“นี่ขวัญ ทำไมเธอยังไม่ลงชื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงของโรงเรียนละ หัวหน้าห้องฝากถามมานะ” ขวัญเปลี่ยนสีหน้าไปทันที เธอไม่ได้ลืมเื่นี้แต่เธอ...เพราะวันจัดงานเป็วันเดียวกับที่เธอต้องเดินทางไปฮ่องกง
“ลืมไปเลย ขวัญยังไม่ได้ถามที่บ้านเลย”
“เออจริงด้วย! ตกลงคุณอาคนนั้นเขา...” ขวัญยิ้มแห้งๆ จนถึงตอนนี้ไม่มีเพื่อนคนไหนของเธอรู้เื่ความสัมพันธ์ของเธอกับคุณฟงเลย “คุณอาเขามีแฟนหรือยังอ๊ะ?” พรืดดดด ขวัญสำลักน้ำเปล่าที่ยกขึ้นดื่มทันที เมื่อเจอคำถามของเพื่อน
“มะ...ไม่รู้”
“ไม่รู้! อยู่บ้านหลังเดียวกันเป็ญาติกันเนี่ยนะ” ขวัญพยักหน้า สิ่งที่ส้มเพื่อนสาวพูดมาทุกอย่างถูกต้องตามนั้น
“ผิดเหรอ” ส้มพยักหน้า “ได้ไง! ทำไมขวัญจะต้องไปก้าวก่ายเื่ของเขาด้วยละ”
“ย้ำให้อีกรอบไม่คิดตังค์...เพราะอยู่บ้านหลังเดียวกัน เป็ญาติกันไม่ใช่เหรอ หรือเป็อย่างอื่นกัน...” ขวัญหน้าร้อนตัวร้อนขึ้นมาทันที เธอพึ่งจะผ่านอายุสิบแปดมาหมาดๆ ของขวัญวันเกิดคือใบทะเบียนสมรสกับแหวนเพชรหนึ่งวง โชคดีที่คุณฟงอนุญาตให้เธอห้อยเป็จี้ไปก่อน แต่ตัวเขากลับสวมแหวนเกลี้ยงเกลาที่นิ้วนาง แน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็คนสวมให้เขาอยู่แล้ว ยังไม่จบมีอีกอย่างคือสัญญาการแต่งงานระหว่างกัน
“รถมารับแล้วไปก่อนนะ มีธุระต้องไปทำต่อนะ...บ้ายบาย” ขวัญวิ่งออกจากวงเพื่อนมาทันทีท่ามกลางสถานการณ์จนต่อการตอบคำถาม รถที่คุณฟงแจ้งไว้มาแล้วตามเวลาเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน
ผลั๊วะ ! แต่เมื่อเธอดึงเปิดประตูด้านหลัง ที่นั่งกลับว่างเพียงที่เดียว “คุณฟง” ขวัญเอ่ยเสียงเบาทันทีเปลี่ยนเป็ค่อยๆสงวนท่าที และเข้าไปนั่งด้านหลังที่ว่างอยู่ที่เดียว ซึ่งแน่นอนเธอจะอึดอัดทุกครั้งเมื่อมีเขาอยู่ใกล้รัศมีไม่เกินหนึ่งเมตร
“ขวัญ” และเหมือนเดิมทุกครั้ง เขาจะเอ่ยทักทายเธอกลับพร้อมพยักหน้า ไม่มีรอยยิ้ม ซึ่งไม่เคยมีให้เห็น...การที่เธอคิดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเธออยากได้รอยยิ้มจากเขาหรอกนะ สาบานเลยว่าไม่เคยอยากเห็นหรอก เพราะเธอเคยใช้เวลาว่างนั่งมโนภาพเขายามยิ้ม ฮาฮาฮา มันคงตลกมากๆ แน่ๆ ที่จู่ๆใบหน้าเครารกครึ้มจะเผยฟันเปล่งประกายเป็รอยยิ้ม
ฮิฮิฮิ เสียงหัวเราะเล็กๆของคนข้างกายทำให้ดีแลนต้องชำเลืองมองอย่างช่วยไม่ได้ เด็กนี้ชอบมโนจริงๆ ดีแลนคิดในใจและส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปสนใจหน้าจอ Macbook ต่อ
! จริงสิ! ทำไมคุณฟงถึงมาด้วยละ ไหนบอกว่าจะส่งรถมารับ ไม่ได้บอกว่าจะมารับด้วยนี่น่า “คุณฟง”
อืม... ดีแลนขานรับในคอแต่ยังสนใจ Macbook ต่อ “คุณฟงมาทำไมคะ”
