คือบางครั้งผมก็ไม่เข้าใจวิธีคิดของคนโลกนี้นะ...
แค่จะไปรับชุดที่สั่งตัดเฉยๆทำไมต้องให้ทหารมาคุ้มกันผมด้วยฟ่ะ!?!?!?!?
แถมเป็ถึงแม่ทัพอีก!?!?นี่ผมแค่ไปรับชุดเองนะเฟ๊ย!
ทำยังกับว่าผมเป็นักโทษที่ถูกคุมตัวอยู่ไปได้...
“ผมบอกแล้วไงครับท่านแม่ทัพวัลคอร์ตว่าผมแค่ไปรับชุดที่สั่งตัดเอาไว้เท่านั้น ไม่จำเป็ต้องตามมาหรอกครับ” ผมบอกกับแม่ทัพสาผมแดงที่เดินตามหลังผมต้อยๆด้วยชุดเต็มยศ
“คงจะทำเช่นนั้นไม่ได้หรอกค่ะเพราะตัวข้านั้นรับปากอเล็กซ่าและท่านดยุคอันบราไว้แล้วท่านพราเนตติเอ้” ปัญหาคือชาวบ้านชาวช่องเขามองกันทั่วแล้วเว๊ยเจ๊! จะตามผมมาอย่างน้อยก็ช่วยเปลี่ยนเป็ชุดอื่นก่อนเด้!
ผมถอนหายใจี้เีจะต่อปากต่อคำกับยัยผู้หญิงคนนี้เต็มทนแล้วเนี่ย...แวะข้างทางซะหน่อยละกัน...
“ท่านป้า แซนวิสขายยังไงหรอครับ?”ผมแวะตรงซุ้มขายแซมวิสของคุณป้ารายหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับเขตตลาดโดยฝ่ายยัยแม่ทัพวัลคอร์ตก็ไม่ได้เดินตามเข้ามา ปล่อยให้ผมเข้ามาซื้อเพียงคนเดียวโอ้! ดูเหมือนจะเป็แซมวิสอบร้อนซะด้วยแฮะ ดีเลยกำลังอยากจะกินอยู่พอดี
“ชิ้นละ20เหรียญทองแดงจ่ะพ่อหนุ่ม”
“งั้นเอา2ชิ้นเลยครับ”ผมบอกพร้อมกับชู2นิ้วประกอบ
“ได้เลยจ่ะแหม่...ซื้อเลี้ยงแฟนล่ะสิท่าเราน่ะ~” คุณป้าร้านแซมวิสกล่าวพร้อมกับเริ่มลงมือทำแซนวิสที่ผมสั่งก่อนจะชะโงกหัวไปมองยัยผู้หญิงหัวแดงด้านหลังผมแล้วเริ่มแซว
“เอ่อ...”
“ว้าว!แฟนเราเป็ทหารหรอเนี่ย! แบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะเป็ผู้ชายก็ควรจะปกป้องผู้หญิงสิ ไม่ใช่ให้ผู้หญิงเขาปกป้องน่ะ” คือผมเองก็อยากจะเถียงอ่ะนะแต่ปากป้าแกไวแท้...อีกอย่างยัยบ้านั่นมันกลายเป็แฟนผมั้แ่ตอนไหนฟ่ะ!?
“คือ...”
“หรือว่าเรากำลังจีบเขาอยู่กันล่ะ?อย่างนี้นี่เองๆพ่อหนุ่มเลยคิดจะเลี้ยงแซนวิสอีกฝ่ายเพื่อเป็การแสดงถึงความเป็สุภาพบุรุษของตัวเองสินะจ๊ะ!งั้นเดี๋ยวป้าจะแถมไส้ให้เป็พิเศษเลยนะสำหรับทั้ง2ชิ้นเลยพ่อหนุ่มจะได้ทำคะแนนได้ยังไงละ! ดีใช่ไหม?” อา...ผมว่าผมตัดสินใจใหม่ได้ละ...ไม่จ่ายตังค์ได้ไหมครับป้า?เริ่มจะไม่อยากกินละ...
