Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 การกลับมาของจระเข้จักรพรรดิ

            ยามราตรี...

            ที่ชายขอบขุนเขาแห่งหมอกทุกสรรพสิ่งจมดิ่งสู่ความตาย เงียบสงัดจนน่าอึดอัด

            ในชั่วขณะนี้เองมีกลิ่นอายโบราณกาลสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาจากแดนไกล

            เมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายนี้ไม่ต้องพูดถึงสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ทั่วไปเลยแม้แต่สัตว์ร้ายกลายพันธุ์ไม่กี่ตัวที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาเป่ยอวี่ซึ่งมนุษย์ยกย่องว่าเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ ก็ยังต้องเบิกตากว้าง

            “โฮก...”

            เสือขาวขนาดมหึมายืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาพลันคำรามก้องฟ้า ก่อนที่มันจะรับรู้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยมันก็กระโจนลงมาด้วยความตื่นเต้น มุ่งหน้าสู่ชายขอบหุบเขาเป่ยอวี่

            “เจี๊ยก เจี๊ยก...”

            ลิงทองคำที่เพิ่งสัมผัสถึงกลิ่นอายนี้ก็เกาหูเกาหัวทว่าเพียงครู่เดียว เหมือนมันจะนึกอะไรขึ้นได้ แล้วดวงตาของมันก็สว่างไสว

            “พี่สี่”

            มันเปล่งเสียงเรียกที่เปี่ยมด้วยความยินดีจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนตัวหมูป่าหุ้มเกราะแล้ว...

            “เร็วเข้า! เร็วเข้า!”

            ลิงทองคำตบหมูป่าหุ้มเกราะอย่างตื่นเต้น

            และในตอนนั้นหมูป่าหุ้มเกราะก็เริ่มออกวิ่งด้วยความบ้าคลั่ง หลังจากที่มันตกตะลึงไปชั่วขณะ

            ตลอดทางเต็มไปด้วยความโกลาหลทว่าเรื่องที่น่าประหลาดใจคือ ความเร็วของมันไม่เป็นรองเสือขาวเลย

             [พุ่งชนบ้าคลั่ง -ยิ่งวิ่งเร็วเท่าไร ความเร็วก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ไม่อาจหยุดได้แรงปะทะก็จะถึงขีดสุด]

            นี่คือความสามารถพิเศษของหมูป่าหุ้มเกราะ

            หากใช้ได้ดีมันคืออาวุธสังหารที่ร้ายกาจในสมรภูมิเลย

            หากใช้ไม่ดี...ก็เป็นการต่อสู้แบบพลีชีพ...

            ทว่าที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ...ตัวที่เร็วยิ่งกว่าเสือขาวและหมูป่าหุ้มเกราะ กลับเป็นประกายสายฟ้าเส้นหนึ่ง

            “เปรี๊ยะ”

            ประกายสายฟ้าสีเงินวาดเป็นเส้นทางรูปตัว‘Z’ บนพื้นดินมันเร็วราวกับแสงพริบตาเดียวก็หายลับไปในม่านหมอกหนาทึบ

            และเมื่อมองดูใกล้ๆนั่นคือพี่หัวราบผู้มีผมสีเงินและขนส่วนหลังสีขาวราวกับสวมผ้าคลุม

            ในฐานะคู่ต่อสู้ของจระเข้จักรพรรดิมันย่อมคุ้นเคยกับกลิ่นอายของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

            เพียงแต่ครั้งนี้มันสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของจระเข้จักรพรรดินั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นแต่ขณะนี้ดูอ่อนแอ ราวกับได้รับบาดเจ็บ

            “ฮื่อ...”

            เสียงคำรามต่ำแฝงด้วยความร้อนรนขนสีเงินของมันก็เปล่งประกายสายฟ้าสีเงินออกมาหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม

            เมื่อมองจากระยะไกลมันคล้ายกับลูกบอลแสงที่ถักทอจากประกายสายฟ้าสีเงิน

            .....

            “เจ้าไม่ไปหรือ?”

            เขามองกระทิงดำที่ยังคงนอนหมอบอยู่ใต้ร่างหลักอวี๋จื่ออวี๋ก็ถามขึ้นเรียบๆ

            “แค่พวกมันไปก็พอแล้วขอรับ”

            ว่าพลางปีศาจกระทิงก็มองไปยังทิศทางที่จระเข้จักรพรรดิกำลังมาด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

            ทว่าไม่นานหลังจากนั้นเสียงของปีศาจกระทิงก็ดังขึ้นในใจของอวี๋จื่ออวี๋อีกครั้ง

            “ท่านเทพต้นไม้ เจ้าสี่บาดเจ็บหรือ?”

            “ใช่”

            อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าพลางถอนหายใจ

            “ในระหว่างที่เจ้าตัวนี้กำลังทะลวงขีดจำกัดพลังที่แผ่ออกมาดันไปสะดุดตาพวกมนุษย์เข้า และถูกโจมตีครั้งใหญ่แม้ว่าเหยี่ยวเพเรกรินจะเข้ามาสนับสนุนได้ทันท่วงทีแต่มันก็ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย”

            สิ้นเสียง

            “มอออ”

            มันเปล่งเสียงดังกึกก้อง ม่านหมอกถอยร่นไปปีศาจกระทิงค่อยๆ ยันร่างขึ้นดวงตาที่เปล่งประกายคมกริบฉายแววเย็นชาที่ไม่เคยมีมาก่อน

            “มนุษย์...”

