56 พลิกโฉมหลงซาน
“ หม่อมฉันเสียมหลอหลง น้อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ” “ ราชโองการ แต่งตั้งเสียมหลอหลง เป็นนายอำเภอหลงซานคนใหม่ พร้อมรับพระราชทานกระบี่อาญาสิทธิ์ สามารถประหารก่อนกราบทูล พร้อมทั้งให้อำนาจในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอำเภอหลงซานในทุก ๆ ด้านอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นต้นแบบของอำเภออื่น ๆ ต่อไป โดยให้รับตำแหน่งเป็นเวลา 6 เดือน จากนั้นให้กลับเข้าไปเข้าเฝ้ารายงานตัวต่อฝ่าบาท เพื่อเตรียมตัวเป็นหัวหน้าคณะทูตเดินทางไปเชื่อมสัมพันธ์กับต้าหมิงต่อไป จบราชโองการ” “ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปีพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงคุกเข่ารับราชโองการจากมือของหลู่กงกง ก่อนที่อีกฝ่ายจะแสดงความยินดีกับเขา รวมทั้งน้องร่วมสาบานทั้งสอง เจียงกัดหลู หวังฮั่น และบรรดาเจ้าหน้าที่ในอำเภอที่เข้ามาแสดงความเคารพนายอำเภอหนุ่มคนใหม่กันถ้วนหน้า จากนั้นนายอำเภอหนุ่มจึงขอตัวเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดนายอำเภอ เพื่อออกมานั่งบัลลังก์ตัดสินคดีของมู่เสี่ยวอิง เถียนหยางหลิง และเจียวอู๋จี้ ในคดีของมู่เสี่ยวอิงนั้น เสียมหลอหลงเบิกตัวโจทย์มาขึ้นศาลอีกครั้ง โดยนางกลับคำให้การและเปลี่ยนเป็นฟ้องร้องหลงซานผิงแทน โดยมีฮวยเซ็งและอาห่าวเป็นพยาน ส่วนอาหลงที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนั้นไม่ใช้สิทธิ์ในฐานะพยาน เพราะตนเป็นผู้ตัดสินคดีนี้ ทางด้านชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ เมื่อรู้ว่าคู่กรณีของหลงซานผิงที่แท้คือเสียมหลอหลงซึ่งเป็นนายอำเภอคนใหม่ของที่นี่ จึงกล้าที่จะให้ความร่วมมือในการเป็นพยานยืนยันความผิดของหลงซานผิงในคดีของมู่เสี่ยวอิง รวมทั้งถึงคดีฉุดคร่าหญิงสาวอีกเกือบร้อยราย ที่สองพ่อลูกคู่นี้เคยกระทำย่ำยี่ต่อหญิงสาวในอำเภอแห่งนี้ และหลักฐานชิ้นสำคัญก็คือโทรศัพท์มือถือที่บันทึกเหตุการณ์ตอนที่หลงซานผิงก่อเหตุซึ่งเสียมหลอหลงเป็นคนถ่ายไว้ โดยพยานชิ้นนี้เป็นที่ฮือฮาของผู้ที่ได้ดูเป็นอันมาก เพราะพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวัตถุวิเศษที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทั้งภาพและเสียงเช่นนี้ ส่วนพ่อแม่ของมู่เสี่ยวอิงก็ให้การในคดีที่เฉิงจินและหยวนเซียววางยาพิษในอาหารของพวกตนเพื่อใส่ร้ายเสียมหลอหลงกับพวก โดยเมื่อเบิกตัวเฉิงจินและหยวนเซียวมาให้การ จากการที่โดนนายอำเภอหนุ่มทั้งขู่และปลอบว่า ถ้ายอมรับผิดโดยดี เขาจะให้การรวบรัดในการประหาร แต่ถ้ายังปากแข็งอยู่เขาจะให้รับทัณฑ์พันหมื่นเชือด ซึ่งถือว่าเป็นโทษประหารที่น่าสะพรึงกลัวและโหดร้ายเป็นอันมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนทั้งสองจึงสารภาพยอมรับผิดแต่โดยดี