“สู้เขาละพ่อหนุ่ม!”สุดท้ายผมก็รับแซนวิสแถมไส้ให้มากเป็พิเศษทั้ง2ชิ้นมาด้วยรอยยิ้มแหยๆแล้วรีบเดินกลับไปหายัยแม่ทัพหัวแดงนั่นโดยมีป้าร้านแซนวิสโบกมือไล่หลังด้วยรอยยิ้มแฉ่ง
“เมื่อสักครู่ท่านคุยอะไรกับหญิงวัยกลางคนคนนั้นงั้นรึ?”แม่ทัพวัลคอร์ตเอ่ยถามผมเมื่อผมเดินกลับมาหาด้วยสีหน้าทีออกจะดูเซ็งๆ
“ไม่มีอะไรหรอกครับแค่คุณป้าเขาชวนคุยเื่ทั่วๆไป ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกครับ”
“แล้วนั่นท่านจะกินทั้ง2ชิ้นเลยรึ...”สาวผมแดงถามแล้วทำหน้าประหลาดๆใส่ขณะมองแซนวิสทั้ง2ชิ้นในมือของผม
“ใครมันจะบ้ากินหมดทั้ง2ชิ้นละครับผมซื้อมาให้ท่านแม่ทัพวัลคอร์ตนั่นแหละ ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ถือซะว่าเป็มื้อเที่ยงละกันนะครับ”ผมตอบอีกฝ่ายพร้อมกับยื่นแซนวิสอบร้อนไปให้อีกฝ่ายแต่ดูเหมือนเ้าหล่อนจะไม่ยอมรับแฮะ
“อัศวินเช่นข้านั้นการอดข้าวถือว่าเป็เื่ปกติ ฉะนั้นข้าไม่รบกวนหรอกค่ะท่านพรา-” ไม่ทันที่รางบางตรงหน้าผมจะเอ่ยจบเสียงท้องใครก็ไม่รู้ร้องซะดังจนผมเกือบหลุดหัวเราะออกมาซะแล้ว ฮ่ะๆๆๆยัยแม่ทัพเซลิน่าพองแก้มหน้าแดงเป็ลูกตำรึงแล้วแฮะ ก็น่ารักสมหญิงดีหรอกถ้าตัดพฤติกรรมที่ผมเคยเจอทิ้งละนะ
“เอาไปเถอะครับยังไงซะ เ้านี่มันก็แค่ชิ้นละ20เหรียญทองแดงเท่านั้นเอง” ว่าแล้วผมก็จับมืออีกฝ่ายยัดแซนวิสอบร้อนอีกชิ้นนึงไปให้หล่อนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบกับหน้าที่ดูอึ้งๆของเ้าตัวที่เรียกความสงสัยให้ผมได้พอตัวเลย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“แซนวิสนี่...ราคาแค่20เหรียญทองแดงเองหรอ...”
“ก็ใช่น่ะสิครับ?เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะครับว่าท่านไม่เคยมาเดินเที่ยวซื้อของในตลาดน่ะ...” ผมถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอึ้งๆเช่นเดียวกับหล่อนก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ายืนยันคำตอบมาให้กับผมเอาซะผมอยากตบหน้าผากตัวเองด้วยความอนาถใจ...อะไรมันจะลูกคุณหนูขนาดน้านนนนนนทั้งๆที่ภายนอกยัยแม่ทัพเซลิน่าก็ออกจะห้าวแท้ๆ แต่ไหงเื่แบบนี้กลับสมหญิงยิ่งกว่าพี่ผมอีกเนี่ย...
“ฮัดชิ่ว!”ทางด้านคนถูกนินทาก็จามพ่นน้ำชาใส่หน้าพี่ชายของตนก่อนจะเช็ดจมูกแล้วพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ได้เป็หวัดแท้ๆ...ไหงจามได้ละเนี่ย?เนอะท่านพี่อเล็กเซีย-” สิ้นคำหล่อนก็เงยหน้ามามองพี่ชายคนโตก่อนที่คำพูดจะสะดุดลงเมื่อเห็นใบหน้าของพี่ชายตนเต็มไปด้วยน้ำชาพร้อมทั้งสายตาอำมหิตจากพี่ใหญ่ผู้ใจเย็นก็ถูกส่งมาให้กับน้องสาวคนรองทันที
“อะ!...เล็ก!...ซ่า!...”
“แง๊!!!!”ชะตากรรมของคุณหนูคนรองของบ้านเมลฟอร์ดจะเป็เช่นไรทางเราเองก็ไม่อาจจะทราบได้...ขอแผ่เมตตาแก่หล่อนไว้ ณ ที่นี้...
“ปกติแล้วน่ะนะ...ข้าน่ะได้แต่ของต่างๆมากมายมาโดยตลอด...แทบไม่มีครั้งไหนที่ออกมาซื้อเองเลยต่อให้ออกมา คนที่เป็คนจ่ายค่าสินค้าก็คือพวกสาวใช้ของข้า ข้ามีหน้าที่แค่ชี้สิ่งที่้าเท่านั้นแหละ...”สาวผมแดงเล่าให้ผมฟังพร้อมกับเริ่มกินแซนวิสอบร้อนนั่น
ตอนนี้พวกผมสองคนนั้นย้ายจุดจากหน้าร้านป้าขายแซนวิสมานั่งแกร่วกันที่ลานน้ำพุทางผมเองก็ทำเพียงนั่งฟังเงียบๆโดยไม่ออกความเห็น พลางกินแซนวิสอบร้อนไปด้วย
“ตอนแรกที่ข้าเห็นแซนวิสอบร้อนในมือท่านข้าก็คิดว่าราคามันประมาณ20-30เหรียญเงิน...แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าของอร่อยแบบนี้มันจะราคาแค่20เหรียญทองแดงเท่านั้นเอง”หล่อนว่าแล้วกัดแซนวิสอบร้อนนั้นกินอย่างสุขใจ
“เอาจริงๆถ้าสำหรับคนแถบๆชายแดนอาณาจักรเรา ราคาขนาดนี้เขาก็ถือว่าแพงแล้วล่ะครับแต่สำหรับในเมืองหลวงนี่ราคาประมาณนี้ก็ถือว่าเป็ปกติแล้วครับ” ผมว่าเช่นนั้นพลางกัดแซนวิสคำสุดท้ายแล้วขยำใบไม้ที่ใช้ห่อแซนวิสมาโยนใส่ถังขยะที่ถูกตั้งทั่วเมืองหลวง
“แล้วแถบๆชายแดนแซนวิสพวกนี้ราคาเท่าไหร่อย่างงั้นหรอคะท่านพราเนตติเอ้?”
“5-6เหรียญทองแดงเองมั้งครับผมเองก็จำราคาแน่นอนของพวกผมไม่ได้ แต่คงไม่เกินนี้หรอกครับ”
“เอ๋!?!?!?ทำไมราคามันถูกแบบนั้นละคะ!?!?!?” ยัยสาวผมแดงหลุดมาดซะแล้ว...แต่ช่วยอย่าะโกรอกหูผมจะได้ไหมครับ?เล่นเอาซะหูอื้อเลยเนี่ย?
“เพราะอาณาจักรเรานั้นค่าครองชีพสัมพัทธ์กับค่าแรงครับในแถบชายแดนหรือชนบทนั้น ค่าแรงในแต่ละวันของพวกเขานั้นไม่ได้สูงแต่ก็ทดแทนด้วยค่าครองชีพที่ต่ำเพราะวัตถุดิบที่มีเพียงพอและปัจจัยความ้าต่างๆที่ต่ำผิดกับเมืองหลวงของเราที่แม้ว่าจะมีค่าแรงที่สูงกว่าแต่ปัจจัยความ้าต่างๆเองก็สูงตามไปด้วย นี่ยังไม่รวมถึงว่าเมืองหลวงของเรานั้นต้องนำเข้าวัตถุดิบและของต่างๆจากเขตอื่นๆภายในอาณาจักรอีกนะครับท่านแม่ทัพวัลคอร์ต”
“ข้าไม่เคยเห็นรู้เื่แบบนี้มาก่อนเลยแฮะ...”สาวเ้าว่าพร้อมกับท่าทางที่ดูสลดลง
“เฮ้อ...ถึงงานหลักของท่านแม่ทัพวัลคอร์ตจะเป็การสู้รบและการรักษาความสงบก็เถอะนะครับแต่การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนั้นก็เป็สิ่งสำคัญถ้าสมมุติวันนึงท่านต้องรับหน้าที่ไปเจรจาค้าขายกับพ่อค้าแม่ค้าแล้วท่านไม่มีเื่พวกนี้อยู่ในหัวละก็โดนโกงยับเลยนะครับ” ผมบอกเ้าตัวแล้วคว้าใบไม้ที่ใช้ห่อแซนวิสที่หล่อนกินหมดมาขยำแล้วปาลงถังไปอีกอันเยส! เรานี่ยังแม่นไม่เปลี่ยนเลยแฮะ
“เข้าใจแล้วค่ะท่านพราเนตติเอ้ว่าแต่...แล้วอาณาจักรอื่นเองก็เป็แบบเราหรือเปล่าคะ?”
