หมอกจางๆสีขาวลอยผ่านไปยังตรอกซอยแคบๆ บริเวณด้านข้างยังคงเป็ตึกเก่าๆที่ถูกสร้างจากอิฐสีดำธรรมชาติจากขี้ตะไคร่ มันลอยไปเรื่อยๆจนไปถึงตึกตึกหนึ่ง หน้าประตูเขียนว่า ร้านยาเมอร์ลิน
ป้ายหน้าร้านที่ทำด้วยไม้ทั้งผุกร่อนและเก่ามากจนแทบจะไม่เห็นตัวหนังสือ คนสองสามคนเดินออกมาจากประตูไม้ที่มีรูหลายสิบรูที่เกิดจากพวกปลวกโจเตลี พวกเขาถึงถุงกระดาษใบใหญ่ที่บรรจุขวดของเหลวมากมายหลายหลายสีสัน
หมอกสีขาวลอยทะลุผ่านประตูเข้าไปโดยที่ประตูยังคงปิดแนบสนิท ภายในตึกนั้นทั้งมืดทึบ มีเพียงแสงจากเทียนไม่กี่เล่มที่ส่องมาจากโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง ด้านในที่เงียบสงัดไม่มีแม้แต่ภาพวาดหรือดอกไม้สวยๆที่คอยส่งกลิ่นหอมไว้ตกแต่ง จะมีก็เพียงแต่ชั้นสูงตระหง่านหลายสิบชั้นจรดพื้นหลังคา บนชั้นมากมายเ่าั้มีทั้งหนังสือเก่าๆหลายร้อยเล่มและชวดยาอีกนับพันขวดวางอยู่เรียงรายตามชั้นส่องแสงวิบวับสะท้อนกับแสงเทียน
หญิงสาวคนหนึ่งอายุราวๆ30 กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่ชั้นวางขวดยา ผมสีดำสนิทของเธอยาวและฟูจนปิดแผ่นหลังทั้งหมด เธอหยิบขวดยาจำนวนหลายสิบขวดมาพร้อมๆกันอย่างทะมัดทะแมง และวางมันลงบนโต๊ะ ผิวที่ขาวสว่างราวกับพระจันทร์ ปากที่สีแดงเหมือนทับทิม นั่นทำให้เธอมีใบหน้าที่งดงามดุจกับนางฟ้าเลยก็ว่าได้
"เมอร์ลิน" แอ๊บบี้เปลี่ยนร่างกายตนเองเป็แมวอีกครั้ง มันปรากฎตัวต่อหน้าหญิงสาวที่กำลังใช้มือหนึ่งเปิดหนังสือ และอีกมือหนึ่งผสมยาอย่าชำนาญ
"โอ้ แอ๊บบี้ กลับมาได้จังหวะพอดี" เธอเอามือลูบบริเวณหูของแอ๊บบี้สองสามที "ชั้นมียาสูตรใหม่อยากให้เธอลองนะ" เมอร์ลินหยิบยาสีดำที่มีฟองขึ้นหนามาตรงแอ๊บบี้ และกำลังจะเทมันราดลงไปที่ขนฟูๆสีขาว
"โอ้ ไม่นะเมอร์ลิน" เ้าแมวะโโหยงลงจากโต๊ะทันที "ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วชั้นเสียไปอีกหนึ่งชีวิตให้กับการทดลองยาของเธอ"
"เหลืออีกตั้งห้าชีวิตสำหรับเ้าน่ะแอ๊บบี้ ลองดูก็ไม่เสียหาย" เมอร์ลินพยายามเกลี้ยกล่อม เธอเดินไปหาแอ๊บบี้อีกครั้งและเตรียมตัวที่จะราดยาลงไป แต่ก็ต้องสะดุดกับสิ่งที่แอ๊บบี้บอกมา
"งานเทศกาลกำลังจะเริ่มแล้วเมอร์ลิน ชั้นเห็นจุดรับสมัครที่ลานน้ำพุกลางเมือง" แอ๊บบี้บอก ในขณะที่เมอร์ลินก็รีบชักมือกลับและวางยาลงทันทีอย่างรวดเร็วบนโต๊ะ น้ำยาสองสามหยดกระเด็นไปโดนเทียนจนดับไปเกือบหมด จากห้องที่มืดทึบอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกอย่างดูมืดลงไปอีก เหลือเพียงเทียนด้ามเล็กๆเล่มเดียวที่ยังคงส่องสว่างอยู่
"แล้วยังไงแอ๊บบี้" เมอร์ลินถามแอ๊บบี้ด้วยเสียงกระซิบเบาๆ
"ปีนี้แคทรีนอายุครบ 18 ปีแล้ว เธอควรจะได้เข้าร่วมในเทศกาล" แอ๊บบี้ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ไม่มีทางแอ๊บบี้" เมอร์ลินพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไปทำอย่างอื่น
"เธอกลัวอะไรเมอร์ลิน นั่นคือลูกของดอร่ากับโคโรแกนนะ"
"ชั้นจะไม่ทำพลาดแบบที่เคยทำกับพ่อและแม่ของแคทรีนอีกแล้ว ชั้นต้องรับผิดชอบชีวิตของแคทรีน" เมอร์ลินตัวสั่นจากสิ่งที่ได้ยิน เื่ที่แอ๊บบี้ดูเหมือนจะทำให้เมอร์ลินดูอ่อนไหวลงไป
"การรับผิดชอบไม่ใช่การกักขังเขาไว้ในสลัมนะเมอร์ลิน มันคือการให้เขาออกไปต่อสู้ สู้เหมือนที่พ่อแม่เขาสู้" แอ๊บบี้เริ่มเสียงดังขึ้น
"แล้วผลมันเป็ยังไงล่ะแอ๊บบี้!!" เมอร์ลินตะเบงเสียงกลับพร้อมกับถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยสักรูปดาวดาวิสและหมายเลข 7925 "ชั้นใช้เวทย์มนต์ไม่ได้แอ๊บบี้ ชั้นช่วยแคทรีนไม่ได้หรอก"
"ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยนี่นา ดูผลงานเธอเหล่านี้สิ มันช่วยแคทรีนได้แน่ๆ" แอ๊บบี้เปลี่ยนตัวเองเป็หมอกและลอยวนไปทั่วชั้นวางยา และลอยวนกลับมาที่หน้าเมอร์ลินอีกครั้ง "ชั้นเห็นตำรายาของเธอ เื่การลบรอยสักนั่น"
"แอ๊บบี้!!" เมอร์ลินเอ็ดเสียงดังลั่นอีกครั้ง "เธอแอบดูงานของชั้น" เมอร์ลินรีบวิ่งไปที่ชั้นหนังสือ เธอปีนบันใดขึ้นไปประมาณกลางชั้นและหยิบหนังสือเล่มหนึ่งลงมา ทันทีที่ลงมาได้เธอก็ใช้น้ำยาสีแดงที่มีควันขึ้นตลอดเวลาราดลงไปในหนังสือทันที เปลงเพลิงสีแดงฉานลุกขึ้นเผาหนังสือจนเหลือเป็เพียงเศษขี้เถ้า "จะไม่มีใครออกไปจากสลัมนี่"
"เมอร์ลิน เธอลบมันออกจากสมองไม่ได้หรอก สูตรยาพวกนั้นมันคือพร์ของเธอ" แอ๊บบี้พูด "เธอกลัวอะไรกันเมอร์ลิน" แอ๊บบี้ขนพองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "แม่มดผู้ทรงปัญญา ผู้ชนะการแข่งขันเทศกาลแห่งการรับพรครั้งที่ 1 ด้วยการกำจัดคู่ต่อสู้ 99 คนในรวดเดียว กลับรู้สึกหวาดกลัวกับเื่แค่นี้เนี่ยนะ" แอ๊บบี้พูดและเดินมาวนเวียนบริเวณขาของเมอร์ลิน
