ตอนที่ 6 The Girl
เพลาพลบค่ำ ตะวันลับขอบฟ้า ความมืดหวนมาเยือน ในยามวิกาลเช่นนี้ กลับเป็เวลาออกล่าหากินของเหล่าอสูรกายร้าย
“ห้ามใครส่งเสียงเด็ดขาด ถ้าไม่อยากตาย” เสียงกระซิบเล็กๆ บอกให้คนในบ้านรู้และเข้าใจให้ปฏิบัติเป็แนวทางเดียวกัน ถ้าอยากจะพูดหรือสื่อสารอะไร ก็ให้ใช้การเขียนแทน สกายพูดพร้อมกับยื่นกระดาษและปากกาให้ทุกคนในบ้านพกติดตัวไว้ เธอเขียนประโยคสั้นๆ เพื่ออ่านเข้าใจง่าย ให้ผู้มาเยือนที่มาขอพักค้างแรมว่า พวกเ้านอนที่นี้และห้ามส่งเสียง ห้ามพูดคุยกัน จนกว่าจะเห็นแสงของตะวันขึ้นบนขอบฟ้า
ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ มิอาจจะล่วงรู้ได้เลยว่าพวกมันจะออกมาตอนไหน ทุกคนอยู่ด้วยความหวาดกลัว สิ่งที่ทุกคนทำได้คือ เตรียมความพร้อมไว้เสมอกับการรับมือ เวลานอนก็มิกล้าแม้จะหลับตาให้สนิท แม้นอนยังรู้สึกขวัญผวาความหวาดกลัวกลับกลายเป็ศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ทั้งหลาย
มีชาวบ้านหลายคนที่ต้องสังเวยชีวิตและเืเนื้อให้กับพวกมัน บางครอบครัวต้องสูญเสียบุคคลสำคัญไป ทั้งพ่อ แม่ พี่น้อง ลูกหลาน แน่นอนว่าพูดไปก็ไม่มีใครอยากเชื่อ มันเหมือนกับเทพนิยายที่ถูกแต่งขึ้นมา เพราะมันไม่มีเค้าโครงของความจริงอยู่เลยสักนิด และเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่จะเกิดขึ้นบนโลก แต่เื่นั้นมันพิสูจน์แล้วว่า มันได้เกิดขึ้นจริงๆ บนโลก และมันได้พรากสิ่งสำคัญไปหลายต่อหลายชีวิตแล้ว
ไอ้สิ่งชั่วร้าย ไอ้ปีศาจ ไอ้อสูรกายร้าย ที่มีรูปร่างอัปลักษณ์ ผู้คนบนโลกล้วนไม่เคยได้เห็น ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อน พวกเขาไม่รู้ว่าจะเรียกพวกมันว่าอย่างไรดี คำเหล่านี้คงสามารถเรียกแทนตัวพวกมันได้ใกล้เคียงที่สุดแล้ว และสิ่งเดียวที่จะหยุดพวกมัน คือ คุณต้องยัดเยียดความตายให้กับพวกมัน นั้นคือสิ่งเดียวที่คุณต้องทำ คือ คุณต้องเล็งะุปืนแล้วเหนี่ยวไกไปะเิที่สมองของพวกมันซะ
นั่นและคือเหตุผลเดียวที่คุณต้องฝึกยิงปืน และต้องยิงปืนให้เป็เร็วที่สุด และที่สำคัญต้องมีความเเม่นยำด้วย เพราะถ้าคุณยิงพลาดเพียงนัดเดียว นั้นหมายถึงพวกมันจะมาพรากลมหายใจไปจากคุณแทน คุณจะถูกพวกมันตะครุบใส่ร่างด้วยความเร็วและถูกฟันที่แหลมคมกัดกิน ซีก กระซาก เืเนื้อของพวกคุณออกเป็ชิ้นๆ อย่างไม่ปราณี
แต่ถ้าคุณกลัว กลัว ถูกความกลัวครอบงำ คุณก็จงอยู่เงียบๆ อย่าริอาจจะส่งเสียงใดๆ เล็ดรอดออกมา จงเปรียบตัวเหมือนดั่งหุ่นที่ไร้สิ้นิญญาและสิ้นลมหายใจ แต่ใช่ว่าคุณจะปลอดภัย เพราะคุณก็ยังตกอยู่ในสายตาของพวกมัน พวกมันจะคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา
เพราะถ้าคุณไม่ออกล่าพวกมัน พวกมันก็จะออกล่าคุณ มันเหมือนเวลาที่คุณกำลังเล่นเกมส์ ถ้าศัตรูไม่ตาย คุณก็ต้องตาย เกมส์นี้ถ้าใครห่วยแตก ไม่เอาถ่าน อ่อนหัด ปวกเปียก ก็จงเตรียมตัวเป็ศพซะ ศพที่ไร้สิ้นแม้แต่ซาก กระทั่งกระดูกของคุณ พวกมันก็จะไม่หลงเหลือทิ้งไว้ พวกจะขย้ำคุณ และกลืนกินคุณลงท้อง ร่างกายของคุณจะเป็ดั่งเพียงธาตุอากาศเท่านั้น
ถ้าตะวันขึ้นพ้นขอบฟ้าไม่เห็นบางคน นั่นแสดงว่าพวกเขาไม่เหลือแม้กระทั่งซาก ให้ทำพิธีจัดงานศพ
ทางเลือกตอนนี้มีไม่มากหนักสำหรับการมีชีวิตรอดอยู่บนโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ ถ้าคุณเห็นแสงตะวันปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า นั้นก็หมายความว่า คุณยังมีความลมหายใจมาต่อชีวิตอยู่อีกได้ 12 ชั่วโมง ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าไปมืดมิดลงไปอีก
บ้านหลังเล็กๆ แต่เดิมเคยอยู่ด้วยกันเพียง สองคนพี่น้อง และบัดนี้ กลับมีผู้อาศัยมาขอพักพิงค้างแรมด้วยอีก 4 คน ไม่รู้ว่ากลิ่นอายของมนุษย์ ลมหายใจของพวกเขา จะทำให้พวกมันรู้ที่อยู่ของพวกเราหรือไม่
ในขณะที่ปล่อยให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนในห้องแล้วเรียบร้อยแล้ว สองคนพี่น้องกลับพากันแอบซุ่มคอยระวังตัว อยู่ในบ้านอย่างเงียบๆ พวกเขามีสิ่งเดียวที่เป็อาวุธคือ กระบอกปืน ที่จะคอยะเิมันสมองเ้าพวกอสูรกายร้ายทั้งหลาย
บ้านไม้ที่ถูกเจาะเป็ช่องเล็กๆ เพียง 2-3 รู พอดีสำหรับมองสอดส่องออกไป ให้เห็นบรรยากาศภายนอกได้ และพอที่จะเล็งกระบอกปืนออกไปได้ยิงอย่างถนัด
สายลมหวิวๆ ก็ลอยพัดผ่านเข้ามาตามช่องรูนั้น เสียงลมปะทะกับตัวบ้านดัง
ครือ ครือ ครือ!!!
พัดพาเอามาหนาวเย็นเข้ามาด้วย ไม่รู้ว่าความหนาวเย็น หรือ ความกลัว ที่มีมากกว่ากัน จึงส่งผลให้ขนแขน จนกระทั่งขนขา ตั้งลุกชันไปทั้งตัว
และสักพักหนึ่งก็มีเสียงดังขึ้น
คุกคัก คุกคัก!!!
คุกคัก คุกคัก!!!
....................
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน