ตอนที่ 1
“น้องขิมเชิดหน้าขึ้นหน่อยครับ”
สิ้นคำสั่งของตากล้องร่างอวบ ‘ขิม’ สาวสวยวัยเบญจเพสก็เชิดหน้าเงยคางขึ้นตามคำแนะนำของตากล้องมืออาชีพอย่างว่าง่าย
สาวสวยร่างสูงโปร่งที่มีเค้าโครงใบหน้าแสนงดงามที่ยิ่งถูกขับเน้นด้วยผมสั้นประบ่าสีดำขลับและดวงตากลมโตที่สวยงามราวไข่มุกอีกทั้งเอวกิ่วคอดและเรือนร่างแสนเซ็กซี่ที่มีเพียงชุดว่ายน้ำทูพีชที่ชิ้นล่างเป็แบบกางเกงเอวสูงคู่กับชิ้นบนที่เป็แบบสายเดี่ยวปาดไหล่สีชมพูที่ไม่สามารถเก็บความใหญ่โตของทรวงอกจนมันล้นทะลักออกมาก็ยิ่งทำให้เธอเป็ที่สนใจของคนทั้งชายหาด
“ดีมากครับน้องขิม อย่างนั้นแหล่ะ สวยมาก”
ตากล้องร่างอวบเอ่ยชมนางแบบสาวคนสวยอีกครั้งก่อนกดรัวชัตเตอร์อย่างรวดเร็วเพื่อเก็บทุกอิริยาบถของเธอเพื่อทำให้ภาพเซตนางแบบสุดสวยในชุดทูพีซน่ารักริมหาดเสร็จสิ้น
“เสร็จแล้วครับน้องขิม”
พอสิ้นเสียงของตากล้องร่างอวบขิมก็กลับมาสู่อิริยาบถตามธรรมชาติอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปทางตากล้องและทีมงานแล้วพูด“ขอบคุณมากนะคะ ทุกคน”
ไม่ใช่แค่หน้าตาที่งดงาม ผิวพรรณที่ขาวนวลตามแบบฉบับลูกคุณหนูและเรือนร่างที่สุดแสนจะอวบอัดขยี้ใจชายทุกคนที่พบเห็นเท่านั้นขิมยังมีมารยาทและคำพูดคำจาที่บ่งบอกว่าเธอนั้นถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดีอีกต่างหาก
“น้องขิมคะคุณโน้ตมารอพบอยู่ทางด้านโน้นซักครึ่งชั่วโมงได้แล้วค่ะ” ผู้จัดการสาวร่างท้วมเดินตรงมาหาขิมพร้อมยื่นชุดคลุมเพื่อให้เธอได้ใช้มันปกปิดผิวพรรณขาวเนียนจากแดดแรงก่อนจะบอกถึงแฟนหนุ่มที่มารอ
“ขอบคุณค่ะพี่จุ๋ม” ขิมพูดขอบคุณผู้จัดการคนสนิทที่ทำหน้าทั้งจัดการตารางงานและสารภีให้กับเธอพร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสในขณะที่รับเสื้อคลุมนั้นมาคลุมกายก่อนเดินเยื้องย่างไปหาแฟนหนุ่มสุดหล่อที่นั่งหลบแดดอยู่บนเก้าอี้ริมหาดที่อยู่ห่างประมาณ20 เมตรอย่างรวดเร็ว
“พี่โน้ตมารอนานยังคะ” ขิมเอ่ยถามทันทีที่เดินตรงมาเจอแฟนหนุ่ม
“ไม่นานครับน้องขิม พี่เพิ่งมาถึงเมื่อกี๊เอง” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนรับแฟนสาวพร้อมผายมือไปยังเก้าอี้ตัวข้างๆเพื่อให้เธอได้นั่งพัก
“จริงหรอคะ เห็นพี่จุ๋มบอกขิมว่าพี่โน้ตมารอครึ่งชั่วโมงได้แล้วนี่” ขิมพูดในขณะที่หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ข้างแฟนหนุ่ม
“ก็ประมาณนั้นแหล่ะครับ....แต่อย่าไปสนเลยว่าพี่มานานยังดื่มนี่ก่อนดีกว่า” โน้ตตอบพร้อมกับยกน้ำส้มคั้นที่เค้าสั่งรอไว้ให้เธอดื่ม
“ขอบคุณค่ะ” ขิมกล่าวขอบคุณแฟนหนุ่มก่อนจะยกน้ำส้มแก้วนั้นขึ้นดื่มเพื่อดับกระหายก่อนจะถามขึ้นในขณะที่วางน้ำส้มแก้วนั้นลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ “แล้วทำไม วันนี้พี่โน้ตถึงมาหาขิมได้หล่ะคะเนี่ย”
เพราะโดยปรกตินั้นโน้ตจะยุ่งอยู่กับธุรกิจร้านเพชรของครอบครัวตัวเองจนทำให้ขิมอดแปลกใจที่เห็นเค้ามาหาเธอในวันนี้ไม่ได้หลังจากที่พวกเค้าไม่ได้พบกันเกือบเดือนครึ่ง
โน้ตจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของแฟนสาวคล้ายกำลังชั่งใจอยู่นานก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วก้มตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอพร้อมกับพูด“เราสองคนคบกันมาสองปีได้แล้วนะครับ น้องขิม”
ขิมนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อด้วยความตะลึงเพระไม่ได้เตรียมใจที่จะเจอกับสิ่งนี้มาก่อนและยิ่งใมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเธอได้เห็นแหวนเพชรเม็ดโตที่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีแดงที่อยู่บนฝ่ามือของโน้ต
“แต่งงานกับพี่นะครับน้องขิม” ไฮโซโน้ต ทายาทร้านเพชรที่มีสาขาในประเทศเกินร้อยพูดพร้อมจ้องหน้าแฟนสาวที่นั่งนิ่งเพื่อรอคำตอบ
ขิมจ้องมองแฟนหนุ่มด้วยดวงตาที่เปี่ยมสุขและน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความปริติยินดีก่อนที่เธอจะตอบ “ดะ.....ได้ค่ะ แต่ง....แต่งค่ะ”
สิ้นคำตอบน้ตก็โผเข้ากอดแฟนสาวด้วยความรัก โดยที่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากทั้งทีมงานและผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างชื่นมื่น……..
“จริงๆวันนี้พี่ยังมีอีกอย่างที่อยากเซอร์ไพรส์น้องขิมนะครับ” โน้ตพูดกับแฟนสาวในขณะที่มือนึงกุมมือนิ่มของเธอไว้ส่วนอีกมือกำพวงมาลัยของรถฟอร์ด มัสแตงสีแดงที่กำลังมุ่งตรงสู่เมืองหลวง
“วันนี้มีเื่เซอร์ไพรส์เยอะจังเลยนะคะเนี่ย” ขิมหันมาพูดกับแฟนหนุ่มพร้อมทำตาเป็ประกาย
และเพียงหนึ่งชั่วโมงจากนั้นรถสปอร์ตคันงามของโน้ตก็พาทั้งคู่มาจนถึงบ้านหลังใหญ่งามตาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ทวีความงามมากขึ้นไปอีกเมื่อมันกระทบเข้ากับแสงยามสนธยา
“นี่คือเรือนหอของเรานะครับน้องขิม” โน้ตบอกคู่หมั้นสาวในขณะที่เค้าพาเธอเดินชมบ้านหลังใหญ่สองชั้น4 ห้องนอนไม่นับรวมห้องพักแม่บ้านอีกสอง โรงรถที่จอดรถได้ 4 คัน สวนดอกไม้งามตาหน้าบ้านและห้องเก็บของที่ตั้งแยกออกมาจากตัวบ้านบนพื้นที่ขนาด1 ไร่
“โอ้โห...หมดไปเท่าไหร่คะเนี่ย”
“ก็...แพงอยู่น่ะแต่ว่าแพงแค่ไหน พี่ก็พร้อมทุ่มนะ ก็มันเป็เรือนหอของเรานี่นาจริงไหม” โน้ตตอบคู่หมั้นสาวก่อนจะพูดต่อ “อ๋อ....อีกอย่าง หลังบ้านมีสระว่ายน้ำด้วยนะ”
“เอ๊ะ! พี่โน้ตก็รู้นี่คะว่าขิม.....ว่ายน้ำไม่เก่ง จะสร้างสระว่ายน้ำทำไม”
“ก็ขิมจะได้ฝึกว่ายน้ำจนเก่งไงครับ” โน้ตพูดพร้อมเดินนำคู่หมั้นสาวมายังสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหลังของบ้าน
“คุณขิมสวัสดีค่ะ”
เสียงใสของผู้หญิงที่ขิมคุ้นเคยดี ทำให้บทสนทนาของคู่หมั้นคู่หมายป้ายแดงมีอันต้องหยุดชะงักขิมรีบหันไปมองตามเสียงก่อนทักทายกลับไป “พี่อุ้มสวัสดีค่ะ”
‘อุ้ม’ สาวสวยผิวสีน้ำผึ้งวัยเดียวกับโน้ตที่ทำหน้าที่เป็ทั้งแม่บ้านและแม่ครัวให้กับโน้ตั้แ่ที่เค้าออกมาอาศัยเพียงลำพังในคอนโดเก่ายืนส่งยิ้มหวานให้คู่หมั้นของนายหนุ่มตัวเองก่อนจะพูดแซวขึ้น “อุ๊ย...คุณโน้ต เอาแหวนวงนั้นให้คุณขิมจนได้หรอคะเนี่ย.....อุ้มดีใจด้วยนะคะ”
ขิมยิ้มตอบพร้อมพยักหน้าด้วยความลิงโลดกับอุ้ม แม่บ้านสาวหุ่นกะทัดรัดของคู่หมั้นหนุ่มของเธออย่างเป็กันเองเหมือนเช่นทุกครั้ง
“อุ้ม อย่าแซวน่า” โน้ตต่อว่าแม่บ้านสาวของตัวเองด้วยความเขินอาย
“คุณโน้ตครับ...คุณภาคย์บอกว่าพรุ่งนี้ให้คุณโน้ตไปพบท่านที่สาขาใหญ่ตอนแปดโมงเช้าด้วยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำ แข็งกร้าวและหนักแน่นของผู้ชายที่ฟังไม่คุ้นหูทำให้ขิมต้องหันไปมองด้านหลังของตัวเองอย่างเร็วไว ก่อนที่เธอจะพบเห็นชายร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำกร้าน กำยำ หัวเกรียนหน้าตาดูไม่เป็มิตรที่สวมใส่ชุดสูทสีดำยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น
“โอเคจิ๋ว ฉันเข้าใจแล้ว” โน้ตตอบชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นไปก่อนจะหันมาเห็นแววตาตื่นใของคู่หมั้นสาวโน้ตจึงพูดขึ้น “ขิม นี่....จิ๋วน่ะ เป็ เอ่อ.....เป็คนขับรถแล้วก็บอดี้การ์ดของพี่น่ะ”
ขิมพยักหน้ารับคำของคู่หมั้นหนุ่มแบบงงๆพร้อมรวบรวมสติ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้จิ๋วพร้อมพูด“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่จิ๋ว”
โน้ตได้ยินดังนั้นจึงพูดสวนขึ้นมา “เอ่อ ขิม คือ....จิ๋ว เค้าอายุเท่าๆกับขิมน่ะ”
ขิมทำหน้าเลิกลั่กจนเห็นได้ชัดก่อนจะรีบพูดแก้ตัว “คะ....คือขิมไม่ได้ตั้งใจจะเรียก....”
ยังไม่ทันที่ขิมจะได้พูดแก้ตัวจิ๋วก็โค้งคำนับให้โน้ตและขิมก่อนพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉย “ผมขอตัวก่อนนะครับ”………