1 สู่จุดเริ่มต้นอันเ็ป
กลางหมู่บ้านเล็กๆบนดินแดนทะเลทรายอันร้อนระอุ มีวัยรุ่นสามคนนั่งอยู่ในร้านอาหารเก่าๆด้วยใบหน้าพะอืดพะอม
กินดีไหม?
แอบเททิ้งแล้วจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียว?
หรือชิ่งหนีออกไปเงียบๆ ?
ไม่ว่าตัวเลือกไหนก็แย่ทั้งนั้นโดยเฉพาะเวลาที่เงินทองร่อยหรอเช่นนี้
แถมเ้าของร้านหน้าดุยังจ้องทั้งสามแทบตาถลนเหมือนกำลังบอกว่า
‘ถ้าไม่แดกพวกเอ็งก็จ่ายเงินแล้วออกไปซะ!’
สาเหตุเพราะหน้าตาของบะหมี่ช่างไม่น่าทานกลิ่นก็พิลึก ความคิดดำมืดแล่นวาบเมื่อทั้งสามเหลือบเห็นเหงื่อหยดติ๋งๆ ลงในหม้อต้มจากแขนอวบซึ่งกำลังคนซุปอย่างพิถีพิถัน
กินลงก็บ้าแล้ว!!
“พี่ว่ามันแปลกๆ ไหมที่ทุกคนมองพวกเรา?”
เด็กสาวผมบลอนด์ตัดสั้นกระซิบถามบนศีรษะของเธอมีหูสุนัขกระดิกไปมาคงดูน่ารักไม่น้อยหากว่านี่เป็อุปกรณ์ประกอบชุดคอสเพลย์
ซะที่ไหนเล่า!!!
บัดนี้คนเกือบทั้งร้านจ้องเธอราวกับพบสัตว์หายากชนิดหนึ่ง
ชาช่า คิดพลางเหลือบมองโต๊ะรอบๆด้วยสายตาหวาดหวั่น
ไม่เพียงแค่นั้นเด็กสาวรุ่นพี่ที่อายุไล่เลี่ยกันก็ถูกจ้องจากบรรดาชายฉกรรจ์ คล้ายฝูงหมาไฮยีน่าอาจเพราะผมสีทองยาวสลวยโดดเด่น ตาสองสีทั้งอำพันและฟ้าสดใสยิ่งขับให้ความงามนั้นเปล่งประกายพวกเขาเ่าั้ต่างซุบซิบกันเมื่อสังเกตเห็นใบหูเรียวแหลมที่เธอพยายามเอาผมมาบังปิดไว้
เคท นั่นคือชื่อของเธอ
“ไม่รู้สิแต่ฉันรู้สึกอยากลุกออกจากที่นี่เร็วๆ”
“แค่รีบกินให้พออิ่มแล้วเราค่อยไปคิดวิธีหาเงินดีกว่า”
เสียงเรียบนิ่งดังจากเด็กหนุ่มหน้าสวยเพียงคนเดียวในกลุ่ม
เร็น ภายนอกดูอายุไม่เกินสิบห้าผมสีขาวมุกยาวระต้นคอ ดวงตาสีเทาเข้มตัวเขาดูขาวซีดไปหมดั้แ่สีผิวยันชุดเสื้อผ้าแบบชาวตะวันออกสมัยเก่าดาบเล่มบางวางอยู่ใกล้ๆ คล้ายเป็อาวุธคู่กาย แม้แต่ฝักดาบก็เป็สีขาวถ้าด้ามจับไม่ตัดลายสีดำคงจืดชืดน่าดู
ไม่นานทั้งสามคนก็วางตะเกียบและมองบะหมี่ขึ้นอืดในชามอย่างปลงตก
ระหว่างตั้งท่าจะลุกไปจ่ายเงินชายร่างบึกบึนกลุ่มหนึ่งก็เดินมาที่โต๊ะ
“จะรีบไปไหนกันเด็กๆท่าทางเหมือนหลงทางนะ มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า?”
ชายหน้าบากหัวฟูยิ้มกว้างมองเคทและชาช่าด้วยสายตาหยาบโลนพอๆ กับพรรคพวก
เร็นขยับตัวมาด้านหน้า ส่งยิ้มบางให้เหล่าไฮยีน่า
“ขอบคุณมากพี่ชายแต่พวกเราไม่ได้หลงทางหรอก ช่วยหลีกได้รึเปล่า?”
คนฟังร่างโตถึงกับขมวดคิ้ว พอๆกับเพื่อนด้านหลังที่มองเด็กหนุ่มหน้าสวยจรดเท้า
“ฮ่าฮ่า ที่แท้เป็น้องชายนี่เองนึกว่าเป็ผู้หญิงซะอีก”
เร็นผืนยิ้มให้อีกฝ่ายและเดินนำฝ่าวงล้อมออกไปน่าแปลกที่คนกลุ่มนั้นไม่วอแวอย่างที่คิด แต่จะอะไรก็ช่างการมีเื่คือสิ่งแรกที่ไม่ควรทำ
ั้แ่เดินออกจากร้านอาหารพวกเขาล้วนถูกจ้องมองตลอดทางจากชาวบ้าน สิ่งที่สร้างความประหลาดคงไม่พ้นรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหน้าตาและเครื่องแต่งกาย
“เราควรหาที่พักกันก่อน”เคทเสนอ
สามสหายหยุดยืนและจ้องหน้ากันนิ่งๆก่อนควักเงินในอกเสื้อออกมาแบพร้อมกัน
สามคน มีอยู่แค่คนละ 5 เหรียญเงิน
ค่าอาหารก่อนหน้านี้ ตกชามละ 2 เหรียญ
ส่วนป้ายบอกราคาโรงเตี๊ยมที่พวกเขายืนอยู่ด้านหน้าคือ รายวันคืนละ 10 เหรียญ
“หมายความว่าพวกเราจะมีที่ซุกหัวนอนแค่คืนเดียว...”ชาช่ายิ้มแห้ง
“แล้วยังค่าอาหารพรุ่งนี้อีก ไม่สิ…ตอนเย็นจะมีอะไรตกถึงท้องไหม?”เคทสะอึก
เร็นยิ่งฟังยิ่งมึนตึ๊บ“เฮ้อ ฉันว่าเราคงต้องหางานทำชั่วคราวแล้วล่ะ”
หลังตกลงกันเรียบร้อยทั้งสามก็จ่ายเงินค่าที่พักสำหรับหนึ่งห้องเ้าของโรงเตี๊ยมวัยกลางคนมองเด็กวัยรุ่นสามคนสลับไปมาแล้วถามขึ้น
“พวกเธอเป็ฝาแฝดกันเหรอ?”
เร็นกับชาช่าสบตากันแวบหนึ่งก่อนยิ้มส่งให้คุณลุง
“ใช่ค่ะ พวกเราเป็แฝดกันส่วนพี่สาวคนนี้คือคู่หมั้นของพี่ชายหนูค่ะ”
“โฮ่ พวกเธอก็เหมาะสมกันจริงๆเอาเถอะ พักผ่อนให้สบายล่ะ”คุณลุงหัวเราะชอบใจ
ความจริงคือทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆก็แค่ความบังเอิญบางอย่างที่ทำให้หน้าคล้ายกันเท่านั้นเอง
“เอ่อ คุณลุงครับพอจะมีงานให้พวกเราทำรึเปล่า หรือพอจะรู้ไหมว่ามีที่ไหนรับลูกจ้างชั่วคราวบ้าง?”เร็นไม่ลืมถาม
“แหม เด็กสมัยนี้ดีจริงๆเป็ลูกคุณหนูยังขยันทำงานอีก”
ชายวัยกลางชื่นชมก่อนจะเริ่มอธิบาย
“พวกเธอคงเพิ่งเดินทางกันครั้งแรกถ้าไปถามพวกชาวบ้านคงไม่มีใครกล้าจ้างพวกเธอหรอก”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเ้าของโรงเตี๊ยมหมายถึงภาพลักษณ์ของพวกเขาดูเหมือนคนมีฐานะเกรงว่าเผลอใช้แรงงานหนัก อาจจะถูกผู้มีอิทธิพลคุกคามเอาได้
“แต่มันก็พอมีทางอยู่คือพวกเธอจะต้องไปล่าพวกมอนสเตอร์ตามบอร์ดภารกิจที่มีผู้จ้างวาน”
ชายวัยกลางชี้ไปยังกระดาษที่แปะบนบอร์ดไม้ข้างผนัง
“หมู่บ้านเล็กๆไม่เจริญแบบนี้ไม่มีสมาคมนักล่าดังนั้นคนที่้ากำจัดมอนสเตอร์พวกนี้จึงลงป้ายประกาศกับทางโรงเตี๊ยมแทน”
“สมาคมนักล่า?”สามเสียงประสานกัน แต่คนที่ใยิ่งกว่ากลับเป็ลุงเ้าของโรงเตี๊ยม
“อะไร? อย่าบอกว่าพวกเธอไม่รู้จักสมาคมนักล่า!?”
คนถูกถามเงียบและกระพริบตาปริบๆ แทนคำตอบ
“เฮ้อ พวกเธอควรจะศึกษาบ้างนี่รู้อะไรก่อนออกเดินทางบ้างเนี่ย!”
เขากุมขมับ กวาดมองเหล่าเด็กๆด้วยสายตาอนาถเหนื่อยใจ
“อย่าถือสาพวกเราเลยค่ะช่วยอธิบายคร่าวๆ ให้พวกเราฟังได้ไหมคะ?”
เคทส่งสายตาอ้อนวอน ต่อให้จิตใจแข็งดังเหล็กกล้าก็ต้องหลอมละลายเพราะดวงตาคู่สวยสองสีของเธอ เ้าของโรงเตี๊ยมกระแอมเบาๆและเริ่มพูด
“กฎข้อแรกสำหรับการเป็นักเดินทางที่พวกเธอต้องรู้คือมีสามสมาคมหลักๆ ที่นักผจญภัยต้องเข้าร่วมเพื่อรับภารกิจนอกจากจะได้เงินตามระดับความยาก ยังสามารถเลื่อนขั้นขึ้นไปอันดับสูงๆเพื่อปัจจัยหลายอย่างที่อำนวยความสะดวกในชีวิต ทั้งยศ เงิน อำนาจ”
“อันดับแรก สมาคมนักล่า… รับจ้างงานล่ามอนสเตอร์ ล่าสมบัติและลุยดันเจี้ยน พวกนี้ค่อนข้างหัวรุนแรงรับจ้างงานทุกประเภทยันทำลายฐานทัพ สังหารคนตามรายชื่อ พวกนี้ไม่สนกฎหมายทำเพื่อเงินและตามคำสั่งนายจ้างอย่างเดียว”
คำว่าดันเจี้ยนทำให้สามสหายตาลุกวาว
”สองคือ สมาคมนักเวทศูนย์รวมจอมเวทหลายแขนงและฮีลเลอร์ชั้นสูงส่วนใหญ่ก็ถือกำเนิดมาจากที่นี่”
“สุดท้ายคือ สมาคมนักสำรวจ… กลุ่มนี้คือนักผจญภัยที่เน้นการสำรวจดันเจี้ยนเป็หลักหรือพวกสถานที่เก่าแก่ลึกลับที่ผู้คนยังไม่ค้นพบพวกเขาเหมือนนักวิชาการที่คอยศึกษาอารยธรรมและนำความรู้ที่ได้ส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้แต่ดันเป็สมาคมที่มีผู้เข้าร่วมน้อยที่สุดอาจจะเพราะมันน่าเบื่อและได้เงินน้อยกว่าสมาคมอื่น”
เมื่อเห็นเด็กสามคนมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้นเ้าของโรงเตี๊ยมจึงแนะนำว่า
“แต่ว่าสมาคมพวกนี้มักอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ เท่านั้นพวกเธอต้องเดินทางกันอีกไกลกว่าจะถึงเมืองข้างหน้า(บูมเมอร์)ฉันจะให้แผนที่กับพวกเธอก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ถ้าอยากได้เงินเร็วๆพวกเธอจำเป็ต้องไปล่าพวกมอนสเตอร์ตามบอร์ดนั่นแหละ”
“ขอบคุณค่ะ”ชาช่ารับแผนที่กระดาษด้วยความเกรงใจ
ส่วนเร็นและเคทกำลังพิจารณาข้อมูลบนบอร์ดระดับความยากของภารกิจจะมีตราประทับรูปดาวติดไว้ตรงหัวมุมเอกสารั้แ่หนึ่งจนถึงสี่ดาว
“คิดว่าไหวหรือเปล่า?”เ้าของโรงเตี๊ยมมองอย่างเอ็นดู
“อืม...ฉันคิดว่าเราควรเริ่มจากพวกหนึ่งดาวก่อนจะได้ทดสอบทักษะของพวกเราไปด้วย”
เร็นเสนอการเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำอันตรายมาสู่ตนเองคงดีที่สุด
“นั่นสิถึงพวกเราไม่เคยล่าสัตว์มาก่อน แต่เ้านี่น่าจะจัดการง่ายที่สุด”
เคทชี้ภารกิจล่ากระต่ายทะเลทรายที่มีความยากเพียงหนึ่งดาว
ส่วนชาช่านั้นเห็นด้วยกับพี่ทั้งสองอยู่แล้วเธอคว้าใบภารกิจและส่งมอบให้เ้าของโรงเตี๊ยม
“พวกเรารับภารกิจนี้ค่ะ”
ชายวัยกลางพยักหน้า“โชคดีล่ะ ระวังตัวด้วยฉันจะเตรียมมื้อค่ำให้พวกเธอแล้วกัน”
ทั้งสามรีบเดินทางออกจากหมู่บ้าน ในรายละเอียดของภารกิจระบุตำแหน่งของกระต่ายทะเลทรายว่ามักอาศัยอยู่รอบๆดินแดนอันแห้งแล้งแห่งนี้
นอกจากหินก้อนใหญ่และซากปรักหักพังของโบราณสถานเล็กๆซึ่งกระจัดกระจายอยู่รอบบริเวณ ความอ้างว้างคือเพื่อนอีกหนึ่งของสามสหายสถานที่นี้แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากทราย สัตว์เล็กสัตว์น้อยพอพ้นจากเขตหมู่บ้านวี่แววของผู้คนก็เลือนหาย
“หวังว่าเราคงไม่หลงทางกันนะ”เคทหันกลับไปมองด้านหลัง
“ฉันทิ้งรอยมีดไว้ตามหินที่พวกเราผ่านมาคงไม่เป็ไรหรอก”
“เร็นนี่รอบคอบจังน้า”
เคทคว้าแขนเพื่อนสนิทมากอดสาวน้อยอีกคนเลยถือโอกาสอ้อนพี่ชายเสียเลย
“ต่อจากนี้พี่ก็สร้างฮาเร็มเลยสิฉันว่าพวกสาวๆ ต้องหลงพี่แน่”
หลงผู้ชายหน้าสวยน่ะเหรอ…. เร็นกลอกตาบน
“ฮาเร็มบ้านเธอสิ”ว่าแล้วก็เขกหัวแฝดกำมะลอสักป๊าบจนเด็กสาวหน้าเบ้
เร็นหยุดเดินและยกกำไลหยกบนข้อมือขึ้นมาดูมันเรืองแสงสีส้มจางๆ ทำให้เคทและชาช่าต้องยกของตนขึ้นมาดูบ้าง
“มีอะไรงั้นเหรอ?”เคทรู้ว่าเพื่อนสนิทคงอยากพูดบางอย่าง
“มันแปลกไหม ที่พวกเรามีมันติดตัวถอดออกก็ไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำลายได้รึเปล่า?”
“ฉันว่ามันเหมือนสัญลักษณ์ลองสังเกตพวกชาวบ้านก็ไม่มีใครใส่กำไลแบบพวกเราสักคน”
ชาช่าเสริม เธอพลิกข้อมือไปมา นอกจากเรืองแสงเ้ากำไลหยกก็ไม่สามารถทำประโยชน์อื่นได้อีก
“บางที อาจเป็เพราะพวกเรา….”
เคทกำลังสงสัยบางอย่างแต่เมื่อเร็นหยุดชะงักทุกคนก็หยุดตาม
“มันอยู่นั่น”
พวกเขามองเห็นฝูงกระต่ายสีน้ำตาลปุกปุยกลุ่มหนึ่งกำลังเล็มหญ้าแห้งที่ผุดขึ้นตามซอกหินก้อนใหญ่ท่าทางไร้พิษสงดูนุ่มนิ่มทำให้ชาช่าเลือกจะพุ่งเข้าไปเป็คนแรก
“เวร!”
เร็นหลุดสบถมองสาวน้อยหูสัตว์กระชับทวนในมือเข้าหาฝูงกระต่าย
มีตัวหนึ่งตาไว มันะโโหยงหลบออกด้านข้างตัวอื่นจึงรีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว ทวนยาวแทงพลาดเป้าทำให้ชาช่าเผลอเซถลาเ้ากระต่ายตัวแรกหันมาทางเธอก่อนอ้าปากกว้าง
แม้ฮาร์ฟบีทจะเป็เผ่าครึ่งสัตว์แต่คนไร้ประสบการณ์หรือจะสู้สัญชาตญาณสัตว์ป่าแต่กำเนิด
ลูกไฟดวงใหญ่พุ่งออกจากปากกระต่ายทะเลทรายชาช่าไม่มีทางหลบพ้น ขณะเดียวกันตัวอื่นๆ ก็ทำท่าแบบเ้าตัวแรกพวกมันกำลังจะย่างเนื้อสด!!
เปลวเพลิงขยาดย่อมคือสิ่งเดียวที่ชาช่าเห็นก่อนทุกอย่างจะหมุนเหวี่ยงจนงุนงง
เร็นกระโจนเข้าคว้าตัวน้องสาวให้ออกห่างก่อนจะล้มกลิ้งไปด้วยกันทั้งคู่
“เกือบตายไหมล่ะ!”
เด็กหนุ่มบ่นก่อนชักดาบออกจากฝักและตวัดฟันเ้ากระต่ายที่อ้อมมาด้านหลัง
คมดาบสีเงินแวววาวตัดร่างปุยเป็สองท่อนเืกระเซ็นเปรอะเสื้อคลุมสีหม่นและย้อมดาบให้แดงฉาน
เหม็นคาวเื…
นั่นคือสิ่งแรกที่เร็นรู้สึก
นี่มัน… ยิ่งกว่าที่คิดซะอีก
เขายืนมองซากกระต่ายครู่หนึ่งเหมือนกำลังทำใจส่วนชาช่าก็ปิดปากแน่นด้วยความตะลึง
“ระวัง!!”
เสียงะโของเคทเรียกสติทั้งคู่ ม่านบาเรียโผล่ขึ้นล้อมรอบร่างสองพี่น้องเมื่อเคทกระแทกไม้เท้าบนพื้นราวกับเธอถือทานตะวันดอกใหญ่แต่ความจริงมันคือไม้เท้าเวทมนตร์
‘ไม้เท้าทานตะวัน’ สำหรับนักเวทชั้นสูง
ฝูงกระต่ายทะเลทรายล้อมม่านบาเรียไว้และพยายามพ่นไฟใส่เพื่อพังทลายมัน
“ระ เราต้องฆ่าพวกมันอีกเก้าตัวงั้นเหรอ...”
ชาช่าย้อนมองซากกระต่าย เธอหน้าซีดไม่ได้ตื่นกลัวที่พวกมันพ่นไฟได้แต่ทำใจแข็งฆ่ามอนสเตอร์หน้าตาน่ารักขนาดนี้ไม่ได้ต่างหาก
ตอนแรกมันเหมือนง่ายแต่เอาเข้าจริงสัตว์พวกนี้ผิดอะไรล่ะ ใครจะฆ่าลง?
เร็นมองสลับระหว่างพวกกระต่ายกับดาบเพียงครู่เดียวเขาก็หันไปคุยกับน้องสาว
“ถ้าเธอฆ่าพวกมันไม่ได้ฉันจะทำแทนแล้วกัน”
“พี่!?”
“เรา้าเงินมันสำคัญกับชีวิตพวกเราตอนนี้นะ”
“ฉันจะคอยใช้เวทคุ้มครองพวกเธอเองไม่ต้องห่วง!”
เคทะโบอกแม้เธอจะหลบมุมอยู่ห่างพอสมควรแต่เวทมนตร์ธาตุแสงของเธอกลับใช้ได้ดีจากระยะไกล
เร็นเดินผ่านม่านพลังออกมาฝูงกระต่ายพากันตั้งท่าโจมตีแต่พวกมันไม่เร็วพอเมื่อเทียบกับคมดาบที่สะบั้นร่างจนขาดในพริบตาเดียวกระต่ายอีกสี่ตัวเริ่มถอยห่างความไวของกระต่ายทะเลทรายจะเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดเมื่อต้องหลบหนีนักล่าพวกมันรีบกระโจนออกคนละทิศละทาง ไวเกินกว่าความเร็วของมนุษย์จะไล่ตามทัน
ฉัวะ!!
เสียงสายลมแหวกผ่านอากาศก่อนตัดร่างกระต่ายทั้งสี่ตัวจนกลายเป็เศษชิ้นเนื้อ
เร็นยืนอยู่ที่เดิมแต่ดาบของเขารายล้อมด้วยสายลมแ่เบา
เมื่อครู่คือทักษะ ‘ดาบลมสังหาร’ สามารถใช้ฆ่าศัตรูจากระยะไกลได้
ท่ามกลางความตกตะลึง เร็นถอนหายใจเบาๆหลับตาลงและมองดาบในมืออีกครั้ง
“เป็อะไรไหม!?”
เคทรีบวิ่งเข้ามาหา เร็นไร้รอยาแส่วนชาช่าก็ทำหน้าหม่นเมื่อมองศพที่ตายเกลื่อนรอบตัว
“เดี๋ยวฉันช่วยเก็บซากพวกนี้เองช่าพักก่อนเถอะ”
เคทคว้ากระสอบทรายที่เ้าของโรงเตี๊ยมให้ออกมานอกจากนี้คุณลุงท่านนั้นยังบอกอีกว่า เนื้อของพวกกระต่ายนำไปขายได้ที่ร้านค้าอาวุธ
“ไม่เป็ไร ฉันช่วยเองค่ะ”ชาช่าฝืนใจคว้าร่างกระต่ายด้วยมือสั่นเทา
เร็นเดินไปเก็บซากศพของกระต่ายอีกสี่ตัวซึ่งอยู่ไกลออกไป
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกผิดนะช่าฉันกลัวมากเลยล่ะที่ต้องมองศพพวกมัน ไม่อยากแม้แต่จะจับ”
เคทฝืนยิ้มขณะหย่อนซากกระต่ายลงในกระสอบทราย
“แต่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้วฉันคิดว่าเร็นรู้ดี ถึงเลือกจะทำแทนเธอไงล่ะ”
ชาช่าหันมองเด็กหนุ่มที่กำลังก้มเก็บศพกระต่ายเขามองพวกมันอยู่นานคล้ายคิดอะไรอยู่

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ หลังกลับจากการล่ากระต่ายท้องฟ้าก็เริ่มมืดเข้าสู่ราตรี
พวกเขาขายซากกระต่ายให้ร้านค้าอาวุธและได้เงินมาราวๆสามเหรียญทองก่อนนำเอกสารที่มีตราประทับการซื้อขายจากร้านไปให้เ้าของโรงเตี๊ยมเพื่อยืนยันภารกิจ
เร็นขอตัวไปอาบน้ำเพื่อล้างคราบเืเคทจึงอาสาใช้เวทมนตร์พื้นฐานชำระล้างเืที่ติดบนเสื้อคลุมให้เด็กหนุ่ม
“พวกเธอไม่กินมื้อค่ำกันเหรอฉันจะให้แม่บ้านเตรียมไปให้”เ้าของโรงเตี๊ยมถามเมื่อเห็นเคทเดินลงมาจากชั้นสองเพียงลำพัง
“พวกเราอยากพักกันก่อนค่ะขอบคุณนะคะสำหรับอาหาร เดี๋ยวหนูยกขึ้นไปให้เพื่อนเอง”
“ได้ๆ งั้นมีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกันแม่หนู”
ชายวัยกลางพินิจมองเด็กสาวพลางคิดว่าเ้าเด็กหนุ่มหน้าสวยคนนั้นช่างได้ว่าที่คู่หมั้นแสนดีอะไรอย่างนี้ น่าอิจฉาจริงๆหันมาดูเมียตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มองอะไรไอ้แก่!?”
“ปะ เปล่าจ๊ะ”
“เร็น ช่าล่ะ?”
เคทวางถาดอาหารบนโต๊ะและถามเพื่อนที่เพิ่งแต่งตัวออกจากห้องน้ำเมื่อครู่
“คิดว่าลงไปกับเธอซะอีก”
“เด็กนั่นคงไม่ได้ะโออกทางหน้าต่างหรอกนะ?”
เคทและเร็นหันไปมองหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดอ้าไว้ทั้งที่ตอนแรกมันปิดสนิท
“คงโกรธฉันน่าดู”เร็นหลุบั์ตาลงคล้ายรู้สึกผิด
“อย่าคิดมาก คนเคยเลี้ยงกระต่ายก็แบบนี้แหละให้เวลาทำใจหน่อยแล้วกัน”
เคทโอบกอดคนตัวสูงกว่าเล็กน้อยเพื่อปลอบประโลมอีกฝ่าย
“ต่อจากนี้ทุกอย่างคงไม่ง่ายเหมือนเดิมนี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น”
เคทบอกในสิ่งที่เร็นทราบดีเด็กหนุ่มกอดตอบเธอเช่นกัน ไม่จำเป็ต้องมีคำพูดใดๆ เพราะอ้อมกอดนี้แทนความรู้สึกทั้งหมดของเพื่อนสนิททั้งคู่
“ฉันออกไปตามหายายนั่นเองเธอรอที่นี่แหละ”
“มันดึกแล้วนะ ไปคนเดียวมัน...”
“เคท”
เด็กสาวถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าเงียบๆ
ดื้อ!
ดื้อทั้งเพื่อนทั้งน้องเลยให้ตายสิ
เร็นเดินหาตัวสาวน้อยฮาร์ฟบีทรอบๆบริเวณใกล้เคียงแต่ก็ไม่พบ กลางดึกในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้เธอจะไปไหนได้?
เสียงโลหะหล่นกระทบพื้นดังสะท้อนออกจากตรอกเล็กๆในมุมมืด เร็นเหลือบมองแล้วแตะด้ามดาบอย่างระแวงความมืดทำให้เด็กหนุ่มระวังตัวมากขึ้น ยิ่งเดินลึกเข้าไปในตรอกก็ยิ่งพบเห็นกองขยะกระจายเละเทะเหมือนเพิ่งเกิดการทะเลาะวิวาท
“เฮ้ย รีบจัดมันสิวะเดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกไอ้ห่า!!”
“มึงก็ช่วยกูจับแขนมันหน่อยสิแรงเยอะชิบหายนังนี่!”
เสียงหยาบโลนดังแว่ว ทำให้เร็นใจหายวาบหวังว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ตนคิด….
“ปล่อยกู!!”เสียงแหลมตวาดลั่น
“โอ๊ย! มัดปากมันสิเว้ย!!”
"พวกมึงใจเย็นๆนี่มันเด็กยังไม่ถึงสิบห้าเลยด้วยซ้ำ ทะนุถนอมหน่อยจัดการมันเสร็จค่อยเอาไปขายให้พวกพ่อค้าทาสยังไม่สาย"
ความคุ้นเคยกระตุ้นให้เร็นรีบวิ่งไปยังต้นเสียง
ขอแค่ไม่ใช่เธอ….
ไม่….
สิ่งที่ปรากฏด้านหน้าทำให้หัวใจหล่นวูบ
กลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนรุมฉีกทึ้งเสื้อผ้าบนร่างบางพวกมันหัวเราะสะใจเมื่อได้หยอกเย้าเด็กสาว
ชาช่า!!!
น้ำตาไหลอาบแก้มชาช่าทวนยาวหล่นอยู่ไกลเกินเอื้อมถึง เสื้อผ้าของเธอฉีกไม่เหลือชิ้นดีมีเพียงเสื้อชั้นในท่อนบนกับท่อนล่างเท่านั้น
ชายหน้าบากคนเดียวกับเมื่อบ่ายพร้อมพรรคพวกกำลังเตรียมถอดเข็มขัดเพื่อทำกิจตรงหน้า
“เดี๋ยวก็เสร็จแล้วสาวน้อย แค่แป๊บ….”
ดาบคมด้านเดียวเสียบทะลุกลางอกชายหน้าบากเืทะลักออกปากสาดเปรอะทั่วใบหน้าของชาช่าและสร้างความพรั่นพรึงแก่สมาชิกที่เหลืออีกสามร่างบึกบึนล้มลงอย่างไม่ทันบอกลา
“มึง!!”
พวกมันรีบคว้าอาวุธครบมือเข้าล้อมเด็กหนุ่มผมขาวคนหนึ่งเหวี่ยงมีดพร้าหวังสะบั้นศีรษะแต่ดาบเล่มคมเฉือนแขนของมันทิ้งไวเกินกว่าจะทันตั้งตัวชายคนนั้นจึงล้มกลิ้งทุรนทุรายด้วยความเ็ป
อีกสองคนกระโจนเข้าใส่เร็นพร้อมกันคนหนึ่งจามขวานลงมาสุดแรง ส่วนอีกคนเล็งปืนกระบอกเล็กใส่เด็กหนุ่มเขาเร็วพอจะหลบขวานได้ง่ายดายแต่ะุที่ยิงออกมาก็พุ่งเฉียดแขนจนเืไหลซิบเป็ทางเร็นกัดฟันแน่นก่อนใช้ทักษะดาบลมสังหาร กว่าจะทันเข้าใกล้เด็กหนุ่มสายลมก็พัดวูบผ่านร่างสองชายฉกรรจ์ ภาพทุกอย่างหมุนเอียง สิ่งสุดท้ายที่ทั้งคู่มองเห็นคือครึ่งท่อนล่างของตนเองล้มอยู่ข้างๆในสภาพกลับด้าน
การใช้ทักษะนี้ทำให้เร็นเหนื่อยหอบเพิ่งรู้ว่าใช้แค่สองครั้งต่อวันก็แทบหมดแรง….
แวบหนึ่งที่เร็นรู้สึกผิดแต่ก็สลัดมันทิ้งไป
“ช่า!”
เร็นรีบถอดเสื้อคลุมออกเพื่อใส่ให้สาวน้อยที่แทบไร้อาภรณ์ปกปิดเธอเบิกตาค้างมองศพคนตายและร้องไห้โฮออกมาเมื่อถูกเด็กหนุ่มสวมกอดร่างเล็กสั่นระริก สะอื้นไห้หนักไม่หยุด
“ไม่เป็ไรนะ ฉันอยู่นี่แล้วชาช่า”
“ฉันกลัวมากจริงๆ ฮึก...”
แม้จะใกลัวกับสภาพศพตรงหน้าและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นถ้าหากเร็นไม่ทำแบบนี้ เธอเองก็คงเหมือนตายทั้งเป็ ชาช่าเข้าใจดีตอนนี้เธอทำได้เพียงกอดคนที่เป็เสมือนพี่แท้ๆ เท่านั้น
“กลับกันเถอะ”
“พี่...”
ชั่วขณะนั้นเอง
เจ็บ...
จู่ๆความเ็ปก็แล่นวาบทั่วแผ่นหลัง มีดพร้าฟันลึกใส่ร่างเด็กหนุ่มที่ไม่ทันระวังตัว
เร็นล้มลงเพราะความเ็ปเล่นงานชาช่าตะลึงงันและพบว่าชายแขนขาดถือมีดพร้าอยู่ในมืออีกข้าง
“มึง!”
เธอตวาดทั้งน้ำตาลุกขึ้นหมายจะซัดชายฉกรรจ์ให้หมอบ แต่ถูกถีบสวนจนล้มนอนตัวงอกับพื้นมันใช้เท้าเหยียบศีรษะของเร็นแล้วหัวเราะเสียงแหบ
“กูจะให้มึงจำวันนี้ฝังใจไอ้เด็กเวรมึงจะตายอีกกี่ครั้งมึงก็จะเห็นแต่ภาพน้องมึงโดนกูฆ่า!!”
เร็นพยายามจะหยิบดาบที่ตกข้างตัวพลันความเ็ปก็กระชากสติทั้งหมดของเร็นให้หลุดลอย เมื่อมีดเสียบทะลุอกซ้ำๆจากด้านหลังจนเด็กหนุ่มสำลักเืออกมาไม่หยุด
“พี่...”
ชาช่าคลานเข้าหาเร็นแต่ดวงตาสีเทาที่มองสบกลับเริ่มปิดลงช้าๆ
เมื่อเห็นร่างเด็กหนุ่มแน่นิ่ง มันก็หัวเราะลั่นก่อนสาวเท้าไปใกล้ชาช่า
“พี่มึงรนหาที่เอง!”มันยิ้มเหี้ยมก่อนง้างมีดพร้าขึ้นเหนือศีรษะฮาร์ฟบีท
ปัง!!
ตอนแรกมันนึกว่าจะได้ยินเสียงของมีคมตัดผ่านกระดูกแต่สิ่งสุดท้ายคือเสียงปืนพร้อมกับสติดับวูบ ร่างสูงล้มตึงพร้อมรูะุเจาะทะลุกะโหลกศีรษะ
ชายวัยกลางยืนถือปืนสั้นอยู่ไม่ไกลเคทรีบวิ่งตรงมายังทั้งคู่และประคองเร็นไว้ในอ้อมกอด
“ซวยบัดซบจริงๆ เด็กพวกนี้”
เ้าของโรงเตี๊ยมส่ายหัวอย่างสงสารเขาช่วยประคองร่างเด็กสาวที่ไม่ยอมลุกขึ้นเธอเอาแต่จ้องร่างแน่นิ่งของพี่ชายฝาแฝดไม่ขยับ
“เร็น เร็น!!”เคทร้องเสียงหลง
เธอใช้เวทฮีลรักษาาแซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่มันไม่สมานกันแม้แต่นิดเดียว เืยังคงทะลักออกมาจนนองพื้น
"แม่หนูต่อให้เป็ฮีลเลอร์ชั้นสูงก็ชุบชีวิตคนตายไม่ได้หรอกนะ"
ภูตสาวทาบมือสั่นระริกกับจมูกอีกฝ่าย แตะััที่ข้อมือก็ไร้วี่แววชีพจรการเต้นของหัวใจ
โกหก…
โกหกชัดๆไอ้เื่บ้าแบบนี้น่ะมัน….
เคทนิ่งงันเธอพิงศีรษะแนบชิดใบหน้าเด็กหนุ่มในอ้อมกอด ขบฟันแน่นและปล่อยโฮอย่างใจสลายเ้าของโรงเตี๊ยมทำได้เพียงถอนหายใจและเฝ้ามองเงียบๆ
ต้องให้เวลาพวกเธอทำใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเสียบ้าง…..