (สามารถปลูกได้สองมู่) เมล็ดข้าวโพดสองถุง(สามารถปลูกได้สองมู่) และยุ้งข้าวที่เต็มไปด้วยหัวไชเท้าที่โตเต็มที่ ซึ่งสามารถขายได้ในมิติฟาร์มซึ่งจะได้เงินประมาณห้าเหรียญทอง น่าเสียดายที่เขายังไม่สามารถนำเงินออกมาจากมิติฟาร์มได้
นอกจากนี้แล้วเขายังสามารถที่จะขยายพื้นที่ได้อีกสองมู่พื้นที่สองมู่ แต่เขานั้นจำเป็ต้องใช้เงินถึงสองร้อยเหรียญทอง ซึ่งในตอนนี้เขามีเงินไม่พอ
หลี่นาขมวดคิ้วมองไปที่ชิงฉางเธอไม่พูดอะไรออกมา เธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะรบกวนความคิดของชิงฉางเธอได้เพียงแต่หวังว่านายน้อยจะสามารถที่จะสร้างปราฏิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้ง
จางลี่ที่กำลังยืนมองชิงฉางเธอรู้สึกว่าภาพชิงฉางที่กำลังครุ่นคิดสิ่งต่าง ๆ นั้นเป็ภาพที่น่าหลงไหลมาก
ชิงฉางเอามือประสานกันก่อนจะติดสินใจว่า“ย่าหลี่นาพรุ่งนี้เจอกันที่แปลงเพาะปลูกใหม่ ตอนนี้คุณช่วยจัดการเื่ต่าง ๆ ที่เหมืองและหาคนมาทำงานด้วย ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ”จากนั้นชิงฉางก็ลุกขึ้นยืน และเดินออกไปจากห้อง
หลี่นาไม่รู้ว่าชิงฉางจะหาทางได้หรือไม่แต่เธอเริ่มที่จะมีความน่าเชื่อถือ และยังได้ความสามารถที่เธอเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงอย่างเดียวคือเลือกที่จะเชื่อในตัวของชิงฉาง
จางลี่จึงตามหลี่นาไปจัดการเื่ต่างๆ เพราะสิ่งต่าง ๆ นั้นมันวุ่นวายอย่างมาก หลี่นาน่าจะไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว
กังและคุนเดินตามชิงฉางที่กำลังรีบกลับห้องของเขา เพื่อที่จะไปยังมิติฟาร์มในมิติฟาร์มนั้นก็คงยังมีสภาพเหมือนเดิมทำให้ชิงฉางรู้สึกโล่งอก หลังจากที่เขาปรับปรุงดินในแดนทมิฬแล้วในความคิดของเขานั้นคิดว่าปริมาณดินมิติ และน้ำมิติจะลดลง แต่สิ่งที่เขาเห็น ก็คือภาพเดิมก่อนที่จะปรับปรุงดิน
ถ้าหากเขาสามารถปรับปรุงพื้นดินทั้งหมดแล้วนั้นมันจะมีประโยชน์สำหรับเขาอย่างมา แม้ว่ามิติฟาร์มของเขาจะหายไป แต่เขาก็จะไม่อดตายแต่ตอนนี้มันเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้น การมีอยู่ของมิติจำเป็สำหรับการพัฒนาแดนทมิฬแห่งนี้
ชิงฉางมองไปที่หัวไชเท้าในพื้นดินเมื่อเห็นว่ามันกำลังจะโตเต็มที่ เขาก็ตัดสินใจ เขากระซิบออกมา“ขายหัวไชเท้าในยุ้งฉางทั้งหมด”
เสียงสะท้อน[คุณแน่ใจหรือว่า้าที่จะขายผลผลิตในยุ้งฉาง?]
“ใช่”
จากนั้นก็มีเสียงตอบกลับ[หัวไชเท้าในยุ้งฉางทั้งหมดได้ทำการขายเรียบร้อยแล้ว เงินจำนวนห้าร้อยเหรียญทองจะถูกเก็บเขาไปยังกระเป๋าเงินของคุณ][คุณไม่มีผลผลิตใด ๆ ในยุ้งฉางแล้ว โปรดพยายามในการเพาะปลูกให้มากขึ้นด้วย]
มันยังเร็วเกินไปที่จะทดสอบว่าหัวไชเท้าเ่าั้สามารถที่จะให้เมล็ดได้หรือไม่แต่ตอนนี้สิ่งที่เขา้ามาที่สุดคือเงิน และสิ่งจำเป็อื่น ๆการทดสอบนี้สามารถทำที่หลังก็ได้
ตอนนี้ชิงฉางมีเงินอยู่เจ็ดร้อยเหรียญทอง, เมล็ดหญ้าหกถุง , เมล้ดกว้างตุ้งจีนสองถุง, เมล็ดข้าวสาลีสองถุง และเมล็ดข้าวโพดสองถุงหลังจากคำนวณสิ่งต่าง ๆ แล้วชิงฉางก็กล่าวทันทีว่า “ขยายพื้นที่”
จึงมีเสียงสะท้อนกลับมา[การขยายพื้นที่นั้น ระบบ้าเลเวลสาม และเงินจำนวนสองร้อยเหรียญทอง คุณได้ทำตามความ้าของระบบคุณ้าขยายพื้นที่ทันทีหรือไม่?]
“ใช่”ตอนนั้นเองก็มีหมอกขึ้นมาปกคลุมบนพื้นดินก่อนที่จะกลับสู่สภาพเดิมพวกกับพื้นที่เพิ่มอีกสองมู่ ชิงฉางจึงสั่งต่อทันทีว่า“ทำการเตรียมดิน และเพราะปลูกเมล็ดข้าวโพด”
จากนั้นถุงเมล็ดพืช, พลั่ว และถังน้ำก็ออกไปทำงานด้วยกันอย่างสามัคคีในพื้นที่ใหม่อีกสองมู่ชิงฉางตระหนักได้ถึงประโยชน์ของข้าวโพด เขาจึงใช้พื้นที่ที่ได้รับมาใหม่ปลูกข้าวโพดเมื่อข้าวโพดโตเต็มที่ นอกจากที่เขานั้นยังได้เมล็ดข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นเขายังได้ต้นข้าวโพดมาใช้สำหรับทำฟืนด้วย
พื้นที่เพียงหนึ่งมู่สามารถที่จะปลูกข้าวโพดได้ถึงหนึ่งจุดห้าตันและนอกจากนี้เขายังได้เมล็ดข้าวโพดอีกจำนวนมา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีพืชปลูกเพียงพอมันช่างเป็การลงทุนที่คุ้มค่าจริง ๆ
ชิงฉาง้าเพียงแค่ว่าข้าวโพดในมิตินั้นจะมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าโลกในอดีตของเขาถ้าหากเขามีเมล็ดข้าวโพดมากพอที่จะนำไปปลูกข้างนอกได้เขาก็จะสามารถแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้ ในขณะที่เขายังสามารถสร้างเงินจากหัวไชเท้าและมีฟืนให้ใช้จากข้าวโพดที่โตแล้ว นี่จะเป็รากฐานให้กับตระกูลเฉินอู้ในอนาคต
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ
ติดตามพวกเราได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/profile.php?id=100088594190101