“ช้าก่อนท่านแม่ทัพจนกว่าท่านจะได้ชิมน้ำหวาน”
“ไหนน้ำหวาน”
นางเอานิ้วที่มีเมือกใสกลิ่นคล้ายจะคาวก็ไม่คาว จะหอมก็หอมอ่อนๆ ป้ายปาก ..... มันหวาน! หอมยิ่ง ละมุนลิ้นยิ่ง
“นี่น้ำใด?”
นางยิ้มไม่กล่าวแต่มองลงเบื้อล้าง เขามองตามเห็นสิ่งที่อยากเห็นที่สุดในการมาหานาง เขาหายใจกระเส่า แววตาเบิกโพรงมือรีบจ้วงล้วงลงไป ัันุ่มมือนัก ลื่น นุ่ม มากกว่าใครๆ ที่เคยเสพสมมา กลักน้ำขึ้นมาชิม หอมหวานนัก เขานั่งคุกเข่าลง แหงนหน้าเงยเห็นกลีบสดสวยแม้มีสามีแล้ว แล้วเลีย
สังคมที่ไม่ให้บุรุษต่ำกว่าสตรี สังคมที่ไม่ว่าจะเสพสมประการใดล้วนไม่ให้สตรีขึ้นคร่อมบุรุษ ไม่ต้องกล่าวถึงการนั่งคุกเข่าต่อหน้าสตรียิ่งไม่มีทางแต่ยามนี้แม่ทัพที่องอาจชาญสนามรบกลับคุกเข้าเงยหน้าดูดซดน้ำจากของต่ำที่นวลนุ่มสวยสดงดงามหอมหวน มันอวบอูมนูนเด่นนุ่มนิ่ม ไม่อวบกว้างแผ่ขยาย นี่ต้องคับแน่นยามสอดใส่แน่นอน
นางจงใจสะบัดเขาออก
“อย่าค่ะท่าน”
แล้วลื่นไถลลงนั่งที่ตักเขานางใช้ชั่วเสี้ยวจังหวะเล็งให้ปากร่องขางจ่อกับแท่งที่ชี้ตั้งของเขา
มันจ่อแล้วนุ่ม ร้อน เยิ้ม นูน สวยงามนัก เขาไม่รอช้ากดบั้นเอวนางลงพร้อมเสยขึ้น
“อ๊าห์ตายแล้ว ท่านแม่ทัพ ท่านใส่มันเข้าไปในตัวข้า ท่าน.ท่าน..ทับรอยสามีข้า....”
เกาเฉิงสิ้นสติสมประดี เขาตะบันชำเรากามราคะใส่หนิงเวียนเอาเป็เอาตายเสพตรงไหนได้เสพ ลูบจับ ขบเลีย ไล้ หอม จูบ ล้วงล้วนทำหมดเหมือนกลัวว่าจะไม่มีชีวิตจนวันพรุ่งนี้
................
เมื่อไม่มีนายกองจ้าน คนคุ้มหัวหนิงเอ๋อก็ไม่มี ฮูหยินใหญ่เกลียดพี่น้องคู่นี้ จึงจิกใช้หนิงเอ๋อทำงานหนัก ซักผ้า หุงข้าว ซ้ำยังให้เอาอึไปเท
หนิงเอ๋อทำงานจนเหงื่ออกตัวยังหอม นางซ่อนกลิ่นนี้โดยการเอาน้ำปรุงเหม็นของเฒ่าลู่มาทางตามตัวเพื่อให้ตัวเหม็นเหงื่อดุจบุรุษชนชั้นแรงงาน
ตกเย็น พี่สาวก็กลับมา
“เซี่ยวเอ๋อ ข้าหาเ้าซะทั่ว มาทำงานให้ฮูหยินนี่เอง”
“พี่ใหญ่ท่านขอกินข้าวเถอะ ข้าจะทำเสร็จแล้ว”
“เ้าเอาเงินก้อนของข้าไปจากที่นี่”
“แล้วพี่ล่ะ?”
“ฟังพี่นะ จากนี้ข้าจะเอาเ้าไปด้วยไม่ได้”
“ข้าไม่เข้าใจ?”
“ข้าพิชิตเกาเฉิงแล้ว”
“เกาเฉิง.. แม่ทัพบ้านั่น..เอ๋...ท่าน...ท่านฆ่าเขาหรือ...ท่าน...”
“อย่างหลัง”
“ว๊าย! ... พี่ใหญ่ ท่าน...”
“อย่าเสียงดัง รีบเอาห่อเงินของข้าไป มันไม่มากแต่ทำให้เ้าเดินทางไปได้พักใหญ่ๆ คนฉลาดแบบเ้าต้องหาหนทางได้”
“ทำไมข้าต้องแยกกับพี่ด้วย”
“เ้าจะปรนเปรอเกาเฉิงกับข้าเหรอไง?”
“พี่ทำได้ข้าก็ทำได้”
“อย่าโง่นัก คิดว่าข้าทุ่มเทเท่าไหร่ไปกับเ้า จงอยู่ให้ได้ ข้าเดินเส้นทางนี้แล้ว มันดูเผินๆ คล้ายสุขสบาย แต่มันอันตรายยิ่ง”
“ท่านทำเพื่ออะไร เราก็หนีไปด้วยกัน เอาเงินเก็บไปตั้งตัว”
“ข้าจะไปหานาง...”
“นาง?”
“แม่ของเรา”
“ท่านแม่..? ...ฮองเฮาน่ะเหรอ? พี่จะบ้าเหรอท่านจะเข้าถึงนางได้ยังไง”
“เกาเฉิงเป็พระญาติห่างๆแต่ก็เป็ขุนศึกร่วมรบจนตั้งราชวงศ์ ต้องมีวันถูกเรียกเข้าเฝ้า ข้าปรนเปรอจนเขาติดข้าไหนเลยไม่เอาข้าไปวังหลวง ข้าเรียนฟ้อนรำดนตรีมากกว่าวิชาการเพราะเพื่อใช้หาโอกาสเล่นต่อหน้าพระพักตร์”
“พี่ทำไปทำไม เราอยู่ของเราแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“เ้าคิดว่าการที่ท่านพ่อโดนปลด มันบังเอิญเหรอไง เ้าฉลาดไหนเลยไม่รู้ว่านางหว่านแหทำทีให้ฮ่องเต้ส่งคนและญาติๆมาคุมแถวนี้พร้อมปลดขุนนางเก่า แต่แท้จริงนางหาทางเล่นงานกำจัดท่านพ่อแบบไม่เจาะจงเกินไป”
หนิงเอ๋อเงียบนางเองก็คิดแบบนี้
“เราเป็ลุกในไส้นางแม้เกิดจากการโดนท่านพ่อบีบบังคับ แต่ควรแอบให้ความช่วยเหลือเราบ้าง แกล้งทำทีเอ็นดูเราสองคน รับเราเข้าวังไปเลี้ยงดูเป็นางกำนัลก็ยังได้ แต่นางไม่ทำ ถ้าไม่เพราะร่างกายข้ามีเสน่ห์มัดใจบุรุษ ไหนเลยเราจะอยู่มาได้ถึงป่านนี้ ไม่อดอยากอยู่ข้างทางก็ต้องขายตัว รับแขกแต่ละวัน 3-4 คน มากหน่อยก็ 7-8 คน เ้าจะเอาแบบนั้นมั้ย”
หนิงเอ๋อเม้มปากน้ำตาจะไหล นางไม่อยากจากพี่สาว
“ฟังนะเซี่ยวเอ๋อข้าไม่ใช่คนดีอะไรนัก วันหนึ่งหากอยู่กับข้าต่อ เ้าจะต้องตายเพราะข้าสักวัน ถ้ารักข้า อย่าทำให้ข้ามีห่วง จงอยู่รอดให้ได้”
“แต่พี่ใหญ่.....”
หนิงเซียนตบหน้าหนิงเอ๋อไปหนึ่งฉาด
เพี้ยะ
“นางเด็กโง่ เ้าอ่อนกว่าข้าแค่ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ใครใช้ให้เ้าตามหลังข้าตลอดเวลา เดินด้วยตนเองได้แล้ว”
พูดจบโผเข้ากอดน้องสาว ทั้งคู่ร่ำไห้
จากนั้นหนิงเอ๋อหอบเสื้อผ้าเอาเงินสะสมใส่ห่อผ้าออกไป ที่แรกที่เขาจะไปเพื่อลาจากคือบ้านเฒ่าลู่และเฒ่าหยางเพื่อกราบลาอาจารย์
......
“เฮ้อ....วันนี้มาถึงจนได้”
เฒ่าลู่พุดพร้อมถอนหายใจ
“อาจารย์ ท่านทราบแต่แรกว่าพี่ใหญ่จะจากข้าไปเหรอ”
“นางเกิดภายใต้ดาวราคะชนดาวล่มเมือง ชะตาชีวิตนางหาใช่ธรรมดาแต่แรก ใครดวงไม่ถึงอยู่กับนางไม่ตายก็สาหัส พ่อเ้าท่านแม่บุญธรรมที่เลี้ยงเ้ามา และตอนนี้นางกองจ้าน แม้ไม่ตายแต่ก็ดดนโบยไปหลายทีก่อนจะติดคุก ถ้ายังอยู่กันต่อบอกเลยว่าตายทั้งบ้าน”
“แล้วทำไมข้าไม่ตายล่ะ”
“เพราะ.....วันหนึ่งเ้าจะรู้”
“ตาแก่บ้า พูดเป็ปริศนาบ้าบอดันใด มีอะไรก็พูด ต้องรอข้าตกตายก่อนค่อยรู้เหรองไง”
หนิงเอ๋อพูดไปเอาหน่อผ้าที่เสื้อผ้าฟาดใส่เฒ่าลู่ ยังดีที่ไม่ใช้ห่อผ้าที่มีก้อนเงิน
“โอ๊ยๆๆๆเบาก่อน ก็ได้ๆ เซ้าซี้จัง ข้าจะบอก.....”
นางหยุดตี
“เ้าเองก็มีดวงที่ประสบเคราะห์กรรมที่หนักหนา แต่เป็คนละสายกับนาง”
“นั่นคือ.....”
“นั่นคือดวงรบราชิงอำนาจและ.....”
“จะบ้าเหรอ ข้าฝึกวรยุทธ์แค่พอเอาตัวรอดจะไปสู้กับใคร......แล้วอีกอันล่ะ พูดค้างไว้นี่”
“คือดวงคู่ครอง จะสับสนอลหม่าน สุขทุกข์ระดมเข้ามาแยกไม่ถูก”
“พูดให้มันชัดกว่านี่สิ”
“โอ๊ย นางเด็กบ้า..จะบ้าเหรอข้าทำนายตามดวงดวงและชะตาเกิดตกฟากเ้า ไม่ใช่เทพเซียนจะได้บอกได้หมด ถ้าบอกได้หมด ข้าจะเดินหมากแพ้เ้าได้ไง”
“อืมจริง....”
“เ้าไปขึ้นเหนือไปยังซีจิ๋วเถอะ”
“มีปริศนาอีกล่ะ พูดให้ชัดๆ ได้มั้ย”
“โอ๊ย.. เด็กบ้าข้าก็แค่ดูดวงเ้าว่าขึ้นเหลือไปเมืองหนึ่งแล้วจะมีโชคกว่าไปทางอื่น นอกนั้นไม่รู้”
หนิงเอ๋อเบ้ปากนั่งทรุดตัวลงร่ำไห้
เฒ่าลู่เลิกลักทำอะไรไม่ถูก
“นี่ๆข้าไม่ได้ตะคอกเ้านะ ก็เ้าโวยวายใส่ข้านี่ โธ่ๆ...นี่ๆ ลุกๆ อย่าร้องนะ”
“ข้า..ไม่อยากจากพี่ใหญ่ไม่อยากจากพวกท่านไปนี่ ข้าไม่ไปได้มั้ย”
“เอ่อ...เฮ้อ...
มีเสียงแทรกขึ้นมา
“ไม่นานความลับเรือนร่างเ้าก็จะปิดไม่อยู่ คิดว่าเกาเฉิงจะยอมปล่อยหญิงสาวที่เมืองพี่สาวเ้าอีกคนไว้เหรอ”