บทที่ 8 แม่ทัพเวิง
เนี่ยเฉินยิ้มแล้วกล่าวว่า
"ข้าเพียงปรับปรุงวิธีการชุบแข็งเหล็กเท่านั้น ทำให้เหล็กดิบมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทว่าน่าเสียดายที่อุณหภูมิไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถหลอมเหล็กให้เป็เหล็กกล้าได้ อุณหภูมิของถ่านไม้ยังต่ำเกินไป อีกสักพัก เมื่อได้ถ่านหินมาแล้วข้าจะสร้างเครื่องเป่าลมอีกสักอัน แล้วปรับปรุงเตาเผาทั้งหมด ก็จะสามารถหลอมเหล็กเป็เหล็กกล้าได้"
"เหล็กกล้า… คือสิ่งใดกัน?"
หัวหน้าใหญ่ไม่เปลี่ยนสีหน้า พลางถามอย่างถ่อมตัว ไม่มีท่าทีกระดากแม้ต้องถามผู้น้อย
เวิงชิวฉานเองก็ตั้งใจฟัง แต่แสร้งทำเป็เ็า
เนี่ยเฉินหัวเราะอยู่ในใจ สองพ่อลูกนี้ ดูเหมือนคนลูกจะมีวิสัยทัศน์น้อยกว่าบิดาและหน้าบางเกินไป แม้จะสนใจไม่น้อย ทว่ากลับเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ยอมเอ่ยถาม
"วัตถุที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กดำ"
"แข็งแกร่งกว่าดาบเล่มนี้งั้นหรือ"
สีหน้าของหัวหน้าใหญ่เปลี่ยนไป แววตาพลันเป็ประกายร้อนแรง
เขาเล็งเห็นโอกาสทางการค้าในเื่นี้
"ถูกต้องแล้ว หัวหน้าใหญ่ แต่การตีเหล็กนั้นสิ้นเปลืองมาก เหล็กกล้าหนึ่งจิน*[1] ต้องใช้เหล็กดิบสองจิน
เมื่อคิดเช่นนี้แล้วพวกเราควรขยายขนาดการผลิต แบ่งอาวุธที่ตีขึ้นมาเป็สองระดับ คือเหล็กดำและเหล็กกล้า
อาวุธที่ตีจากเหล็กกล้าชั้นดี พวกเราควรเก็บไว้ใช้เอง รับสมัครคนเพิ่ม ซื้อม้า และสร้างกองกำลังของเรา
ส่วนอาวุธที่ทำจากเหล็กดำ พวกเราสามารถขายออกไปได้ สมัยนี้บ้านเมืองวุ่นวาย อำนาจของฮ่องเต้เสื่อมถอย อ๋องสี่คนแบ่งแยกแผ่นดินกันปกครอง เ้าเมืองต่างตั้งตัวเป็ใหญ่ แม้แต่เมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งก็ยังสามารถขัดขืนคำสั่งของราชสำนักได้
บรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายต่างรบราฆ่าฟันกัน อาวุธจึงเป็ที่้าจำนวนมาก
ท่านลองคิดดูสิ เมื่อก่อนใช้ดาบที่ตีจากเหล็กดิบ ต่อสู้กันบนสนามรบเพียงไม่กี่ครั้งก็หัก ทหารจึงต้องใช้ดาบและหอกหัก ๆ กระทั่งถึงขั้นใช้ฟันและกำปั้นต่อสู้กับศัตรูอย่างเอาเป็เอาตาย
แต่ถ้ามีคนบางกลุ่มซื้ออาวุธของพวกเราล่ะ? ทหารสองฝ่ายประจัญหน้ากัน ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธใดก็หักหมด ทว่าทหารที่ใช้อาวุธของฝ่ายเรากลับสามารถฟาดฟันสังหารศัตรูได้ตามปกติ
เช่นนั้นฝ่ายตรงข้ามคงแตกพ่าย ไม่อาจต้านทานได้เป็แน่
หัวหน้าใหญ่ นี่คืออาวุธที่จะพลิกโฉมยุคสมัย และอาจตัดสินแพ้ชนะของาได้เลยทีเดียว"
ตอนนี้เนี่ยเฉินเหมือนพ่อค้าอาวุธยุคใหม่เลย
หัวหน้าใหญ่มองดาบในมือด้วยสายตาคมกริบ เมื่อเข้าใจคำพูดของเนี่ยเฉินแล้วก็พยักหน้า แต่แล้วก็ส่ายหน้าพร้อมบอกว่า
"หน้าไม้ของเ้าพอจะผลิตจำนวนมากได้ เพราะ้าแค่ไม้ เอ็น และเหล็กจำนวนน้อย แต่มิอาจทำเช่นนั้นกับมีด ดาบ กระบอง และเสื้อเกราะได้แน่
เมื่อครู่เ้าก็บอกเองไม่ใช่หรือ ว่าการหลอมสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ถ่านหินจำนวนมาก
ทว่าเหมืองถ่านและเหมืองเหล็กมีอยู่ทางฝั่งตะวันตก และผลผลิตก็ยังไม่มากนัก หากขนส่งมายังฝั่งเรา เส้นทางก็ยาวไกลเกินไป ค่าขนส่งสูงไม่น้อย อีกทั้งปริมาณยังจำกัดนัก ไม่เพียงพอต่อการรองรับขนาดการผลิตใหญ่โตอย่างที่เ้าเอ่ยหรอก
หากจะทุ่มเงินลงทุนเพื่อซื้อมาบ้าง เพื่อเสริมพลังให้กองกำลังของเราเองย่อมกระทำได้ แต่ถ้าจะค้าขายในปริมาณมาก เกรงว่าจะไม่เพียงพอแล้ว"
"หัวหน้าใหญ่ของพวกเรา ท่านกำลังนั่งทับูเาทองคำโดยที่ท่านยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ"
เนี่ยเฉินยิ้มอย่างลึกลับพร้อมกล่าวว่า
"ท่านคงไม่เคยศึกษาสิ่งเหล่านี้มาก่อน จึงไม่เคยล่วงรู้ว่าูเาทางทิศตะวันออกของค่ายชิงเฟิง เมื่อวานขณะที่ข้าเดินทางมาเก็บก้อนแร่เหล็กได้หลายก้อน เมื่อคืนข้ายังนำมาวางไว้ในห้องของตัวเองอยู่เลย
ข้าคาดเดาว่าบริเวณเชิงเขาลูกนั้น คงจะอุดมไปด้วยแร่ชนิดต่าง ๆ เป็แหล่งแร่ที่อุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน
และโดยทั่วไปแล้ว เหมืองเหล็กมักจะพบควบคู่กับเหมืองถ่านหิน หากเราขุดลงไป ย่อมจะพบถ่านหินอย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราก็จะมีทั้งเหมืองถ่านหินและเหมืองเหล็ก
หากมีทั้งทักษะการหลอมเหล็กและวัตถุดิบ สิ่งของที่ผลิตออกมาได้ย่อมขายได้กำไรมหาศาล และสามารถขยายกำลังการผลิตกับขนาดกิจการต่อไป หัวหน้าใหญ่ เมื่อนั้นถ้าท่านหวังจะอยากจนคงเป็เื่ยากแล้ว"
"โอ้ ข้าจำได้แล้ว"
ต้าจ้วงตบราวเก้าอี้ลงอย่างแรงและกล่าวว่า
"เมื่อวานนี้เ้าเก็บก้อนหินแตก ๆ มาสองสามก้อน แล้วบอกว่าเป็ของที่มีค่ายิ่งกว่าเงิน เ้าหมายถึงแร่เหล็กใช่หรือไม่"
"ถูกแล้ว ตราบใดที่เราสามารถขุดมันขึ้นมาได้ รับรองได้เลยว่าเราจะร่ำรวยมหาศาล อย่าว่าแต่เงินหลายหมื่นตำลึงเลย แม้แต่เงินหลายแสนตำลึงหรือหลายล้านตำลึง ก็เป็เพียงเื่ของเวลาก่อนที่พวกเราจะได้มันมาเท่านั้น"
เนี่ยเฉินกล่าวอย่างเยือกเย็น
ต้าจ้วงได้ยินดังนี้จึงขมวดคิ้วกล่าวว่า
"แต่ว่าเกลือ เหล็ก และถ่านหินล้วนเป็สิ่งของที่ราชสำนักผูกขาด ห้ามราษฎรซื้อขายเป็การส่วนตัว เป็ความผิดถึงตาย"
เนี่ยเฉินหัวเราะเยาะพลางกล่าว
"พี่ชาย ท่านดูเสื้อผ้าของตัวเองสิ ท่านเป็โจร การปล้นฆ่าถือเป็ความผิดถึงปะาชีวิตอยู่แล้ว ความผิดเหล่านี้มีมากหรือน้อยก็ไม่ต่างกัน โจรทั้งหลายล้วนเอาหัวไปห้อยที่ขอบกางเกง
ยิ่งกว่านั้น ราชสำนักหรือ? ตอนนี้คำสั่งของราชสำนักยังคงมีผลบังคับใช้อยู่หรืออย่างไร? หากคำพูดของราชสำนักยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ จะมีผู้คนมากมายลุกขึ้นมาตั้งตนเป็ใหญ่เช่นนี้หรืออย่างไร?
ต้าจ้วง เลิกคิดแบบตอนที่เ้ายังเป็ทหารได้แล้ว ตอนนี้เ้าเป็โจร โจรที่ทำเื่ชั่วร้ายทุกอย่าง"
"โอ้ สิ่งที่เ้ากล่าวถูกต้อง ตอนนี้ข้าเป็โจรแล้ว"
คำพูดของเนี่ยเฉินเสมือนเสียงฟ้าผ่า ทำให้ต้าจ้วงรู้สึกตัวในทันใด ทันใดนั้นต้าจ้วงก็ลุกขึ้นอย่างฉับพลัน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็อย่างมากและกล่าวว่า
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเมื่อก่อนข้าเป็ทหาร?"
"ต้าจ้วง นั่งลง"
หัวหน้าใหญ่โบกมือ จากนั้นก็มองไปที่เนี่ยเฉินแล้วกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า
"คำพูดของเ้ามีเหตุผล แต่เ้าเคยคิดถึงปัญหานี้หรือไม่ หากเ้าทำธุรกิจกับแม่ทัพ แม่ทัพคืออะไร? คือผู้ที่มีกองทัพเป็ของตน และทหารก็คือเครื่องมือแห่งหายนะของแคว้น
หากพวกเขารู้ว่าที่นี่มีทั้งเหมืองถ่านหินและเหมืองแร่เหล็ก เหตุใดพวกเขาจะไม่ยกทัพมาโจมตีและยึดครองเหมืองแร่เสียเอง ไฉนจึงต้องนำเงินมาแลกกับเ้า"
เขาคิดว่าปัญหานี้คงจะทำให้เนี่ยเฉินตกที่นั่งลำบาก ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ร้อนรนและกล่าวช้า ๆ ว่า
“ข้าก็ยังยืนยันคำเดิม ผู้ที่กล้าทำการค้าอาวุธย่อมต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอ พวกเราเองก็ต้องแข็งแกร่งมากพอ ถึงจะทำให้พวกนั้นไม่กล้าข่มเหงเรา ทั้งยังต้องจำยอมซื้อขายกับเราแต่โดยดี
แน่นอนว่า่แรกพวกเรายังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ตอนนี้พวกเรามีขนาดเล็ก ขอเพียงทำอย่างลับ ๆ และไม่เป็ที่สนใจจนเกินไปก็พอแล้ว
และใน่แรกต้องหาผู้ซื้อที่ไว้ใจได้ ซึ่งผู้ซื้อคนนั้นต้องมีเงิน มีอำนาจ กองทหาร และที่สำคัญคือต้องไว้ใจเรา จะได้ไม่ยกทัพมาโจมตีพวกเรา
เื่นี้ข้าขอฝากไว้ที่หัวหน้าใหญ่ ข้าเชื่อว่าด้วยสายสัมพันธ์ของท่านย่อมสามารถทำได้อย่างแน่นอน"
"ข้าหรือ? ข้าเป็เพียงหัวหน้ากองโจรเล็ก ๆ เท่านั้น เ้าคิดหรือว่าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอ๋อง หรือขุนนางยศต่าง ๆ จะมองมาที่ข้า"
หัวหน้าใหญ่หัวเราะเยาะ
ทว่าเนี่ยเฉินกลับไม่หัวเราะ และพูดอย่างมีนัยสำคัญว่า
"ไม่หรอก ท่านทำได้แน่ แม่ทัพเวิง"
ทันทีที่เนี่ยเฉินพูดจบ บรรยากาศในโถงจวี้อี้พลันเย็นเยียบลง
ต้าจ้วงและเวิงชิวฉานลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เบิกตากว้าง มองเนี่ยเฉินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ดูจากท่าทางแล้ว หากหัวหน้าใหญ่สั่งการ พวกเขาทั้งสองก็พร้อมจะสังหารเนี่ยเฉินทันที
หัวหน้าใหญ่ยังคงสุขุมเยือกเย็น มองเหนี่ยเฉินครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
“เอาละ แท้จริงแล้วข้าดูแคลนเ้าที่เป็ถึงรองหัวหน้ามากเกินไป เ้าไม่เพียงมีความสามารถ แต่ยังมีสายตาเฉียบแหลม สามารถมองออกว่าข้าเป็ผู้ใด แล้วยังกล้าเอ่ยออกมาอีก ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”
[1] จิน (斤) เป็หน่วยวัดที่ใช้ในประเทศจีน หน่วยนี้มีประวัติการใช้งานมายาวนานและยังคงใช้ในบางบริบทของปัจจุบัน 1 หน่วยในปัจจุบันมีค่าเท่ากับ 500 กรัม หรือ 0.5 กิโลกรัม