ฉลามคลั่งรัก 33 : ชีวิตของเรา
#ฉลามคลั่งรัก
ตลอดแปดปีผมติดอยู่ในกรงขัง
คอยนึกถึงใบหน้าของคนที่พรากครอบครัวของผมไปนึกถึงวันที่พ่อแม่ถูกฆ่าตาย โดนโยนลงทะเลให้มัจจุราชร้ายนับสิบฉีกทึ้งร่าง ผมเฝ้าถามตัวเองเสมอว่าพวกท่านจะรู้สึกยังไงที่แน่ ๆ ก็คงจะเจ็บปวดมาก หากแต่หยาดใสโอบล้อมร่างไว้เลยเปล่งเสียงไม่ได้ครั้งหนึ่งผมเองก็อยากให้ตัวเองตายไปแบบนั้น ทว่าเพราะสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้เลยจากไปไม่ได้
จนวันหนึ่งที่ฆาตกรกลับเข้ามาในชีวิตผมก็มอบบทเรียนแบบที่มันทำไว้กับพวกท่านไป
หนึ่งนัดที่ยิงเข้ากลางหน้าผากคือสัญญาณการยุติความทุกข์ทรมาน
ผมเจ็บเพราะผู้ชายคนนั้นมามากมากจนผมไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเจ็บปวดได้เท่านั้นอีกไหม แต่วินาทีที่ได้ยิงกระสุนไปทะลุผ่านสมองแล้วร่างเขาหงายลงทะเลคือช่วงเวลาที่ผมเห็นแสงสว่างโลกสีดำที่เต็มไปด้วยหนามอันแหลมคมกลายเป็นทุ่งหญ้ากับท้องฟ้าสีครามที่ผมได้จับมือคนที่ผมรักเอาไว้
กว่าจะมาถึงตรงนี้มันไม่ง่ายผมอยากให้เซ็บรีบตาย เพราะยิ่งเขามีชีวิตอยู่นานเท่าไหร่ผมก็จะยิ่งติดอยู่กับความเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น
และผมก็ทนไม่ไหวแล้ว
ผมไม่อยากทนเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นบนโลกใบนี้
ผมดีใจที่ในที่สุดมันก็จบสักที
ผมเป็นอิสระแล้ว
กึก !
ผมไล่สายตามองเอกสารของเซ็บที่กระจัดกระจายเต็มห้องมันคือข้อมูลเมกาโลดอนที่เขาคงได้จากไฟล์ในคอมของผมไปมีบางส่วนสูญหายคาดว่าคงจะปลดล็อกไฟล์ที่ผมใส่รหัสไว้ไม่ได้บางทีจอร์แดนกับแนชลีย์อาจจะช่วยผมไว้
ไม่งั้นพวกมันคงได้ข้อมูลที่เหลือไปนานแล้ว
“อืม...”ผมขานรับในลำคอกับความคิด ปล่อยกระดาษเปื้อนเลือดพวกนั้นทิ้งอย่างไม่สนใจร่างของเอริคถูกย้ายไปไว้ในเรือที่โนเอลทิ้งไว้ให้ลำหนึ่งมีโน้ตแปะไว้ว่าให้มาเจอกันที่โรงพยาบาล เขาคงพาจอร์แดนไปที่นั่นผมเองก็ควรจะไปเช่นกัน
ถึงเอริคจะรักษาไม่ทันเราก็ควรพาเขาไปฝังให้สมกับฐานะตัวเอง
ผมเดินทอดน่องกวาดตาดูศูนย์วิจัยที่พังไปเกือบครึ่งทั้งร่องรอยปืน มีระเบิดด้วยนิดหน่อย แล้วก็คมเขี้ยวของสองหนุ่มที่ฝากไว้กว่าจะฟื้นตัวมาได้ก็คงหมดเงินไปไม่น้อย ไหนจะหาคนงานมาทำอีกมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ผมไม่อยากไปทุ่มทุนกับมัน
ทันทีที่มีคนรู้ว่าศูนย์วิจัยลับตั้งอยู่กลางทะเลพวกเขาจะบุกมาที่นี่เพื่อค้นหาว่ามันถูกสร้างเพื่ออะไร หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาฟื้นฟูสวมรอยใช้ที่นี่ทำเรื่องไม่ดีก็ได้
ถึงมันจะถูกทำลายไปบ้างแต่มันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับทุกอย่าง
ผมคงทนไม่ได้ถ้าเห็นที่ที่พ่อสร้างตกไปอยู่ในน้ำมือคนพวกนั้น
ผมเลยเดินไปหยิบของของตัวเองออกมาและของของคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่เป็นของสำคัญที่ไม่ได้เยอะอะไรมากอย่างผมก็แค่รูปภาพครอบครัวเท่านั้น
มันเป็นรูปสุดท้ายที่ผมเหลืออยู่
“คุณพร้อมแล้วนะ ?”
“ยิ่งกว่าพร้อมอีก”ผมยกยิ้มสบตากับดายที่มาช่วยถือของให้ “แล้วที่ผมให้ทำเรียบร้อยไหม ?”
“ผมเกลียดน้ำมัน” แม้ใบหน้าจะนิ่งงันทว่าดวงตากลับฉายชัดถึงความไม่ชอบใจ เล่นเอาผมหัวเราะใส่ลูบแก้มฉลามคนพี่ที่ได้รับภารกิจสุดท้ายจากผม “แต่แน่ใจแล้วเหรอว่าจะทำแบบนี้อีธานอาจจะอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่อไปก็ได้นะ”
“อีดีเอสไม่ต่างจากเรือนจำ ดาย มีคนเลวมากมายต้องการประโยชน์จากมัน”
“…”
“อีกอย่างเราก็ไม่ต้องติดอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว เรามีบ้านให้กลับไป”
“คุณเคยบอกว่าที่นี่คือบ้าน”
“นั่นเพราะผมไม่รู้ว่าพวกคุณกลายร่างได้”
“…”
“ตอนนี้ไม่ว่าจะที่ไหน ทุกที่ที่เราอยู่ด้วยกันจะเป็นบ้านของผมหมด ทูนหัว” ผมตอบกลับเขาแสดงความโอนอ่อนที่อีกคนกดจูบลงบนหน้าผาก คำว่า ‘ทูนหัว’ ของดายกลายเป็นอะไรที่น่ารัก พอ ๆ กับคำว่า ‘ที่รัก’ ของดีแลนนั้นแหละ จริง ๆพอเรียกเขาคืนก็แอบจั๊กจี้เหมือนกัน “แล้วดีแลนไปไหน ?”
“เขากำลังคิดว่าเขาควรจะกินวาฬที่คุณเลี้ยงไว้ดีไหม”
“ไม่นะ”ผมชะงักรีบส่ายหน้าพร้อมสาวเท้าไปหาฉลามคนน้องผมลืมไปเลยว่าลูกวาฬยังไม่ถูกปลดปล่อยหวังว่ามันคงไม่กลายเป็นอาหารของดีแลนไปซะก่อน รายนั้นเขาก็ชอบเหลือเกินวาฬกับโลมารู้ว่ามันเป็นสัญชาตญาณ แต่ก็ใช่ว่าจะระงับไม่ได้นี่นา
ผมเดินผ่านบ่อฉลามที่ตอนนี้หายไปกันเกือบหมดพวกฉลามเล็กจะไม่อยู่ในที่ที่มีฉลามตัวใหญ่กว่าเพราะมันรู้ถึงความน่าเกรงขามที่ไม่อาจต่อกรได้ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณที่มันมาร่วมปาร์ตี้ของเราดูท่าว่าพวกมันจะสนุกสนานกันน่าดู
“ดีแลน !”
“ผมเปล่าแอบกินมันนะ !”เจ้าตัวสะดุ้งรีบยกมือขึ้นเป็นโจรที่ถูกตำรวจจับ เล่นเอาผมถึงกับปั้นหน้าโหดย่นคิ้วใส่คนที่มีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด “ผมแค่หาทาง...เปิดกรงมันมันจะได้ออกทะเลไปไง”
“ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลย คุณร้อนตัวเองนะ”ร่างสูงยิ้มแหยส่งผลให้ผมต้องเดินไปหยุดอยู่ด้านข้าง วาฬน้อยกำลังว่ายวนไปมามันดูเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ก็รู้ติดแค่ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นแค่วาฬผมหลุบตามองมันคิดหาทางว่าจะช่วยมันยังไงได้บ้าง
ระบบไฟฟ้าถูกทำลายเลยเปิดกรงไม่ได้ทางเดียวที่จะช่วยคือพังทางเดินไม่ก็ลงไปเปิดประตูฉุกเฉินด้านล่างที่ถูกใส่กลอนเอาไว้ผมคิดว่าดีแลนน่าจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ผมเลยหันไปมองหน้าเขาเลิกคิ้วใส่คนที่ทำตาระยิบระยับจับจ้องการเคลื่อนกายของลูกวาฬที่ส่งเสียงหวีดแหลมตามประสา
“ลงไปเปิดกลอนด้านล่างหน่อยที่รักเราต้องให้มันออกทะเลไป”
“ให้มันเข้าท้องผมก็ได้ กว้างเหมือนกัน”
“ดีแลน”
“ก็ผมอยากกินนี่” ดีแลนพองลมในแก้มเป็นเด็ก ๆ “อีกอย่างปล่อยมันไป มันก็คงไม่รอดหรอกมันไม่ได้ถูกเลี้ยงข้างนอกตั้งแต่เกิด ถ้าว่ายออกไปมีหวังคงโดนฉลามตัวอื่นกินแน่”
“นั่นก็อยู่ที่ว่ามันจะเอาตัวรอดยังไง”
“…”
“สิ่งมีชีวิตบนโลกล้วนรู้จักวิธีเอาตัวรอดดีแลนอย่าตัดสินคนอื่นเพียงเพราะคุณมีอำนาจกว่า”ผมบอกเขาให้เข้าใจ ดีแลนอาจจะรู้จักตัวเองในฐานะนักล่ามากเกินไปแต่ทันทีที่เขาขึ้นฝั่ง เขาจะกลายเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้นก็ไม่ต่างจากวาฬตัวนี้ตอนออกสู่ทะเลหรอก
ทุกคนก็ต้องลองผิดลองถูกกันทั้งนั้นแหละ
“ยิ่งกว่านั้นระหว่างผมกับมันคุณอยากกินอะไรมากกว่าล่ะ?”
“แน่นอนว่าคุณสิ” ตอบได้อย่างทันทีไม่มีคิดผมเลยลูบหัวเขาแล้วยื่นใบหน้าไปกดจูบลงบนริมฝีปากร้อนผ่าว ดีแลนเลยกัดปากผมเบา ๆเป็นเชิงลงโทษที่หยั่งเชิงกัน “ผมจะกลับมาเอาคืนคุณแน่ที่รัก”
“หลังจากที่เรากลับไปแล้วล่ะนะ” ผมพึมพำดันหลังเขาให้คืนร่างลงทะเลไปโบกมือลาเจ้าวาฬน้อยที่คงไม่ได้เจอกันอีกนาน หรือไม่ก็คงตลอดไป “มีความสุขให้มาก และมีชีวิตให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้นะเจ้าตัวเล็ก”
“หวีดด”
“ขอโทษที่อยู่ดูแลแกไม่ได้แล้ว”วาฬนั่นพ่นน้ำใส่ผมเล็กน้อยเป็นการตอบกลับ ผมระบายยิ้มให้มัน จับราวกั้นไว้นิดหน่อยเนื่องจากดีแลนกระชากประตูด้านล่างค่อนข้างรุนแรงทางเดินเลยสั่นไปหมด วาฬน้อยใช้เวลาในการร่ำลาผม สักพักผมก็เห็นมันดำลงน้ำไปก่อนจะไปปรากฏในทะเลนอกศูนย์วิจัย
พร้อมกับที่ดีแลนคืนร่างเป็นคนมาเกาะทางเดินไว้ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียดายที่ชวนเอ็นดู
“ผมจะไปล่ามันตอนคุณหลับ”
“งั้นผมคงต้องทำให้คุณเหนื่อยจนไปไหนไม่ได้”
“อยากรู้จังว่าคุณจะทำยังไง”
“คุณต้องรอลุ้นแล้วที่รัก”เขาหัวเราะดูเป็นดีแลนที่ผมรู้จัก ร่างกายผมถูกโอบรัดจากด้านหลังเป็นดายที่เดินมาสมทบหลังจากเอาของไปเก็บที่เรือให้ ผมลูบแขนเขามองดูพระอาทิตย์ที่ใกล้จะลาลับ มันแสดงถึงช่วงเวลาเลวร้ายที่เตรียมบอกลากัน
ในที่สุดมันก็จบลงสักที
“คุณจะเสียใจไหมที่เราต้องย้ายออกไป”
“ผมอาจจะแค่คิดถึงมัน”
“เพราะเราอยู่ที่นี่มานาน มันเลยหวิว ๆ หน่อยตอนที่รู้ว่าเราต้องย้ายไป”
“แต่เราก็เคารพการตัดสินใจของคุณนะ”พี่น้องเสริมทัพกันไปมา ผมเลยพยักหน้าให้เป็นการตอบรับ “แล้วคุณเก็บของหมดหรือยังมีเอกสารหรืออะไรที่ต้องเอาไปหรือเปล่า ?”
“ไม่มีหรอก ผมจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่”
“รวมถึงปืนของพ่อคุณด้วยเหรอ ?”ผมเอียงคอใส่เขาขณะเดียวกันดายก็หยิบปืนของพ่อมาส่งให้มันคือปืนที่ผมปล่อยทิ้งทันทีหลังจากฆ่าเซ็บตาย “คุณอยากจะทิ้งมันไว้ที่นี่ไหมหรือว่าอยากจะเอาไปด้วยกัน?”
“นั่นสินะ เอาไงดี” ผมพึมพำรับปืนนั้นมาถือไว้ไล่สายตามองมันอย่างครุ่นคิด ใจจริงผมก็อยากเอากลับไปด้วยอีกส่วนก็อยากทิ้งไว้เพราะมันเปื้อนเลือดมามากมายพลันไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเปิดช่องใส่กระสุนออก กวาดตามองดูว่าเหลือกระสุนอีกกี่นัดก่อนจะนิ่งงันเมื่อพบว่ามีอะไรบางอย่างถูกม้วนใส่ไว้ในช่องกระสุนนั้น“นี่อะไร ?”
“อะไรเหรอโซล ?”
“มีคนใส่จดหมายไว้”
“หืม ?”