นอกจากนี้ทั้งเฉิงจินและหยวนเซียวยังซัดทอดไปถึงตัวการที่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องก็คือหลงซานสองพ่อลูก ไม่ว่าจะคดีฉุดคร่าหญิงสาวชาวบ้านเกือบร้อยราย คดีใส่ร้ายเถียนหยางหลิง คดีใส่ร้ายเจียวอู๋จี้ รวมทั้งคดีฉ้อโกงทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะคดีสั่งฆ่าผู้บริสุทธิ์เกือบร้อยรายในช่วงหลายปีมานี้ โดยข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นหวังฮั่นและเจียงกัดหลูที่ตระเตรียมเอาไว้ให้กับเขาทั้งสิ้น เมื่อตัดสินคดีเสร็จ เขาจึงสั่งให้นำตัวนักโทษทั้งสองไปขังคุกเพื่อรับโทษประหารในเที่ยงของวันพรุ่งนี้ “ ขอบคุณใต้เท้าที่ให้ความเป็นธรรมกับพวกเราสามคนพ่อแม่ลูกเจ้าค่ะ และขออภัยที่ข้าเคยจำใจใส่ร้ายท่านกับพวก ทั้งที่พวกท่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือข้าแท้ ๆ” มู่เสี่ยวอิงกับพ่อแม่ของนางพร้อมใจกันคำนับขอบคุณและขออภัยต่อนายอำเภอหนุ่ม ซึ่งเขาเองก็ไม่ถือสาหรือติดใจอะไร เพราะเขารู้ดีว่านางมีความจำเป็นและถูกบังคับ ส่วนพ่อแม่ของนางก็ขอบคุณที่เขาแอบไปเตือนคนทั้งคู่ให้ระวังว่าจะมีคนมาวางยาพิษ โดยเขาได้ให้ยาเม็ดกบจำศีลกับทั้งสอง เพื่อจะได้ดูเหมือนกับว่าทั้งคู่ได้ตายไปแล้วหลังจากที่ได้กินยาพิษ ทำให้อีกฝ่ายตายใจ ก่อนที่วันนี้เขาจะให้ยาถอนพิษ ทำให้คนทั้งคู่ฟื้นกลับมาเป็นปรกติอย่างน่าอัศจรรย์ใจ จากนั้นเขาจึงสั่งให้เฮ่อหวังซื่อกับสมุนที่เพิ่งถูกปล่อยออกจากห้องขังเป็นผู้ช่วยคุ้มครองนางกับบิดามารดากลับบ้านไป ท่ามกลางความยินดีของเจ้าตัวที่มีโอกาสได้ดูแลและคุ้มครองนางที่ตนแอบหมายปองมานาน “ คุณชายซ่ง เอ่อ ใต้เท้าเสียมหลอ ข้าน้อยต้องขอบคุณที่ท่านช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับข้าน้อย ทั้งพ้นมลทินจากคดีฆ่านางโลม และยังคืนตำแหน่งหัวหน้ามือปราบให้ข้าน้อยอีกด้วย” เถียนหยางหลิงคุกเข่าคำนับเสียมหลอหลง ก่อนที่นายอำเภอหนุ่มจะบอกให้อีกฝ่ายยืนขึ้น และขอให้เขาตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดี เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรชาวหลงซาน จากนั้นจึงให้คนพาเขากลับไปพักผ่อน แล้วค่อยมาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ “ ใต้เท้า ข้ากับลูกสาวต้องขอบคุณท่านที่ท่านช่วยคืนความบริสุทธิ์ให้กับข้า แถมยังคืนทรัพย์สินที่ข้าถูกยึดไปกลับคืนมาทั้งหมดอีกด้วย ที่สำคัญ ท่านยังได้ช่วยลูกสาวคนเดียวของข้าให้พ้นจากเงื้อมมือเจ้าโจรชั่วหลงซานกู่ บุญคุณนี้เราพ่อลูกจะขอจดจำไปจนตราบชีวิตจะหาไม่ขอรับ” เจียวอู๋จี้กับบุตรีคุกเข่าคำนับแสดงความขอบคุณต่อใต้เท้าตงฉินผู้มีพระคุณต่อพวกตน จากนั้นเถ้าแก่เจียวจึงขอบริจาคทรัพย์สินครึ่งหนึ่งที่ตนมีอยู่ให้กับนายอำเภอ เพื่อนำเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือชาวบ้านและพัฒนาหลงซานให้เจริญก้าวหน้าต่อไป “ ท่านเจียว ท่านไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ ข้ารู้สึกเกรงใจยิ่งนัก เห็นทีข้าคงจะรับไว้ไม่ได้” อาหลงเอ่ยปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่าย เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นจำนวนที่มากเกินไปจริง ๆ แต่เจียวอู๋จี้ยังยืนยันเช่นเดิม พร้อมทั้งบอกอีกว่าตอนแรกเขาก็เหมือนคนที่ไม่เหลืออะไรแล้ว ดังนั้นเขาจึงอยากจะทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษต่อชาวเมืองบ้าง รวมทั้งเขาจะออกทุนในการจัดตั้ง “ ศาลาเอื้ออาทร” เพื่อให้การรักษาแบบฟรี ๆ ต่อผู้ป่วยที่ยากไร้ ไม่มีเงินในการรักษา โดยจะมีลูกสาวของตนเป็นคนดูแลและบริหารงาน และต่อจากนี้ไปตนจะทำแต่ความดี ช่วยเหลือผู้คนเหมือนดังที่บุตรีของตนเคยทำเป็นแบบอย่างมาก่อน “ เมื่อท่านยืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ปฏิเสธอีก และข้าขอเป็นตัวแทนชาวเมืองหลงซานในการขอบคุณในน้ำใจของท่านเจียวกับคุณหนูเจียวในครั้งนี้ด้วย” เสียมหลอหลงเอ่ยขอบคุณในน้ำใจของอีกฝ่าย โดยทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของเจียวอู๋จี้ที่ว่านี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 15 ล้านตำลึงเลยทีเดียว อีกทางหนึ่งเขายังให้หวังฮั่นพาทหารไปจัดการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลงซาน ซึ่งตอนนี้พ่อลูกคู่นี้พร้อมครอบครัวได้แอบหลบหนีไปพึ่งพาสหายของตนที่อำเภอข้าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย ส่วนทรัพย์สิน ของมีค่าที่ยึดได้มาทั้งหมดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 25 ล้านตำลึง รวมแล้วตอนนี้เสียมหลอหลงมีงบที่จะใช้ในการปฏิรูปอำเภอหลงซานแห่งนี้แล้วถึง 40 ล้านตำลึงเลยทีเดียว หลังจากตัดสินคดีเสร็จ ซึ่งกินเวลาไปจนถึงช่วงเที่ยง นายอำเภอหนุ่มจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในอำเภอทุกคนเข้าร่วมการประชุมวางแผนงานในการปฏิรูปอำเภอแห่งนี้ตามรับสั่งของฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน จากนั้นจึงเชิญหลู่กงกงกับผู้ติดตามไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารชั้นดีซึ่งตัวเขาเป็นหุ้นส่วนกับหลินซู่เฟิน “ วันนี้ถือว่าใต้เท้าเสียมหลอจัดการงานในหลงซานได้ดียิ่ง นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ข้าจะนำเรื่องราวไปกราบทูลฝ่าบาท พระองค์จะต้องทรงโสมนัสเป็นแน่” หลู่กงกงเอ่ยชมอีกฝ่ายจากใจจริง หลังจากที่ได้เห็นว่าเขาสามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้เรียบร้อยและราบรื่นเป็นอย่างดี สมกับที่หยางไท่จงทรงให้ความไว้วางพระทัย “ เช่นนี้แล้ว ฝ่าบาทจะต้องตกรางวัลให้นายอำเภอหนุ่มไฟแรงอย่างท่านเช่นไรดีน้า?” จู่ ๆ ขันทีน้อยรูปร่างบอบบางที่เป็นผู้ติดตามหลู่กงกงมาด้วย ก็หันไปกล่าวกับขันทีอีกคนที่รูปร่างบอบบางเช่นเดียวกัน ก่อนจะหันมาทำหน้าทะเล้นใส่นายอำเภอหนุ่มที่กำลังนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะอยู่ด้วยกัน ซึ่งยังรวมไปถึงหลินซู่เฟิน เจียงกัดหลู และหวังฮั่นอีกด้วย “ เอ่อ กงกง มิทราบขันทีน้อยสองคนนี้ ทำไมถึงได้ดูหน้าคุ้น ๆ อืม แต่นึกไม่ออกว่าเหมือนข้าเคยเจอที่ไหนมาก่อน” อาหลงเอ่ยถามหลู่กงกง เพราะว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับแววตาของขันทีน้อยทั้งสองคนนี้เหลือเกิน ก่อนที่ท่านกงกงจะอมยิ้มน้อย ๆ พร้อมทั้งบอกให้เขาลองคิดทบทวนดูให้ดี ๆ อีกครั้ง “ อืม ข้านึกไม่ออกจริง ๆ กงกง แต่ข้าว่าถ้าให้ขันทีน้อยทั้งสองนี้ลองแต่งเป็นสตรี ข้าว่าคงจะน่าดูชมไม่น้อย” เสียมหลอหลงพูดจาหยอกล้อขันทีน้อยทั้งสองอย่างอารมณ์ดี และด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เหมือนกับว่าเขารู้แล้วว่าบุคคลทั้งสองนี้เป็นผู้ใด “ ไม่เอา ไม่เล่นแล้ว พี่ใหญ่ ท่านดูสิ ดาหลิงเขารู้ว่าพวกเราปลอมตัวมา แต่ยังจะแกล้งทำเป็นไม่รู้อยู่ได้ อย่างนี้มันน่าจะหยิกให้แขนช้ำเลยดีมั้ย พี่รองท่านก็ดู?” “ น้องเล็ก เจ้าก็รู้ดีว่าเรามิอาจจะตบตาท่านนายอำเภอเสียมหลอผู้ปราดเปรื่องได้ เอาเถอะ เรามาทานข้าวกันต่อเถอะ เชิญทุกท่าน” “ องค์หญิงหก ลิซ่า พวกท่านมาได้อย่างไร แล้วองค์หญิงห้ากับชิงเอ๋อล่ะพ่ะย่ะค่ะ?” เสียมหลอหลงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะเมื่อครู่เขายังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เพราะทั้งคู่ใช้วิชาแปลงโฉมของหลี่ซาตบตาเขา เพียงแต่แววตาของสาวงามทั้งสองมิอาจจะหลุดรอดสายตาของชายหนุ่มไปได้ ทำให้เขาจำพวกนางได้ในที่สุด “ พี่ใหญ่นางมาที่นี่เพื่อมาคอยช่วยงานท่าน เพราะนางไถ่ตัวเองเป็นอิสระเรียบร้อยแล้ว เสียดายที่เราไถ่ตัวพระสนมฉินไม่ทัน...” ต้วนอิ๋งอิ๋งที่ปากไวกว่าความคิด กลืนคำพูดตนเองลงไปแทบไม่ทำ เพราะนางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองไปสะกิดแผลของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ “ ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว สนมฉินทรงโชคดีแล้วที่มีโอกาสถวายงานรับใช้ฝ่าบาท” นายอำเภอหนุ่มทูลองค์หญิงหกด้วยท่าทีที่เหมือนกับว่าเขาทำใจได้แล้วเกี่ยวกับเรื่องของฉินอี้เซียน ก่อนที่หลี่ซาจะบอกว่าน้องสาม ต้วนอี้เฟยมาไม่ได้ เพราะนางต้องไปจัดการงานตามที่ฝ่าบาทรับสั่ง ส่วนน้องสี่ หลิวหว่านชิง ต้องคอยดูแลท่านยายที่เกิดล้มป่วยไม่สบายพอดี ทั้ง ๆ ที่พวกนางทั้งสองอยากมาด้วยใจแทบขาด พี่รองท่านเป็นอย่างไรบ้าง พวกเราคงไม่ได้มารบกวนเวลาแห่งความสุขของพวกท่านทั้งสองหรอกนะ?” องค์หญิงหกรับสั่งกระเซ้าถามหลินซู่เฟิน ก่อนที่นางจะสั่นศีรษะ พร้อมทั้งบอกว่านางกับเสียมหลอหลงแทบจะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเลย เพราะอีกฝ่ายกำลังยุ่งกับการจัดการราชการงานที่สำคัญอยู่ รวมทั้งยังไม่มีโอกาสได้ฝึกวิชาร่วมกันเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ เลย “ องค์หญิง ท่านรับปากหม่อมฉันว่าจะอยู่ที่นี่เพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นนะพ่ะย่ะค่ะ เมื่อถึงเวลาท่านต้องเสด็จกลับ อย่าได้บิดพลิ้วเป็นอันขาด มิเช่นนั้นฝ่าบาทจะต้องทรงลงอาญาหม่อมฉันเป็นแน่” หลู่กงกงทูลกำชับกับองค์หญิงหกจอมแก่น ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของผู้คนที่ร่วมโต๊ะ เพราะต่างรู้ถึงวีรกรรมของนางเป็นอย่างดี “ ใต้เท้า แล้วเรื่องติดตามจับกุมตัวสองพ่อลูกสกุลหลงซาน เราจะทำเช่นไรดีขอรับ?” หวั่งฮั่นเรียนถามใต้เท้านายอำเภอ ก่อนที่เขาจะให้ทางการทำติดประกาศจับคนทั้งคู่ทั้งในเขตหลงซาน และอำเภอใกล้เคียง โดยมีรางวัลนำจับสูงถึง 10,000 ตำลึงเลยทีเดียว “ ท่านกุนซือ เรื่องนี้ข้ามอบหมายให้ท่านช่วยประสานงานกับอำเภอรอบข้าง เพื่อติดประกาศและนำตัวสองพ่อลูกคู่นี้กลับมารับโทษที่พวกเขาก่อไว้ให้ได้” เสียมหลอหลงมอบหมายให้เจียงกัดหลูไปดำเนินการ พร้อมทั้งขอให้เขาเตรียมหัวข้อและทบทวนระบบราชการใหม่ที่เขาออกแบบไว้ และจะต้องใช้ในการประชุมเจ้าหน้าที่อำเภอในวันพรุ่งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังให้เขาเตรียมเอกสารและหลักฐานในการตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับหลงซานพ่อลูก เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับบุคคลเหล่านั้น โดยเจียงกัดหลูรับคำก่อนที่จะขอตัวไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายพร้อม ๆ กับหวังฮั่น เพราะทั้งคู่ทานข้าวอิ่มพอดี โดยในวันต่อมาเสียมหลอหลงได้ทำการประชุมทำความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปอำเภอหลงซาน พร้อมทั้งแบ่งระบบขุนนางรวมทั้งหน้าที่รับผิดชอบใหม่ทั้งหมด และจัดการแต่งตั้งขุนนางที่เหมาะสมต่อแต่ละตำแหน่ง โดยใช้ข้อมูลที่ได้ศึกษามาก่อนหน้า โดยตำแหน่งและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาจัดตั้งขึ้นประกอบไปด้วย เจียงกัดหลู เป็นผู้ช่วยนายอำเภอฝ่ายพลเรือน ช่วยดูแลด้านมหาดไทย การคลัง พาณิชย์ เกษตร คมนาคม ศึกษาธิการ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ สวัสดิการ แรงงาน ความสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ หวังฮั่น เป็นผู้ช่วยนายอำเภอฝ่ายทหาร ช่วยดูแลด้านกลาโหม ตำรวจ อาวุธเพลิง และงานยุติธรรม โดยแต่ละหน่วยงานที่กล่าวมา จะมีหัวหน้าหน่วยงานคอยดูแลงานดังกล่าวและขึ้นตรงต่อผู้ช่วยนายอำเภอตามแต่ละหน่วยงานสังกัด และนายอำเภอจะเป็นผู้คอยติดตามงานและประเมินผลการทำงานของแต่ละหน่วยงานเป็นระยะ ๆ งานด่วนแรก ๆ ที่เสียมหลอหลงมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอเร่งเข้าไปจัดการก็คือการตั้งโรงทานเพื่อแจกจ่ายอาหารและของใช้ที่จำเป็นต่อผู้ที่ยากไร้ โดยโรงทานดังกล่าวใช้ชื่อว่า “ ราชประชานิยม” ทำให้ราษฎรล้วนแซ่ซ้องสรรเสริญต่อน้ำพระทัยขององค์หยางไท่จงและราชสำนัก เพราะพวกเขารู้สึกได้ว่าราชสำนักไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา และห่วงใยทุกข์สุขของชาวบ้านและช่วยเหลือพวกเขาให้อิ่มท้อง มีที่พักและมีงานทำอีกด้วย งานต่อมาก็คือการขุดแหลงน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยการเปิดรับลงทะเบียนคนว่างงาน และนายจ้างที่ต้องการลูกจ้าง และลงทะเบียนคนจน ซึ่งใช้วิธีเดียวกับที่เคยทำที่เมืองหลวง โดยหลังจากที่จัดการลงทะเบียนเสร็จทำให้ช่วยแก้ปัญญาคนว่างงานได้เกือบหมด คนที่มีคุณสมบัติตรงกับที่นายจ้างต้องการ ก็ได้ไปทำงานกับนายจ้างดังกล่าว ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ในส่วนที่เป็นชายฉกรรจ์และแข็งแรง จะถูกส่งไปช่วยขุดคลองเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยมีอาหารให้คนละ 3 มื้อ รวมทั้งยังมีค่าแรงเป็นสินน้ำใจให้อีกด้วย โดยงบประมาณส่วนนี้มาจากราชสำนักส่งมาช่วยเหลือส่วนหนึ่ง รวมทั้งจากงบ 40 ล้านที่ได้มาจากเศรษฐี 2 ตระกูลนั่นเอง ส่วนงานอื่น ๆ เสียมหลอหลงก็จัดการตามลำดับความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการงดเว้นเก็บภาษีชาวบ้านเป็นเวลา 6 เดือน ส่งเสริมให้ราษฎรเพาะปลูกอย่างได้ผลโดยใช้ทฤษฎีไร่นาสวนผสม ส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายโดยการจัดตั้งโรงอาหารสมองหรือว่าห้องสมุดที่มีตำราเกือบทุกประเภท เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาได้เข้ามาศึกษาฟรี ๆ ยังมีศาลาเอื้ออาทรของตระกูลเจียวที่ช่วยรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ โดยใช้บ้านของสกุลหลงซานที่ยึดมาเป็นสถานที่ในการจัดตั้งศาลาเอื้ออาทรและโรงอาหารสมอง รวมทั้งโรงทานอีกด้วย ในส่วนของลิซ่า นางได้ช่วยเขาประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ๆ ที่เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ที่ทำให้ทุกคนที่นี่มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้น ภายใต้ชื่อร้านนวัตกรรม “ โมนาลิซ่า” ซึ่งขายดิบขายดีจนแทบผลิตไม่ทัน ไม่ต่างจากปากกาเลยทีเดียว รวมทั้งเสียมหลอหลงยังมอบหมายให้นางเป็นหัวหน้าสำนักอาวุธเพลิง เพื่อประดิษฐ์ปืนสั้น ปืนยาว ปืนใหญ่ ระเบิดมือ และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ต้องใช้ในสนามรบ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะต้องทำสงครามกับต้าหมิงในอีก 1 ปีข้างหน้านี้ นอกจากนี้ เขายังจัดตั้งสำนัก “ผู้ก่อการดี” โดยการถ่ายทอดวรยุทธให้กับอาสาสมัครที่ต้องการจะเป็นผู้ที่ช่วยพิทักษ์ความเป็นธรรมให้กับบ้านเมือง โดยตอนนี้มีอาสาสมัครเข้าร่วมหลายพันคน และกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแต่ละคนก็ร่วมด้วยช่วยกันในการทำความดี และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความลำบาก นับว่าตอนนี้ในเขตอำเภอหลงซานแทบจะปลอดจากอาชญากรรมเลยก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ทุก ๆ อย่างกำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือของทุกๆ ฝ่าย ทำให้ราษฎร ที่สำคัญเขายังได้จัดตั้ง “หน่วยรบพิเศษหลงหู่” หรือว่าหน่วยรบมังกรพยัคฆ์ ซึ่งดัดแปลงมาจากหน่วยซีลในโลกปัจจุบันที่เขาจากมา โดยสองเดือนที่ผ่านมานี้ ทุกคนในหน่วยซึ่งมีจำนวน 3 พันคน ต่างได้รับการฝึกอย่างหนักทั้งทางด้านสภาพร่างกายและจิตใจ รวมทั้งฝึกฝนยุทธวิธีการรบแบบสมัยใหม่ และการใช้อาวุธปืน ระเบิดมือ และปืนใหญ่ ที่หน่วยอาวุธเพลิงของหลี่ซาประดิษฐ์คิดค้นขึ้นได้อย่างชำนาญ เพียงแค่ขาดสนามรบจริงที่จะให้พวกเราได้ทดสอบสมรรถภาพเท่านั้น และเมื่อวันก่อนเขาได้จับกุมหลงซานกู่คนพ่อได้อย่างละม่อมที่อำเภอหลงหู่ที่อยู่ติดกัน ส่วนหลงซานผิงคนลูกหลบหนีไปได้ โดยเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับหลงซานนิวส์ที่ลงประกาศจับพวกเขาในนั้น ทำให้มีคนเห็นสองพ่อลูก จึงแจ้งเบาะแสทางการเข้าจับกุม และหลงซานนิวส์ได้รับความนิยมข้ามเขตไปถึงอำเภอรอบนอก จนถึงขนาดต้องทำระบบสมาชิกรายปีเช่นเดียวกับเทียนหยางนิวส์ที่เมืองหลวงเลยทีเดียว หลังจากที่โดนจับกุม หลงซานกู่ต้องรับกรรมจากสิ่งที่ตนเคยก่อขึ้น โดยเสียมหลอหลงสั่งตัดสินประหารชีวิตที่กลางตลาดเมื่อตอนเที่ยงเมื่อวาน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มามุงดู โดยส่วนใหญ่คนเหล่านั้นล้วนเคยได้รับความทุกข์ยากจากการกระทำของสองพ่อลูกมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้ยังเหลือหลงซานผิงคนลูกที่ยังหลบหนีไปได้ ณ จวนนายอำเภอหลงซาน “ เรียนใต้เท้า แย่แล้วขอรับ ตอนนี้มีกลุ่มโจรนับพันกำลังบุกปล้นชาวบ้านที่หมู่บ้านเหมยฮวา ตอนนี้ทหารทางการกำลังต่อสู้กับทางนั้น สถานการณ์ถือว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อยขอรับท่านนายอำเภอ”.....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 56 ที่ทุกคนรอคอย ตอนนี้เรื่องราวกำลังเข้มข้นเป็นอันมาก เพราะตอนนี้อาหลงก็มารับตำแหน่งได้ 2 เดือนแล้ว และได้ปฏิรูป พัฒนาอำเภอแห่งนี้ให้เปลี่ยนโฉมใหม่จนทุกคนแทบจะจำไม่ได้ ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจยิ่ง นอิกจากนี้ยังสามารถกำจัดหลงซานกู่คนพ่อได้สำเร็จ ยังเหลือคนลูกที่ยังหลบหนีไปได้ เพียงแต่ตอนนี้ปรากฏว่ามีกลุ่มโจรนับพันเข้ามาปล้นสดมภ์ชาวบ้าน ส่วนใครจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และอาหลงจะจัดการกับพวกโจรกลุ่มนี้เช่นไร รอลุ้นรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ..................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ความกล้าของข้า ไม่ใช่ว่าไม่กลัว แต่เป็นการที่ฉันตัดสินใจแล้วว่า มีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าความกลัว”