"ที่ชั้นกลัว..." เมอร์ลินนั่งลงและถอนหายใจยาว "ถ้าพวกเอดิชรู้ว่าแคทรีนเป็ลูกของดอร่า ยังไงพวกนั้นก็ต้องฆ่าแคทรีนแน่นอน"
"เชื่อชั้นสิ แคทรีนจะไม่เป็อะไร" แอ๊บบี้ะโขึ้นไปนอนบนตักของเมอร์ลิน "แคทรีนเป็เด็กดีนะเมอร์ลิน ความดีจะปกป้องเธอแน่นอน"
"แค่ความดีมันไม่ได้ช่วยอะไรหรอกแอ๊บ" เมอร์ลินตอบ "เด็กนั่นเหมือนพ่อกับแม่เขามากๆ ทั้งอ่อนโยนและใจดีเหมือนกับดอร่า เข้มแข็งและชาญฉลาดเหมือโคโรแกน เขาเป็เหมือนตัวแทนของดอร่ากับโคโรแกน ชั้นไม่อยากเสียเขาไป แคทรีนเป็เหมือนลูกสาวฉัน"
"ฉันเห็นด้วยเื่นั้น แต่ชั้นก็ยังไม่หยุดที่จะผลักดันแคทรีนเื่เทศกาลหรอกนะ" การสนทนาเริ่มสงบลง
แอ๊บบี้เล่าเื่ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้กับเมอร์ลินฟังเหมือนอย่างที่เขาเคยทำอยู่ทุกๆวัน ทั้งเื่ที่แคทรีนช่วยเด็กหลงทาง และเื่ที่แคทรีนกำลังพยายามขโมยปลาแมงป่องจากั์ของพวกการ์กอน
".....................อะไรนะ!!!...................." ยังไม่ทันที่แอ๊บบี้จะพูดเื่ของปลาแมงป่องจบ เมอร์ลินก็พูดเสียงดังลั่นจนเ้าแมวสะดุ้ง
"เป็อะไรไปเมอร์ลิน!"
"เ้ายังกล้าถามอีกหรอแอ๊บ นั่นมันพวกการ์กอนนะ" เมอร์ลินเดินวนไปวนมาด้วยความกังวลใจ
"แคทรีนใช้ยาล่องหน พวกั์นั่นจับไม่ได้แน่นอน" แอ๊บบี้ตอบ
"แต่ก็มีแค่เราในสลัมไม่ใช่หรือไง ที่ใช้ยาพวกนั้นเพื่อขโมยของเป็ประจำ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปแอ๊บบี้ คนที่เราขโมยของคือการ์กอน และของที่เราขโมยคือของที่หายากมากๆ อีกอย่างนึงนะแอ๊บ อย่าลืมว่าการ์กอนสามารถทำอะไรได้สิ" เมอร์ลินพูดย้ำอย่างช้าๆและชัดเจน "เธอต้องไปบอกให้แคทรีนคืนปลานั่นกับการ์กอน อย่างน้อยพวกนั้นก็ไม่เอาเื่เธอจนตาย"
"ให้ตายสิ ชั้นลืมเื่นั้นไปได้ยังไง" แอ๊บบี้ที่ดูกังวลไม่ต่างกันรีบเปลี่ยนตัวเองให้เป็หมอกและเร่งรีบเพื่อจะลอยออกไปทางประตู
ปั้งงงง เสียงประตูเปิดขึ้นก่อนที่แอ๊บบี้จะไปถึงประตูเสียอีก เด็กสาวร่างมอมแมมถือกล่องลังขนาดใหญ่เดินผ่านประตูเข้ามา
"แอ๊บบี้ ชั้นได้ปลาแมงป่องมาแล้ว" แคทรีนเดินเข้ามาพร้อมกล่องของปลา
"ให้ตายเถอะ!!" เมอร์ลินอุทาน!!