“ไม่เอาา”
“พี่ไปแคว้นหยินอาจจะพบคู่ครองที่นั่นก็เป็ได้” ฟางซินเปลี่ยนเป็เอ่ยหลอกล่อฟางอินเพราะมิอยากให้น้องสาวเป็แบบนางที่พ้นวัยนั้นมาแรมปีแล้วและถ้าผ่านพ้นปีนี้อีกปี..คงยาก
“จริงรึ?” ฟางอินหันมามอง
“อาจจะเป็เช่นนั้น” ลูบหัวน้องสาวแล้วยิ้มหวาน
“ไว้ข้าจะคิดดูหากแม่สื่อสกุลอู๋มาอีกครั้ง” ฟางอินตอบรับเพราะนางก็มีใจให้คุณชายอู๋ไม่น้อย
“ดีแล้ว” นางลอบถอนหายใจออกมา อย่างน้อยฟางอินก็ยังฟังนางอยู่บ้าง
“วันนี้พี่มิออกไปที่ใดรึ?”
“ไปจวนสกุลจูน่ะ พี่ว่าจะฝากจดหมายไปให้เหม่ยเซียน”
“อ่อ..งั้นข้ากลับห้องเลยนะเ้าคะอีกครึ่งชั่วยามต้องไปสอนฟางหลิวคัดอักษรน่ะเ้าค่ะ” ตู้ฟางหลิวคือน้องสาวคนที่สี่เป็บุตรสาวของแม่สามว่านเล่อถง
“ชางไห่เล่า” ตู้ฟางซินถามถึงน้องชายขี้ฟ้องของนางที่ยามนี้เริ่มเติบโตขึ้นแต่ยังคงชอบทำตัวเป็ผู้รู้อยู่ตลอด ท่านพ่อของนางได้ส่งน้องชายเข้าศึกษาในสถานศึกษาใจกลางเมืองหลวงชางไห่อายุสิบสองเกือบจะสิบสามขวบปีแล้ว
“ออกไปหาสหาย ‘ตานโม่ซิน’ คนขี้อวด ก็เหมาะสมกันดีกับน้องสามของเรานะพี่ใหญ่5555 ขี้อวดกับขี้ฟ้อง555” ฟางอินหัวเราะเสียงดังเดินออกจากเรือนเล็กไป ตู้ฟางอินได้แต่ส่ายหัวและอมยิ้มตามหลัง
---+++++-----_+++++++-----++
หน้าจวนสกุลจู
“ข้ามาขอพบท่านลุงจูกับท่านป้าเกา” ตู้ฟางซินบอกกับพ่อบ้านด้านหน้าจวน ผู้ที่คุ้นเคยและรู้จักมักคุ้นกันดี
“เชิญขอรับคุณหนู” พ่อบ้านเฉินเดินนำตู้ฟางซินเข้าไปด้านในห้องโถงรับรองพบเ้าบ้านทั้งสองนั่งพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ตู้ฟางซินคาราวะท่านลุงจู ท่านป้าเกาเ้าค่ะ”
“ตามสบายเถอะฟางซิน” เสนาบดีจูเอ่ยต้อนรับ
“ขอบคุณท่านลุงเ้าค่ะ” ฟางซินมองใบหน้าของทั้งสองผู้เป็บุพการีของสหาย “มีเื่ใดเกิดขึ้นหรือเ้าคะท่านลุง”
เสนาบดีจูถอนหายใจก่อนจะกล่าวความออกมา “เื่เหม่ยเอ๋อร์น่ะสิ”
“เ้าคะ?”
“ยามนี้นางตั้งครรภ์แล้วนะฟางเอ๋อร์ ป้าอยากจะไปหานางตอนนี้เสียเลยด้วยซ้ำแต่ท่านลุงยังคงติดภาระกิจอีกมากมายกว่าจะจัดการจนแล้วเสร็จเหม่ยเอ๋อร์ก็คงใกล้คลอดบุตรกระมัง” เกาฮูหยินบอกกล่าว
“มิได้ไปยามนี้ก็มิเป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านป้าอย่างน้อยท่านลุงก็ยังมีกำหนดการณ์ไปในตอนนางใกล้จะคลอดบุตร ไปถึงก็ได้ชื่นชมหลานน้อยพอดีมิดีหรือเ้าคะ” ฟางซินยิ้ม
“ก็จริง..ไปยามนี้ก็ทำสิ่งใดมากมิได้” เสนาบดีจูเอ่ยเห็นด้วย
ฟางซินล้วงจดหมายออกมาจากถุงพกข้างๆเอว “หลานฝากข้อความส่งถึงนางได้หรือไม่เ้าคะ”
“ย่อมได้ๆ ยามนี้ป้าต้องส่งของบำรุงครรภ์ไปให้นางทุกๆสิบวันอยู่แล้ว เ้ามาฝากข้อความตลอดก็ย่อมดี” เกาฮูหยินยังคงตอบและรับจดหมายมาพับเก็บไว้
ตู้ฟางซินนิ่งคิด หากนางต้องเดินทางไปแคว้นหยินคงมิได้ส่งจดหมายมาหานางอีก คงต้องรอจนกว่าจะกลับกระมัง
“หลังจากฝากจดหมายรอบนี้หลานคงจะมิได้มาอีก เพราะว่าหลานต้องเดินทางไปแคว้นหยินเพื่อเรียนรู้วิธีการถักทอผ้าไหมเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ?”
