รักต้องห้าม บุปผาในทุ่งนา

    ตอนที่ 2 – ปากดีนัก เจอดีแน่!

    “เ๽้าจะพาข้าไปเมืองหลวงได้หรือไม่?”
    ไป๋จื่อหลงยืนกอดอก หน้าตาเชิดเล็กน้อยอย่างขุนนางชั้นสูงผู้ตกม้าตาย

    ซ่งเสวี่ยเงยหน้าขึ้นจากกองฟืนในมือ ยกคิ้วมองเขาเหมือนกำลังดูหมูที่พยายามปีนต้นไผ่

    “ข้าดูเหมือนจะมีเกวียนทองรอเ๽้ารึไง?”

    “อย่างน้อยเ๯้าก็สามารถพาข้าไปยังถนนหลวง! ข้าเดินทางต่อเองได้”

    “ถนนหลวงเหรอ?” เธอยิ้มเย็น
    “เ๽้าคิดว่าข้าไม่มีอะไรจะทำงั้นรึ? นี่มันฤดูเก็บเกี่ยว ข้ายังต้องเกี่ยวข้าว ซ่อมรั้ว เก็บไข่ เปลี่ยนน้ำให้เป็ด และล่าหนูในยุ้งข้าว — เ๽้าอยู่ได้ก็อยู่ อยากไปก็ไปเอง ขาเ๽้ายังอยู่ครบไม่ใช่เหรอ?”

    “เ๯้ากำลังลบหลู่ข้า!”

    “ข้าไม่ได้ลบหลู่ ข้าแค่พูดความจริง เ๽้าก็เหมือนไก่หลงฝูง — บ่นเสียงดัง แต่วิ่งหนีหมาไม่ทัน”

    ไป๋จื่อหลงกัดฟัน หน้าแดงเพราะทั้งอายทั้งโกรธ
    “เ๯้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็๞ใคร?”

    “ไม่รู้” ซ่งเสวี่ยตอบหน้าตาย “และไม่สนด้วย”

    “ข้าคือบุตรชายของไป๋ต้าเหวิน ขุนนางกรมพิธีการ!”

    “ข้าเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าข้าชื่อ ‘ซ่งเสวี่ย’ ไม่ใช่ ‘ตื่นเต้น’ เพราะงั้น... จะบอกอีกกี่ชื่อ ข้าก็เฉย ๆ”

    “เ๯้านี่มัน...!”
    ไป๋จื่อหลงถลึงตา แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

    “เอาล่ะ งั้นเราตกลงกัน” เขายืนตัวตรงแบบผู้ดี “เ๽้าช่วยข้าไปถึงถนนหลวง แล้วข้าจะให้เงินเ๽้า”

    ซ่งเสวี่ยมองเขา แล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
    “เ๯้าคิดว่าเงินของเ๯้าซื้อทุกอย่างได้งั้นหรือ?”

    “สำหรับชาวนาอย่างเ๽้าก็แน่นอน!”

    “งั้นเ๯้าก็ควรลองเอาเงินนั่นไปให้หมูในคอกกินดู มันอาจจะหายหิวขึ้นมาได้บ้าง”

    ไป๋จื่อหลงเงียบไปชั่วครู่ เหมือนโดนต่อยกลางหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว

    “ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชาวบ้านถึงพูดจาหยาบคายเช่นนี้!”

    “เพราะเราไม่มีเวลาพูดอ้อมโลกเหมือนพวกในวัง” ซ่งเสวี่ยยิ้มเหี้ยม
    “ถ้าจะขอให้ช่วย ก็ขอให้มันนุ่มหูหน่อย หรือถ้าไม่งั้นก็... กลับไปนอนใต้ต้นไม้ต่อเถิด”

    ทันใดนั้น เสียงจากด้านหลังดังขึ้น

    “พวกเ๽้าทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ? เดี๋ยวข้าไปหาข้าวต้มยากล่อมประสาทมาให้ดื่มกันดีไหม?”
    เสียง ลุงเฉา โผล่มาพร้อมหม้อยาใบใหญ่ กลิ่นตุ ๆ เหมือนยาสำหรับควายมากกว่าคน

    “ไม่ต้อง!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน

    ลุงเฉายักไหล่ เดินผ่านไปแล้วพึมพำเบา ๆ “คู่นี้ทะเลาะกันเหมือนสามีภรรยาปีแรกเลยแฮะ...”

    ได้ยินดังนั้น ไป๋จื่อหลงกับซ่งเสวี่ยถึงกับชะงัก แล้วรีบหันหน้าหนีจากกันทันที

    “ฝันไปเถอะ!” / “ไม่มีวัน!”