            เสียงอันเย็นยะเยือกก้องกังวานไปทั่วอากาศทำให้ทั้งหุบเขาเป่ยอวี่พลันเย็นเยียบลงไปหลายส่วน

            ทว่าในขณะนั้นเอง

            “ตึก ตึก ตึก...”

            จากส่วนลึกของม่านหมอกมีร่างหนึ่งสูงเพียงฝ่ามือเดินออกมา

            มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เดินสองขามีแขนที่คล้ายเคียวคู่หนึ่ง ทั้งร่างห่อหุ้มด้วยสีทอง ราวกับสวมเกราะทองคำดูองอาจดุดันยิ่งนัก

            เมื่อมองดูใกล้ๆ มันกลับเป็นเพียงมดตัวหนึ่ง

            แต่เมื่อเทียบกับมดทั่วไปแล้วมันดูสง่างามกว่ามาก โดยเฉพาะใบหน้าที่เย็นชาถึงขีดสุดแม้แต่อวี๋จื่ออวี๋ก็ยังต้องชมเชยว่า ‘รูปลักษณ์ของมันไม่ธรรมดาเลย’

            “นายท่าน ทางนั้นคือพี่สี่หรือ?”

            มดตัวนั้นหันกลับไปมองท้องฟ้าแล้วก็เอ่ยปากพูดภาษามนุษย์

            “ใช่”

            อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าพลางยิ้มตอบ

            “เจ้าสี่คือจระเข้จักรพรรดิอสูรยักษ์บรรพกาลจากยุคโบราณ”

            “อย่างนี้นี่เอง”

            แววตาของมดทองคำฉายแสงประหลาดจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องถามว่า

            “พี่สี่... ถูกมนุษย์ลอบโจมตีหรือ?”

            “อืม”

            ตอบกลับไปคำหนึ่งอวี๋จื่ออวี๋ก็กล่าวอย่างจนใจว่า

            “การทะลวงระดับของพวกเจ้าในอนาคตควรทำในถ้ำลับจะดีที่สุด ด้วยหินวิญญาณที่ปิดกั้นกลิ่นอายจะไม่ถูกการตรวจจับพลังวิญญาณของมนุษย์จับได้”

            เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็เงยหน้าขึ้น มองลึกเข้าไปในยามค่ำคืน

            เขารู้สึกได้ถึง‘ดวงตาคู่หนึ่ง’ ที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ตลอดเวลาในค่ำคืนนี้

            ทว่าในขณะนั้นเอง ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งอวี๋จื่ออวี๋พลันเบิกตากว้าง

            “ยังไม่ยอมแพ้อีก”

            เขาแค่นเสียงเย็นชาสายตาก็ดึงกลับมาที่ชายขอบของขุนเขาแห่งหมอก จากนั้นก็ค่อยๆ ยกกิ่งก้านขึ้นแล้วกำแน่นเหมือนกำมือของมนุษย์

            ในเวลาเดียวกัน ที่ชายขอบขุนเขาแห่งหมอกม่านหมอกนับไม่ถ้วนก็พลันปั่นป่วนจนกระทั่งก่อร่างเป็นสัตว์ร้ายที่เกิดจากหมอกในชั่วพริบตา

            จากนั้น อสูรหมอกตัวนี้ก็งับอากาศอย่างแรง

            “กร๊อบ”

            พร้อมกับเสียงอันคมกริบชิ้นส่วนบางอย่างที่ยังคงมีประกายไฟก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

            โดรน!

            และไม่ใช่โดรนธรรมดาๆ ด้วย

            มันมีขนาดเล็กราวกับผึ้งและยังไร้เสียงอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จระเข้จักรพรรดิและเหยี่ยวเพเรกรินจะตรวจไม่พบ

            อย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่ายินดีคือนับตั้งแต่อวี๋จื่ออวี๋อัปเกรด ‘ควบคุมม่านหมอก’เป็นเลเวลสามความสามารถในการควบคุมม่านหมอกของเขาได้ก้าวไปสู่ระดับที่น่าเหลือเชื่อ

            อุปกรณ์อื่นยังพอว่า แต่โดรนแบบนี้เมื่อเข้ามาในม่านหมอกเป็นครั้งแรก มันก็จะถูกเขาค้นพบทันที

            ส่วนเรื่องที่ว่าการทำลายโดรนแบบนี้โดยตรงจะถูกมนุษย์จับได้หรือไม่อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

            เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะเปิดเผยการมีอยู่ของ‘อสูรหมอก’ อยู่แล้ว ตอนนี้ถือโอกาสนี้ให้พวกมนุษย์ได้เห็นกันชัดๆ ก็แล้วกัน

            อย่างไรก็ตามเรื่องที่ควรทำเขาก็ทำไปหมดแล้ว

            เวลาที่เหลืออวี๋จื่ออวี๋ยินดีอย่างยิ่งที่จะเล่นสนุกกับมนุษย์ให้เต็มที่

            และที่สำคัญที่สุดอวี๋จื่ออวี๋ยังสัมผัสได้ถึงโอกาสในการเลื่อนเลเวลอีกครั้งแล้ว

            หากไม่มีอะไรผิดพลาดความสามารถพิเศษอีกอย่างของเขาก็จะสามารถอัปเลเวลได้อีกด้วย

            เมื่อคิดได้ดังนี้ อวี๋จื่ออวี๋ก็หัวเราะหึๆออกมา

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน