9.นายท่านร้านผู่เซียง
อันเหลียนฮวาและบุตรชายนั่งรออยู่ในห้องรับรองแขกประตูวงพระจันทร์บานใหญ่กับการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่หรูหราพื้นมันวาวได้รับการดูแลอย่างดี กลิ่นเจือจางของสมุนไพรต่าง ๆภายในร้านผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายใจได้อย่างดีระหว่างทางที่เดินไปยังห้องรับรอง สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาที่นางกับบุตรชายหลงจู๊เหมือนจะรู้ความคิดเขาจึงอธิบายว่า
"ยามปกติหากไม่ใช่คนสำคัญของร้าน ไม่มีสิทธิ์ได้เข้ามาที่นี่ขอรับ"
เมื่อจบประโยคของหลงจู๊อันเหลียนฮวาจึงครุ่นคิดเล็กน้อยและกวาดสายตามองรอบห้องอย่างพิจารณาพลางจิบน้ำชาอย่างใจเย็น
"ท่านแม่ท่านไม่ต้องกลัวนะหากใครกล้าทำอันใดท่านแม่ละก็....ข้าจะอัดมันเองขอรับ"อันฮ่าวเหยียนไม่พูดเปล่าพลางส่งสายตาที่คิดว่าน่ากลัวที่สุดไปยังบุรุษหน้าประตูพร้อมกับทำท่ากำหมัดเสียงหักกระดูกดังกร๊อบแกรบราวกับพร้อมจะมีเื่
"นี่แหนะเ้าจะอัดใคร" อันเหลียนฮวาใช้นิ้วดีดหน้าผากบุตรชายที่ทำกิริยาไม่สำรวมต่อหน้าผู้ใหญ่นิสัยเช่นนี้ได้มาจากใครกัน?
"โธ่ท่านแม่เราก็ต้องระมัดระวังตัวไว้สิขอรับ มันดูแปลก ๆในเมื่อข้ากับท่านแม่มาที่นี่เพียงครั้งเดียว เราจะกลายเป็คนสำคัญไปได้อย่างไรเอ๊ะ...หรือเป็เพราะโสมตังกุยนั้น แต่ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ๆ ข้าว่ามันจะดูไม่ยิ่งใหญ่เกินไปหรือขอรับ"เด็กชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง มือน้อยลูบหน้าผากป้อยๆ
"เหยียนเอ๋อร์ช่างสังเกตเป็เื่ที่ดีแม่ขอชมเชยหากแต่คนเราจะใช้การสังเกตอย่างเดียวตัดสินสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ได้เสมอไปเรายังไม่รู้ว่าผู้ที่สนทนากับเรามีเจตนาเช่นไรกันแน่? หากเื่ราวไม่ได้เป็อย่างที่เ้าคิดเ้าจะทำอย่างไ" อันเหลียนฮวาเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น แม้มันจะแปลกๆอยู่บ้างแต่นางไม่ได้หวาดกลัวอันใดจึงไม่รู้ว่าจะกังวลไปทำไมเช่นกัน
"ขอรับท่านแม่"อันฮ่าวเหยียนตอบรับด้วยสีหน้าจำยอม
บุรุษวัยสามสิบห้าปี รูปร่างสูงโปร่งในชุดสีเขียวเข้มบุคคลิกท่าทางเปิดเผยั์ตาเฉลียวฉลาดกำลังยืนฟังเสียงหวานของสตรีอยู่หน้าประตูวงพระจันทร์ปากหนายกยิ้มอย่างพึงใจ
"ขออภัยที่ทำให้ท่านทั้งสองรอนานข้าไป๋ฉินเป็เ้าของร้านผู่เซียงแห่งนี้ "
จางไป๋ฉินเดินเข้ามาภายในห้องรับรองขนาดใหญ่ที่มีหนึ่งสตรีหนึ่งเด็กชาย ซึ่งวันนี้เขาตั้งใจเชื้อเชิญให้มาเป็แขกคนสำคัญดวงหน้างดงามของสตรีเบื้องหน้าผสานรับกับดวงตาวาววับดั่งต้องมนต์จนเขาไม่อาจถอนสายตากลับคืนมาได้คนฐานะเช่นเขาใช่ว่าจะไม่เคยเจอหญิงงาม...แต่ทว่าเขายังไม่เคยเจอหญิงงามคนใดทำให้เขาต้องสบสายตาได้นานถึงเพียงนี้ต่างหาก
"คารวะนายท่านไป๋ฉินข้าน้อยอันเหลียนฮวา ส่วนนี่คือบุตรชายของข้า อันฮ่าวเหยียนเ้าค่ะ "สุ้มเสียงหวานเอ่ยกับประมุขของร้านแห่งนี้
"......................"