“บางที่เป็บางที่ก็ไม่ครับเื่แบบนี้นั้นขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศของตัวรัฐบาลหรือกษัตริย์ของประเทศนั้นๆครับ”
“เป็เช่นนั้นเองสินะคะ...”
“ครับเป็เช่นนั้นแหละครับ”
“ว่าแต่ท่านพราเนตติเอ้ไม่ไปรับชุดที่สั่งตัดแล้วหรือคะ?”สิ้นคำถามของเ้าตัว...ดูเหมือนว่าผมเองก็พึ่งจะนึกได้ละครับ...ธุระผมมันรับชุดไม่ใช่เรอะ!?ไหงกลายมาเป็นั่งโม้ไปได้ฟ่ะ!?!?
“ลืมไปซะสนิทเลย!ต้องรีบแล้วละครับ!” ผมลนลานอย่างหนักขืนไปรับช้ากว่านัดไว้ละก็ เสียค่าปรับแหงเลย!
“ท่านแม่ทัพวัลคอร์ตมาทำอะไรที่นี้กันน่ะขอรับ?ไม่ใช่ว่าวันนี้ท่านไม่มีเวรตรวจตรามิใช่หรือขอรับ?” แต่ก่อนที่พวกผมจะได้ทำอะไรกองทหารตรวจตราประจำวันที่ดูท่าจะสังกัดหน่วยของยัยแม่ทัพเซลิน่าจะเดินผ่านมาพอดีก่อนที่หล่อนจะหันมากระซิบบอกผมว่าให้รอซักครู่แล้วเดินเข้าไปคุยกังกองทหารกองนั้นก่อนจะะโขึ้นไปบนหลังม้าตัวหนึ่งที่อยู่ในกองตรวจ แล้วหันมาหาผม
“ขึ้นมาสิคะท่านพราเนตติเอ้ถ้าเป็ม้าละก็ เราน่าจะไปทันอยู่”
“แจ่มเลยครับท่านแม่ทัพวัลคอร์ต!”ผมบอกอีกฝ่ายด้วยความดีใจ แล้วรีบขึ้นไปซ้อนท้ายหล่อนทันที
“ย้า!”ม้าที่พวกเรานั่งออกตัววิ่งไปตามเส้นทางทันทีท่ามกลางความงุนงงของกองทหารที่ยืนมองจนพวกเราหายลับไปจากสายตาของพวกเขา
“ไอหมอนั่นมันใครกันฟ่ะ?”ทหารคนที่ถูกขอยืมม้าไปหลุดปากเอ่ยออกมาด้วยความมึนงงแต่โชคร้ายนักที่คำถามนั้น ไม่มีใครในหน่วยเลยซักคนที่ตอบเขาได้
.
.
.