    แต่ทั้งคู่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม...
    และบทสนทนาแสบ ๆ คัน ๆ ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น...

    “เ๽้าจะพาข้าไปเมืองหลวงได้หรือไม่?”
    ไป๋จื่อหลงยืนกอดอก หน้าตาเชิดเล็กน้อยอย่างขุนนางชั้นสูงผู้ตกม้าตาย

    ซ่งเสวี่ยเงยหน้าขึ้นจากกองฟืนในมือ ยกคิ้วมองเขาเหมือนกำลังดูหมูที่พยายามปีนต้นไผ่

    “ข้าดูเหมือนจะมีเกวียนทองรอเ๽้ารึไง?”

    “อย่างน้อยเ๯้าก็สามารถพาข้าไปยังถนนหลวง! ข้าเดินทางต่อเองได้”

    “ถนนหลวงเหรอ?” เธอยิ้มเย็น
    “เ๽้าคิดว่าข้าไม่มีอะไรจะทำงั้นรึ? นี่มันฤดูเก็บเกี่ยว ข้ายังต้องเกี่ยวข้าว ซ่อมรั้ว เก็บไข่ เปลี่ยนน้ำให้เป็ด และล่าหนูในยุ้งข้าว — เ๽้าอยู่ได้ก็อยู่ อยากไปก็ไปเอง ขาเ๽้ายังอยู่ครบไม่ใช่เหรอ?”

    “เ๯้ากำลังลบหลู่ข้า!”

    “ข้าไม่ได้ลบหลู่ ข้าแค่พูดความจริง เ๽้าก็เหมือนไก่หลงฝูง — บ่นเสียงดัง แต่วิ่งหนีหมาไม่ทัน”

    ไป๋จื่อหลงกัดฟัน หน้าแดงเพราะทั้งอายทั้งโกรธ
    “เ๯้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็๞ใคร?”

    “ไม่รู้” ซ่งเสวี่ยตอบหน้าตาย “และไม่สนด้วย”

    “ข้าคือบุตรชายของไป๋ต้าเหวิน ขุนนางกรมพิธีการ!”

    “ข้าเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าข้าชื่อ ‘ซ่งเสวี่ย’ ไม่ใช่ ‘ตื่นเต้น’ เพราะงั้น... จะบอกอีกกี่ชื่อ ข้าก็เฉย ๆ”

    “เ๯้านี่มัน...!”
    ไป๋จื่อหลงถลึงตา แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

    “เอาล่ะ งั้นเราตกลงกัน” เขายืนตัวตรงแบบผู้ดี “เ๽้าช่วยข้าไปถึงถนนหลวง แล้วข้าจะให้เงินเ๽้า”

    ซ่งเสวี่ยมองเขา แล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
    “เ๯้าคิดว่าเงินของเ๯้าซื้อทุกอย่างได้งั้นหรือ?”

    “สำหรับชาวนาอย่างเ๽้าก็แน่นอน!”

    “งั้นเ๯้าก็ควรลองเอาเงินนั่นไปให้หมูในคอกกินดู มันอาจจะหายหิวขึ้นมาได้บ้าง”

    ไป๋จื่อหลงเงียบไปชั่วครู่ เหมือนโดนต่อยกลางหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว

    “ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชาวบ้านถึงพูดจาหยาบคายเช่นนี้!”

    “เพราะเราไม่มีเวลาพูดอ้อมโลกเหมือนพวกในวัง” ซ่งเสวี่ยยิ้มเหี้ยม
    “ถ้าจะขอให้ช่วย ก็ขอให้มันนุ่มหูหน่อย หรือถ้าไม่งั้นก็... กลับไปนอนใต้ต้นไม้ต่อเถิด”

    ทันใดนั้น เสียงจากด้านหลังดังขึ้น

    “พวกเ๽้าทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ? เดี๋ยวข้าไปหาข้าวต้มยากล่อมประสาทมาให้ดื่มกันดีไหม?”
    เสียง ลุงเฉา โผล่มาพร้อมหม้อยาใบใหญ่ กลิ่นตุ ๆ เหมือนยาสำหรับควายมากกว่าคน

    “ไม่ต้อง!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน

    ลุงเฉายักไหล่ เดินผ่านไปแล้วพึมพำเบา ๆ “คู่นี้ทะเลาะกันเหมือนสามีภรรยาปีแรกเลยแฮะ...”

    ได้ยินดังนั้น ไป๋จื่อหลงกับซ่งเสวี่ยถึงกับชะงัก แล้วรีบหันหน้าหนีจากกันทันที

    “ฝันไปเถอะ!” / “ไม่มีวัน!”

    แต่ทั้งคู่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม...
    และบทสนทนาแสบ ๆ คัน ๆ ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น...