"นายท่านไป๋ฉินท่าน้าสนทนากับข้าด้วยเื่ใดหรือเ้าคะ?" อันเหลียนฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจแฝงไปด้วยความฉงนบุรุษผู้นี้เชื้อเชิญนางมาถึงที่นี่...แต่กลับไม่ยอมพูดจาอันใด
"ข้าต้องขออภัยแม่นางอันอีกครั้งที่ข้าเชิญแม่นางอันมาวันนี้อาจจะดูกะทันหันไปเสียหน่อยแต่พอข้าทราบว่ามีชาวบ้านนำตังกุยมาขายให้ทางร้านเราข้าเลยอยากจะรู้จักตามประสาคนทำการค้าแต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็สตรีบอบบางกับเด็กชายท่าทางเก่งกาจตรงหน้าไปเสียได้"ไป๋ฉินกล่าวขยายความอย่างชัดถ้อยชัดคำเมื่อครู่เขาหลุดกิริยาไปเล็กน้อยเพราะมัวแต่จดจ้องใบหน้างดงามที่ไร้เครื่องประทินโฉม
ไป๋ฉินกำชับคนงานในร้านว่า...หากครั้งต่อไปชาวบ้านที่นำโสมตังกุยมาขายกลับมาที่ร้านอีกครั้งให้รีบแจ้งเขาด่วนเพราะโสมตังกุยกำลังเป็ที่้าของสตรีในเมืองหลวงและสิ่งสำคัญคือขนาดของโสมตังกุยที่เขารับซื้อไว้...มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยรับซื้อมาเขาตั้งใจจะทำความรู้จักคนที่นำสมุนไพรเหล่านี้มาขายเพื่อประโยชน์ทางด้านการค้าแต่ก็ไม่คิดว่าชาวบ้านที่นำสมุนไพรมาขายจะกลับกลายเป็สตรีบอบบางพ่วงด้วยเด็กชายตัวน้อยเสียได้เห้อ....นางมีแต่งงานแล้วหรือนี่? เสียดาย!!
"นั่นไง.. ว่าแล้วข้าว่ามันดูใหญ่ไปนะขอรับท่านแม่" อันฮ่าวเหยียนกระซิบกระซาบกับมารดาเพื่อจะบอกว่ามันไม่ผิดไปจากคำของเขาแม้แต่น้อย
"เหยียนเอ๋อร์"อันเหลียนฮวาเอ่ยด้วยสุ้มเสียงแ่เบาพลางส่งสายตาปรามบุตรชาย เพื่อจะบอกเป็นัย ๆว่าจะใช่หรือไม่ใช่แล้วอย่างไร
"เ้าค่ะเป็ข้ากับบุตรชาย" อันเหลียนฮวาหันมายกยิ้มบางเบาก่อนจะวางถ้วยชาลงและตอบคำถามด้วยท่าทีที่เป็ธรรมชาติ
ไป๋ฉินมองทุกการกระทำของแม่ลูกตรงหน้าด้วยใบหน้าคมคายฉายความอ่อนโยนท่าทีขึงขังราวกับลูกแมวขู่ฟ่อของเด็กชายช่างแตกต่างกับกิริยาของสตรีที่เป็มารดาลิบลับแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูกะทันหันแต่สตรีนางนี้สามารถคงไว้ด้วยกิริยามารยาทและไม่มีความประหม่าใดๆ แม้เพียงนิดหากเป็สตรีในเมืองหลวงหรือคุณหนูตระกูลร่ำรวยเขาคงไม่เสียเวลาคิดอันใดแต่ทว่ากับแม่นางผู้นี้เขาย่อมแปลกใจเพราะนางเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นไม่มีแม้กระทั่งกิริยาเขินอายต่อบุรุษเช่นเขาแม้สักนิด
"โสมตังกุยที่แม่นางอันขายให้กับทางร้านของเราเป็ที่สนใจของเหล่าสตรีชั้นสูงมากทีเดียว"ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาล ดวงตาเข้มสบสายตาสตรีตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
"หากสมุนไพรของข้าสร้างประโยชน์ให้กับร้านผู่เซียงได้เช่นนี้ข้าย่อมรู้สึกยินดีด้วยจากใจเ้าค่ะ" ร่างบางเอ่ยพลางยกยิ้มเล็กน้อย
"ใช่แล้วเป็ที่สนใจจริงๆ" ไป๋ฉินพยักหน้าเชิงยอมรับโสมตังกุยเ่าั้เป็ที่ต้องตาต้องใจของสตรีในเมืองหลวงและเมืองสุ่ยมากในตอนนี้
