ไตรมาสสุดท้ายของปีมาถึงอย่างรวดเร็วโจยังคงทำงานสามวันต่อสัปดาห์ และกินมื้อเที่ยงกับทศพลทุกวันพุธ หาหมอรักษาสิวเดือนละครั้ง และซ้อมวิ่งกับอรทุกเช้าวันเสาร์อย่างสม่ำเสมอแต่ทั้งสองมักนัดเจอกันก่อนจะถึงวันเสาร์ ร้านข้าวต้มแห้งและร้านน้ำแข็งใสกลายเป็ที่ประจำ
“ทำไมวันนี้พี่ไม่กินทับทิมกรอบกับแห้วล่ะคะเห็นทุกครั้งมาพี่ก็ไม่เคยสั่งอย่างอื่น” เธอแปลกใจเมื่อได้ยินว่าเขา‘เอาแตงไทยน้ำกะทิ’ เหมือนเธอ
“ผมว่าจะเลิกกินแห้วแล้วครับใกล้จะปีใหม่แล้วด้วย ปีหน้าไม่อยากกินแห้วแล้ว เดี๋ยวลางไม่ดี” เขาตอบกลั้วหัวเราะ
เธอเองก็หัวเราะให้กับแผนการผูกดวงชะตารับปีหน้าของเขา“พี่โจพูดเล่นใช่มั้ยเนี่ย พี่ไม่เชื่อเื่โชคชะตา หมอดู อะไรแบบนี้ใช่มั้ยคะ”
“ผมไม่ได้หลบหลู่แต่ไม่เชื่อหมอดูเลยครับ เอ่อ…” เขาหยุดเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้
“อรครับเสาร์เย็น ค่ำ ๆ เราไปเดินเล่น ดูไฟกันมั้ย ลานหน้าห้างฯ เค้าตั้งต้นคริสต์มาสแล้วนะบรรยากาศดีนะ เดินเล่น ถ่ายรูป ฟังเพลงจิงเกิลเบล น่าสนุกดีนะ ไปกันนะ” เขาหมายถึงลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ของคุณหญิง ลูกค้าที่โจพยายามแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเสนอขายการให้บริการบำรุงรักษาระบบอุปกรณ์ในอาคาร
“ไปค่ะดีค่ะ” เธอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ค่ำวันเสาร์ที่ลานกว้างหน้าห้างฯ ตั้งเด่นกลางลานคือต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ประดับไฟสวยงามมีดาวสีทองดวงใหญ่ที่ยอดสน ร้านรวงชั่วคราวตั้งเรียงรายขายอาหารหลากหลายอากาศเย็นสบาย่ปลายปีเหมาะแก่การเดินเล่น วัยรุ่นหนุ่มสาวต่างออกมาเดินเล่นถ่ายรูปแต่เพราะยังไม่ใช่่สัปดาห์สุดท้ายของปีผู้คนจึงยังไม่ถึงขนาดเนืองแน่นจนน่าอึดอัด ไม่ไกลจากต้นคริสต์มาส มีชิงช้า์ขนาดสูงประมาณ40 เมตร และใกล้ ๆ กันมีเวทีเล็ก ๆ ยกระดับสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย วงสตริงเล่นดนตรีสดสร้างความสนุกสนานรื่นเริง
“อรครับ ไปขึ้นชิงช้า์กันนะ” เขาเดินนำไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากเธอ
เมื่ออยู่ในกระเช้า ทั้งสองจึงมีเวลาโดยลำพัง หลีกจากฝูงชนด้านล่างกระเช้าค่อย ๆ เคลื่อนยกตัวสูงขึ้นช้า ๆ อากาศเย็นสบายเสียงเพลงจากวงดนตรีด้านล่างยังคงฟังสบายไม่หนวกหู
“นี่เป็การเดินดูไฟ ดูต้นคริสต์มาส และขึ้นชิงช้า์ด้วยกันครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย”เธอพูดพลางยกมือถือขึ้นเล็งมุมถ่ายภาพต้นคริสต์มาส จากมุมสูงนี้มองเห็นลานและแสงไฟประดับด้านล่าง
“และก็จะมีครั้งต่อ ๆ ไป ทุก ๆ ปีครับ”เขาต่อประโยคให้เธอ
“ใครบอกว่าจะมากับพี่” เธอถาม
“ก็อรไง แววตาอรมันบอกอย่างงั้น” เขาตีความอย่างเข้าข้างตัวเอง“เดี๋ยวอีกสองอาทิตย์ก็จะปีใหม่แล้ว อรไปเคาท์ดาวน์ด้วยกันนะ จะเป็ครั้งแรกที่เราเคาท์ดาวน์กันนะ”เขาชวน
“เคาท์ดาวน์ที่ไหนคะพี่โจ”
“ถ้าในกรุงเทพฯ ก็คงริมแม่น้ำเ้าพระยาที่ไหนซักที่มั้งครับแต่ถ้าจะเอาจริงสงสัยป่านนี้จองเต็มกันหมดแล้ว ถ้าเราจะจองตอนนี้อาจจะช้าไปแล้วครับ”
“แถวนั้นก็คงสวยจริงค่ะ แต่คนเยอะอ่ะสถานที่ไม่สำคัญเท่าคนที่เราใช้เวลาด้วย จะเป็เคาท์ดาวน์ที่ระเบียงคอนโดพี่โจก็ได้นะอรยังไม่เคยไปเลย แต่เดาว่าบรรยากาศก็คงดีนะ มีต้นพริกขี้หนูด้วย” เธอยิ้มให้เขา
กระเช้าผ่านจุดต่ำสุดเมื่อครบรอบ และค่อย ๆยกตัวขึ้นอีกช้า ๆ ในรอบที่สอง ซึ่งเป็รอบสุดท้าย วงดนตรีด้านล่างขึ้นต้นเพลงอย่าให้ฉันคิดของวงรูมเธอร์ตีไนน์ วัยรุ่นหนุ่มสาวหน้าเวทีส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดถูกใจ
“นี่เราก็รู้จักกันมาเกือบปีแล้วนะคะพี่โจแต่อรรู้สึกเหมือนเรารู้จักกันมานานกว่านั้นอ่ะ”
“อะไรทำให้อรรู้สึกอย่างนั้นหล่ะครับ”
“อรรู้สึกว่าความจริงใจ การพูดความจริงไม่มีวาระซ่อนเร้น จะทำให้เราสนิทกันมากขึ้นแม้ในเวลาไม่นาน”
“จริงเหรอ อรคิดแบบนั้นเหรอ”
“ค่ะ ไม่เชื่อพี่ก็ลองดูก็ได้ ่เวลาไม่นานแค่กระเช้านี้ลอยอยู่ก่อนจะจบรอบซึ่งเป็เวลาสั้น ๆ ถ้าพี่ถามอะไร แล้วอรพูดความจริงที่อรรู้สึกพี่ก็จะรู้สึกว่ารู้จักอรมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องใช้เวลานานเลย”
“ให้พี่ถามอะไรอรก็ได้เหรอ” เขาอดสงสัยในกติกาของเกมนี้กระเช้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงต่ำหลังจากผ่านจุดสูงสุด
“ใช่ค่ะ”
“อะไรก็ได้เหรอ”เขาค้นหาคำถามที่ตัวเองอยากรู้แต่ไม่เคยถาม
“ค่ะ” เธอย้ำกติกา กระเช้าเคลื่อนลงต่ำลงมาอีก
โจนิ่งคิดว่าคำถามไหนที่เขาอยากรู้คำตอบจากอร เสียงเพลงจากวงดนตรีด้านล่างได้ยินชัดเจน
‘แต่เหมือนว่าในบางครั้ง ที่เธอจ้องมองฉัน คล้ายว่าเธอจะ้าเป็มากกว่านั้น’
“พี่โจคะ จะครบจบรอบแล้วนะครบรอบแล้วหมดสิทธิ์ถามแล้วนะคะ” เธอยิ้มเยาะ
เขายังคงไม่แน่ใจในคำถาม เสียงเพลงจากวงดนตรีได้ยินชัดเจนจากกระเช้าที่เคลื่อนต่ำลงอีกเข้าใกล้วงดนตรีด้านล่าง
‘อยากจะรู้แค่เพียง ถ้าจบกับเขาแล้วเราจะรักกันไหม’
“สมมติว่าตอนนี้อรไม่ได้มีใครในใจ คนที่อรพยายามจะลืมแต่ยังลืมไม่ได้เราจะคบกันได้มั้ยครับ” เขาโพล่งมันออกไปแล้ว
การพูดความจริงจะทำให้เรารู้จักกันมากขึ้นสนิทกันมากขึ้นใช่มั้ย เขาได้ยินเธอบอกอย่างนั้น เขาจบประโยคคำถามนั้นก่อนที่ชิงช้า์จะหมุนครบรอบ
***************