บทที่4-1 เหมือน
หลังจากหวังิซินได้นัดหมายเพื่อเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันกับท่านหัวหน้ามือปราบต่งเรียบร้อยแล้วนางเรียกหลงจู๊โหวและเพ่ยเฟินให้ไปพบที่ห้องทำงานของตนเอง
“พวกเ้ามีความคิดเห็นอย่างไรกับเื่แป้งทาหน้าปลอมทั้งสามตลับ”ิซินเอ่ยถามกับทั้งสองคน
“ข้าคิดว่า คนร้ายอาจจะ้าเงินจึงได้เลียนแบบทำแป้งทาหน้าของร้านเราออกมาขายในราคาถูกชาวบ้านที่หลงเชื่อย่อมต้องซื้อแน่นอนขอรับเพราะคิดว่าเป็สินค้าของร้านที่มีชื่อเสียง” หลงจู๊โหวเอ่ยแสดงความคิดเห็น
“อาจจะเป็อย่างที่หลงจู๊โหวบอกหรืออาจจะเป็เพราะคนร้าย้าใส่ร้ายร้านของพวกเราเ้าค่ะว่า ขายของไม่มีคุณภาพทำให้ผู้ใช้เกิดอาการขึ้นผื่นที่หน้า เป็การจ้องทำลายชื่อเสียงของร้านเราเ้าค่ะ”เพ่ยเฟินเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง
“ก็อาจจะเป็ได้ทั้งสองอย่างตามที่พวกเ้าคิด่นี้ข้าอยากให้พวกเ้าสองคนระมัดระวังให้มากขึ้น เรามิรู้ว่า คนร้ายมีจุดประสงค์้าสิ่งใดกันแน่ดังนั้นพวกเราต้องรอบคอบให้มาก โดยเฉพาะเพ่ยเฟินเ้าต้องระวังทางร้านเครื่องหอมฟางซินและทางโรงงานด้วย อย่าให้เกิดเื่ร้ายขึ้นได้”ิซินเอ่ยกำชับผู้ช่วยมือหนึ่ง
“เ้าค่ะคุณหนู”
“หลงจู๊โหว เ้าออกไปทำงานต่อเถิด” ิซินยังมีเื่ที่้ากล่าวกับเพ่ยเฟินจึงให้หลงจู๊โหวกลับไปทำงานก่อน
“ขอรับคุณหนู”
หลังจากหลงจู๊โหวเดินออกจากห้องทำงานของนางแล้วิซินจึงหันไปกล่าวกับผู้ช่วยมือหนึ่งของนางว่า
“เพ่ยเฟิน เ้าแต่งงานได้สองเดือนแล้ว องครักษ์หยูดูแลเ้าดีหรือไม่”
เมื่อผู้ช่วยของนางโดนถามถึงเื่นี้จากที่เคยยึดอกเชิดหน้า พูดจาฉะฉานกลายเป็นิ่งเงียบและก้มหน้าที่มีสีแดงระเรื่อเหมือนลูกตำลึงลงต่ำ
“เ้าไม่ตอบข้า แสดงว่าเขาดูแลเ้าไม่ดี”เมื่อิซินกล่าวจบ จึงหันหน้าไปกล่าวกับสาวใช้ตัวน้อยว่า
“เพ่ยฟางเ้าไปเรียกพี่เขยของเ้าให้มาพบข้าตอนนี้”
“เ้าค่ะคุณหนู” เพ่ยฟางตอบรับคำสั่งของเ้านาย
“เดี๋ยวก่อน เพ่ยฟางเ้าไม่ต้องไปตามเขามาหรอก” เป็เสียงของเพ่ยเฟินเอ่ยร้องห้ามน้องสาวของตนเอง
“คุณหนูเ้าคะพี่เซิ่งเอินทะนุถนอมและดูแลข้าดีมากเ้าค่ะ เขาไม่เคยรังแกข้าสักนิดเ้าค่ะ”เ้าสาวมือใหม่เอ่ยตอบด้วยดวงตาที่ส่องประกายและใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานล้ำ
“นั่นนะสิ ข้าก็คิดว่า น่าจะเป็พี่สาวของข้ามากกว่าที่รังแกพี่เขย” เพ่ยฟางกล่าวสิ่งที่ตนเองคิดออกมา
เพ่ยเฟินส่งสายตามองค้อนขวับไปให้น้องสาวของตนเอง
“ดูจากท่าทางที่มีความสุขและแก้มที่แดงเรื่อของพี่เพ่ยเฟินแล้ว คุณหนูไม่ต้องห่วงหรอกเ้าค่ะ”ซิ่งฮวาเอ่ยบอกเ้านายของตนเอง
“ก็คงเป็เช่นนั้น ดีแล้วล่ะแต่ถ้าเขากล้ารังแกเ้า ให้รีบมาบอกข้าทันที เข้าใจหรือไม่เพ่ยเฟิน”
“เ้าค่ะคุณหนู”
“แล้วเ้ามีข่าวดีหรือยังล่ะ” ิซินเอ่ยถามผู้ช่วยมือหนึ่งของนางด้วยความอยากรู้
“ข้าเพิ่งจะแต่งงานได้เพียงสองเดือนเองนะเ้าคะไม่เร็วขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะ”
“แต่ข้าอยากอุ้มหลานแล้ว คุณหนูเ้าคะต้องทำเช่นไรพี่สาวของข้าถึงจะตั้งครรภ์เ้าค่ะ”สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยถามเ้านายด้วยท่าทางใสซื่อ
“เื่นี้เ้าต้องไปบอกพี่เขยของเ้าแล้วล่ะบอกให้เขาตั้งใจและขยันให้มาก ฮาฮ่า”
“ได้เ้าค่ะข้าจะรีบไปบอกตอนนี้เลยเ้าค่ะ” พูดจบสาวใช้ตัวน้อยของนางก็รีบวิ่งออกไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกของผู้เป็พี่สาว
“คุณหนูเ้าคะท่านไปพูดกับนางเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ ท่านก็รู้อยู่ว่า น้องสาวของข้าเหมือนกับท่านตอนเด็กๆมาก ป่านนี้คงรู้เื่นี้กันทั้งอู่โหวแล้วเ้าค่ะ”
“___”
‘นี่ข้ากำลังถูกหลอกด่าอยู่ใช่หรือไหมใครรู้ช่วยบอกที’
่ยามอู่ หวังิซินมาถึงภัตตาคารอาหารเจี้ยนคังที่มีพี่เขยของนางเป็เ้าของและแน่นอนว่าอาหารมื้อนี้นางไม่ต้องเสียเงินเลยสักอีแปะเมื่อหลงจู๊เห็นนางจึงเดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทายต้อนรับและแจ้งว่า ท่านหัวหน้ามือปราบต่งกับคุณชายจิ่งเทียนกำลังรอนางอยู่ที่ห้องส่วนตัวชั้นสอง
ถึงแม้ว่านางจะไม่ค่อยมีความเป็กุลสตรีอย่างที่มารดาและซิ่งฮวาได้กล่าวไว้แต่นางก็ตระหนักว่า หญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนมิควรนั่งกินอาหารตามลำพังกับบุรุษที่มิใช่คู่หมั้นหมายของตนเองผู้คนจะเก็บไปนินทาได้ อันที่จริงนางไม่ค่อยให้ความสนใจเื่คนนินทาสักเท่าใดแต่นางต้องรักษาชื่อเสียงของพี่เขยและพี่ชายของนางที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่เอาไว้
นางจำได้ว่า เพื่อนสนิทของนางต้องไปไหว้พระกับมารดาในวันนี้จึงสั่งให้องครักษ์ไปเชิญน้องจิ่งเทียนมานั่งร่วมโต๊ะเป็เพื่อนแทน
เมื่อซิ่งฮวาเปิดประตูห้องอาหารออก หวังิซินได้เห็นทั้งสองคนลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับนางและเป็น้องจิ่งเทียนที่เอ่ยทักทายนาง
“คารวะพี่ิซินขอรับ”
“ขอบใจน้องจิ่งเทียนมากที่ตอบรับคำเชิญของพี่”
“ยินดีขอรับพี่ิซิน”
ิซินหันหน้าไปถามชายหนุ่มอีกคนว่า
“ท่านหัวหน้ามือปราบต่งคงไม่ว่าอะไรนะเ้าคะ ถ้าจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะเพิ่มอีกหนึ่งคน”
“ไม่หรอกข้ากับครอบครัวของคุณชายจิ่งเทียนรู้จักกันดี โดยเฉพาะคุณชายอี้โจวที่ให้ความร่วมมือช่วยงานของทางการอยู่เสมอ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้วเ้าค่ะพี่สาวของข้าคิดค้นอาหารจานใหม่ขึ้นมา จะออกขายแค่วันละยี่สิบจานเท่านั้นแต่ข้าบอกให้หลงจู๊นำจานที่ยี่สิบเอ็ดมาให้พวกเราเ้าค่ะ”
“ข้าคงต้องขอบคุณคุณหนูิซินที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาสลิ้มรสอาหารจานนี้” หัวหน้ามือปราบเอ่ยขอบคุณหญิงสาว
“ข้าได้ยินมาว่าถ้าอยากจะกินอาหารจานนี้ต้องจองล่วงหน้าหลายวันนะขอรับพี่ิซินเป็พี่สาวที่ดีที่สุดของข้าเลยขอรับ” หลิวจิ่งเทียนเอ่ยด้วยความดีใจ
“เช่นนั้น น้องชายที่น่ารักของพี่ต้องกินให้เยอะๆ นะจ๊ะ”
“ขอรับพี่ิซิน”
พวกเราทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างถูกคอจนกระทั่งอาหารจานสุดท้ายได้ถูกยกออกไปและแทนที่ด้วยของหวานลูกน้องของชายหนุ่มได้เข้ามาแจ้งว่าเกิดเหตุด่วนขึ้นทำให้ท่านหัวหน้ามือปราบต่งต้องขอตัวกลับไปทำงานก่อนจึงเหลือแค่ิซินและจิ่งเทียนที่นั่งกินขนมหวานด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยผ่านไปสักพักมีเสียงดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอาหาร
“คารวะคุณหนูิซินขอรับข้าคือองครักษ์ของคุณชายอี้โจว ขออนุญาตรายงานกับคุณหนูขอรับ”
“ท่านองครักษ์เชิญเข้ามาเถิด”
“ขอบคุณขอรับ”