อเล็กเซียเดินกลับไปที่โต๊ะ และรอฟังอย่างใจเย็น
"แล้วเราจะเริ่มยังไงล่ะ" เอเดนได้ถามออกมา
"นั่นเป็หน้าที่ของนายเอเดน ฉันไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับผู้นำและพวกทหารของมัน"
"อะ อ้าว"
(เ้านี่ อุส่าตั้งความหวังไว้ซะดิบดีแต่ก็นะ มันไม่ใช่เื่ที่จะถามใครแล้วได้คำตอบมาแบบง่ายๆ สักหน่อย ยิ่งเป็ข้อมูลทางการทหารของเมือง มันไม่ง่ายเลยสำหรับคนนอกอย่างเนโคร เราคงต้องช่วยกันหาวิธี)
เมื่อคิดได้ เอเดนจึงบอกข้อมูลเท่าที่เขาสามารถรวบรวมให้เนโครฟัง เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแบบเรื่อยเปื่อยไปวันๆ แต่เขาใช้เวลาในทุกๆ วันหาข้อมูลสิ่งต่างๆ ที่อาจจะเป็ประโยชน์ และเขาก็พอมีคนที่ไว้ใจได้ที่ช่วยหาข้อมูล
เื่ข้อมูลทางทหารเอเดนไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ แต่คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า1,000คน ส่วนเื่ของผู้มีพลังก็ไม่ทราบเช่นกันว่าในกองทัพมีจำนวนเท่าไหร่ แต่เขาก็พอรู้ว่ากำลังรบหลักของผู้ปกครองมีอยู่สองคน ทั้งสองถูกเรียกว่าผู้พิทักษ์
คนแรกมีชื่อว่า ออสการ์ ชายคนนี้ขึ้นชื่อเื่ความโหดร้าย เขาเป็ตัวการหลักที่จับคนมาทรมาน ถ้ามีคนในเมืองกระทำความผิด ก็จะใช้พลังเพื่อหาเป้าหมาย ผู้ที่ถูกจับได้จะถูกทรมานต่างๆ นาๆ ก่อนจะถูกนำไปขายเป็ทาส หรือไม่ก็ฆ่าทิ้ง
จากนั้นเอเดนได้ขอดูตราประทับที่แขนของเนโคร และบอกเนโครว่าตราประทับอันนี้เป็พลังอย่างหนึ่งของออสการ์ โดยพลังนี้จะใช้ในการระบุตำแหน่งของผู้ที่ถูกตีตรา แต่หลังจากที่พูดออกไปเขาก็ได้ชะงัก เพราะตราประทับอันนี้สามารถระบุตำแหน่งของพวกเขาได้ ทำให้เอเดนเริ่มร้อนรน เพราะกลัวว่าพวกมันจะรู้ตำแหน่งของพวกเขาแล้ว แต่เนโครก็ได้บอกกับเขาว่าไม่ต้องเป็ห่วง
เขาได้ใช้พลังของเขาดูดกลืนพลังในตราประทับนี้ไปหมดแล้ว ที่เอเดนเห็นว่าเขายังมีตราประทับอยู่ที่แขน มันเป็เพียงแค่สัญลักษณ์ แต่ไม่มีพลังที่สถิตอยู่ในนั้นอีกแล้ว ทำให้เอเดนโล่งใจมาก แต่เพราะอย่างนั้นเนโครเลยถามเอเดนกลับไป
เพราะอะไรเอเดนและอเล็กเซียถึงไม่มีตราประทับเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เอเดนมีท่าทีบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ตอบเื่นี้ เนโครเข้าใจจึงไม่ได้คาดคั้นต่อ
ถึงอย่างนั้น เอเดนก็ได้เล่าเหตุการณ์หนึ่งที่เคยพบเจอมา เขาเล่าว่าเคยเห็นคนที่ถูกออสการ์เล่นงาน คนๆ นั้นไม่ทันโดนตัวมันด้วยซ้ำ แต่จู่ๆ ก็ล้มลง มันเหมือนเขาโดนอะไรบางอย่างที่ทำให้ทรมานจนขาดใจตาย
เนโครได้ฟังเช่นนั้นเขาก็เอ่ยออกมา
"ตรานั่นเป็ตัวบอกตำแหน่ง แล้วถ้าไปก่อเื่อะไรเข้า ผู้ใช้พลังจะสังหารคนๆ นั้นเมื่อไหร่ก็ได้ คงคล้ายๆ กับโดนคำสาป ฉันคิดว่าประมาณนี้ ส่วนระยะที่ใช้ได้น่าจะเป็ในเมือง เพราะถ้าออกจากเมืองตราประทับก็จะหายไป"
อเล็กเซียที่กำลังนั่งฟังเธอพยักหน้า เพราะเธอก็คิดเหมือนกันกับเนโคร
เอเดนก็ได้บอกกับเนโครว่าผู้พิทักษ์คนที่สอง พวกเขาแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย รู้เพียงแค่ชื่ออาเดียน่า เธอเป็ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายของผู้ปกครอง แต่เธอไม่เคยใช้ความสามารถให้เห็นเลยสักครั้ง
"คนสุดท้ายผู้ที่ชั่วร้ายที่สุดในเมืองแห่งนี้ ผู้นำของพวกมัน" จากนั้นเอเดนได้เล่าย้อนความไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนเกิดเหตุการณ์ฝนดาวตกประหลาดขึ้น ตอนนั้นได้มีอสูรอาละวาดในเมืองถึงสองตน สถานการณ์ทั้งเลวร้ายและสิ้นหวัง แต่ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยจัดการ เขาคนนั้นสามารถแปลงร่างเป็อสูร และยังมีพลังในการหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ััตัว ถึงแม้จะมีอสูรถึงสองตนเป็คู่ต่อสู้ แต่พลังของเขาทำให้การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว
หลังเล่าจบเนโครคิดถึงตอนที่เขาสู้กับอสูรคลั่งครั้งแรก ในตอนนั้นกว่าเขาจะจัดการมันได้ก็แทบแย่ ถ้าไม่ได้คำแนะนำจากเดมอสเขาก็คงเป็ฝ่ายที่ถูกจัดการ เมื่อคิดได้เขาเลยถามกับเดมอส
"ถ้าถูกััแล้วจะหลอมละลาย ถ้าเป็นาย นายจะใช้วิธีไหนจัดการกับมัน" เนโครเขาไม่มั่นใจว่าออร่าที่มีจะสามารถป้องกันพลังของเ้านั่นได้หรือเปล่า เขาไม่อยากเสี่ยงเข้าต่อสู้ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ เดมอสเลยเอ่ยกับเขา
[เ้าไม่จำเป็ต้องััมันเลย พลังออร่าของเ้าแข็งแกร่งกว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนนั้นแค่เ้าใช้ออร่าได้ ก็สามารถจัดการอสูรคลั่งได้อย่างง่ายดาย ข้ามั่นใจว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเ้าพัฒนาตนเองจนสามารถต่อกรมันกับได้]
"ที่นายพูด มันเสี่ยงพอดูเลยนะ"
เมื่อได้ยินที่เนโครพูด เขาจึงบอกความลับบางอย่างกับเนโคร
[ข้าขอบอกไว้ก่อน เ้าเป็คนแรกที่มีอายุยืนยาวขนาดนี้]
"ที่นายพูดหมายความว่าไง"
[ที่ผ่านมา ไม่มีใครใช้พลังของข้าได้แบบที่ยังมีสติ คนส่วนใหญ่จะตายทันทีที่ได้พลัง ส่วนที่รอดชีวิตก็จะกลายเป็อสูรคลั่ง] เนโครเขาได้ถอนหายใจและได้คิดว่า เขาเองก็เกือบไปแล้ว
[เ้ามีความพิเศษ ข้าจึงมั่นใจว่าเ้าจะทำได้]
.....
[ถ้าไม่รู้ว่าพลังของเ้าจะใช้ได้ผลหรือเปล่า ก็แค่ลองออกไปซัดเ้าผู้ปกครองอะไรนั่นสักหมัด แต่ถ้าไม่ได้ผลก็ค่อยหนีออกมา]
"เชื่อมั่นกันน่าดูเลยนะเดมอส แบบนี้คงต้องลองดูแล้วสิ" ... (ถ้ามัวแต่กลัว เป้าหมายของพวกเราคงไม่มีวันสำเร็จ)
จากนั้นเอเดนได้เล่าต่อ ในกองทัพของพวกมันมีกองกำลังพิเศษอยู่ คนพวกนั้นมีพละกำลังและความรวดเร็วเหนือกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า เอเดนไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง แต่ผู้ปกครองใช้คนพวกนั้นให้เป็หน่วยลับ ทำหน้าที่สังหารผู้ที่เป็ภัยต่อตนเอง
หลังได้ยินเช่นนั้นเดมอสก็ได้พูดกับเนโครอีกครั้ง
[ไม่แน่พวกมันอาจได้รับเศษเสี้ยวพลัง]
"อะไรคือเศษเสี้ยวพลัง"
[มันก็คือผู้ได้รับพลังที่ไม่มีตัวตนแบบข้าอยู่ พวกมันอ่อนแอ ถ้าใช่คงไม่เป็ปัญหา แต่ถ้าข้าคิดผิดก็อาจเป็คนที่ได้พลังอะไรสักอย่างจากตราประทับ]
.....
เอเดนนึกขึ้นได้ว่าสัปดาห์หน้าจะมีการจัดงานประลองพลังขึ้น ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล และที่สำคัญจะมีโอกาสได้ประลองกับผู้ปกครอง
มันเป็โอกาสดีที่จะได้วิเคราะห์ความสามารถ และถ้ามีโอกาสที่จะโจมตีได้ มันก็น่าลองเสี่ยง แต่ทว่าอเล็กเซียเธอไม่เห็นด้วยกับความคิดของเอเดนที่จะโจมตีในงานนี้สักเท่าไหร่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีผู้พิทักษ์และทหาร คนพวกนั้นจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ เธออยากให้เก็บข้อมูลให้มากที่สุดแล้วค่อยตัดสินใจ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เนโครที่ได้ฟัง ก็เห็นด้วยกับความคิดของอเล็กเซีย
หลังจากที่ได้ข้อสรุป ทุกคนก็ได้วางแผนและแยกย้ายกันไปหาข้อมูลต่อโดยจะทำตัวไม่ให้เด่นจนเกินไป