ไวน์ x ปั้นฝัน
ตอนที่ 10.1
[ Wine’s talk ]
ผมพยายามเกลี่ยกล่อมให้ฝันกลับคอนโดตัวเองไปคุยกับแม่ แต่เธอไม่ยอมไป ดังนั้นเลยต้องแก้ปัญหาด้วยการพาปั้นฝันไปซื้อเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวและกลับมาค้างที่ห้องผมอีกหนึ่งคืน
คนตัวเล็กระแวดระวังตัวตลอดเวลาในการอยู่ร่วมกับผม
นี่คือปั้นฝันแบบที่ปั้นฝันควรจะเป็ ไม่ใช่แบบเมื่อวานที่เธอไม่เป็ตัวของตัวเองและจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
แต่ยังไงก็ตาม
คืนนี้ผมไม่คิดจะปล่อยฝันให้เป็อิสระ
ยิ่งได้เห็นร่างบางในชุดนอนน่ารัก ฝันยิ่งกระตุ้นความ้าของผมให้ตื่นขึ้น ถึงแม้ชุดของเธอจะเป็เสื้อแขนยาวติดกระดุมมิดชิดกับกางเกงขายาวคลุมตาตุ่ม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมเลิกคิดจะจับเธอถอดเสื้อผ้าออก
ความโมโหจากเหตุการณ์เมื่อคืนขัดขวางไม่ให้ผมได้สำรวจร่างกายเปลือยเปล่าของปั้นฝันอย่างที่ควรจะเป็
แต่คืนนี้ปั้นฝันไม่รอดแน่
คงเพราะผมมองเธอนานเกินไป เธอเลยรู้ตัวและหันมาทางผม เป็จังหวะเราประสานสายตากันพอดี
ปั้นฝันเดินตรงมาทางระเบียงซึ่งผมยืนสูบบุหรี่อยู่ ผมเลยดับบุหรี่ลงก่อนที่ฝันจะเปิดประตูกระจกออกมาหา
ฝันสีหน้าไม่ค่อยดี พูดจาอ้อมแอ้ม
“เราเก็บขยะทิ้งหมดแล้วนะ ตะ แต่ยังไม่ได้ล้างจาน” บอกผมพลางชี้ไปยังจานที่วางซ้อนกันไว้จากมื้อเย็นวันนี้
“…”
“เราแพ้พวกน้ำยาล้างจานกับน้ำยาซักผ้า มะ มือจะลอกอะ แล้ว… ห้องไวน์ก็ไม่มีถุงมือไว้ใส่ทำความสะอาด”
เื่แค่นี้ปั้นฝันก็รู้สึกผิดแล้ว
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวล้างเอง” ยื่นมือไปยีผมปั้นฝันด้วยความเอ็นดู
“เราไม่ได้แกล้งสำออยนะ…”
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยฝัน”
ปั้นฝันมักจะคิดมาก ว่าคนอื่นจะมองเธอยังไง จะคิดกับเธอยังไง เธอเลยชอบที่จะอยู่เงียบๆ ไม่ให้คนอื่นมาสนใจ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือฝันชอบเก็บเื่ที่คนอื่นพูดถึงเธอมาคิดมาก
ซึ่งนั่นเป็นิสัยที่ตรงข้ามกับผม
ผมแคร์แค่คนที่เลือกแล้วว่าควรแคร์ ไม่ได้มานั่งสนใจคนทั้งโลก
“มาหาหน่อย” ผมบอกเธอพลางดึงตัวปั้นฝันให้ก้าวขาเข้ามาบริเวณระเบียง
อากาศเย็นๆ ของตอนกลางคืนทำให้ฝันห่อไหล่เล็กน้อย แล้วยังใจดีหันมาถามผม
“ไวน์ไม่หนาวหรอ ไม่ได้ใส่เสื้อด้วย”
เพราะอาบน้ำเตรียมเข้านอนแล้ว ผมจึงสวมแค่กางเกงขาสั้นผ้านิ่มชิ้นเดียว ซึ่งมันปกติมาก เพราะผมขี้ร้อน ลมเย็นๆ แค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก
“ไม่หนาว เธอหนาวหรอ?”
“หนาวนิดนึง”
หมับ!
“อ๊ะ!”
“อุ่นขึ้นยัง?” ถามปั้นฝันหลังจากดึงเธอมากอด
ตอนนี้กลายเป็ว่าผมยืนซ้อนหลังเธอและโอบรอบตัวเธอจากข้างหลัง
ส่วนสูงปั้นฝันอยู่ระดับปลายคางผม ผมอดไม่ได้ที่จะกดปลายจมูกลงหอมหัวเธอไปหนึ่งที ปั้นฝันยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไม่ขยับ
“ว่าไง? อุ่นขึ้นยัง?”
“ไวน์ขี้โกง”
“โกงอะไร ไหนว่าเป็แฟนกันแล้ว จูบก็จูบแล้ว กอดแค่นี้ไม่ได้?”
“ลุ่มล่าม มือเป็ปลาหมึก”
นี่คือด่าแรงสุดแล้วมั้งั้แ่รู้จักกันมา
ผมกระตุกยิ้มพลางกระชับอ้อมแขนให้รัดแน่นเป็การแกล้งเธอ
“เดี๋ยวนี้กล้าด่าด้วย?”
“…”
ปั้นฝันเงียบ ผมเลยจัดการหอมแก้มเธอซึ่งคนตัวเล็กชักสีหน้าปั้นปึงใส่ทันที
ไม่ใช่แค่ริมฝีปากปั้นฝันที่เหมือนเยลลี่ แก้มเธอก็นุ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่
นุ่มนิ่มจนอยากจะฟัดให้น่วม
ผมออกแรงยกตัวเธอขึ้นให้ปลายเท้าลอยจากพื้น อุ้มปั้นฝันตรงเข้าไปยังห้องนอน คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามให้ผมปล่อยเธอลง
ปล่อยแน่ แต่เป็บนเตียง