“จดหมาย...ของโอเว่น” ผมชะงักค้างทันทีที่หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่อ่านด้านบนเขียนว่าถึงผม ส่วนด้านล่างลงชื่อโอเว่นเอาไว้ผมไม่รู้เลยว่าเขาเอามาใส่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนที่ผมยิงเซ็บปืนก็ใช้ได้ปกติไม่มีท่าทีว่าจะติดขัดกระดาษชิ้นนี้เลยสักนิด
ทำเอาผมเลียปากรีบไล่สายตาอ่านข้อความที่เขาทิ้งไว้ให้ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นเพียงกลลวงที่เขาตั้งใจทิ้งไว้ กระทั่งอ่านเนื้อความทั้งหมดจบไป
มันคือคำสารภาพผิด
‘ถ้าคุณได้เห็นจดหมายฉบับนี้แปลว่าผมคงไม่รอดด้วยเหตุผลบางอย่างผมเลือกที่จะใส่จดหมายนี่ไว้ในปืนเพราะจะได้ไม่มีใครสงสัย ผมทรยศคุณผมเลยพกปืนคุณไว้ตลอดเวลา ผมรู้ว่าผมทำตัวแย่มากที่หักหลังความไว้ใจและผมเสียใจที่ต้องบอกความจริงว่าผมคือคนที่ริชาร์ดส่งมาอยู่ตั้งแต่ต้น
คุณคงโกรธถ้ารู้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ในฐานะลูกน้อง แต่ริชาร์ดเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับผม เขาเป็น ‘พ่อบุญธรรม’ ที่มีพระคุณมากตอนแรกเขาบอกให้ผมจับตาดูคุณไว้ ผมยอมรับว่าผมเกือบจะถอดใจหลายครั้งผมไม่เข้าใจว่าผมจะติดอยู่กับฉลามพวกนี้ทำไม จนได้สังเกตจริง ๆถึงได้รู้ว่าในความที่คุณรักฉลาม คุณก็รักพวกเราเหมือนกัน’
“โอเว่น....”
‘ผมเสียใจที่ฆ่าสตีฟนะ แต่ถ้าเขายังอยู่ ริชาร์ดก็จะต้องฆ่าเขาสตีฟคงรู้สึกแย่ที่ผมไม่ปกป้อง ผมเลยเป็นคนยิงเองดีกว่า ผมอยากจะจัดการปัญหานี้ทำลายพวกคุณด้วยตัวเองเพื่อแบกรับทุกอย่างไว้แต่สุดท้ายแล้วคนทรยศมันก็ไม่มีวันเป็นคนดีได้ผมเสียใจที่ต้องทำร้ายคุณเพียงเพราะพ่อผมสั่ง
ถ้าคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็หวังว่าคุณจะเป็นอิสระจากคนพวกนั้น ผมขอโทษที่ปกป้องคุณไม่ได้ขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจกับการให้ใจและขอโทษที่ท้ายสุดแล้วผมก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป ผมคิดว่าต่อให้พูดไปมันคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ยิ่งกว่านั้นคุณคงให้โอกาสแน่ ๆแต่สิ่งที่ผมทำมันเกินกว่าที่ผมจะรับตัวเองไว้ ผมคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าคำว่าฆาตกรตราหน้าอยู่อย่างนี้
ขอบคุณที่เป็นเจ้านายที่ดี ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเรามีโอกาสได้อยู่ด้วยกันคุณทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพ และการให้ใจใครสักคนถึงผมจะไม่ได้รักอย่างถึงที่สุด แต่ผมก็ดีใจที่ได้เกิดมาเจอคุณและทุกคน มันคงดีถ้าผมตายด้วยฝีมือคุณแบบนั้นผมคงรู้สึกเหมือนได้ชำระบาป
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้คุณมีความสุขกับพวกเขานะ
โชคดีนะ โซล
จาก โอเว่น
ผมเม้มปากแน่นทุกถ้อยคำเหมือนเห็นโอเว่นมาพูดอยู่ต่อหน้านั่นคือสิ่งที่บอกว่าทำไมตอนนั้นที่เขายิงจอร์แดน ชั่วขณะหนึ่งถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ตอนที่ถูกผมยิงเขาก็ไม่ได้กรีดร้องอะไรมากมายมีแค่ตอนที่ถูกดีแลนฆ่าตายที่ส่งเสียงความเจ็บปวดออกมา
ที่น่าตกใจคือบรรทัดที่เขาบอกว่าริชาร์ดเป็น‘พ่อบุญธรรม’ ของเขาต่างหากผมไม่ยักรู้ว่าอารับเลี้ยงใครด้วย ขนาดดีแลนหลานของเขา เขายังจะขายให้คนอื่นได้แต่นี่กับโอเว่นทำไมถึงมอบโอกาสให้บางทีมันอาจจะมีอะไรที่ลึกกว่านี้ที่ผมไม่รู้ก็ได้
เสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้เขาตายด้วยน้ำมือผมเช่นที่เขาปรารถนา
มันทำให้ผมรู้สึกผิดเหมือนกันที่มารู้เรื่องนี้ทีหลังถึงอย่างนั้นมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเลือกที่จะอยู่ฝั่งพ่อบุญธรรมของเขาแทนที่จะเลือกความถูกต้องแน่นอนว่าผมเคยบอกไปแล้วว่าจุดจบคนทรยศมันมีแค่ความตายเท่านั้น
โอเว่นได้รับกรรมในสิ่งที่เขาทำไว้แล้ว
“เขาว่าไงเหรอ ?” ดีแลนถาม “เขาสารภาพอะไรกับคุณ ?”
“ก็แค่ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
“…”
“แต่มันก็สายไปแล้ว” รอยยิ้มอ่อนล้าปรากฏบนใบหน้าไม่ว่าจะอ่านเร็วหรืออ่านช้าก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเขาหักหลัง “จดหมายของคนตายทำได้แค่ไขข้อข้องใจเท่านั้น ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเขาทำไปทำไมและเขาก็ได้รับผลของการกระทำไปแล้ว”
“โซล”
“ถึงเวลาจบเกมแล้ว” สายลมพัดผ่านเหมือนตอบรับกับคำพูดผมหันไปพยักหน้าให้คนตัวสูง ดายเลยคืนร่างลงทะเลไปเช่นเดียวกับดีแลนผมหันกลับมามองศูนย์วิจัย หัวใจวาบหวิวยามความทรงจำซ้อนทับผมหยิบไฟแช็คออกมาจุดไฟค้างพร้อมกับก้มอ่านจดหมายนั้นอีกครั้ง
ผมอยากขอบคุณที่เขาเขียนมัน
และขอโทษที่คงเอามันติดตัวไปไม่ได้ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับความตาย ผมจะฝังไว้ที่นี่ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเป็นบ้านรวมถึงทุกสิ่งที่ผมใฝ่หาหากแต่นาทีนี้มันจะเป็นเพียงสถานที่ในอดีตที่ผมเคยย่างกายมา
“ขอบคุณนะครับพ่อที่สร้างมันขึ้นมา”
กึก
“และขอโทษที่ดูแลมันต่อไปไม่ได้ ผมหวังว่าพ่อจะเข้าใจ เพราะผมตัดสินใจแล้ว”ผมพูดกับสายลมและคนในความคิดก่อนจะจุดไฟกับกระดาษรอมันจนเกือบไหม้หมดแล้วปล่อยลงน้ำมันที่ดายเป็นคนเทราดไว้ให้ทันทีที่ไฟลงสู่หยาดข้น มันก็ลุกลามแผดเผาทุกที่จนเหมือนกับนรกสังหาร
ผมขับเรือออกมาดูมันอยู่รอบนอกสัมผัสกับความรุ่มร้อนและความทรงจำที่เลือนรางยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อพบว่าครอบครัวผมยืนอยู่ตรงนั้น ในกองไฟที่ผมมอบให้ผมไม่เห็นความเสียใจ มีเพียงแค่การพยักหน้าเป็นเชิงว่าผมทำดีแล้ว
และผมก็เชื่อมั่นในการกระทำ
“ลาก่อนอีดีเอส ลาก่อน โซล อิลเดนสัน”
“…”
“ถึงเวลาเริ่มต้นใหม่แล้ว”
โนเอลวิ่งวุ่นกับการพาจอร์แดนไปโรงพยาบาลเขาเสียเลือดมากและเกือบจะไม่รอดอยู่หลายครั้งทว่าแนชลีย์ก็พยายามพูดให้เขาฮึดเอาไว้ เพราะโซลกำลังตามมามันทำให้โนเอลเห็นถึงความเชื่อใจ รวมถึงความซื่อสัตย์และก็ความเชื่อมั่นที่เชื่อในเจ้านายของเขา
บอกตามตรงว่าโนเอลเองก็ค่อนข้างจะกลัวเหมือนกันเขาไม่รู้เลยว่าพ่อของเขาจะเล่นตุกติกอะไรกับโซลบ้างหวังเพียงให้ฉลามสองตัวนั้นจัดการให้ได้ จะว่าเขาเนรคุณก็ได้ที่อยากให้พ่อตายแต่ผู้ชายคนนั้นไม่สมควรถูกใครเรียกว่าพ่อด้วยซ้ำ
มีชีวิตอยู่เพื่ออำนาจเป็นคนโรคจิตที่ชอบเด็กผู้ชายที่อ่อนกว่า โซลโชคร้ายที่ถูกพ่อเขาชอบใจขนาดนั้นยิ่งรู้ว่าเป็นเจ้าของสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายหลักทว่าก็ดูจะกล้าเกินกว่าที่เขาคิด คงเพราะมีฉลามหนุนหลังเลยกลัวไม่ได้
หรือไม่ก็คงโดนกระทำมามากยิ่งกว่าอะไรจึงไม่กลัวที่จะเสี่ยงตายแล้ว
“คุณโซลจะเป็นไงบ้างนะ ฉันเป็นห่วงเขาจังเลย”
“อะ...”