“เ้าค่ะ..แต่หลานจะสั่งให้ฟางอินนำของบำรุงสตรีมีครรภ์มาส่งมอบให้ทุกสิบวันนะเ้าคะ ถือว่าเป็น้ำใจจากสหาย”
“ตามใจเ้าเถิด” เกาฮูหยินยิ้มเต็มใบหน้า สิ่งของที่มาจากร้านของสกุลตู้ล้วนแต่เป็ของดีทั้งนั้น "ดีใจแทนเหม่ยเอ๋อร์จริงๆที่มีสหายดีๆเช่นเ้า"
“มิเป็ไรเ้าค่ะ”
หลังจากพูดคุยเื่เกี่ยวกับสถาณที่ที่เหม่ยเซียนอยู่จนแล้วเสร็จตู้ฟางซินก็ขอตัวกลับบ้าน ระหว่างทางก็มีเสียงควบม้าดังระงมใกล้ๆ
“หลีกทางหน่อย!!!!!!!” “หลีกทางงงง” เสียงบุรุษะโดังลั่นรอบๆถนนแถวนั้นจนฟางซินอดเปิดม่านหน้าต่างขึ้นดูไม่ได้
นางเห็นขบวนทหารกลุ่มหนึ่งกับรถม้าสองคันผ่านไปหน้าไป ชาวบ้านร้านตลาดต่างพูดกันเสียงดังระงมเซ็งแซ่
“จินเมี่ยวเกิดสิ่งใดขึ้นรึ” ฟางซินถามสาวใช้ที่นั่งคู่กับคนขับรถม้าด้านนอก
“เป็กลุ่มทหารจากที่ว่าการนอกเมืองคุมตัวนักโทษมาส่งที่เมืองหลวงเ้าค่ะ”
“ที่ว่าการนอกเมือง..ที่เหม่ยเอ๋อร์อยู่น่ะรึ?”
“เป็เช่นนั้นเ้าค่ะ เห็นว่านักโทษเป็สตรีต่างแคว้นที่เคยมาร่วมงานวันพระราชสมภพของจางฮองเฮาน่ะเ้าค่ะ..ส่วนนางทำผิดเื่ใดนั้นก็ยังมิรู้นะเ้าคะ"
“เช่นนั้นรึ" ตู้ฟางซินตกอยู่ในความคิดของตัวเองแล้วก็มิกล่าวสิ่งใดเพิ่ม
---++++--------------
ท่าเรือในวันเดินทาง
วันนี้ที่บ้านของตู้ฟางซินมิมีผู้ใดมาส่งนางมากนักเพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวาย มีเพียงท่านพ่อที่ยืนพูดคุยกับท่านลุงเ้าของเรือส่งผ้าไหม แม่ใหญ่ แม่สาม และฟางอิน ส่วนคนอื่นๆได้ร่ำลากันที่บ้านแล้ว
“ดูแลตัวเองดีๆนะฟางซิน” ท่านแม่ของนางเดินทางมาส่งพร้อมโอบกอดลูกรักแน่น น้ำตาเอ่อคลอ
“ท่านแม่อย่าได้ห่วงเลย ลูกมีจินเมี่ยวและบ่าวชายอีกสิบคนไปด้วยอย่าได้เป็ห่วงนะเ้าคะ”
“จะไม่ห่วงอย่างไรเล่า” แม่รองลูบหัวบุตรีที่นางรักดังเช่นลูกแท้ๆ
“โธ่..แม่สาม” นางหันมาโอบกอดแม่สาม
“ข้าจะดูแลแม่ๆทุกคนแทนพี่เองเ้าค่ะ” ฟางอินพูดอย่างหนักแน่น
“อืม..ฝากเ้าด้วย” ฟางซินยิ้ม
“ขึ้นเรือได้แล้วลูกรัก” ตู้ชงไห่เดินลงมาจากเรือและพูดกับบุตรสาว “พ่อสั่งให้คนดูแลเ้าแล้วไม่ต้องกลัวนะ” ตู้ชงไห่มองบุตรสาวคนโตด้วยความรักใคร่ หากนางเป็บุรุษคงจะดีกว่านี้แต่ก็ไม่เป็ไร เขาจะทำให้นางกลายเป็สตรีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเลยคอยดูเถิด การเดินทางไปศึกษาหาความรู้ครั้งนี้จะทำให้นางกลับมาพร้อมสิ่งที่จะทำเงินก้อนโตเป็แน่ “เ้าเก่งอยู่แล้วคงมินานก็ได้กลับบ้าน”
“เ้าค่ะ ลูกล้วนทำตามท่านว่า” ฟางซินโอบกอดบิดาและร่ำลาคนทั้งหมด ก่อนจะเดินหน้าก้าวขึ้นเรือด้วยหัวใจที่หวาดหวั่น
‘รู้สึกมิค่อยดีเลยจริงๆ'