"ในเมื่อนายท่านไป๋ฉินพบคนแล้วเช่นนั้นข้ากับท่านแม่คงต้องขอตัวก่อนนะขอรับ"อันฮ่าวเหยียนนั่งฟังมาได้สักพัก สรุปได้ว่านายท่านของร้านนี้คงอยากจะเจอหน้าเขาสองแม่ลูกผู้ที่ทำให้การค้าของร้านผู่เซียงเป็ที่พูดถึงในวงสตรีมากมายสินะเื่แค่นี้ฝากหลงจู๊มาบอกกล่าวก็ได้...เขาจึงตั้งใจกล่าวตัดบท
"อ่อ ...ว่าแต่เ้าเถิดมาที่ร้านผู่เซียง ไม่ใช่ว่ามีสมุนไพรมาขายหรอกหรือ"ไป๋ฉินตอบแบบยิ้ม ๆ เขาเอ็นดูเด็กชายตรงหน้าที่ขู่ฟ่อ ๆใจนึกจึงอยากกลั่นแกล้งยื้อเวลาไปอีกนิดหน่อย
"ใช่ขอรับข้าถึงได้ขอตัวลากับนายท่านอย่างไรเล่า"เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเล็กน้อย
"ฮ่า ฮ่า ๆเช่นนั้นเ้าก็นำของที่ได้มาวางบนโต๊ะเถิดวันนี้ข้าไป๋ฉินจะเป็คนให้ราคาเอง" ร่างสูงโปร่งกล่าวตอบโต้เด็กชายด้วยท่าทีขำขันทว่าปลายตาแอบชำเลืองมองสตรีนางเดียวภายในห้องนี้เป็ระยะ ๆ
"เหยียนเอ๋อร์เอาของออกมาเถิด"เมื่อบุตรชายส่งสายตาขอความคิดเห็น อันเหลียนฮวาจึงเอ่ยปากอนุญาต
สมุนไพรภายในห่อผ้าถูกวางเรียงอย่างเบามือภาพตรงหน้าทำให้นายน้อยแห่งตระกูลจางต้องเงยหน้าสบตามองแม่นางอันผู้นี้ด้วยความแปลกใจโสมตังกุยนั่นก็หายากแล้วแต่สิ่งนี้คือตังถั่งเช่าที่หายากมากกว่าเหตุใดสองแม่ลูกคู่นี้ถึงหามาวางบนถาดเงินอย่างละลานตาได้มากมายเช่นนี้
"สมุนไพรนี้ใช่ว่าพบได้ที่ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปีมิใช่หรือ"ชายหนุ่มเอ่ยกล่าวถามพลางหยิบสมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาสำรวจ
"เ้าค่ะมันคือตังถั่งเช่าแต่ข้าก็ไม่สามารถตอบนายท่านได้ว่าเหตุใดแ? ข้าถึงได้พบเจอสมุนไพรชนิดนี้ในเมืองสุ่ย"อันเหลียนฮวาตอบตามความจริงทุกประการ เพราะูเาหลังหมู่บ้านก็หาใช่เทือกเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี
"แม่นางอันกล่าวเช่นนี้มิใช่ว่าเ้าก็คงแปลกใจเช่นกันหรอกหรือ"สุ้มเสียงฉงนเอ่ยถามขึ้น
"ย่อมแปลกใจเ้าค่ะเพราะตังถั่งเช่ามีต้นกำเนิดแถบทุ่งหญ้าที่ราบสูงหรือเทือกเขาสูงและต้องมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี" ร่างบางยังคงพูดอย่างใจเย็นใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อน ๆ นางนั่งจิบชามองอาการของบุรุษตรงหน้าที่ดูจะสนใจกับสมุนไพรบนโต๊ะอย่างมากจนเสียอาการเล็กน้อย
"ถั่งเช่าเป็สมุนไพรที่หายากแม่นางอันทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก "
ใบหน้ากรุ้มกริ่มกับสายตาวิบวับของนายน้อยแห่งตระกูลจางทำให้ข้ารับใช้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่บนชั้นสองต่างลอบมองหน้ากันเงียบๆ
"ผีชี้นำเทพชี้ทางเ้าค่ะ์คงเห็นใจข้ากับบุตรชายจึงทำให้ได้มีวาสนาพบเจอของล้ำค่าเช่นนี้"
อันเหลียนฮวากล่าวอย่างถ่อมตนนางมั่นใจว่าสิ่งที่นางพบเจอคงไม่ใช่เื่บังเอิญอย่างแน่นอนหากที่นางมาอยู่ที่ภพนี้ไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ เื่ต่าง ๆที่นางพบเจอก็คงเป็์ลิขิตไว้แล้ว ถ้าเบื้องบนลิขิตให้เจอ...นางก็ต้องเจอแต่หากเบื้องบนลิขิตไม่ให้เจอ...ใกล้แค่ปลายจมูกหาทั่วปฐีก็ยากที่จะเจอ