ภาพผู้คนสัญจรไปมาบนท้องถนน ดึงดูดสายตาเถ้าแก่เนี้ยแห่งหอน้ำชาเก้ามงคลให้ทอดมองลงมาจากระเบียงห้องผู้ดูแลอย่างเงียบงัน
แปดปีล่วงผ่าน กาลเวลาหลั่งไหลไปดั่งสายนทีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โชคชะตาแปรเปลี่ยนดั่งสายลมไม่อาจคาดเดา แต่ท้ายที่สุด นางกับเขายังก็เวียนวนมาพบกันอีกครั้ง…
เปลือกตาประดับแพรขนงอนหลุบลงเชื่องช้า ภายในห้วงจิตบังเกิดภาพฉายกลุ่มดาวฤกษ์เจิดจรัส ร้อยเรียงโยงใยเชื่อมต่อกันเป็รูปทรงคล้ายร่างวิฬาร์
ท่ามกลางบรรดาดาราพราวแสงทั้งเก้าดวง มีหนึ่งดวงที่แสงสว่างดับมอด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยซีดจาง
มันคือวงจรนพเคราะห์ หรือกลุ่มดาราเก้าิญญาวิฬาร์ สัญลักษณ์อันจะปรากฏเฉพาะในแดนจิตของผู้วิชาลับมรรคาเก้าชีวิน ทั้งยังเป็ความลับต้องห้ามที่มิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ได้เป็อันขาด
ร่องรอยซีดจางนั้น คือเครื่องบ่งชี้ถึงการใช้พลังของวิชาไปแล้วหนึ่งครั้ง จากโอกาสทั้งหมดเก้าครั้ง
หากจะย้อนเล่าถึงที่มาของมัน คงต้องเริ่มั้แ่ปานบนต้นแขน หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันระหว่างสำนักฝึกสัตว์ปีศาจกับเ้าของร่างเดิม ก่อนที่ิญญาของมู่ไป๋หลิงจะย้อนเวลามาสถิตสวมรอยแทนที่
เป้าหมายแรกเริ่มของสำนักฝึกสัตว์ปีศาจ มุ่งเน้นไปที่การสยบสัตว์อสูรหายากดุร้ายไว้ใช้งาน หรือไม่ก็ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพวกมัน เพื่อดัดแปลงและสร้างสิ่งมีชีวิตแบบใหม่ที่ทรงพลัง หรือมีความสามารถพิเศษกว่าเดิม
แต่ภายหลังเมื่อเข้าร่วมฝ่ายพรรคใต้ดิน ด้วยอิทธิพลของจอมมาร ปรมาจารย์แห่งศาสตร์ลับ ผู้้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งพลัง บ้าคลั่งการแสวงหาคัมภีร์และสรรสร้างสรรพวิชาอันพิสดาร วิถีฝึกปรือสำนักก็แปรเปลี่ยนไป
สำนักฝึกสัตว์ปีศาจเริ่มเดินตามรอยจอมมาร คิดค้นวิชาต้องห้ามรูปแบบใหม่ ด้วยการสั่งสมปราณสิ่งมีชีวิตอื่น ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างมนุษย์ เพื่อเสริมสมรรถภาพทางกาย และทำให้ผู้ใช้วิชาสามารถดึงคุณลักษณะพิเศษของสัตว์นั้น ๆ ออกมาใช้งานได้โดยตรง เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็สัตว์ปีศาจแข็งแกร่ง
หากไม่เพราะระหว่างการคิดค้นวิชา เื้ัใช้วิธีการผิดศีลธรรม ต้องปกปิดความไม่ขาวสะอาดของวิชาไว้ สำหรับสำนักฝึกสัตว์ปีศาจแล้ว นี่นับเป็ความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง
จุดพลิกผันครั้งสำคัญ คือในวันที่เ้าสำนักกู๋โส่วหวงจับพลัดจับผลูได้คัมภีร์วิชา ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็เคล็ดวิชาแห่งความเป็ะ ผู้ฝึกสามารถแคล้วคลาดรอดพ้นจากความตายในยามวิกฤตของชีวิตทุกรูปแบบ ไม่ว่าาเ็สาหัส ล้มป่วยด้วยโรคร้าย หรือถูกพิษ เปรียบดังแมวที่มีเก้าชีวิต
เหล่าจอมยุทธ์ผาดโผนในยุทธภพ ภายนอกลำพององอาจ แต่ลึกลงไปก็ยังหวาดกลัวต่อความตาย …แล้วจะมีผู้ใดที่ไม่ปรารถนา ไม่ไขว่คว้าวิชาเช่นนี้กันเล่า?
อุปสรรคใหญ่ยิ่งกลับเป็ที่เนื้อหาคัมภีร์ลับ ซึ่งถูกจารึกด้วยภาษาโบราณคลุมเครือยากหยั่งถึง กระทั่งผู้มากความรู้ที่กู่โส่วหวงเชื้อเชิญมา ก็ยังถอดความออกหนึ่งในสามส่วนเท่านั้น
เ้าสำนักกู๋โส่วหวงจึงลอบซื้อทาสที่พ่อค้ามนุษย์นำมาขาย รับมาเป็ศิษย์นอกสำนัก และบังคับให้พวกเขาเ่าั้ ฝึกปรือวิชาอย่างสุ่มเสี่ยงแบบผิด ๆ ถูก ๆ เพื่อเป็หนูทดลองสำหรับค้นหาแนวทางที่ถูกต้อง
วันหนึ่ง เคราะห์ร้ายไม่พ้นตกอยู่กับศิษย์หญิงผู้เพลี่ยงพลั้งขณะฝึกวิชา ศิษย์คนอื่น ๆ จึงนำร่างไร้ลมหายใจ โยนทิ้งไว้ในที่ที่มั่นใจว่าจะไม่ถูกคนพบเจอ ซึ่งเห็นพ้องกันว่าที่อโคจรอย่างก้นเหวบรรพตไพศาลใต้ยอดผาเสวียนเทียน คือสถานที่เหมาะสมที่สุด
ท่ามกลางความเงียบงันในหุบเหว ดวงิญญาของมู่ไป๋หลิงก็ได้ข้ามภพมาจุติใหม่ในร่างที่เพิ่งสิ้นลม และเมื่อตื่นขึ้นมา นางก็ได้กลายเป็ต้นแบบการทดลองที่สำเร็จไปเสียแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น โชคชะตาช่างนำพานางมาถึงโลกนี้ใน่เวลาประจวบเหมาะ ขณะที่เทพกระบี่กำลังจะสิ้นใจ และจำเป็ต้องใช้พลังวิชาเพื่อสังเวยชีวิตแรกแก่เขาทันที…
แน่นอนมู่ไป๋หลิงหาได้ล่วงรู้ถึงวิชาใด ๆ ในใจนึกเพียงไม่อยากให้คนตรงหน้าเป็อะไรไปเท่านั้น ิญญาก็พลันร้อนรุ่มตอบสนองเท่าทันความคิด
ภายหลังมู่ไป๋หลิงค่อยเข้าใจว่า ที่แท้ความตายเป็เงื่อนไขสำคัญของวิชา เทียบได้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ จากนั้นแล้ว ทุกครั้งที่ใช้พลังจะถือเป็การนับถอยหลัง ผู้ฝึกวิชาสามารถมีชีวิตรอดจากความตาย หรือถ่ายเทพลังชีวิตทั้งหมดของตน ต่อชีวิตผู้ที่้าช่วยเหลือ ได้ทั้งสิ้นเก้าครั้ง
ส่วนหลังจากครบเก้าครั้งแล้วจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ย่อมไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้
ข้อเท็จจริงต่อไป สืบได้ความก็ต่อเมื่อก่อตั้งตำหนักสดับสหัสสาสน์ได้ปีครึ่ง สุดยอดวิชาลับนี้แท้จริงมีนามว่ามรรคาเก้าชีวิน ศาสตร์ลับาอันมีที่มาปริศนา แต่เพราะความสุดยอดของมัน ผู้้าย่อมมีมากเกินนับไหว ด้วยเหตุนี้ จอมยุทธ์ยอดฝีมือผู้หนึ่ง จึงอาสานำมันไปซุกซ่อนไว้ในสถานที่เร้นลับ เพื่อป้องกันการเกิดาแย่งชิง
การที่เ้าสำนักกู๋โส่วหวงไปสรรหามาได้อย่างไรนั้น จนปัจจุบันก็ไร้วี่แววสืบเสาะพบ เ้าคนชั่วช้าผู้นี้ปิดปากเงียบ เก็บความลับมิดชิด และเกรงว่าคงมีเพียงเขาที่รู้สถานที่ซ่อนของวิชา
เวลาผ่านไป เ้าสำนักกู๋โส่วหวงลองทุกวิธีการ ทว่าไม่บรรลุผลแม้แต่น้อย บังเกิดความรู้สึกไม่ชอบมาพากล มอบหมายให้ศิษย์กลุ่มเดิมนำทาสที่ตายไปแล้วกลับมาตรวจสอบที่สำนักอีกรอบ แต่ค้นทั่วหุบเหวก็ไม่พบร่าง จึงสั่งการให้ออกตามหา
แม้จะรอดพ้นการจับกุมหลายครั้ง แต่ก็มีครั้งหนึ่งที่มู่ไป๋หลิงถูกตามตัวพบและถูกจับกลับไปที่สำนักฝึกสัตว์ปีศาจจนได้
“เหตุใดเ้าถึงเหลือเพียงแปดชีวิต!?”
หลังตรวจสอบพลังิญญา กู๋โส่วหวงก็เดือดดาล การที่นางสูญเสียไปหนึ่งชีวิตก่อนถึงมือเขา เป็ความสูญเปล่าที่ไม่อาจให้อภัย กระนั้น เขาก็ไม่อาจยอมสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ได้อีก
มู่ไป๋หลิงถูกลงโทษโดยการทรมานสารพัด และทดสอบผลของวิชาไปด้วยพร้อมกัน ทุกการลงมือล้วนถูกควบคุมอย่างแม่นยำ
ปางตาย…แต่ไม่ถึงตาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และผลลัพธ์ก็เป็ไปดังคาด ยืนยันคุณสมบัติสำคัญอีกประการของมรรคาเก้าชีวิน ตราบใดที่ยังไม่สิ้นชีวิต การฟื้นฟูร่างกายจะยอดเยี่ยมยิ่ง ต่อให้าแสาหัสเพียงใด ร่างกายก็จะสมานตนเองได้ในที่สุด ล้ำเลิศยิ่งกว่าโอสถทิพย์ทุกตำรับ
ครั้นกู๋โส่วหวงเริ่มเตรียมการถ่ายทอดมรรคาเก้าชีวินเข้าสู่ร่างของตน มู่ไป๋หลิงก็อาศัยประโยชน์ในจังหวะที่คืนสู่ร่างวิฬาร์ขาว ฉวยโอกาสหลบหนีออกมาได้ก่อน
คาดว่าเ้าของร่างเดิมคงเพิ่งเป็ศิษย์นอกไม่นาน ฝึกวิชากายาจำแลงลักษณ์ได้ไม่เชี่ยวชาญ ทั้งต้องฝึกมรรคาเก้าชีวินแบบผิด ๆ ถูก ๆ พลังหลายสายที่ผสมปนเปจึงเกิดต่อต้านกัน ธาตุไฟเข้าแทรก ผลคือต่อให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นใหม่แล้ว รูปลักษณ์ของนางก็ยังไม่อาจคงที่เสถียร เนื่องจากกระแสพลังภายในปั่นป่วนไม่สิ้นสุด
ต่อมา เื่ราวก็ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ศิษย์ของสำนักฝึกสัตว์ปีศาจได้รับคำสั่งลับ ให้ออกตามล่าสิ่งที่พวกเขานิยามว่า ‘ภูติแมวขาวเก้าชีวิต’ ทั่วยุทธจักร
มู่ไป๋หลิงช้อนป้ายประจำตัวที่ห้อยเอวขึ้นมาในฝ่ามือ ก่อนอีกพลิกด้าน ตรงกลางปรากฏตราเ้าสำนักเจิ้งชี่ที่ทำจากศิลาเทียนหลัน ซึ่งได้ถูกเก็บรักษาและซุกซ่อนจากสายตาผู้คนเป็อย่างดี โดยมู่ไป๋หลิงคอยพกไว้คู่กายเสมอ ให้มันคอยย้ำเตือนนางว่า คำสาปหมื่นบุปผาบนตัวเทพกระบี่ยังไม่ถูกถอนออก ชีวิตของเขายังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา
เคราะห์ดีที่ถึงแม้หมื่นบุปผาทะลวงโลหิตจะกลืนกินพลังชีวิตของผู้ถูกคำสาป แต่ตราบใดที่พลังปฐมไร้ขอบเขตของเขายังเป็เพียงพลังปฐม ไม่ถูกแปรเปลี่ยนเป็พลังที่ใช้ต่อสู้ มันก็จะคอยปกปักษ์รักษาชีวิตเขาไว้ ดังนั้น นางจะต้องคอยป้องกันไม่ให้เกิดเื่ไม่คาดฝัน ที่บีบคั้นให้เขาต้องใช้พลังอีก
์… จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังไม่รู้คำตอบว่าท่านกำลังเล่นตลกอะไรกับฉันกันแน่
แต่การได้เจอเขา… มีโอกาสปกป้องเขา ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ต่อให้เป็เื่หลอกลวง ต่อให้เป็เพียงห้วงฝันห้วงหนึ่ง ฉันก็จะถนอมโอกาสนี้ไว้
มู่ไป๋หลิงก่อตั้งตำหนักสดับสหัสสาสน์ ฉากหน้ายืนกรานเป็กลางในยุทธภพ แต่แท้จริงแล้วนั้น นางสร้างเครือข่ายและวางขุมกำลังไว้ นอกจากเพื่อตามหาวิธีแก้คำสาปหมื่นบุปผาทะลวงโลหิต ยังเพื่อสืบความลับของค่ายกลดับดาราและความจริงเื้ัโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ตั้งใจว่าสักวันจะต้องขุดคุ้ยความชั่วช้าที่ถูกกลบฝังใต้พรม ออกมาชำระความกับพวกที่คิดร้ายต่อเทพกระบี่ทั้งหมดให้จงได้
ด้วยเหตุที่มีเื่สำคัญมากมายต้องสะสางในเวลาเดียวกัน และจนกว่าจะจัดการศัตรูของเขาให้สิ้นซาก นางคงไม่อาจพัวพันเกี่ยวข้องกับเขาได้…
ว่าไปแล้ว ความวุ่นวายที่หอน้ำชาเก้ามงคล เดิมเป็เพียงหมากหนึ่งเพื่อบีบบังคับให้เ้าสำนักกู๋โส่วหวงส่งมอบคัมภีร์วิชากายาจำแลงลักษณ์ ทว่าในเมื่อการล่อสำนักฝึกสัตว์ปีศาจออกมา กลับยังไม่คืบหน้า ก็ดูเหมือนว่าถึงเวลาที่นางต้องกลับไปที่นั่นด้วยตนเอง