“ ไม้ ”
“ ใครน่ะ ”
“ ไม้ ”
“ เสียงนี้ทำไมมันคุ้นหูจัง ”
“ ไอ้ไม้ ”
“ เฮ้ย หลวงพ่อ ”
ไม้ที่รู้สึกตัวได้หันไปมองรอบๆ ก่อนจะพบว่าตนเองมาอยู่ที่ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ที่มีสีเขียวขจีไปสุดลูกหูลูกตา แต่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเหล่านี้กลับมีพระภิกษุรูปหนึ่งยืนอยู่
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาทันที “ หลวงพ่อ หลวงพ่อมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ ก็ผมเห็น ผมเห็นว่าหลวงพ่อ ”
“ ข้าตายไปแล้วใช่ไหม ” หลวงพ่อเอ่ยขัดขึ้นมา “ ก็อย่างที่เอ็งเห็นนั้นแหละ ข้าละสังขารมาแล้ว แต่เอ็งนั่นแหละมาทำอะไรที่นี่นึกออกไหม ” หลวงพ่อกล่าวอย่างเอ็นดู
“ ผมจำได้ว่าได้สู้กับตัวประหลาดตัวหนึ่งแล้วก็ ... ” ไม้พยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะเบิกตากว้าง เหงื่อไหลออกมาจนเห็นได้ชัด “ อย่างนี้ผมก็ได้ตายไปแล้วน่ะซิ !!! ” ไม้ะโออกมาหลังรับรู้เื่ราวทั้งหมด ก่อนจะทรุดลงไปนั่ง
“ โถ่ ยังไม่ได้แต่งงานเลยแท้ๆ ” เมื่อเห็นไม้นั่งหงอย หลวงพ่อก็เอ่ยออกมา “ เอ็งน่ะมันยังไม่ถึงเวลา กลับไปเถอะที่นี่ยังไม่ใช่ที่ๆ เอ็งควรอยู่ ” หลวงพ่อกล่าวก่อนจะเดินออกมา
“ ด เดี๋ยวก่อนหลวงพ่อ หลวงพ่อจะไปไหน หลวงพ่อกลับมาก่อนครับ ” ไม้ที่เห็นหลวงพ่อเดินจากไปแต่ไม่ว่าจะวิ่งเร็วซักแค่ไหน ระยะห่างกลับไม่ใกล้เข้ามาเลย จนกระทั่งหลวงพ่อเดินหายลับเข้าไปในเมฆหมอกที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน แต่ก่อนที่หลวงพ่อจะเดินหายไปท่านได้เอ่ยประโยคหนึ่ง “ จำเอาไว้น่ะไม้ ไม่ว่าเอ็งจะทำอะไรจงมีสติอยู่เสมอ ”
“ เฮือก ” ไม้ที่แน่นิ่งไปในกำมือของดีมอน สะดุ้งเฮือกขึ้นมาก่อนจะพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างเอาเป็เอาตาย สร้างความประหลาดใจแก่ดีมอนเป็อย่างมาก
“ เมื่อครู่เ้าน่าจะยอมตายไปซ่ะ แต่ไม่เป็ไรหากเ้าฟื้นมาข้าก็แค่สังหารเ้าซ้ำลงไปมันก็แค่นั้น ” จบคำไม้ก็รู้สึกว่ามือที่กำคอของตนมันเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ หินที่พยายามเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกซัดกลับไป อลิสนั้นนอนไม่ได้สติอยู่ไม่ไกล ส่วนสิงห์นอนจมกองเือยู่แทบเท้าดีมอนไม่ไหวติงเลยซักนิด
“ อ อัก แอ่ก ” ตอนนี้ไม้เริ่มที่จะหายใจไม่ออกแล้ว ที่คอก็ปวดระบมไปหมดคล้ายจะหักได้ตลอดเวลา แต่ในสภาวะวิกฤตินี้ไม้กลับได้ยินเสียงหนึ่ง
“ ไม้นายยังมีเราอยู่น่ะ ให้เราช่วยซิ ”
“ นั้นใครน่ะ ”
“ เราอยู่กับไม้มาตลอดนั่นแหละ ”