“โอ้! ท่านพราเนตติเอ้สินะครับ ของที่ท่านดยุคอันบราสั่งเอาไว้ตัดเสร็จแล้วขอรับเชิญท่านเข้าไปลองชุดด้านในได้เลยนะขอรับ” ชายท่าทางประจบสอพลอคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาผมทันทีที่ผมและยัยแม่ทัพเซลิน่าเดินเข้ามาในร้านดูท่าว่าเฟอร์จะบอกลักษณะของผมให้อีกฝ่ายเอาไว้แล้วสินะ ฟู่ว...โชคดีไป
“ท่านพราเนตติเอ้...เดี๋ยวข้าขอตัวซักครู่หากข้ายังไม่กลับมา ขอให้ท่านอย่าพึ่งไปไหนนะคะ...” ทางแม่ทัพเซลิน่าที่ดูเหมือนจะมีเื่บางอย่างจะต้องจัดการก็เอ่ยขอตัวแยกหายไป ปล่อยให้ผมเข้าไปจัดการธุระของตนให้เสร็จสรรพ
เป็เวลานรกกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าที่ผมจะลองชุดที่สั่งตัดทั้งหมดเสร็จแถมยังต้องมานั่งรอเขาแก้ชุด จนเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งชั่วโมง เต็มๆ...
“รอนานไหมคะท่านพราเนตติเอ้”
“เสร็จพอดีเลยละครับท่านแม่ทัพวัลคอร์ต”ผมตอบหล่อนไปขณะที่รับชุดที่ทางร้านห่อเอาไว้ให้ในกระเป๋าที่สองหน่อนั้นสั่งทำเผื่อเอาไว้ให้ก่อนจะนำมันขึ้นหลัง
“ถ้าเช่นนั้นกลับกันเลยดีกว่าค่ะ”แม่ทัพสาวว่าเช่นนั้นแล้วก้าวขึ้นหลังม้าไปเป็คนแรก
“เอ่อ...เราจะไม่เดินกลับหรอครับ?”
“ขี่ม้าไปจะเร็วกว่าค่ะท่านพราเน็ตติเอ้”หล่อนว่าพลางยื่นมือมาให้ผมจับตอนจะขึ้นหลังม้า
“เฮ้อ...ก็ได้ครับ...” อยากเดินดูของในตลาดมากกว่าอ่ะ...แต่เอาเถอะมีคนขี่ม้าไปส่งทั้งไปและกลับแบบนี้ก็ช่วยประหยัดแรงได้ดีเหมือนกัน...แต่เดี๋ยวนะ?กลิ่นเืนี่? ไหงมันออกมาจากตัวยัยนี่กันล่ะเนี่ย?ผมเลิกคิ้วแล้วถามตัวเองในหัวเช่นนั้น ก่อนจะไล่มันทิ้งไป เื่การเมืองผมจะพยายามอยู่ห่างๆละกัน...แค่ช่วยสองหน่อนั้นก็ลากคอขี้นเขียงพอแล้ว...จะเืใครหรืออะไรผมไม่รู้ไม่ชี้
.
.
.
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อนนะคะท่านพราเนตติเอ้...”
“อ่ะ! อย่าพึ่งครับท่านแม่ทัพวัลคอร์ต ขี่ม้ามาส่งผมทั้งทีถ้าผมไม่ตอบแทนอะไรหน่อยคงจะดูเสียมารยาทนะครับ” สาวผมแดงชะงักแล้วมองหน้าผมพร้อมเลิกคิ้วสงสัยไม่ต้องสงสัยหรอกน่า ก็วันนี้เจ๊ไม่คุกคามผม ผมก็ทำดีตอบก็เท่านั้นเอง
“ถ้าเช่นนั้นท่านช่วยรออยู่ที่นี่ซักครู่นะครับ” ผมลากหล่อนมานั่งที่ศาลาตัวเก่าที่พวกเราทั้งสองเคยทะเลาะกันก่อนจะเดินแยกออกไปตรงเข้าไปในครัวเพื่อจัดการบางอย่าง
เป็เวลากว่าสิบนาทีที่ผมหายเข้าไปในครัวก่อนจะออกมาด้วยแก้วกาแฟและจานขนมที่มีคุกกี้อยู่จำนวนนึง สองขาเดินก้าวตรงไปที่ศาลาที่เป็จุดเริ่มต้นของทุกอย่างสายตาของผมก็สะดุดเข้ากับร่างบางเ้าของเรือนผมสีแดงที่มีท่าทีที่แปลกไปจากทุกๆทีที่เจอกันมันดู...เหงา...ไม่ดิ เหมือนคนสูญเสียอะไรไปเสียซะมากกว่าละมั้งแต่ช่างเถอะ...เพราะหน้าที่ของผมตอนนี้มีแค่...
