ตอนที่ 27 หาคนนอกหมู่บ้าน
เฉินเสี่ยวหมี่เห็นลู่หลินเดินกลับมาก็ถามว่า “ผู้ใหญ่บ้านไม่รับปากกระมัง”
ลู่หลินผงกศีรษะ พูดว่า “ใช่” ลู่หลินคาดการณ์ได้แต่แรกแล้วว่าจะเป็เช่นนี้จึงไม่ได้โมโหนัก “จ้างคนจากนอกหมู่บ้านเถอะ ยังต้องซื้ออิฐเขียวมาจำนวนหนึ่งด้วย พื้นบ้านของพวกเรายังไม่มีเลยนะ! ยังเป็ดินอยู่เลย เอาอิฐมาปูพื้นสักหน่อยดีกว่า”
เฉินเสี่ยวหมี่ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า “แค่อยู่ได้ก็พอแล้ว จะสิ้นเปลืองไปทำไม”
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรก็ต้องสร้างห้องเพิ่มอยู่แล้ว แบบนี้จะได้ทำไปพร้อมกันเลย”
เฉินเสี่ยวหมี่แอบคิดในใจ ‘คุณชายใหญ่ก็คือคุณชายใหญ่ ชอบทำอะไรพิถีพิถันเกินจำเป็ ถึงแม้เฉินเสี่ยวหมี่จะรู้สึกว่าลู่หลินมีความ้าสูง แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน’
เื่ที่ลู่หลินไปหาผู้ใหญ่บ้านแพร่ออกไปในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงรู้ว่าบ้านของเฉินเสี่ยวหมี่้าต่อเติมบ้าน
ผู้คนต่างพากันตื่นใกับความร่ำรวยของเฉินเสี่ยวหมี่อีกครั้ง เพิ่งซื้อล่อมาไม่นาน ตอนนี้้าต่อเติมบ้านอีก ที่แท้มีเงินมากขนาดไหนกัน ยังมีบางคนที่อิจฉาตาร้อนคิดว่า เฉินเสี่ยวหมี่มีเงินแล้วอย่างไร ก็ยังหาคนมาช่วยงานไม่ได้สักคน
ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่เตรียมตัวกันเล็กน้อย สองวันต่อมาก็เข้าไปในเมือง
หลายหมู่บ้านล้วนมีคนยากจน ในเมืองมีสถานที่สำหรับให้คนมาหางานโดยเฉพาะ บ้านใคร้าคนงานก็สามารถไปหาที่นั่นได้
ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่คัดเลือกอยู่ครู่หนึ่งก็ได้คนงานมาห้าคน คนทั้งห้านี้เป็กลุ่มเดียวกัน มักรับจ้างปลูกบ้านให้คนอื่นบ่อยๆ และมีชื่อเสียงที่ไม่เลว
หัวหน้ากลุ่มห้าคนนี้เป็บุรุษอายุราวสามสิบเจ็ดถึงสามสิบแปดปีคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพี่น้องที่หน้าตาคล้ายกันคู่หนึ่ง ส่วนสองคนที่เหลือเป็ลูกมือฝึกงาน
ครอบครัวหลิวกุ้ยหย่งมีที่ดินน้อย ยามปกติจึงออกมารับจ้างทำงานระยะสั้น แต่่นี้อากาศหนาว งานก็ไม่ค่อยมี หลายคนมาที่ตัวเมืองก็เสียเที่ยวเปล่า พวกหลิวกุ้ยหย่งจึงไม่มีงานทำมาหลายวันแล้ว
เฉินเสี่ยวหมี่ปรึกษาเื่ค่าแรงกับหลิวกุ้ยหย่ง
หลิวกุ้ยหย่งเอ่ยขึ้นอย่างคาดไม่ถึงอยู่บ้าง “ให้วันละสี่สิบอีแปะจริงนะ”
“มีเ้าคนเดียวที่ได้วันละสี่สิบอีแปะ ส่วนค่าแรงของคนอื่นๆ จะได้น้อยกว่านี้หน่อย” เฉินเสี่ยวหมี่พูด
หลิวกุ้ยหย่งผงกศีรษะพูดว่า “เื่นี้ข้าทราบดี”
ค่าแรงของลูกชายสองคนตกวันละสามสิบห้าอีแปะ ส่วนลูกมือฝึกงานที่ยังไม่โตเต็มที่อีกสองคนได้ค่าแรงวันละยี่สิบอีแปะ เลี้ยงอาหารวันละหนึ่งมื้อ นี่ถือว่าให้ราคาสูงมากแล้ว
หลิวกุ้ยหย่งเสนอราคาเอง โดยปกติราคานี้ยังสามารถต่อรองกันได้อีก หากเฉินเสี่ยวหมี่ต่อรอง หลิวกุ้ยหย่งเห็นว่าลดให้อีกห้าอีแปะก็น่าจะได้ แต่เฉินเสี่ยวหมี่ไม่ได้ต่อราคาเลยทำให้เขาคาดไม่ถึงอยู่บ้าง