“เราพอจะติดต่อเขาได้ไหมคะคุณโนเอล ?” แนชลีย์หันไปถามสีหน้าบ่งบอกเป็นอย่างดีว่าเธอกลัวระคนเป็นห่วงโซลมากขนาดไหน“ฉันอยากรู้ว่าคุณโซลเป็นยังไงบ้าง”
“ผมคิดว่าเราคงต้องให้เขากลับมาเองนะครับแนชลีย์เวลานี้มือถือคงไม่มีความหมาย ยิ่งอยู่กลางทะเลแบบนั้น ศูนย์วิจัยก็โดนทำลายคงติดต่อกันลำบาก” คำพูดของโนเอลทำร่างบางกัดปากหนักตอนนี้พวกเขาอยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นของจอร์แดน ดีที่มาทันเจ้าตัวเลยปลอดภัยแล้วแค่ต้องให้เวลาพักผ่อนสักหน่อยถึงจะกลับมาดีได้เหมือนเดิม “แต่ผมเชื่อว่าเขาต้องกลับมาได้แน่เขาเก่งแล้วก็เข้มแข็งมาก ๆ”
“ฉันรู้ค่ะ แต่พอเจอเหตุการณ์นั้นเข้า ฉันก็กลัวว่าคุณโซลจะ...คิดหนัก”
“แนชลีย์”
“คุณโซลแบกรับอะไรไว้เยอะมากเลยนะคะฉันไม่อยากให้เขาต้องเหนื่อยอีกต่อไปแล้ว”ร่างเล็กทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอจำได้ว่าตอนที่ได้เจอกับโซลมันมีความสุขมากแค่ไหน แต่พอต้องห่างกันอีกก็กลัวว่าจะได้รับอันตราย “ถ้าคุณโซลเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยค่ะ”
“อย่าคิดอย่างนั้นเลยครับ ผมเชื่อว่าเขาจะต้องปลอดภัย”
“คุณโนเอล”
“เขาสัญญากับพวกคุณแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเขาจะกลับมา”คำปลอบขวัญทำแนชลีย์เม้มปากแน่น พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้เบอร์นาร์ดที่นั่งอยู่ใกล้ ๆเลยเข้ามาโอบไหล่เป็นที่พักทางใจเนื่องจากเราเองก็เป็นห่วงโซลเหมือนกันโนเอลก็ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยอย่างที่หวัง
แล้วเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเมื่อวินาทีต่อมาปลายเท้าของใครบางคนก็หยุดชะงักอยู่ไม่ไกล
“ทำหน้าเศร้ากันทำไม ?”
“อ๊ะ !”
“กลัวผมไม่รอดเหรอ ทุกคน ?” เสียงนั้นรั้งทุกคนให้หันไปมองคนที่เดินมาหา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มพาให้ทุกคนเบิกตากว้างอย่างตกใจไปหมดโซลเลยเลิกคิ้วใส่เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงแนชลีย์ตอนคุยกับโนเอลนิดหน่อยเลยได้รู้ถึงความห่วงใยที่มีให้ซึ่งพอตั้งสติได้หญิงสาวก็เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปกอดเจ้านายตัวเอง
“คุณโซล!”
“โว้ว” โซลอุทานถึงอย่างนั้นก็รับอ้อมกอดจากแนชลีย์ไว้หัวเราะเล็กน้อยขณะที่กอดตอบลูบหลังคนที่ทำงานด้วยกันมานานเป็นการปลอบขวัญ “ใจเย็น ๆ นะ ผมยังไม่ตาย”
“เราเป็นห่วงคุณมากเลยรู้ไหมคะฉันใจไม่ดีเลยที่ไม่รู้จะติดต่อคุณยังไง”
“ตอนนี้ผมไม่เป็นไรผมปลอดภัยแล้วก็กลับมาหาพวกคุณตามสัญญา”โซลลูบหัวคนตัวเล็กก่อนจะหันไปกอดเบอร์นาร์ดที่น้ำตาซึมตอนเห็นเขากลายเป็นภาพที่อบอุ่นมากสำหรับคนนอกอย่างโนเอลที่ยืนมองอยู่เขากวาดตาหาว่าสองหนุ่มที่ควรจะอยู่กับโซลหายไปไหน
มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ดายกับดีแลนจะปล่อยให้โซลมาที่นี่คนเดียว
“มองหาสามีผมเหรอโนเอล ?”
“อ๊ะ!”
“พวกเขาไม่เข้ามาหรอก” ร่างเล็กเอ่ยบอก ยกยิ้มเล็กน้อยเป็นเชิงให้วางใจ “ผมให้เขาพาร่างของใครคนหนึ่งไปฝังผมทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องทิ้งเขาไว้ที่นั่น”
“ใครกัน?”
“แฟนเก่าของผมเอง” ดวงตาของโซลหม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว “เขาพยายามเอาคืนให้ แต่ผมไปช้าเลยช่วยเขาไว้ไม่ทัน”
“หัวหน้า...หัวหน้าตายแล้วเหรอคะคุณโซล?”