“ ฉันไม่เคยได้ยินเสียงนายมาก่อน นายเป็ใครกันแน่ ”
“ เราก็คือนาย นายก็คือเรา พวกเราก็คือสิ่งเดียวกัน มีชีวิตร่วมกัน ตายด้วยกัน จงเอ่ยนามของเรา นามของเรานั้นนายรู้ดี นามนั้นคือ ”
“ โซล ”
สิ้นเสียงร่างของไม้ก็เปล่งแสงออกมา ดีมอนที่ถูกแสงนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป “ อ๊ากกกกกก เป็ไปไม่ได้ ทำไมเ้าถึงมีมันได้ มันไม่ใช่เื่จริง ” ดีมอนที่โดยแสงปริศนา รีบถอยห่างออกมาจากไม้พร้อมมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดกลัว
หลังจากแสงจางลงก็ปรากฏร่างของไม้ ที่ตอนนี้ในมือถือธนูอยู่หนึ่งคัน ธนูคันนี้ด้ามจับทำมาจากไม้ชั้นดี ปีกธนูมีสีเขียว ที่สายธนูมีลมอ่อนๆหมุนวนตลอดเวลา ไม้มองธนูตรงหน้าอย่างสนใจ
“ จ เ้าเป็ฮันเตอร์อย่างนั้นเหรอ ” ดีมอนที่อยู่ห่างออกไปเอ่ยถามออกมา
“ ฮันเตอร์ มันคืออะไร ” ไม้ที่ได้ยินดังนั้นจึงระวังตัว เพราะดูเหมือนว่าไอ้ตัวตรงหน้าจะกลัวธนูในมือของตนมาก
“ หืมมันไม่รู้เื่ฮันเตอร์ งั้นก็หมายความว่ามันเพิ่งจะเคยเรียก โซล ออกมาจริงซิั้แ่สู้กันครั้งแรกมันก็ไม่ได้เรียกโซลออกมาหนิ หึๆๆ งั้นเหรอเ้านี่มันเป็มือใหม่นี่เอง ” คิดได้ดังนั้นดีมอนเองก็ผ่อนคลายลงไปมาก
“ บังอาจทำให้ข้าผู้นี้หวาดกลัวงั้นรึ ไปตายซ่ะ ” ดีมอนคำรามก่อนจะพุ่งเข้ามาหาไม้อย่างดุร้าย ทันใดนั้นเองไม้ก็ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดทันที
“ โกยล่ะโวยยยย ไอ้ธนูนี้มันใช้ยังไงว่ะ ” ไม้ ได้หันหลังก่อนวิ่งสุดแรงเกิด เพราะธนูที่ได้มันมีแต่คันธนู มันไม่มีลูกศร !!!
“ จริงซิ ” ไม้ที่วิ่งหนีดีมอนได้หยิบกิ่งไม้ขนาดคล้ายๆ กับลูกศรขึ้นมา ก่อนจะน้าวสาวธนูโดยมีกิ่งไม้เป็ลูกศรแล้วปล่อยออกไป หากจะพูดถึงว่าใครในหน่วย 13 ยิงปืนแม่นที่สุด หากไม้ว่าตัวเองเป็ที่สอง คงไม่มีใครว่าตนเองเป็ที่หนึ่งเป็แน่
ลูกศร ? พุ่งออกไปเป็เส้นโค้งอย่างสวยงาม ก่อนจะปักลงบนไหล่ของดีมอนอย่างแม่นยำ ภาพที่ไม้หวังไว้คือ ภาพที่ดีมอนล้มลงไปดิ้นทุรนทุราย หรือแสดงความเจ็บปวกซักนิดก็ยังดี แต่ความจริงมักโหดร้ายเสมอ ลูกศร ? ที่ถูกส่งออกไปไม่สามารถสร้างาแให้ดีมอนได้เลย ไม่ซิมันมันสามารถทำให้ขนซักเส้นหลุดออกมาได้เลยด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำยังทำให้มันโกรธยิ่งขึ้นไปอีก
“ เวรแล้วไง ” ไม้ที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งต่อไปทันที “ ตกลงมันใช้ยังว่ะ ” ทันใดนั้นเองไม้ก็นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อทันที “ จำเอาไว้น่ะไม้ ไม่ว่าเอ็งจะทำอะไรจงมีสติอยู่เสมอ ”
“ สติ ๆ มีสมาธิเข้าไว้ ” พอไม้เริ่มที่จะตั้งสติได้เขาก็ได้ยินเสียงๆหนึ่ง
“ ไม้ ๆ นายได้ยินเราไหม ”
“ เฮ้ย ได้ยินแล้ว ” ไม้ที่ได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งเอ่ยขึ้นมา
“ เห้อ ได้ยินซักที รู้ไหมหากนายไม่มีสมาธิมากพอ เราจะไม่สามารถติดต่อกับนายได้ นั่นมันแย่มากๆ เลยน่ะ ”
“ ขอโทษแล้วกัน แต่ตอนนี้จะถูกฆ่าแล้วววววว ”
ภาพที่ดีมอนวิ่งไล่เข้ามาสร้างความระทึกให้ไม้ได้เป็อย่างดี “ น้าวสายธนูซิ ”
“ แต่มันไม่มีลูกศรน่ะ”
“ เชื่อใจฉันซิ ”
“ เอาว่ะ ” ไม้ที่ตัดสินใจได้ก็น้ายสายธนูทันที ทันใดนั้นเองก็ปรากฏลูกศรออกมา ไม้ที่เห็นดังนั้นจึงหันกลับไปยิงดีมอนทันที
ฟุบ
ลูกศรที่พุ่งออกไปนั้นรวดเร็วราวกับสายลม มันตรงดิ่งไปยังขาซ้ายของดีมอนทันที
ฉึก “ อ๊ากกกกกก ” ลูกศรที่พุ่งออกไปนั้นได้ตรึงขาซ้ายของดีมอนเอาไว้กับพื้นทันที ทำให้ดีมอนร้องออกมาด้วยความเ็ป
เมื่อเห็นโอกาสดังนั้น ไม้จึงยิงลูกศรออกไปอีกดอกทันที
ฟุบ
เมื่อเห็นว่าศรอีกดอกกำลังพุ่งมา ดีมอนตัดสินใจตัดขาซ้ายของตนทันที ก่อนจะทำการหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม้ได้แต่มองดีมอนที่กำลังหนีไป เพราะสภาพร่างกายของตนในตอนนี้แค่ยืนได้ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว ที่วิ่งหนีมาก่อนหน้านี้ก็เพื่อที่จะให้พรรคพวกตนปลอดภัยจากดีมอนเพียงเท่านั้น นับว่าที่ไม้สามารถขยับได้จนถึงตอนนี้ มาจากพลังใจล้วนๆ
“ ไม่ตามไปเหรอ ” เสียงปริศนาเอ่ยถาม
“ ใจจริงก็อยากจะฆ่ามันอยู่หรอก แต่ตอนนี้แค่ยืนนี่ก็เต็มกลืนแล้ว ”
“ งั้นลองใช้นี่ดูน่ะ เอาล่ะทำตามที่บอกน่ะ ”
“ แฮ่ก ๆ เกือบไปแล้ว ธนูนั่นสามารถตรึงร่างกายเราได้ง่ายๆ เลย ฝากไว้ก่อนเถอะ ” ดีมอนที่หนีออกมาได้ไกลพอสมควร เอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย ทันใดนั้นเองก็มีสายลมปริศนากระชากอกของมันจนทะลุออกมา
ฉั๊วะ
“ อ อะ อะไรกัน ห่างตั้งขนาดนี้ ” ดีมอนที่เห็นหัวใจของตนกระเด็นออกไปเอ่ยอย่างอย่างตกตะลึง ก่อนจะค่อยๆกลายเป็ขี้เถ้าและสลายหายไป
ห่างจากจุดที่ดีมอนอยู่ไปสองกิโล ไม้ที่ยิงท่าที่เรียกว่า ศรวายุ ออกไปได้นอนแผ่หราอย่างหมดแรง
“ แฮ่ก ๆ สำเร็จไหม ”
“ ศรวายุไม่เคยพลาดเป้านายวางใจได้ ”
“ งั้นเหรอ ได้พักแล้วซิน่ะ แต่ว่า หัวหน้า แฮ่ก ไปอยู่ไหนกันน่ะ กลับมา ต้องให้เลี้ยงข้าวซ่ะแล้ว ” จากนั้นลมหายใจของไม้ก็คงที่ บ่งบอกว่าเ้าตัวได้สลบไปแล้วนั่นเอง ทันทีที่ไม้สลบไปธนูก็กลายเป็บอลแสงก่อนจะลอยหายเข้าไปในอกของไม้ในทันที
.
.
.
มองเห็นว่าเรย์ถูกกลืนหายเข้าไปในกองเพลิง ตัวดีมอนเองก็รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง เพราะั้แ่เกิดมามันไม่เคยรู้สึกกดดันกับมนุษย์คนไหนเท่ากับเรย์มาก่อน ประสาทัั การตอบสนอง การตัดสินใจทุกอย่างล้วนไร้ที่ติ หากอาวุธของมนุษย์ผู้นี้ไม่พังไปเสียก่อน การต่อสู้ครั้งนี้คงยากจะคาดเดา “ นึกไม่ถึงว่ามันจะบีบให้เราใช้เวทสูบิญญาผสานชีพเสียได้ ” สูบิญญาผสานชีพคือเวทที่มันสามารถใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต เพราะมันคืการที่สูบเอาิญญาและพละกำลังของเหยื่อมาเป็พลังของตน
ส่วนมากแล้วมันมักจะใช้ตอนเวลาที่คับขันเสียมากกว่า แสดงให้เห็นว่าเรย์คือภัยคุกคามมันอย่างแท้จริง “ ถึงจะถูกบังคับให้ใช้ออกมาก็เถอะ แต่การที่ข้าไม่อาจก้าวไปสู่ระดับสามได้นี่มันก็เหนือความคาดหมายเหมือนกัน ” มันนกล่าวพร้อมเดินหันหลังจากไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวมันก็ต้องหลั่งเหงื่อเย็นๆออกมา เมื่อมีการเคลื่อนไหวดังมาจากด้านหลังของมัน
เมื่อมันหันกลับมา ก็พบกับร่างๆหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ โดยที่เปลวไฟเ่าั้ไม่อาจทำอันตรายกับร่างๆ นั้นได้เลย “ ก็นึกอยู่แล้วว่าเ้าคงไม่ตายง่ายๆ หรอก ” มันกล่าวพร้อมทำใจให้สงบลงเพราะมองเห็นว่าเรย์เองก็ได้รับาเ็จากเวทย์ของมันด้วย
“ งั้นเหรอ แต่ฉันก็มีที่จะขอบคุณนายเหมือนกัน ” เป็เรย์นั้นเอง “ ขอบคุณ เื่ที่ข้าจะส่งเ้าไปตายอย่างงั้นเหรอ แปลกคนเสียจริง ” ดีมอนกล่าวอย่างสงสัย
“ ไม่ใช่เื่นั้นหรอก เื่นี้ต่างหาก ” กล่าวจบเปลวไฟรอบๆ ตัวเรย์ก็เริ่มก่อตัวจนกลายเป็หอกไฟสิบกว่าเล่ม สร้างตวามตื่นตะลึงให้แก่ฝ่ายดีมอนเป็อย่างมาก “ เอาล่ะมาเริ่มยกที่สองกันเถอะ ” สิ้นเสียงหอกไฟที่ลอยอยู่ก็พุ่งเข้าใส่ดีมอนอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายดีมอนที่ััได้ถึงอันตรายจากหอกไฟพวกนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยง หอกไฟเหล่านี้ให้มากที่สุด ก่อนที่มันจะพบว่าไม่ว่ามันจะหลบไปทางไหน หอกไฟเหล่านี้ก็เหมือนมีจิตใจเป็ของตัวเอง ทุกครั้งที่มันคิดว่าหลบพ้นไปแล้ว แต่ทุกครั้งกลับมีหอกไฟจากด้านหลังโพล่มาเสมอ
“ ปล่อยเอาไว้แบบนี้เราแย่แน่ ” ดีมอนที่เห็นว่าตนเองไม่อาจเข้าประชิดตัวของเรย์ได้เลย ก็ตัดสินใจทำบางอย่างทันที
“ ถึงเ้าแม้จะสามารถใช้เวทได้ก็ตาม แต่การที่เ้าคอยยิงเวทย์จากระยะไกลขนาดนั้น เป็เพราะเ้าไม่อาจสู้เื่พละกำลังกับข้าได้สิน่ะ ” ดีมอนที่คิดได้อย่างนั้นจึงทำการยิงบอลไฟลงพื้น ก่อให้เกิดฝุ่นควันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าประชิดตัวของเรย์ทันที
บรึ้ม !!!
ชั่วพริบตาดีมอนก็สามารถเข้าประชิดร่างของเรย์ได้ แต่สิ่งที่มันคาดไม่ถึงก็คือ เรย์ที่เห็นมันเข้ามาในระยะประชิดหาได้ใไม่ คล้ายกับล่วงรู้อยู่ก่อนแล้ว พร้อมกันนั้นเรย์ชักคาตานะที่เหลือเพียงครึ่งเอาไว้ในมือก่อนจะทำสิ่งที่แม้แต่ดีมอนก็ไม่คาดคิด
เืที่ไหลออกมากาแบนร่างกายของเรย์ ได้ไหลลงไปที่ดาบคาตานะ แล้วเกิดการหลอมรวมกันระหว่างคาตาน่ะกับเืจนเกิดเป็คาตาน่ะสีแดงชาดส่องประกายแวววับออกมา
เมื่อเห็นดีมอนเข้ามาในระยะการโจมตี เรย์จึงส่งดาบออกไปทำให้ดีมอนต้องยกแขนขึ้นมาป้องกันอย่างเสียมิได้
ฉัวะ !!!
“ บัดซบ ” ในคราแรกคาตาน่ะของเรย์ไม่อาจสร้างาแให้กับมันได้แม้แต่น้อย กลับเป็คาตาน่ะของเรย์ต่างหากที่ถูกทำลายเพราะทนแรงปะทะไม่ไหว แต่ครั้งนี้ดาบสีชาดในมือของเรย์กลับตัดแขนของมันได้ไม่ต่างจากเต้าหู้ แต่ด้วยความที่เผ่าพันธุ์ดีมอนไม่อาจสังหารได้โดยวิธีทั่วไป มันจึงไม่รู้สึกกดดันมากนัก หากเห็นท่าไม่ดีมันก็แค่หลบหนีออกไปซ่อนตัวซักพักก็เท่านั้น แต่การที่มันคิดแบบนี้กลับกลายเป็การตอกฝาโลงปิดตายมันโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งนานไปดูเหมือนว่าเืที่ไหลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หากปล่อยเอาไว้แบบนี้เืคงได้หมดตัวก่อนแน่ๆ เรย์ที่คิดได้ดังนั้นจึงรีบเผด็จศึกทันที เหยียบนภาถูกใช้ออกอย่างชำนาญ ย่นระยะให้เรย์เข้าประชิดตัวดีมอนได้ในทันที คาตาน่ะในมือถูกยกขึ้นสูงเหนือหัวก่อนจะฟาดลงมาอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ตัวดาบตัดผ่านร่างของดีมอนตรงหน้าออกเป็สองส่วนทันที โดยที่แม้แต่ตัวดีมอนเองก็ไม่รู้ว่าเรย์เข้ามาประชิดตอนไหน
อ๊ากกกกก
“ เป็ไปไม่ได้ สิ่งที่จะสังหารพวกข้าได้นั้นมีแต่ โซล ของเหล่านักล่าเท่านั้น แล้วทำไม แล้วทำไมเ้าถึง ” ดีมอนที่ล่วงรู้ชะตากรรมของตนกรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช
“ แฮ่ก ๆ ง่ายนิดเดียว เพราะฉันคือ บุตรแห่งความตายอย่างไงล่ะ ” เรย์ที่ตอนนี้ใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในการพยุงไม่ให้ตนเองล้ม กล่าวออกมาอย่างยากลำบาก
“ ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ไม่จริงเ้าหลอกข้า เ้าหลอกข้า อ๊ากกกกกกกกก ” สุดท้ายดีมอนที่ไม่สามรถยอมรับความจริงได้ ก็สลายกลายเป็ขี้เถ้าไป ความจริงแล้วที่มันจะสติแตกก็ไม่ใช่เื่แปลก เพราะเผ่าพันธุ์ดีมอนเอง หากไม่ถูกสังหารภายใต้ โซล มันก็สามารถกลับมามีชีวิตได้ใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้มันจึงยอม รับกระบวนท่าของเรย์เข้าไปเพื่อที่จะทำการโจมตีสวนกลับ แต่เหตุการณ์กลับตรงกันข้ามเมื่อเรย์สามารถสังหารมันได้โดยไม่ต้องใช้ โซล ทำให้มันตายไปโดยความประมาทของตนเองแท้ๆ
อัก
เรย์ที่ฝืนร่างกายมานานได้ล้มลงในที่สุด คาตาน่ะสีชาดหรือที่เหล่าจอมเวทย์ในารู้จักกันดีในชื่อ ศาสตราสีชาด มันคือเวทย์ที่จะสร้างศาสตราที่ทรงอานุภาพ แต่ก็แลกมาด้วยการสูบพลังชีวิตของผู้ใช้อย่างหนัก จนกลายเป็เวทย์ต้องห้ามไป เรย์ได้เรียนรู้เวทย์นี้อย่างบังเอิญด้วยความคิดที่เรียบง่าย อย่างสร้างอาวุธด้วยเื ทำให้เรย์สามารถปราบดีมอนลงได้ แต่อาการาเ็จากการรับเวทย์ของดีมอนเข้าไปตรง ๆ เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงการอ่านกระแสมานาได้ดีขึ้น รวมถึงผลกระทบจาก เวทย์ศาสตราสีชาด ทำให้เรย์สิ้นสติลงไปในทันที
“ แอลฟ่าเรียกศูนย์ ย้ำแอลฟ่าเรียกศูนย์ ตอนนี้พวกเราทำการเคลียร์พื้นที่ภายใน คาลเดีย เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเริ่มการค้นหาผู้รอดชีวิต ทราบแล้วเปลี่ยน ”
“ ที่ศูนย์รับทราบ เริ่มทำการค้นหาผู้รอดชีวิตได้ ทราบแล้วเปลี่ยน ” ที่ คาลเดีย คือศูนย์รวมเหล่าหัวกะทิของทุกประเทศทั่วโลก จึงไม่แปลกหากการส่งยุทโธปกรณ์มาช่วยเหลือ จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว รวมกับทั้งบุคลากรชั้นยอดในสถาบันทำให้สามารถควบคุม สถาณการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกสาเหตุก็มาจากการที่หน่วย 13 สามารถกำจัดดีมอนทั้งสองตนลงได้ทำให้การปราบปรามเป็ไปอย่างราบรื่น หากแต่ว่าพวกมันทั้งสองตัวยังคงอยู่ หรือหากมีพวกมันซักตัวเหลือรอดอยู่ การที่คาลเดียจะล่มสลายก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
แต่ถึงยังงั้น ตอนนี้ทุกคนในคาลเดีย ไม่ซิ ทุกคนบนโลกต่างรับรู้ในเื่เดียวกันแล้วว่า โลกที่เรารู้จัก มันได้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปตลอดกาล
จบบทนำ
........................................................................................................................
ใช่ครับที่ทุกท่านอ่านมาทั้งหมดมันคือบทนำของนิยายเื่นี้เท่านั้นเอง \(o_o)/
ภาคต่อไป นักล่าอสูร