ราคาที่หลิวกุ้ยหย่งเสนอมาไม่สูงนัก เขาเป็ช่างชำนาญงาน ฝีมือดีมากและมีประสบการณ์สูง เพียงแต่เมื่อสองปีก่อนโชคไม่ดี ทะเลาะกับคนอื่นจนโดนฟันที่หน้าเป็แผลยาวรอยหนึ่ง ทำให้ั้แ่ตอนนั้นก็หางานได้ลำบาก ถึงแม้มีคนว่าจ้างก็มักถูกกดค่าแรง
ใบหน้าเสียโฉมถือเป็เื่ค่อนข้างร้ายแรงในที่แห่งนี้ หากคิดเป็ขุนนางก็อย่าปล่อยให้หน้าเสียโฉม มิฉะนั้นจะถูกเบื้องบนปลดออกทันที
หลิวกุ้ยหย่งนึกไม่ถึงว่าเฉินเสี่ยวหมี่จะไม่ต่อราคา และยิ่งสงสัยมากขึ้นว่าในเมื่ออีกฝ่ายเป็คนของหมู่บ้านต้าสือ เหตุใดจึงไม่หาคนงานจากในหมู่บ้านเดียวกัน
ตอนนี้ทุกคนล้วนว่างงาน ถ้าหาคนงานในหมู่บ้านน่าจะได้ราคาถูกกว่าหน่อย หากบ้านอยู่ใกล้กันก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอีกด้วย แต่ว่าเฉินเสี่ยวหมี่ไม่พูด หลิวกุ้ยหย่งก็ไม่ถาม ไม่ว่าอย่างไรมีงานทำย่อมเป็เื่ดี
ได้งานมาอย่างยากลำบาก ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเื่ดีเช่นนี้
เื่ที่เฉินเสี่ยวหมี่จ้างคนจากข้างนอกแพร่ไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
เฉินเสี่ยวหมี่ซื้ออิฐเขียวมาไม่น้อย กองไว้ข้างบ้าน มีคนเห็นมากมาย
เดิมทีชาวบ้านบางคนยังมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นอยู่บ้างที่เขาคนมาทำงานไม่ได้ พอเห็นคนจากนอกหมู่บ้านเข้ามาก็รู้สึกแปลกใจ ลองสอบถามดูถึงรู้ว่าอีกฝ่ายจ้างคนมาต่อเติมบ้านโดยเฉพาะ
พอพวกหลิวกุ้ยหย่งเห็นเตียงเตาของบ้านเฉินเสี่ยวหมี่ก็ตื่นตะลึง แต่พวกเขาไม่ได้เอ่ยปากถามส่งเดช
ค่าแรงตกลงจ่ายเป็รายวัน หลิวกุ้ยหย่งก็ไม่ห่วงว่าเฉินเสี่ยวหมี่จะเบี้ยว พอได้เห็นกำลังทรัพย์ของนายจ้างแล้ว เขาก็มั่นใจในการทำงานอย่างยิ่ง
อาหารกลางวันเป็โจ๊กกับผักดองเค็ม ข้าวเป็ข้าวไม่ขัดสีที่ซื้อจากในเมือง ใส่ซานเย่าลงไป นอกจากนี้ยังใส่เนื้อหมูบดลงไปอีกหน่อยด้วย
กับข้าวเป็ผักดองเค็มกับไชเท้าดองที่ลู่หลินซื้อมาจากยายเสิ่น ฝีมือทำอาหารของยายเสิ่นยอดเยี่ยมยิ่ง ผักดองเค็มกับไชเท้าดองกินกับข้าวแล้วอร่อยมาก
แม้เป็อาหารง่ายๆ แต่พวกเหล่าหลิวชอบกินกันมาก
ใน่เวลานี้ อาหารเป็ของหายากและล้ำค่ายิ่ง บางบ้านเลี้ยงอาหารก็จริง แต่ก็มีแค่โจ๊กขาวชามหนึ่งเท่านั้น
ที่นี่โจ๊กซานเย่าของลู่หลินมีให้กินเต็มที่ ยังใส่เนื้อด้วย แม้เป็เพียงหมูสับน้อยนิด แต่ดีร้ายอย่างไรก็เป็เนื้อ
ลูกมือที่ยังไม่โตเต็มที่ทั้งสองคนก็กินด้วยดวงตาเป็ประกาย ถึงแม้ลู่หลินจะต้มโจ๊กไว้ไม่น้อย แต่พวกเขายังกินจนหมดเกลี้ยง
คนเหล่านี้ทำงานอยู่ที่นี่ เห็นว่าลู่หลินใช้ท่อนดินทำเป็โจ๊ก หลังจากเห็นแล้วต่างเก็บไว้ในใจ ไม่ได้เปิดเผยออกไป
เดิมทีลู่หลินตั้งใจจะเก็บซานเย่าไว้เป็เสบียงฤดูหนาว ดังนั้นจึงไม่ได้บอกใคร ตอนนี้มีเงินแล้วก็ไม่ค่อยสนใจของพวกนี้เท่าไร
หลังจากกินดื่มจนอิ่ม พวกคนงานก็ออกแรงทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
ทำงานจนถึงตอนเย็น ลู่หลินกังวลว่าจะเกิดอันตรายระหว่างทาง จึงให้พวกคนงานกลับไป นอกจากนี้ยังใช้เกวียนเทียมล่อไปส่งพวกเขาระยะหนึ่งด้วย