เสิร์ฟขนมและเครื่องดื่มของผมเท่านั้น...
“ขอโทษที่ให้คอยนะครับ...คาปูชิโน่ร้อนเสิร์ฟคู่กับคุ้กกี้เนยสดครับ ทานให้อร่อยนะครับท่านแม่ทัพเซลิน่า ทอรัส วัลคอร์ต”ผมวางขนมและเครื่องดื่มลงตรงหน้านางที่สะดุ้งเมื่อผมเข้ามาใกล้แต่เมื่อใดไม่ทราบคนเป็แม่ทัพไม่ควรที่จะเหม่อลอยนะครับ...
แต่เอาเถอะไม่ใช่เื่ที่ผมจะสนใจอีกนั่นแหละ...ผมโค้งตัวให้กับแม่ทัพสาวก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากศาลาสไตล์โมเดิร์นโดยไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของสาวผมแดงที่กำลังแสดงถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างเลยแม้แต่น้อย
นี่คือคำขอบคุณของผมสำหรับที่คุณไปเป็เพื่อนผมตลอดทั้งวันนี้...ทานให้อร่อยนะครับ คุณเซลิน่า ทอรัสวัลคอร์ต
.............................................................................................................................................................
“รายงานท่านองค์จักรพรรดินีค่ะ!เป้าหมายไม่มีท่าทางระแวงเท่าวันก่อนๆแล้วค่ะ!” แม่ทัพสาวในชุดเกราะเต็มยศกำลังคุกเข่ารายงานผลต่อหน้าคนที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยน้ำเสียงอันดังและน่าเกรงขามฝ่ายองค์เหนือหัวนั้นพยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนท่าทางแล้วเอ่ยกับแม่ทัพคนสนิทของตน
“ดูท่าแล้วการที่เราให้เ้าเลิกพยายามค้นหาตัวตนของเขาจะเป็ทิศทางที่ดีสินะ...” องค์จักรพรรดินีสาวว่าเช่นนั้นพลางหยิบกาน้ำชามาเทชาลงในแก้วของตนอย่างอ้อยอิ่ง
“แล้วมีอะไรอีกไหมเซลิน่าเอ๋ย?”
“ค่ะ! วันนี้กระหม่อมพบสายสืบของศัตรูสองคนค่ะ! แต่เพราะเหตุการณ์สุดวิสัยทำให้กระหม่อมต้องทำการปริดชีพพวกมันทั้งสองค่ะ!” หญิงสาวผมแดงยังคงตอบด้วยท่าทางที่แข็งขันเช่นเดิม
“เช่นนั้นรึถ้าอย่างนั้น เ้าพยายามเน้นเื่การสืบถึงความสัมพันธ์ของทั้งสามเอาไว้เช่นเดิมเราต้องรู้ให้แน่ชัดว่าทั้งสามนั้นติดต่อกันด้วยเหตุอันใด เพราะดูท่า...ทิศทางลมจะเปลี่ยนเสียแล้ว...”
“รับด้วยเกล้าเพคะ!”ร่างบางตอบรับก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง...ภายในหัวของหล่อนนั้น...ดูเหมือนว่าจะมีภาพแผ่นหลังของชายลึกลับคนนั้นที่เดินหันหลังกลับไปทันทีที่เสิร์ฟขนมและกาแฟอันแสนเลิศรสของเขาเสร็จจะยังคงติดตาหล่อนอยู่เช่นเคย
มันช่างเหมือนกับแผ่นหลังของชายคนนั้นในวันที่พวกเราไปยังหอสมุดด้วยกัน...
นาธาน...ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตัวเ้ากับเขาคือคนๆเดียวกันหรือไม่...
แต่ตอนนี้ข้ารู้เพียงว่า...เขากับเจ้าช่างคล้ายกันเหลือเกิน..