ตกลงปลงรัก

    บทที่ 33

            “ไม่เป็นไรค่ะมุกอยู่ได้”

            เขาเริ่มมองเธอนิ่งๆอีกครั้ง แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาพลางเอ่ย “งั้นผมขอปรึกษาแม่คุณก่อน”

            “ไม่ๆๆคุณอย่าบอกแม่นะ” มุกจันทร์รีบเอ่ยห้ามเขาอย่างร้อนรน แม่กำลังเที่ยวอย่างสบายใจเธอจะทำให้แม่เป็นห่วงได้ยังไงกัน

            มุกจันทร์มองดูเขายกมือถือขึ้นและมองเธอ รอให้เธอเลือกว่าจะให้เขาค้างที่นี่เป็นเพื่อนหรือจะให้เขาโทรบอกแม่ของเธอนี่มันบังคับกันทางอ้อมไม่ใช่เหรอ

            ใช่สินี่เป็นการบังคับกันทางอ้อม แต่เธอยังจะทำอะไรได้อีกล่ะ

            “ได้ค่ะได้ คุณก็นอนที่นี่แล้วกันค่ะ” เธอยินยอมอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

            “ตกลงตามนี้”

            “คุณไม่เอาเสื้อผ้ามาพออาบน้ำแล้วจะใส่อะไร ใส่ตัวเดิมหรือจะไม่อาบน้ำ” แม้จะยอมให้เขาค้างที่บ้านด้วยแต่มุกจันทร์พยายามเอ่ยบอกเขาให้เขารู้ว่ามานอนค้างที่บ้านของเธอเขาจะต้องลำบากอย่างน้อยก็ไม่มีเสื้อผ้าให้ผลัดเปลี่ยน

            ใครจะคิดว่าพอเธอพูดจบเขาก็มองเธอนิ่งๆ อีกแล้ว “บ้านคุณน่าจะพอมีเสื้อผ้าสะอาดอยู่บ้าง”

            “ก็มีแต่ของมุกกับของแม่คุณจะใส่ได้เหรอ”

            “ได้ผมไม่รังเกียจ” เขาตอบหน้าตาเฉย

            มุกจันทร์อยากจะส่งเสียงจิ๊จ๊ะใส่เขาดังๆเธอถามเขาว่าเขาจะใส่ได้เหรอ ไม่ได้ถามเขารังเกียจหรือเปล่าเขาตอบมาได้ยังไงว่าเขาไม่รังเกียจ เสื้อผ้าของเธอมีอะไรน่ารังเกียจกัน

            เธอได้แต่ข่มอารมณ์ไม่แสดงอาการฟึดฟัดใส่เขาเอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็เจตนาดีมาคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอ คนเราควรมองคนอื่นในมุมดีๆมุมร้ายๆ ถึงจะมีบ้างก็ควรมองข้ามไป

            เธอลุกขึ้นเดินเข้าห้องไปเพื่อเลือกชุดให้เขาจะเอาชุดของแม่ให้เขาใส่ก็คงไม่ดี งั้นก็เอาชุดของเธอให้เขาใส่แล้วกัน เธอพอจะมีเสื้อยืดขนาดพลัสไซส์อยู่แล้วก็กางเกงผ้าฝ้ายที่เอวเป็นเชือกหูรูดสามารถมัดปรับขนาดตามขนาดของเอวได้ เสื้อผ้าแบบนี้เขาน่าจะพอใส่ได้

            มุกจันทร์หยิบเสื้อกับกางเกงขึ้นมาดูมีหลายสีทั้งแบบสีเรียบและแบบลายฉูดฉาดน่ารัก เสื้อผ้าพวกนี้เธอไม่ค่อยได้ใส่ที่ซื้อมาก็เพราะซื้อตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อจะอุดหนุนชาวบ้านเท่านั้น เธอใส่แค่สองสามครั้งแล้วก็ซักเก็บเข้าตู้

            ในที่สุดเธอก็เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับเขาได้แล้วเธอยิ้มออกมาอย่างพอใจ

             

            มุกจันทร์นั่งอ่านข่าวในมือถืออยู่ขณะที่รอไตรภพอาบน้ำเธออาบน้ำเสร็จแล้วจึงเอาเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนมาให้ไตรภพและบอกให้เขาใช้ห้องน้ำในห้องของเธออาบน้ำได้เธอยังเตรียมแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้เปิดใช้ไว้ให้เขาด้วย

            ที่จริงบ้านของมุกจันทร์มีห้องน้ำห้องหนึ่งอยู่นอกห้องนอนแต่ว่าห้องน้ำข้างนอกนั้นอาบน้ำไม่ได้เพราะไม่มีฝักบัวและอุปกรณ์อาบน้ำ จะให้เขาไปใช้ห้องน้ำในห้องนอนแม่ก็คงไม่ดีเพราะแม่ไม่อยู่ในเมื่อเรื่องวันนี้เป็นธุระของเธอก็ให้เขาใช้ห้องน้ำของเธอแล้วกัน

            ระหว่างที่มุกจันทร์รอไตรภพอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนนท์ส่งข้อความมาหาเธอตามปกติ เขาคุยกับเธอและส่งรูปสถานที่จัดสัมมนาที่เขาไปเข้าร่วมมาให้เธอดูเธอไม่ได้เล่าเรื่องที่ถูกก่อกวนให้นนท์ฟังเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรบอกไปเขาก็จะเป็นห่วงเปล่าๆ คนเราไม่ควรสร้างเรื่องให้คนอื่นเป็นห่วงมากนัก นี่เป็นคติประจำใจของเธอ

            ไตรภพเข้าไปอาบน้ำนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าห้องส่วนตัวของผู้หญิง และนี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่เขาใช้ห้องน้ำส่วนตัวของผู้หญิง

            พอเดินเข้ามาในห้องนอนของมุกจันทร์เขาอดที่จะมองสังเกตรอบๆ ห้องไม่ได้ ในเมื่อเธออนุญาตให้เขาเข้ามาในห้องได้ถ้าเขาจะดูอะไรในห้องที่เธอไม่ได้เก็บไว้มิดชิดก็คงไม่ถือว่าผิดถ้าเป็นของที่เธอหวงเธอคงเก็บให้พ้นสายตาของเขาแล้ว อย่างพวกเสื้อผ้าชุดชั้นในหรือของส่วนตัวอย่างอื่นเมื่อคิดแบบนี้เขาจึงเดินสำรวจดูในห้องของเธอ

            ที่นอนของเธอใช้ชุดผ้าปูและปลอกหมอนสีเขียวและขาวเป็นลายใบไม้บนพื้นขาว แน่ล่ะเธอดูชอบธรรมชาติแบบนั้นไม่แปลกที่จะใช้ชุดเครื่องนอนลายนี้อีกทั้งสีเขียวยังดูเข้ากันกับบุคลิกของเธอ ในสายตาของเขามุกจันทร์แม้จะเป็นผู้หญิงสวยทว่าเธอไม่ใช่สาวหวานอย่างแน่นอน ดูผิวเผินเหมือนว่าเธอจะเรียบร้อยว่าง่ายแต่ความจริงเธอออกจะหัวรั้นดื้อเงียบเสียด้วยซ้ำเธอไม่เหมาะกับสีชมพู แต่กลับเหมาะกับสีเขียวมากกว่าสีที่ทำให้รู้สึกสงบและนึกถึงธรรมชาติ

            ของอื่นๆภายในห้องเป็นสีค่อนข้างอ่อน แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ ตู้ เตียง โต๊ะก็เป็นสีขาวทั้งหมด ดูแล้วสะอาดตาห้องของเธอค่อนข้างเป็นระเบียบซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเธอเพิ่งเก็บกวาดก่อนที่จะอนุญาตให้เขาเข้ามาหรือว่าปกติมันเป็นระเบียบอยู่แล้วในเมื่อไม่สามารถรู้ได้เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก ต่อให้เธอจะไม่เป็นระเบียบก็ไม่เป็นปัญหาเพราะถ้าเขาแต่งงานกับเธอก็ต้องแยกห้องกันอยู่แล้วอีกทั้งปกติที่บ้านเขายังมีแม่บ้านคอยทำความสะอาดให้ ไม่ว่ามุกจันทร์จะเป็นแม่ศรีเรือนทำงานบ้านเป็นหรือไม่จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

            เขาสำรวจเสร็จแล้วก็เข้าไปอาบน้ำพอเขาเข้าไปในห้องน้ำก็ต้องยืนอึ้งกับภาพที่เห็น ในห้องน้ำของมุกจันทร์มีผลิตภัณฑ์ต่างๆวางเรียงกันเต็มไปหมด เขาหยิบขวดที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าขึ้นมาอ่านทีละอย่างเพื่อหาของที่ตัวเองต้องการใช้ขวดแรกเป็นแชมพูสระผม เขาเปิดฝาเพื่อดมกลิ่น กลิ่นกุหลาบลอยอวลขึ้นมาเตะจมูกเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่าแชมพูสระผมก็มีกลิ่นกุหลาบด้วย เขายกขวดแชมพูในมือขึ้นแล้วมองที่รูปฉลากนั่นไง มีรูปกุหลาบอยู่จริงๆ ด้วย จากนั้นเขาก็ไล่สายตามองไปยังขวดที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้ามีทั้งรูปมะพร้าว รูปหญ้า รูปขิง รูปดอกไม้ที่เขาไม่รู้จัก พอลองเปิดขวดดมดูแต่ละกลิ่นก็พบว่าเป็นกลิ่นที่เขาไม่อยากใช้เอาซะเลย

            มีขวดหนึ่งเป็นรูปหยดน้ำสีขาวและมีรูปรวงข้าวเขาคิดว่าหยดน้ำนั่นน่าจะเป็นรูปของน้ำนม ที่ขวดเขียนว่าแชมพูน้ำนมข้าวเขาลองเปิดดมกลิ่นดูพบว่ากลิ่นพอรับได้ ไม่หวานไป ไม่ออกสมุนไพรไปเขาจึงตกลงใจที่จะเลือกแชมพูขวดนี้

            จากนั้นเขาก็เริ่มมองหาสบู่ที่ห้องน้ำของมุกจันทร์ไม่มีสบู่ก้อน เขาคิดว่าเธอน่าจะใช้สบู่เหลวจากที่สำรวจแชมพูมาแล้วเขาพบว่าเธอจัดวางผลิตภัณฑ์ไว้ตามประเภทของมันแล้วตรงที่เขาเพิ่งดูมาคือหมวดแชมพู ถ้างั้นหมวดสบู่ก็น่าจะอยู่ที่อื่น เขาเบนสายตาออกมามองดูบรรดาขวดที่วางเรียงรายไว้อีกมุมสายตาเห็นฉลากที่มีรูปคล้ายๆ กับขวดแชมพูที่เขาเพิ่งเลือกไว้ เขาจึงหยิบขึ้นมาดู พออ่านแล้วก็พบว่ามันคือสบู่เหลวกลิ่นน้ำนมข้าวเขาตัดสินใจเลือกสบู่ขวดนั้นทันที แค่เลือกของใช้ในห้องน้ำก็ใช้เวลาไปมากขนาดนี้แล้วเป็นผู้หญิงนี่เหนื่อยจริงๆ

            พอได้ของสำหรับอาบน้ำแล้วเขาก็ลงมืออาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็เตรียมจะใส่เสื้อผ้า เขาวางเสื้อผ้าที่มุกจันทร์เอามาให้ไว้บนเตียงดังนั้นเขาจึงพันผ้าเช็ดตัวที่เอวแล้วเดินออกมาเพื่อใส่เสื้อผ้า

            เขาคลี่เสื้อผ้าออกดูเพื่อจะสวมใส่แต่พอมองเสื้อผ้าที่อยู่ในมือก็ต้องนิ่งไป ในใจก็คิดสงสัยว่าเธอจงใจแกล้งเขาใช่หรือไม่ 

    คล้ายกับเรื่องตกลงปลงรัก ที่คุณอ่าน