“มาคุมให้งานสำเร็จ” ดีแลนตอบคำถามของขวัญโดยที่ยังไม่ละความสนใจจาก Macbook
“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ก็ลองคิดดูเองสิ...ว่าทำไม” คราวนี้ดีแลนหันไปมองใบหน้าบูดบึ้ง
“ขวัญไม่อยากไป” ดีแลนหลี่ตามองไปที่เธอทันที
“เหตุผล”
“ถ้าพ่อกลับมารับขวัญละคะ”
“บ้านฉันที่ฮ่องกง พ่อเขารู้จักดี”
“แต่พ่อขวัญจนมาก ไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินไปหรอกคะ”
“เบอร์ติดต่อของฉันพ่อเขารู้ดี ถึงจะจนมากแต่ก็คงพอมีเงินโทร. หากันได้ใช่มั้ย” ขวัญบีบโทรศัพท์มือถือสองเครื่องในเป้ไว้แน่น เครื่องหนึ่งเป็ของเธอ อีกเครื่องคือของคุณฟงที่เธอยึดมาได้เกือบสามปีแล้ว เธอยึดมาหลังจากที่จำเป็ต้องอยู่กับเขาได้ไม่นาน อ่านมาถึงตอนนี้ทุกท่านพอจะรู้แล้วใช่มั้ยคะว่าทำไมขวัญถึงต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ บ้านที่เคยเป็ของใครไม่รู้ แต่ตอนนี้มันเป็ของเธอแล้วโดยคุณฟงสามีตามกฎหมายเป็คนจ่ายเงิน ส่วนเธอมีหน้าที่ไว้ตามกฎหมายเท่านั้น
“ขวัญอยากไปงานเลี้ยงของโรงเรียน!” จู่ๆบทสนทนาก็ถูกเปลี่ยนแต่ยังเกี่ยวข้องกันอยู่ดี
หืม? คิ้วหนาเลิกขึ้นทันที “เมื่อไหร่” ดีแลนไม่เคยขัดขวางหรือห้ามปรามขวัญในทุกๆเื่ของการร่วมกิจกรรมของสถาบันตลอดสามปี แต่ไม่ง่ายที่ขวัญจะได้สมใจ้าทุกอย่าง ต้องมีการแลกเปลี่ยน
“วันเดียวกับที่ต้องเดินทางไปฮ่องกง” ดีแลนเงียบไป เขาคงไม่ตั้งเงื่อนไขบอกให้ขวัญเลือกอย่างแน่นอนเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าขวัญจะลือกอะไร
“หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดถึงเวลาต้องเปลี่ยนป้ายรหัสแล้ว ถ้าก่อนวันเดินทางหนึ่งวันขวัญทำเสร็จ ก็ไปงานเลี้ยงได้” ขวัญอ้าปากค้าง เธอเคยทำมาครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเธอใช้เวลานานสองสัปดาห์ มันยากตรงที่ไม่ได้เป็ภาษาไทยไง
“เงื่อนไขแบบนี้คุณฟงมีเจตนาไม่ซื่อตรงเลยสักนิด ขวัญยังต้องสอบอีกหนึ่งอาทิตย์นะคะ และ...” ขวัญชนกเงียบลงทันทีเมื่อคุณฟงก็ยังเป็คุณฟง เขาหันมามองเธอหน้าตาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เวลาหลังจากวันที่เธอสอบเป็วันสุดท้ายมีเพียงแค่สี่วันเท่านั้นและเธอต้องทำให้เสร็จก่อนวันจัดงานหนึ่งวันนั่นก็หมายความว่าเธอมีเวลาสามวันเท่านั้น
ดีแลนยกยิ้มมุมปากไม่เอ่ยอะไร เขาก้มลงสนใจสิ่งที่ปรากฎอยู่บนจอ Macbook ต่อไป สิ่งที่ขวััญทำได้เพียงแค่เงียบ อ่านมาถึงตอนนี้คงไม่ต้องบอกนะคะว่าขวัญไม่ชอบสามีตามกฎหมายคนนี้มากแค่ไหน นับวันจะเพิ่มความไม่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ
ปิ้ง เสียงเตือนข้อความไลน์ในโทรศัพท์ขวัญก็ดังขึ้น
[ทำไมรีบกลับ ลืมที่ว่าจะติวกันแล้วเหรอ] เมฆ
[ขอโทษนะ พอดีไม่มีเวลาบอกว่าวันนี้ติดธุระ] ขวัญ
[อ่อ…โอเค...เออ คืนนี้เราโทร.ไปหานะ] เมฆ
[No] ขวัญ (ดีแลน)
!!! ขวัญใ เพราะคำตอบนั่นไม่ใช่เธอนะที่พิมพ์ แต่คำตอบแบบนั้นเธอยังไม่ใเท่าที่พึ่งรู้ว่าคุณฟงอ่านภาษาไทยได้ด้วยเหรอ
“หวังว่ายังจำคำพูดของตัวเองได้นะ” ขวัญอยากกรีดร้องให้ลั่นรถ เธอลั่นวาจากับเขาเองว่าจะไม่มีเื่รักๆใคร่ๆในวัยเรียน ตอนนั้นเธอน่าจะพูดให้ยาวอีกหน่อยว่า...จะไม่มีเื่รักๆใคร่ๆในวัยเรียนกับคุณฟง
ขวัญไม่พูดอะไรต่อจนรถมาถึงที่หมาย และพาสปอร์ตก็ถูกดึงออกจากมือเธอไปโดยคุณฟงส่งต่อลูกน้องเขาทันที
“วันนี้กินข้าวข้างนอกแล้วกัน” เสียงนั่นไม่ได้เอ่ยกับขวัญ แต่คุณฟงเอ่ยกับลูกน้องเขาต่างหาก
“ที่ไหนครับ”
“ใบหยก” ขวัญตาโตทันที เขาเคยพาเธอไปครั้งหนึ่ง เธอชอบที่นั้นมากวิวมุมสูงกรุงเทพมหานครสูงมาก “ฉันนัดใครบางคนที่นั้นไว้ จะให้คุณขวัญกลับเองก็ไม่วางใจ ก็คงต้องไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้” ขวัญยิ้มกว้างมากขึ้น เธอไม่เคยสนใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองจะเป็เพียงผลพลอยได้เท่านั้น
โต๊ะสำหรับสี่ที่แต่นั่งอยู่เพียงสองคน ขวัญนั่งชิดผนังกระจกเธอไม่สนใจกับรายการอาหารในเมนูเลย สายตาคอนแต่จะมองวิวด้วยความตื่อตาตื่นใจ คร่อกกก แต่เสียงท้องก็ต้องประท้วงเธอ
ดีแลนที่นั่งอยู่ข้างเธอหันไปมองคนน่าไม่อาย “จะสั่งอะไรมั้ย”
“สั่งเลยค่ะ ขวัญกินได้ทุกอย่าง”
“งั้นก็ตามนั้นครับ เร่งของรองท้องหน่อยนะครับ” พนักงานยิ้มและพยักหน้าเพราะเมื่อสักครู่เธอเองก็ได้ยินเสียงท้องร้องของเด็กไฮสคูลข้างชายหนุ่มที่เพียบพร้อมจนเธอมือไม้สั่นไปหมด
“ทำไมวันนี้ไม่สั่งอะไรเลย” ดีแลนสงสัย เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาและเธอออกมาทานอาหารนอกบ้าน ปกติขวัญจะชอบเลือกอาหารเองอยู่เสมอ
“ตอนนั้นเพราะเข้าใจว่าคุณฟงอ่านภาษาไทยไม่ได้”
? “ร้านที่ฉันพาไปทุกครั้งมีระดับ ในรายการอาหารเขามีภาษาอื่นด้วย”
“ถึงมี แต่คุณฟงจะรู้เหรอคะว่าหน้าตาอาหารไทยเป็ยังไง” ดีแลนเงียบไป ที่แท้เด็กคนนี้ก็ใส่ใจเขาไม่น้อย
“แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงให้ฉันสั่งเองละ”
“…เพราะขวัญไม่พอใจคุณฟงเื่...No” อ๋อที่แท้ก็แค้นฝั่งหุ่นอยู่นี้เอง
“เรามีข้อตกลงกันอยู่ ขวัญต้องไม่ลืม”
“เพื่อนคุยกันผิดตรงไหน”
“แค่เพื่อน...” ขวัญพยักหน้ายืนยัน ดวงตาโตเบิกกว้างแสดงความจริงใจ เธออ่านมาจากหนังสือการ์ตูน เธอไม่ผิดสักนิดที่เธอจะคิดกับเมฆแบบเพื่อนชายคนสนิท แต่การโกหกสามีตามกฎหมายก็ไม่ถือว่าผิดใช่มั้ยนะ
“หน้าซื่อใจคด” !!! ขวัญอ้าปากหวอทันที