“คุณเอริคโดนทำร้ายเหรอครับ?” แนชลีย์กับเบอร์นาร์ดถามด้วยความตกใจโซลเลยพยักหน้าเป็นคำตอบ ลมหายใจถูกพ่นออกทันทีที่ภาพเอริคลอยเข้ามาในหัวจนถึงตอนนี้ความอุ่นร้อนของลมหายใจสุดท้ายก็ยังติดตรึงอยู่ที่อกข้างซ้ายรวมถึงถ้อยคำบอกรักที่พูดเอาไว้โซลยังคงจดจำไม่ได้ทอดทิ้งไว้ในเปลวเพลิงที่ตัวเองก่อไป
เอริคมีค่าให้จดจำเอาไว้แม้ว่าโซลจะไม่อยากเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“ผมจะจัดงานให้เขาอย่างสมฐานะพวกคุณไม่ต้องห่วงว่าผมจะทอดทิ้งเขานะ เอริคมีค่าให้ดูแลต่อให้จะจากไปแล้วก็ตาม” โซลบอกพวกเขา จับมือไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ “มันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจแต่เขาคงจะมีความสุขถ้าเรายังนึกถึงด้านที่ดีของเขาไว้”
“คุณโซล...”
“ส่วนเรื่องศูนย์วิจัยก็ค่อยว่ากันใหม่ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยและก็เป็นอิสระแล้ว” คำพูดของโซลอิลเดนสันตีความได้หลากหลายมากในช่วงเวลานี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเข้าใจดีคือโซลทำทุกทางเพื่อปลดปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระการแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าบัดนี้ภาระพวกนั้นก็ถูกทำลายออกไปหมดแล้ว “แล้วจอร์แดนเป็นไงบ้าง ทำไมไม่เข้าไปดูอาการของเขากัน ?”
“หมอบอกให้เขาพักฟื้นน่ะค่ะแต่ตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วและคงอยากเจอคุณโซลมาก”
“ผมเองก็อยากเจอเขาเหมือนกันแต่เอาไว้หลังจากที่หมออนุญาตแล้ว”ทุกคนพยักหน้าเป็นการตอบรับใจจริงโซลก็อยากจะเข้าไปหาเลยติดตรงที่ว่าเนื้อตัวเขาสกปรกคนที่ร่างกายอ่อนแออย่างจอร์แดนถ้าได้รับเชื้อโรคไปอาจจะเป็นเรื่องใหญ่โซลปลอบใจแนชลีย์กับเบอร์นาร์ด พยายามปลอบขวัญเท่าที่ทำได้
และพอทั้งสองคนทำใจได้เขาก็เดินมาลูบบ่าโนเอลที่เดินออกมาดูดาวตรงระเบียงไว้
“ผมเสียใจที่ไม่มีร่างของพ่อคุณให้พากลับมา” โนเอลยกยิ้ม เขารู้ดีว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ จุดจบของคนนิสัยไม่ดีมีเพียงแค่เรื่องร้ายเท่านั้นที่เกิดขึ้น “คุณคงไม่อยากให้ผมเล่าหรอกใช่ไหมว่าเขาตายยังไง?”
“ผมแค่อยากรู้ว่าก่อนเขาตายเขาได้ฝากฝังอะไรไหม”
“สิ่งสุดท้ายที่เขาพูดคือขอให้ผมอย่าฆ่าเขาตาย”
“เขาไม่ได้พูดถึงผมหรือใครเลยสินะ” โซลพยักหน้า “หึ ก็สมเป็นเขาที่คิดถึงแต่ตัวเองอุตส่าห์คิดว่าจะสงสารสักหน่อยถ้าพูดถึงผมหรืออะไรทำนองนั้น”
“ไม่มีใครว่าหรอกนะที่คุณจะเสียใจเรื่องของเขายังไงเขาก็เป็นพ่อของคุณ”
“และก็เป็นฆาตกร” ร่างบางชะงักต่างจากโนเอลที่หัวเราะนิดหน่อยสำหรับเขาความถูกต้องมาก่อนเสมอ ต่อให้จะเป็นครอบครัว ถ้าทำผิดก็ต้องได้รับผลกรรม “เขาทำกับคุณไว้เยอะ แล้วก็ทำไว้กับคนอื่นเช่นกันนั่นคงเป็นบทสรุปที่เหมาะสมกับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้”
“....”
“แต่ก็ขอบคุณนะที่มาบอกถือว่าเราหายกันแล้วนะ เพราะผมก็ช่วยคนของคุณแล้ว”โซลถอนหายใจใส่ ระบายยิ้มบางให้อย่างอ่อนโยนซึ่งหาได้ไม่บ่อยนัก “แล้วคุณจะเอายังไงหลังจากนี้ล่ะ กลับไปอยู่ศูนย์วิจัยเลี้ยงฉลามคุณต่อไปเหรอ ?”
“ผมเผามันทิ้งไปแล้วน่ะ”
“หา!?”
“กำลังคิดว่าจะมาเปิดกิจการเช่าเรือดีไหมคุณเองก็มีเส้นสายเยอะหนิทำไมไม่แนะนำให้ผมหน่อยล่ะ ?”โนเอลอ้าปากค้างตกใจที่นอกจากคนตรงหน้าจะฆ่าพ่อเขาแล้วยังจะมาเปิดกิจการแข่งกับเขาอีก ผู้ชายที่ชื่อโซลอิลเดนสันนี่มันเกินกว่าที่เขาคิดจริง ๆ “ดูหน้าคุณสิดูโง่ชะมัด”
“นี่!”
“ผมมีเงินพอที่จะซื้อทั้งหาดไม่จำเป็นต้องมาเปิดกิจการแข่งกับคุณด้วยซ้ำ อีกอย่างผมเองก็มีหลายสิ่งที่อยากทำคงไม่หางานทำเร็ว ๆ นี้หรอก” โซลตอบกลับการได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของโนเอล มันทำให้โซลหลุดขำอย่างขบขันผิดกับคนโดนแกล้งที่ถอนหายใจยาว
เขาเดาใจผู้ชายคนนี้ได้ที่ไหนยิ่งมีฉลามเป็นเกราะคุ้มภัย อะไร ๆ มันก็แลดูจะเกิดขึ้นได้จริงหมด
“ผมอยากใช้ชีวิตคู่กับสามีของผมก่อนมันคงดีถ้าได้เรียนรู้กันจริง ๆ”
“แต่ดีแล้วเหรอที่เผาศูนย์วิจัยทิ้งน่ะคนของคุณจะไปทำงานที่ไหน ?”
“ทันทีที่จอร์แดนออกจากโรงพยาบาลได้ผมจะฝากงานให้พวกเขาทุกคนในที่ดี ๆ ที่พวกเขาจะต้องขอบคุณผม”
“บางทีเขาอาจจะอยากทำงานกับคุณต่อก็ได้นะโซล” นั่นก็เป็นสิ่งที่คนตัวเล็กคิดไว้เพราะอยู่ด้วยกันมานานเลยพอจะเดาใจใครหลายคนออกถึงอย่างนั้นเขาก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ทำงานกับใครอีกอยากมาใช้ชีวิตปกติกับฉลามที่ต้องศึกษากันอีกมาก “คุณน่าจะถามความเห็นเขา”
“มันดีกว่าถ้าเราแยกทางกัน”
“…”
“ผมตัดสินใจไปแล้วโนเอล” เจ้าของชื่อพรูลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายสุดท้ายก็ขัดใจอะไรคนของฉลามไม่ได้ “คุณเองก็เหมือนกันหลังจากนี้จะเอายังไง อยากให้ผมฝากงานหรือว่าช่วยอะไรไหม บอกได้ทุกอย่าง”
“ตอนนี้ผมคงพักไปก่อนเจอแต่ละเรื่องผมก็ตั้งรับไม่ทัน”
“งั้นถ้าคุณอยากให้ผมช่วยอะไรก็บอกแล้วกันผมยินดีทุกอย่าง” แกล้งโค้งหัวให้เหมือนพวกพ่อบ้านโนเอลเลยส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูใส่ จริง ๆ แล้วโซลไม่ใช่คนใจร้าย เขาอาจจะดูร้ายแต่ความจริงเป็นคนที่ดีและน่าให้ใจติดตรงที่มีฉลามเป็นคนรักไงเลยไม่น่าเข้าใกล้เท่าที่ควร
ทว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นฉลามในร่างมนุษย์ก็นิสัยดีกว่าที่คิดโนเอลเหลือบตาไปมองโซลที่เดินไปหาสองหนุ่มที่เข้ามาหาใบหน้าของดายและดีแลนเต็มไปด้วยความรักยามได้คุยกับคนตัวเล็กที่พูดเสียงหวานโนเอลเท้าแขนหันหลังพิงกับราวกั้น มองภาพของคู่รักสามคนที่ลงตัวยิ่งกว่าอะไร
ครั้งหนึ่งเขาเคยปรารถนาที่จะมีความรักแบบนี้เหนือทุกกฏเกณฑ์ที่โลกนี้บังคับใช้ เสียดายที่มันไม่ใช่เรื่องง่าย และโซลคือผู้โชคดี...
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะโนเอล หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก”โซลพูดขึ้นตอนทำท่าจะเดินออกไปจากที่นี่หันกลับมายิ้มสบเข้ากับนัยน์ตาสวยที่มองอยู่ “ขอให้คุณพบคนที่ดีหลังจากนี้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่านะ”
“การได้ช่วยคนของฉลามก็เป็นอะไรที่คุ้มค่า”
“งั้นผมขอจองตัวคุณมาเป็นพ่อทูนหัวลูกผมนะ”
“อะไรนะ!?”
“มันจะคุ้มค่าเชื่อผมสิ :)” โซลทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหนีเล่นเอาโนเอลอ้าปากค้าง จะโวยวายก็ไม่ได้ เนื่องจากดายกับดีแลนทิ้งสายตาขู่เอาไว้ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมโซลถึงขอจองตัวให้เป็นพ่อทูนหัวทั้งที่ตัวเองเป็นผู้ชายหนำซ้ำยังท้องไม่ได้ ทว่าพอได้ยินก็รู้สึกว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป
เปลี่ยนชนิดที่ว่าทำให้โนเอลทรุดฮวบลงไปแล้วบอกกับตัวเองว่า
“แกพลาดแล้วโนเอล นี่มันโดนหมายหัวชัดๆ”