ยามไฮ่ ภายในห้องทำงานอันเงียบสงัด แสงตะเกียงทอดเงาขุนนางหนุ่มทาบทับบนผนังเป็ทางยาว เขานั่งอ่านรายงานและจดบันทึกจนดึกดื่น เสียงปลายพู่กันตวัดลงบนกระดาษอย่างเป็จังหวะ บนแผ่นแรกปรากฏนามบุคคลสามคนเด่นชัด... เฉินกู่, หมอซุน และกู่เฉินซาน
ใต้ชื่อเ่าั้ คือบันทึกรายละเอียดจากกองเสมียน
เฉินกู่ (หัวหน้ามือปราบ): ประจำการเมืองจินไห่กว่าสามสิบปี เชี่ยวชาญดาบสั้นคู่ ข้อมือขวาเคยาเ็เมื่อปีก่อน เฉินอู่ บุตรชายที่เป็มือปราบรุ่นเยาว์ มีคดีพัวพันกับชาวยุทธ์จนถูกลอบสังหารในเขตท่าเรือโดยจับคนร้ายไม่ได้ ั้แ่นั้น เขาจึงกวดขันสำนักยุทธ์ท้องถิ่นอย่างเข้มงวดจนเกิดความขัดแย้งเรื้อรัง โดยเฉพาะกับสำนักพยัคฆ์คำรณและสำนักชิงเฟิง
หมอซุน (เ้าของร้านยาสัตตบงกช): สืบทอดกิจการร้านยาเก่าแก่ ตระกูลซุนถือสิทธิ์นำเข้าสมุนไพรและวัตถุอันตรายจากต่างแดนเพียงผู้เดียว ในอดีตเคยถูกตระกูลฟางตรวจสอบบัญชีภาษีย้อนหลังจนเกือบถูกยึดทรัพย์ แต่คดีเงียบหายไปเมื่อสองปีก่อน นิสัยเก็บตัว ลุ่มหลงการปรุงยาและชันสูตร ปัจจุบันควบตำแหน่งผู้ตรวจศพของทางการ
กู่เฉินซาน (ประมุขสำนักคุ้มภัยชิงเฟิง): ชาวยุทธ์จากทางเหนือ ย้ายมาตั้งสำนักอยู่ท้ายตลาดเมื่อหนึ่งปีก่อน สร้างชื่อด้วยการท้าประลองชนะยอดฝีมือท้องถิ่น ภายหลังรับ่สิทธิ์เส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าต่อจากตระกูลฟางและสำนักพยัคฆ์คำรณ สำนักเติบโตอย่างรวดเร็วและมีโกดังสินค้าเป็ของตนเอง
กู้เสวียนวางพู่กันลง ปลายนิ้วไล้ไปตามรายงานทั้งสามแผ่น กองเอกสารคดี บัญชีภาษี และบันทึกคำให้การในอดีตถูกจัดแยกหมวดหมู่อย่างเป็ระเบียบ
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหยุดริมหน้าต่าง มองออกไปยังเมืองท่าที่จมอยู่ใต้ความมืดมิด เสียงคลื่นกระทบฝั่งแว่วมาตามลม คดีแรกตายด้วยดรรชนี คดีต่อมาตายด้วยยาพิษในห้องปิดตาย คดีล่าสุดตายตกไร้าแพร้อมจดหมายป้ายสี... รูปแบบที่แปรเปลี่ยนไป กำลังจุดชนวนความขัดแย้งของทุกฝ่ายให้รุนแรงขึ้น
เขาผ่อนลมหายใจเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือปิดฝาครอบไฟตะเกียง ทิ้งให้ห้องทำงานจมสู่ความมืด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาลางเลือน