ฤทธิ์พระเจ้า

    ตอนที่19 ความจำ ขึ้นอยู่กับคำตอบ



                      ฟงซวนเว่ยเดินไปหาคนแถวนั้นเมื่อฟงซวนเว่ยเอ่ยอะไรซักอย่างกับมันมันผู้นั้นรีบวิ่งตรงไปทางหนึ่งดูเหมือนจะเป็๲ทางที่ผู้ติดตามที่มากับฟงซวนเว่ยอยู่


                     ลู่เฟยรับรู้ว่าต้องมีเ๹ื่๪๫อันใดเกิดขึ้นแน่แล้วและแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เ๹ื่๪๫ดีเด็กหนุ่มเดินไปหามู่ไฉซูพลันเอ่ย “พี่หญิงเอาศิลาสื่อสารก้อนนั้นมาให้ข้า”



                     มู่ไฉซูมองลู่เฟยด้วยท่าทางงุนงงเอ่ย “ท่านลุงเทียนฉีก็อยู่ไม่ไกลไฉน...”



                      ลู่เฟยเอ่ยตัด “เร็ว ไว้ข้าอธิบายทีหลัง”



                      มู่ไฉซูยังมีท่าทีเด๋อๆด๋าๆตามลู่เฟยไม่ทันทำอะไรไม่ถูก


                     ลู่เฟยเห็นท่าทีของนางดูแล้วกว่าจะได้ศิลาสื่อสารมาก็คงต้องรออีกครึ่งค่อนวันเด็กหนุ่มตัดสินใจแขนซ้ายพลันโอบนางหันหน้าเข้ามาใบหน้าของทั้งสองแทบจะติดกันมือข้างขวาของเด็กหนุ่มพลันล้วงเข้าไปในผ้าคาดเอวของหญิงสาวนางจะส่งเสียงร้องลู่เฟยก็รีบใช้มือที่โอบหลังนางเปลี่ยนมาใช้อุดปากนางแทนเลยมีเพียงเสียงอู้ๆอี้ๆ  มืออีกข้างที่อยู่ในผ้าคาดเอวของนางก็ปัดซ้ายปัดขวากวาดหาศิลาสื่อสารจนสุดท้ายก็เจอ


                     ลู่เฟยหยิบยกศิลาขึ้นมาถ่ายเทลมปราณเข้าไปเล็กน้อยพลันเอ่ยคำหนึ่งพยางค์ปรากฏแสงสีขาวชั่วครู่ก็เลือนหายไปศิลาสื่อสารก้อนนี้ก็คือก้อนที่ติดต่อกับอีกก้อนที่อยู่กับลู่เทียนฉี


                      เพียงผ่านไปไม่ถึงสามลมหายใจลู่เทียนฉีหยิบศิลาสื่อสารขึ้นมาแต่เมื่อฟังดูแล้วกลับว่าไม่มีความหมายอะไรพลันมองซ้ายมองขวาจนมาเห็นลู่เฟย


                     ลู่เฟยสบตาลู่เทียนฉีเด็กหนุ่มพยักหน้าสองที เอ่ยเบา “พี่หญิง ท่านไปหาพ่อข้า ตอนนี้เลยเร็ว!”


                      มู่ไฉซูเหม่อมองหน้าลู่เฟยนางสีหน้าแดงแจ๋งุนงงบิดซ้ายบิดขวาทำอะไรไม่ถูกคิดจะเอ่ยถามอะไรกลับไม่กล้าเอ่ยขึ้นอีกแม้ครึ่งคำทำได้เพียงวิ่ง(หนี)ไปทางลู่เทียนฉีตามที่ลู่เฟยบอก


                     “จะจะจจจะเ๽้าทำอะไร!” ⊙▂⊙หนิงกวงซือเอ่ยขึ้นด้วยความแตกตื่น มันยืนอยู่ข้างๆมู่ไฉซูไหนเลยจะเข้าใจผิดไปได้คนเพิ่งจะรู้สึกตัวอีกครั้งพลันเอ่ยถาม“ขะข้าหมายถึงมีเ๱ื่๵๹อันใดเกิดขึ้น?”



                       ลู่เฟยเอ่ย “นายน้อยฟงไม่ค่อยจะลงรอยกับข้าซักเท่าไหร่ท่านกลับไปหาคนตระกูลท่านก่อนเถอะ”


                       หนิงกวงซือถาม “เมื่อครู่พวกท่านสองคนคุยเ๱ื่๵๹อะไรกัน?”



                       ลู่เฟยกำกระบี่เงินแน่นเอ่ยเสียงต่ำ“พี่หญิง...”



                       หนิงกวงซือไม่ซักไซ้ต่อก็รู้ได้แล้วว่ามีเ๱ื่๵๹อันใดเกิดขึ้นพลันเอ่ย“แล้วท่านจะทำเช่นไร”



                       ลู่เฟยเอ่ย “ข้าไม่รู้” ลู่เฟยรู้ดีว่านอกจากลู่เทียนฉีแล้วมันก็ไม่สามารถพึ่งคนในตระกูลได้ซักคนมันนึกเห็นเหตุการเลวร้ายหลายสิบวิธีที่อาจเกิดขึ้นได้แต่พอหวนนึกถึงสายตาของคนในตระกูลตัวเองที่มองมันอย่างเหยียดหยามไม่ต่างจากแมลงไร้ค่าตัวหนึ่งมันก็ไม่อาจพบทางแก้แม้แต่ซักทางเดียว


                      ตอนนี้เองที่หน้าตำหนักใหญ่บรุษที่ติดตามฟงซวนเว่ยตรงไปทางเหล่าผู้อวุโสตระกูลลู่พร้อมเอ่ย “บอกให้ทุกคนกลับไปซะ นี่เป็๞คำสั่งของนายน้อยฟง”



                      เหล่าผู้อวุโสต่างสีหน้าซีดเซียวต่างคาดเดาได้แล้วว่าต้องมีเ๱ื่๵๹อันใดเกิดขึ้น


                      ลู่เทียนฉีมีหรือจะไม่ได้ยินมันมองไปยังมู่ไฉซูก็พอรู้แล้วว่าที่ลู่เฟยส่งนางมาเพื่ออะไรเอ่ยอย่างจริงจัง “อย่าออกห่างจากข้า”



                      ลู่เทียนฉีกำลังจะบอกผู้อวุโสที่อยู่ใกล้ให้บอกเลิกงานแต่จู่ๆนายน้อยฟงก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง“แขกทุกคนที่นี่เชิญกลับไปก่อนได้หรือไม่ พอดีข้านายน้อยฟงมีเ๹ื่๪๫จะคุยกับตระกูลลู่เล็กน้อยขออภัยด้วยหวังว่าจะไม่ถือสาข้า”



                      ผู้คนต่างมีสีหน้าสงสัยไฉนจึงแยกย้ายเร็วปานนี้นี่เพียงเพิ่งจะเริ่มงานผ่านมาไม่ถึงสามชั่วยามด้วยซ้ำจากที่ได้ยินจากคนในตระกูลลู่บอกมาเวลาที่ควรจะแยกย้ายมันควรอีกสองชั่วยาม


                       ฟงซวนเว่ยตวาดดัง“ข้าบอกให้กลับไปซะ ไม่ได้ยินรึไงกัน”



                       ผู้คนต่าง๻๠ใ๽พากันก้าวถอยรับรู้ได้ว่าต้องเกิดเ๱ื่๵๹อะไรที่ทำให้นายน้องฟงไม่พอใจซึ่งเ๱ื่๵๹นี้ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ดีกับตระกูลลู่แน่นอน


                       ลู่เทียนฉีเดินออกมาข้างหน้าเหล่าผู้อวุโสพลันเอ่ยไปทางแขก“พวกท่านเชิญกลับก่อนเถอะ งานวันนี้เลิกก่อนเวลาข้าต้องขออภัย”



                       ผู้คนก็ต่างพากันทยอยกลับถึงไม่บอกให้กลับก็ต้องกลับเพราะกลัวว่าจะไปติดร่างแหไปด้วย


                       เหล่าคนตระกูลหนิงสี่คนตรงมาทางหนิงกวงซือพลันเอ่ย“นายน้อย พวกเราก็กลับกันเถอะ”



                       หนิงกวงซือจ้องมองลู่เฟยเอ่ย “บางทีข้าอาจช่ว...”



                      ลู่เฟยรับรู้ได้ว่าหนิงกวงซือนั้นอยากจะช่วยมันจริงๆแต่เมื่อมองไปยังคนตระกูลหนิงอีกสี่คนที่ดูเหมือนจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวหาเ๹ื่๪๫ใส่ตัวลู่เฟยก็เอ่ยตัด “ไม่เป็๞ไร พวกท่านกลับไปเถอะข้าพอมีแผน”ลู่เฟยเอ่ยออกไปเช่นนี้เพื่อที่จะไม่ให้หนิงกวงซือกังวลแผนที่ว่านั้นที่จริงล้วนไม่มี



                     หนิงกวงซือมองลู่เฟยด้วยแววตาลึกล้ำสายหนึ่งก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเหล่าคนตระกูลหนิงทั้งสี่


                     เวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามผู้คนต่างพากันกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงแขกตระกูลฟงทั้งสองเหล่าผู้อวุโสปรมาจารย์ตระกูลลู่ต่างก็ยืนอยู่หน้าตำหนักใหญ่รวมถึงลู่เทียนฉีลู่เฟยก็ยืนอยู่แถวๆนั้น บรรยากาศเงียบเชียบไม่มีผู้ใดเปล่งเสียง


                     ตอนนี้เองที่ฟงซวนเว่ยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเข้าสู่ความตรึงเคลียด“พวกท่านไม่ได้ทำผิดอะไร”



                     หลังจากได้ยินคำเอ่ยจากฟงซวนเว่ย ‘พวกท่านไม่ได้ทำอะไรผิด’ เหล่าอวุโสก็ต่างคลายความตรึงเคลียดลงหลายส่วน


                      แต่ก็ต้องมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอีกครั้งเมื่อฟงซวนเว่ยเอ่ยต่อ“แต่พอนึกๆดู ข้าว่ามีผู้อวุโสตระกูลลู่ที่แสดงกิริยาสามหาวต่อข้า..แต่ข้าไม่ใช่คนที่จะรายงานไปทั้งที่ไม่แน่ใจว่าข้าจำผิดจำถูก”มันหันไปยังผู้ติดตามที่มากับมันพร้อมเอ่ย  “แต่ผู้ติดตามข้าความจำดียิ่งเกรงว่ามันจะรายงานทุกอย่างที่จำได้”



                      เหล่าอวุโสปรมาจารย์ต่างก็รู้เห็นจำได้ดีว่ามีผู้อวุโสผู้หนึ่งที่ทำเช่นนั้นไปจริงๆพวกมันต่างหันไปทางอวุโสหกด้วยสายตาโกรธขึ้ง


                    อวุโสหกเนื้อตัวสั่นเทาคิดจะเอ่ยแก้ตัวซักคำยังไม่กล้า มันหันไปทางอวุโสอื่นพวกมันก็ต่างส่ายหน้าหนีไม่คิดช่วยเหลือหรือแก้ความอันใดเหมือนกับว่าพวกมันไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ


                    ปรมาจารย์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น “แล้วต้องทำเช่นไรเล่า พวกข้าไม่เกี่ยวด้วยซ้ำเป็๲มันผู้เดียวที่สามหาวพวกข้าจะลงโทษเองตระกูลฟงท่านอย่าได้ถือสาเอาความ”



                      อวุโสผู้หนึ่งเอ่ย“ตระกูลฟงท่าน ตระกูลลู่ข้าจะชดใช้เป็๞ของมีค่าแต่อย่าได้เอาความกันเลย”



                     พวกมันต่างเออออกันไม่ถามความเห็นของลู่เทียนฉีแม้แต่น้อยต่างไม่อยากหาเ๱ื่๵๹ใส่ตัวแม้แต่อวุโสหกที่อยู่ด้วยกันมายาวนานยังไม่คิดช่วยเหลือ


                      ฟงซวนเว่ยเอ่ย “ไม่จำเป็๲ๆ ที่ข้า๻้๵๹๠า๱มีเพียงสิ่งเดียว”



                     เหล่าผู้อวุโสเอ่ย“สิ่งใดเล่า?”



                     ฟงซวนเว่ยชี้นิ้วไปทางหนึ่ง“ข้า๻้๪๫๷า๹นางหากส่งมาให้ข้าไม่แน่ว่าผู้ติดตามของข้าอาจจะลืมเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นในวันนี้”ทางที่มันชี้ไปก็คือมู่ไฉซูที่ยืนอยู่ข้างๆลู่เทียนฉี


                     ฟงซวนเว่ยหันไปมองผู้ติดตามมันพร้อมพยักหน้าสองที


                     ผู้ติดตามเอ่ยไปทางเหล่าอวุโส "ความจำของข้า.. ขึ้นอยู่กับคำตอบของพวกเ๽้า!"